ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 | ตุ๊กตาผีแอนนาเบล เฮี้ยนจริงหรือ !!?

(ภาพจาก: warrens.net)

ในปี ค.ศ. 1970 มีคุณแม่ท่านหนึ่งไปซื้อตุ๊กตาโบราณมา มันเป็นตุ๊กตาสำหรับเอาไว้กอด ชื่อของมันคือ "แอน" โดยคุณแม่ท่านนี้ได้มันมาจากร้านขายของเล่นแห่งหนึ่งที่ไม่มีการระบุประวัติไว้ พอได้มาเธอก็นำมันไปเป็นของขวัญวันเกิดให้กับลูกสาวชื่อดอนน่า ที่ตอนนั้นเธอกำลังเรียนอยู่ในระดับวิทยาลัย และกำลังเตรียมตัวจบการศึกษาเพื่อรับปริญญาด้านพยาบาล โดยเธออาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์กับรูมเมทชื่อแองจี้ ที่เป็นนักเรียนพยาบาลเช่นเดียวกัน


ด้วยความดีใจหลังจากที่เธอได้รับตุ๊กตาตัวนี้มา ดอนน่าก็วางมันเอาไว้บนที่นอนและไม่เคยนึกถึงมันอีกเลย จนกระทั่งวันหนึ่งอยู่ดี ๆ ทั้งดอนน่าและแองจี้ก็รู้สึกได้ว่ามันมีอะไรบางอย่างค่อย ๆ เกิดขึ้นกับเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ นั่นก็คือมันสามารถขยับตัวได้เอง

โดยในตอนแรกมันขยับออกไปจากจุดเดิมเพียงเล็กน้อย ทั้งคู่จึงไม่รู้เรื่องนี้เพราะมันก็มักจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ข้าวของจะขยับได้เองเพราะแรงสะเทือนหรือลมพัด หรือปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้อพาร์ทเมนต์สั่นสะเทือน แต่ทีนี้พอเวลาผ่านไปนานเข้ามันกลับเคลื่อนที่เองได้ จนทั้งสองก็เริ่มสังเกตได้อย่างชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ


ทั้งดอนน่าและแองจี้มักจะกลับมาพบว่าเจ้าตุ๊กตาตัวนี้มันขยับออกจากที่เดิมแบบน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ จากตอนแรกที่ดูเหมือนจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ คราวนี้มันเริ่มหายไปอยู่อีกห้องอย่างลึกลับ บางครั้งเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ถูกพบอยู่ในท่าทางที่เปลี่ยนไป

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นอกจากจะพบว่ามันไปอยู่อีกห้อง แต่มันยังนั่งไขว้ขาเอามือกอดอกอีกด้วย บางทีก็พบว่ากำลังยืนอยู่บนพื้นได้เอง บางครั้งก็นั่งเล่นอยู่บนเก้าอี้ในห้องทานข้าว และในหลาย ๆ ครั้งก่อนจะไปทำงาน ดอนน่าจะนำเจ้าตุ๊กตาไปเก็บไว้ในกล่อง พอกลับมาถึงที่พักทีไร เธอก็จะพบว่ามันกลับไปอยู่บนที่นอนได้เองทั้ง ๆ ที่ห้องยังปิดประตูอยู่แบบนั้น

จนกระทั่งคืนหนึ่งดอนน่าเดินทางกลับมาถึงบ้าน เธอก็พบว่าเจ้าตุ๊กตาตัวนี้กลับมาอยู่บนที่นอนอีกแล้ว และต่อมามันก็เกิดเหตุที่ทำให้ดอนน่าที่เคยเห็นมันเป็นแค่ตุ๊กตาธรรมดาตัวหนึ่ง เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาเมื่อเธอเห็นเลือดหยดลงมาจากตัวของมัน เลือดเหล่านี้ไหลออกมาจากมือและหน้าอกของตุ๊กตา และเริ่มสังเกตุเห็นได้ว่ามีของเหลวสีแดงซึมออกมาจากร่างของมัน พอเห็นอะไรที่น่ากลัวขนาดนี้จึงทำให้ทั้งดอนน่าและแองจี้ตัดสินใจที่จะหาใครสักคนมาช่วยเหลือ
ทั้งสองได้ติดต่อคนทรงให้มาช่วย และในขณะที่กำลังทำพิธีอยู่นั้นดอนน่าก็ได้คำตอบมาจากกลุ่มคนในพิธีกรรมว่า เจ้าตุ๊กตาตัวนี้มันชื่อ "แอนนาเบล ฮิกกินส์" และได้ทราบเรื่องราวที่มาของมันจากคนทรงเพิ่มเติมอีกว่า แอนนาเบลนั้นเคยเป็นเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่สิงสถิตบริเวณนี้มาตั้งแต่ก่อนจะมีอพาร์ทเมนต์ เธอตายไปตั้งแต่ตอนอายุ 7 ปี ศพของเธอถูกพบอยู่กลางทุ่งที่ปัจจุบันมันก็คือที่ตั้งของอพาร์ท์แห่งนี้ วิญญาณของเธอยังบอกผ่านคนทรงอีกว่า เธอรู้สึกดีกับดอนน่าและแองจี้มาก จนอยากจะอยู่ร่วมกันกับทั้งสอง นั่นจึงทำให้เธอใช้ตุ๊กตาตัวนี้เป็นที่สิงสถิตนั่นเอง

"ภาพยนตร์" และ "ตัวจริง"

พอดอนน่าและแองจี้ได้รู้ความจริงนี้ ทั้งสองจึงรู้สึกสงสารและให้อภัย ยอมให้แอนนาเบลอยู่ต่อไปเหมือนเดิม แต่ในบางครั้งพวกเธอก็พบว่าเจ้าแอนนาเบลมันก็ไม่ได้ดูน่าสงสารอย่างที่คิดเลย เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งดอนน่าเห็นเจ้าตุ๊กตาแอนนาเบลมีร่องรอยฉีกขาดเป็นทางยาวที่ปากของมัน

และในคืนหนึ่งดอนน่าตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเด็กหญิงกำลังร้องเพลง พอเธอเดินตามเสียงไปถึงห้องน้ำก็พบศพของแองจี้นอนเสียชีวิตอยู่ และมีตัวหนังสือที่เขียนด้วยเลือดข้อความสั้น ๆ ว่า “อยากเล่นด้วยไหม ?” ส่วนตุ๊กตาแอนนาเบลก็หายไปและไม่มีใครพบอีกเลย !


ต่อมาเพื่อนอีกคนของทั้งคู่ชื่อว่าลูว์ ที่เคยแวะมาเยี่ยมที่อพาร์ทเมนต์ทั้งสองในช่วงที่ตุ๊กตามาอยู่ใหม่ ๆ ชายคนนี้บอกว่าเขารู้สึกไม่ชอบตุ๊กตาตัวนี้ และเคยเตือนดอนน่าว่ามันเป็นตุ๊กตาปีศาจและให้ทิ้งมันไป


แต่ดอนน่าที่ผูกพันกับเจ้าตุ๊กตาไม่ได้สนใจในคำเตือนนี้และตัดสินใจเก็บมันเอาไว้ ซึ่งลูว์เองก็รู้ดีว่าดอนน่าคิดผิดที่ไม่เชื่อเขาในเรื่องนี้ !


คืนหนึ่งลูว์ตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว ซึ่งมันก็ไม่น่าจะเกิดจากฝันร้ายเหมือนเคย ครั้งนี้มันมีอะไรผิดแปลกไปบางอย่าง ซึ่งมันเหมือนกับอาการถูกผีอำ ! พอรู้สึกตัวเขาก็มองไปรอบ ๆ ห้องแต่ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ อยู่ดี ๆ เขาก็มองไปที่ปลายเท้าที่กำลังนอนอยู่ และที่เท้าของเขาเห็นเจ้าตุ๊กตาตัวนั้นมันค่อย ๆ ไต่ขาขึ้นมา ลูว์ไม่สามารถขยับตัวได้ราวกับถูกมันสะกดเอาไว้ ตุ๊กตาแอนนาเบลค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาจนถึงบริเวณหน้าอก และมาหยุดที่คอของเขา ! ไม่มีใครช่วยเขาได้ ! เจ้าตุ๊กตาผีเอามือบีบคอชายหนุ่มอย่างช้า ๆ มันค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบจนในที่สุดลูว์ก็ขาดอากาศสลบไป


พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้นลูว์ก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง และรู้ดีว่าเมื่อคืนมันไม่น่าจะเป็นความฝันแน่ ๆ เขาก็แน่ใจว่าเจ้าตุ๊กตาแอนนาเบลตัวนั้นมันจะต้องมีผีสิงอยู่แน่ ๆ


ในวันต่อมาลูว์กับดอนน่าก็มาเจอกันที่ห้องของฝ่ายหญิง ทั้งสองนั่งสำรวจแผนที่กันอยู่ดี ๆ ก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาทำลายความสงบ เสียงของมันเหมือนอะไรบางอย่างแตกหักดังมาจากห้องนอนของดอนน่า ทำให้ทั้งสองคิดว่าอาจมีใครบางคนแอบย่องเข้ามาลักขโมยของ ทางลูว์อาสาเดินไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาค่อย ๆ เดินไปจนถึงหน้าประตูห้องนอน และรอจนกระทั่งเสียงที่ดังอยู่เงียบลง พอได้จังหวะลูว์จึงเปิดประตูเข้าไปเปิดไฟทันที และพบว่าในห้องไม่มีใครอยู่เลยนอกจากตุ๊กตาแอนนาเบลที่ถูกวางอยู่ตรงมุมห้อง


ลูว์จึงเดินสำรวจไปทั่วห้องแต่เขาก็ไม่เจออะไรผิดปกติ จนเดินมาใกล้เจ้าตุ๊กตาผีตัวนี้เขาก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังยืนอยู่ที่ข้างหลังของเขา พอลูว์หันหน้ากลับไปดูก็ไม่มีใคร แต่พอจะขยับตัวกลับไปเขาก็พบว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ และมีเลือดซึมออกมาจากบริเวณหน้าอก พอเลิกชายเสื้อขึ้นดูเขาก็พบว่ามีร่องรอยขีดข่วนอยู่ที่หน้าอกถึง 7 รอย

แปลโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา: Wikipedia

---จบ---


เรื่องราวของตุ๊กตาผีแอนนาเบลนี้เป็นเรื่องที่โด่งดังมากเรื่องหนึ่ง ปัจจุบันเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ก็ยังอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สิ่งลี้ลับของตระกูลวอร์เรน ในเมืองมูดัส รัฐคอนเน็กติกัต ซึ่งในปัจจุบันก็ได้ลอร์เรน วอร์เรน นักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เธอได้บอกไว้ในรายการทีวีชื่อพารานอร์มอลสเตทว่า ถ้าอยากจะพบกับแอนนาเบลเธอจะรอเราอยู่ที่ตู้กระจกในพิพิธภัณ์แห่งนี้ และคุณวอร์เรนยังบอกอีกว่า ปัจจุบันแอนนาเบลก็ยังคงขยับตัวได้อยู่ และก็ยังมีคนที่เดินทางไปเยี่ยมเธอเล่าว่า พวกเขายังได้ยินเสียงคำรามออกมาจากตุ๊กตาตัวนี้อีกด้วย

(ภาพจาก: warrens.net)

แต่สำหรับเรื่องเล่าต้นฉบับจากคุณเอ็ด และลอร์เรน วอร์เรน พวกเขาเล่าว่า นักเรียนพยาบาลทั้งสองได้รับตุ๊กตาตัวนี้มาในปี ค.ศ. 1970 และหลังจากที่มันมีอะไรแปลก ๆ ออกมาให้เห็น คนทรงก็บอกกับพวกเธอว่า มันถูกสิงสู่โดยวิญญาณของเด็กหญิงที่ชื่อแอนนาเบล ฮิกกินส์จริง และในตอนแรกพวกเธอก็พยายามจะเก็บตุ๊กตาตัวนี้ไว้เพราะความสงสาร แต่ก็ทนความหลอนได้ไม่นานจึงตัดสินใจติดต่อคู่รักนักสืบโลกวิญญาณให้มารับไปดูแลต่อ ซึ่งทั้งเอ็ดและลอร์เรนก็นำแอนนาเบลมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทันที โดยติดป้ายเอาไว้ว่ามันมีผีสิงอยู่

เอ็ดเวิร์ด เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2006 อายุ 79 ปี และลอร์เรน ปัจจุบันอายุ 90 ปี
(ภาพจาก: warrens.net)

ซึ่งทั้งในส่วนของเรื่องเล่าและส่วนของคำบอกเล่าที่ว่านี้มันก็มาจากแหล่งเดียวกัน นั่นก็คือจากฝั่งของคนที่เชื่อเรื่องลึกลับ

ทีนี้เรามาดูความเห็นของอีกฝ่ายที่ไม่ได้เชื่อแบบนั้นดูบ้างดีกว่า โดยความเห็นนี้มาจากผู้ช่วยศาสตราจารย์โจเซฟ เลย์คอก มหาวิทยาลัยของรัฐเท็กซัส สาขาวิชาศาสนา เขาบอกว่าเรื่องของตุ๊กตาแอนนาเบลมันเป็นเรื่องที่กลุ่มไม่เชื่อบอกว่า

พวกเขาไม่เห็นมันอยู่ในสายตาและมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าส่งเสริมการขายในวันฮาโลวีน เพราะมันมีเรื่องเล่าอะไรแบบนี้ออกมาเยอะ ทั้งตุ๊กตาผี ของเล่นผีสิง และหนังสือที่สามารถซื้อหามาอ่านได้จากร้านหนังสือ

แต่สำหรับตัวของคุณโจเซฟมองว่าเรื่องของแอนนาเบลน่าสนใจมาก เพราะมันถือเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับ "เรื่องเล่ายุคใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นตำนาน" และมองว่าเรื่องแอนนาเบลจะกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญขายดีเหมือนกับเรื่องชาลด์เพลย์ (Child's Play), ดอลลี่เดียเรสท์ (Dolly Dearest) และเดอะคอนเจอริ่ง (The Conjuring) และยังบอกอีกว่าจริง ๆ แล้วเรื่องของแอนนาเบลมันก็เหมือนกับเรื่อง โรเบิร์ตเดอะดอลล์ ที่มิติที่ 6 เคยนำเสนอไปแล้วเป็นอย่างมาก


โดยคุณโจเซฟได้สรุปว่า เรื่องราวแนวตุ๊กตาผีแบบนี้ถือเป็นเทรนในการเล่าเรื่องผียุคใหม่ไปแล้ว


ในส่วนของภาพยนตร์ที่นำเรื่องแอนนาเบลมาเล่าอยู่ในเรื่องเดอะคอนเจอริ่งนั้น ก็มีความเห็นจากนักเขียนแนววิทยาศาสตร์ชื่อชารอน เอ ฮิล บอกว่าเรื่องเล่าแนวอาถรรพ์ต่าง ๆ รวมไปถึงตำนานที่เกี่ยวข้องกับครอบครัววอร์เรนนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่า

“เกิดจากทั้งคู่เป็นผู้สร้างเรื่องขึ้นมาทั้งสิ้น !”

และที่สำคัญก็คือต้องแยกให้ออกระหว่างเรื่องเล่าของคู่วอร์เรนกับเรื่องในภาพยนตร์ โดยส่วนเรื่องเล่าจากต้นทางนั้นน่าจะสร้างขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์พิพิธภัณฑ์ของพวกเขา และบอกอีกว่าชีวิตจริงของคู่รักนักสืบโลกวิญญาณ และชีวิตจริงของแอนนาเบลมันไม่ได้มีอะไรหวือหวาขนาดนั้น และยังยืนยันว่าเรื่องของแอนนาเบลเป็นเพียงเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา โดยใช้คำว่า

“เราไม่มีอะไรจะบอก นอกจากคำบอกเล่าของพวกเขา ที่เล่าถึงสิ่งของในพิพิธภัณฑ์เท่านั้นเอง !


"ลอร์เรน วอร์เรน" ในปัจจุบัน (2016)
(ภาพจาก: Zimbio)

ที่กล่าวข้างต้นก็เป็นเพียงความเห็นจากชารอน ฮิลล์ ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรามากกว่าว่าเลือกที่จะเชื่อแบบไหน ? ระหว่าง "เชื่อว่าแอนนาเบลเฮี้ยนจริง" หรือ "เป็นแค่เรื่องเล่าโปรโมทพิพิธภัณฑ์" !!!

หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรืออย่าลืมทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้... สวัสดี

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง

แท็ก: แอนนาเบลล์, Annabelle, doll, ตุ๊กตาผ้า, เรกกาดี แอนน์, Raggedy Ann, Ed and Lorraine Warren, ตุ๊กตาผีสิง, The Conjuring