ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 อัลเฟร็ด โลเวนสไตน์ ชายผู้หายตัวไปอย่างปริศนากลางอากาศ !!!




ช่วงตอนเย็นของวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1928 นักธุรกิจผู้มั่งคั่งอัลเฟร็ด โลเวนสไตน์ ได้เดินทางไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวที่สนามบินเมืองครอยดอนประเทศอังกฤษ สำหรับเขามันเป็นการเดินทางปกติ ที่บินจากประเทศอังกฤษเลาะชายฝั่งของประเทศฝรั่งเศส ก่อนที่จะร่อนลงที่บรัสเซล สถานที่ ๆ โลเวนสไตน์เคยใช้ชีวิตอยู่กับเมเดลีนภรรยา

กดเพื่อดูคลิปที่นี่

มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปพบกับคดีปริศนากับการหายตัวไปอย่างลึกลับจากสถานที่ไม่น่าเชื่อ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่า ในวันนั้น.. มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !?

ชีวิตของอัลเฟรด โลเวนสไตน์นั้นสร้างศัตรูเอาไว้ไม่ใช่น้อย ในปี ค.ศ. 1926 เขาได้ก่อตั้งบริษัทอินเตอร์เนชันแนลแอนด์แอนเวสต์เมนต์ จำกัด ด้วยการระดมทุนจำนวนมากจากนายทุนผู้มั่งมีหลายคน จนสองปีต่อมานายทุนเหล่านั้นก็เริ่มอยากจะได้รับผลกำไรคืนมาบ้าง

โลเวนสไตน์บินตรงกลับบ้านด้วยความยินดี วันนั้นคือวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1928 เย็นวันนั้นท้องฟ้าโปร่งเหมาะสำหรับการบินเป็นอย่างมาก โดยมีนักบินชื่อโดนัล ดรูว เป็นผู้พาเขาเดินทางในเที่ยวบินที่น่าจะราบรื่นครั้งนี้

ก่อนเดินทาง

แม้ถึงมันจะดูเป็นเที่ยวบินที่ราบรื่นสำหรับคนอื่น แต่สำหรับอัลเฟรด โลเวนสไตน์แล้ว มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เขาหายตัวไปในระหว่างทาง ใช่แล้ว! เขาหายไปทั้ง ๆ ที่เครื่องบินยังอยู่กลางอากาศ และนี่ก็คือเรื่องราวการหายตัวอย่างแปลกประหลาดในประวัติศาสตร์คนหายแบบไม่น่าเชื่อ ! จนเวลาผ่านมา 85 ปี ทางคณะลูกขุนที่ดูแลคดีนี้ ก็ยังไม่สามารถฟันธงตัดสินใจอะไรได้

ในเที่ยวบินปริศนาครั้งนั้นนอกจากโลเวนสไตน์แล้ว ก็ยังมีคนอีก 6 คนอยู่บนเครื่องบินลำนั้น


ภาพวาดจำลองเหตุการณ์ผู้โดยสารในเที่ยวบิน

คนแรกคือนักบินชื่อโดนัล ดรูว เขายืนอยู่ที่จุดทางเข้าออกของเครื่องบิน ในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง เขาทำงานร่วมกับช่างเครื่องคือโรเบิร์ต ลิตเติลที่นั่งในห้องนักบิน ส่วนห้องนักบินนี้ก็ไม่ได้มีประตูหรือจุดใดที่จะเชื่อมต่อกับบริเวณของห้องผู้โดยสาร นั่นหมายความว่าเมื่อพวกเขาทั้งสองเข้าประจำตำแหน่งในห้องนักบินแล้ว จะไม่มีใครสามารถเดินเข้าไปยังบริเวณห้องผู้โดยสารได้อีกเลย

ส่วนผู้โดยสารคนอื่น ๆ บนเครื่องนั้น จะมีเฟร็ด แบ็กซ์เตอร์ที่น่าจะเรียกได้ว่าเขาเป็นลูกน้องของโลเวนสไตน์ ที่คอยติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง และนอกจากนี้ก็ยังมีอาร์เธอร์ ฮ็อดจ์สันเลขาของโลเวนสไตน์ กับหญิงสาวอีกสองคน นั่นก็คืออายลีน คลาร์ค และพอลล่า บิดาลอน มีหน้าที่เป็นผู้คอยจดบันทึกชวเลขให้กับเจ้านายของพวกเธอ

ในช่วงเวลาหลังจาก 6 โมงเย็น ฟ็อกเกอร์เอ็ฟเซเวนซึ่งก็หมายถึงเครื่องบินเล็กลำนี้ ได้เริ่มออกตัวจากทางวิ่งพื้นหญ้า ใช้เวลาไม่กี่นาทีตัวเครื่องก็ไต่ระดับลอยขึ้นไปอยู่ที่จุดความสูงประมาณ 4,000 ฟิต

ต่อมาทุกคนบนเครื่องก็เริ่มมองเห็นแนวชายฝั่งเคนท์อยู่ที่ด้านล่าง จากนั้นเรียกได้ว่าทุกคนได้เริ่มต้นการบินอยู่เหนือช่องแคบอังกฤษแล้ว

ในส่วนด้านหลังห้องโดยสารของเครื่องบินลำนี้จะมีประตูไร้หน้าต่างบานหนึ่ง ที่ด้านหลังบานประตูจะมีห้องน้ำเล็ก ๆ ไว้บริการ และหลังห้องนี้จะมีประตูอีกบานที่เรียกได้ว่ามันคือประตูทางเข้าออกของเครื่องบิน

ตำแหน่งที่นั่งผู้โดยสารเที่ยวบินนั้น

ซึ่งประตูบานนี้มีป้ายบอกชัดเจนว่ามันเป็นประตูทางออก ล็อกด้วยสลักสปริงที่สามารถควบคุมการเปิดปิดจากในตัวเครื่อง และมันก็ไม่ใช่ประตูที่สามารถจะเปิดได้ง่าย ๆ หากเครื่องยังบินอยู่กลางอากาศ ซึ่งถ้าอยากจะเปิดมันจริง ๆ ก็คงต้องใช้แรงจากผู้ชายสัก 2 คน ในการฝืนแรงดันจากภายนอกเพื่อเปิดมันออก

อัลเฟร็ด โลเวนสไตน์ ใช้เวลาหมดไปกับการจดบันทึกในช่วงการบินครึ่งแรก และหลังจากที่เครื่องบินขึ้นสู่ทางเหนือของช่องแคบอังกฤษแล้ว เขาจึงเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังห้องโดยสารนี้

ตามบันทึกให้ปากคำหลังเกิดเหตุของลูกน้องชื่อแบ็กซ์เตอร์ เขาบอกว่าเวลาผ่านไปถึง 10 นาที โลเวนสไตน์ก็ยังไม่กลับมายังที่นั่งเสียที แบ็กซ์เตอร์จึงเริ่มกังวลและเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ แต่กลายเป็นว่า ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมาเลย

และนั่นจึงทำให้แบ็กซ์เตอร์ยิ่งกังวลเพิ่มขึ้น ตอนนั้นเขาคิดว่าโลเวนสไตน์อาจจะเกิดป่วยกระทันหัน คิดได้ดังนั้นเขาจึงพยายามเปิดประตูห้องน้ำ พอเปิดได้สำเร็จก็พบว่าในห้องน้ำนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว นี่มันอะไรกัน ! อัลเฟร็ด โลเวนสไตน์นายของเขาหายตัวไปทั้ง ๆ ที่เครื่องบินอยู่กลางอากาศ !

และสิ่งที่ดีที่สุดที่เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินจะทำได้ตอนนั้นก็คือ เขาต้องเปลี่ยนเส้นทางการบินไปยังสนามบินเซนต์อิงเกิลเวิร์ท ที่อยู่ระหว่างเมืองท่ากาแลและเมืองดันเคิร์กของประเทศฝรั่งเศส และที่นี่พวกเขาจะสามารถแจ้งหน่วยงานชายฝั่งให้รับทราบเกี่ยวกับการหายไปของอัลเฟร็ด โลเวนสไตน์ได้

โดยในการลงจอดนั้น ตอนแรกนักบินเข้าใจว่าเขาลงจอดแถว ๆ ชายหาดร้างใกล้เมืองดันเคิร์ก แต่จริง ๆ แล้วหาดที่พวกเขาลงจอดนั้นเป็นสถานที่ของทหาร นั่นจึงทำให้พอเครื่องลงจอดเพียง 6 นาที ก็มีทหารเดินทางมายังจุดลงจอดเครื่องบิน ที่ตอนนี้เหล่าลูกเรือทุกคนได้ลงจากเครื่องมายืนอยู่ข้างล่างกันเรียบร้อยแล้ว

ในเวลาต่อมาทุกคนบนเครื่องบินลำนี้ ได้ถูกผู้หมวดมาร์คไควร์สอบถามเรื่องราวทั้งหมด โดนัล ดรูวผู้เป็นนักบินออกอาการผิดสังเกตบางอย่าง เขาหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามใด ๆ กว่าครึ่งชั่วโมง แต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับว่า อัลเฟร็ด โลเวนสไตน์หายไปในช่วงระหว่างบินอยู่เหนือช่องแคบอังกฤษ

ต่อมานักบินก็ถูกสอบสวนโดยสารวัตรสืบสวนบอนน็อทอีกครั้ง โดยสารวัตรสืบสวนท่านนี้พยายามหาคำตอบจากปริศนาที่เกิดขึ้น โดยเขาเล่าว่า

“มันเป็นคดีปริศนาที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก พวกเราไม่ได้พยายามปรุงแต่งความคิดตัวเองในการหาสมมติฐานต่าง ๆ เลย แต่สิ่งที่คิดได้ทั้งหมดนั้น มันก็เป็นไปได้ทุกอย่างจริง ๆ”

สุดท้ายท่านสารวัตรก็ไม่สามารถหาตัวคนร้ายพบ และปล่อยให้เครื่องบินออกเดินทางต่อไปยังเซนต์อิงเกิลเวิร์ท เพื่อเดินทางกลับไปยังครอยดอน

การสืบสวนจึงต้องกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง และต่อมาศพของอัลเฟร็ด โลเวนสไตน์ก็ถูกพบอยู่บริเวณใกล้ ๆ เมืองบูโลจ์น ในวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1928 นับเวลาจากที่เขาหายตัวไป 15 วัน และศพก็ได้ถูกนำส่งไปยังเมืองกาแลโดยใช้เรือหาปลาเป็นยานพาหนะ ต่อมาทางการสามารถระบุตัวตนของเขาได้จากนาฬิกาข้อมือ ส่วนผลการผ่าชันสูตรศพเปิดเผยว่า เขาเสียชีวิตเพราะกะโหลกศีรษะแตกและกระดูกทั่วร่างกายหักเสียหายหลายแห่ง

นักนิติวิทยาศาสตร์สรุปว่า ตอนที่เขาร่วงลงมากระแทกพื้นทะเลนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ การตกลงไปเสียชีวิตของโลเวนสไตน์นั้นยังคงเป็นปริศนามาจนถึงทุกวันนี้

มีผู้คนมากมายต่างตั้งทฤษฎีมาอธิบาย บางคนคิดแบบง่าย ๆ ว่า อัลเฟร็ดอาจจะพลาดไปเปิดประตูผิดบาน แล้วถูกอากาศภายนอกดูดออกไปนอกเครื่อง จากนั้นก็ร่วงลงมากระแทกพื้นน้ำเสียชีวิต ซึ่งก็ถือเป็นสมมติฐานที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเอาเข้าจริง ๆ การเปิดประตูทางออกในช่วงระหว่างการบินนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ

บางคนคาดว่าโลเวนสไตน์น่าจะฆ่าตัวตาย บางทีสาเหตุมันอาจมาจากเขากำลังถูกจับได้ว่าทุจริตในกิจการของตัวเอง และอาจไม่กล้าสู้หน้าพวกเพื่อนนายทุน หรืออาจจะรวมไปถึงการถูกดำเนินคดีในอนาคตด้วย

อีกหนึ่งสมมติฐานที่อาจเป็นไปได้ แต่ก็ค่อนข้างจะโหดเกินรับนั้นก็คือ บางทีโลเวนสไตน์อาจถูกลูกน้องและเลขาของตัวเองจับโยนออกไปนอกตัวเครื่องบิน ซึ่งถ้าพวกเขาจะทำเรื่องแบบนั้น มันก็จะต้องมีคนที่เหนือกว่าเจ้านายของเขาสั่งมา และคน ๆ นั้นก็อาจจะหมายถึงเมดาลีนภรรยาของโลเวนสไตน์นั่นเอง เพราะช่วงหลัง ๆ ความสัมพันธ์ของเธอค่อนข้างจะเย็นชาต่อสามี และมันก็เป็นไปได้ว่าเธออาจจะอยากปลดปล่อยตัวเองออกจากชีวิตของโลเวนสไตน์ก็เป็นได้

อัลเฟร็ด โลเวนสไตน์ และเมดาลีน (ภรรยา)

และก็มีสิ่งหนึ่งที่เป็นไปได้อย่างมากก็คือ ลูกเรือทั้ง 6 คนบนเครื่องบินนั้น อาจจะมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์นี้ เพราะถ้าหากมันเป็นคดีฆาตกรรมจริง ๆ นั่นก็หมายความว่าพวกเขาวางแผนในครั้งนี้มาอย่างดี

หลุมฝังศพของอัลเฟร็ด

มีอีกหนึ่งทฤษฎีที่มองไปยังสาเหตุของการลงจอดบนชายหาดระหว่างทาง โดยทฤษฎีนี้มองว่ามันมีความเป็นไปได้ที่พวกบนเครื่องจะต้องรีบหาทางลงจอดเพื่อเปลี่ยนประตูบานใหม่ หลังจากที่บานเก่าหลุดออกไปตามแผนฆาตกรรมของใครบางคนหรือเปล่า ? แม้ทฤษฎีนี้จะดูยุ่งยากเกินไป แต่มันก็เป็นไปได้เช่นกัน

ไม่ว่าอัลเฟร็ด โลเวนสไตน์ จะออกไปนอกตัวเครื่องด้วยเหตุใดก็ตาม ความเป็นจริงก็คือเขาเสียชีวิตไปแล้ว และก็ยังดีที่ศพของเขาถูกพบก่อนที่สัตว์ทะเลแทะกินไปจนหมด เพียงแต่อะไรกันแน่ที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือแผนการฆาตกรรม มันก็ยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบที่แท้จริงออกมาได้ นอกจากหาสมมติฐานกันไปเรื่อย ๆ ซึ่งท่านผู้ชมมีความเห็นกับเรื่องนี้กันอย่างไรบ้าง ? อย่าลืมบอกให้เราทราบด้วยการคอมเมนต์กันไว้ใต้คลิปด้วยนะครับ

หนังสือ "The Man Who Fell From The Sky"

หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรืออย่าลืมทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้... สวัสดี

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา: Cool interesting Stuff - The Strange Mystery of ALFRED LOEWENSTEIN

แท็ก: Strange Mystery, Alfred Loewenstein, อัลเฟร็ด, โลเวนสไตน์, หายตัว