ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

30 มกราคม 2560

พาเที่ยวบ้านคุณ Nana825763 ผู้สร้าง Username666



ถ้าใครพอจะจำเรื่องราวสยองขวัญเกี่ยวกับช่องยูทูปสุดหลอนชื่อ Username666 ก็น่าจะจำได้ว่ามิติที่ 6 เคยทำคลิปเปิดเผยว่า ผู้ที่สร้างคลิปนี้ขึ้นมาก็คือ คุณ Nana825763 ที่มีช่องยูทูปไว้เผยแพร่ผลงานของเขา

วันนี้เราไปพบกับคลิปผลงานล่าสุดของเขา ชื่อว่า "My house walk-through" ที่คุณ Nana บอกว่า "นี่ไม่ใช่หนังสยองขวัญนะ!" แต่เป็นคลิปถ่ายในบ้านของเขาเอง

ภาพถ่ายที่แบบ... หน้าพี่เขาไปโดนอะไรมา !!!

พื้นทางเดินของบ้านที่สะอาดเรียบร้อย !!!

เครื่องประดับตามทางเดิน

หิ้งตุ๊กตาประดับประดาได้ลานตามาก....


ไปดูคลิปกันเลยดีกว่า !!!




คุณ Nana825763 ได้อัพโหลดคลิป เปิดเผยเบื้องหลังการตกแต่งบ้านให้สวยงามตามสไตล์ให้ดูตามมาอีกคลิป ลองชมกันครับ




งานนี้เลยเกิดคำถามคาใจขึ้นมาทันทีว่า นี่ตกลงคุณ Nana825763 เขาลงทุนซื้อบ้านมาเพื่อทำอะไรกันแน่!!?  ใครจะจำไอเดียไปตกแต่งบ้านก็ได้นะครับ 😅😅😅

27 มกราคม 2560

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนา "Barbie.avi" ความจริงเบื้องหลังเรื่องของหญิงสาวในคลิปสยองขวัญ !!!




คุณเคยเก็บของของคนอื่นได้บ้างไหม ? และเคยบ้างหรือเปล่ากับการพยายามเปิดดูว่าของที่เก็บได้นั้น มันมีอะไรอยู่ภายในบ้าง ? และยิ่งถ้ามันเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลอย่างฮาร์ดดิสก์ล่ะ สิ่งแรกที่คุณอยากจะค้นหาข้อมูลภายในนั้นคืออะไร ?


มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาท่านไปพบกับเรื่องราวของวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่บังเอิญไปเก็บเอาคอมพิวเตอร์ที่ถูกทิ้งไว้กลับมาเปิดดูที่บ้าน แล้วสิ่งที่เขาพบนั้น มันได้ทำให้ชีวิตของเขาต้องออกเดินทางไปพิสูจน์ความจริงอะไรบางอย่าง ว่าเรื่องนี้...มันคืออะไรกันแน่ !!!

เปิดชมบนยูทูป

ก่อนที่จะตามหาที่มาของเรื่องราวนี้ มิติที่่ 6 อยากจะเล่าเรื่องราวต้นฉบับที่ถูกเล่ากันมา ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันก่อนครับ


โดยเรื่องเล่านั้นมีอยู่ว่า


สวัสดีครับ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับตัวผมเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ผมก็เลยแค่อยากจะเล่าให้ใครสักคนได้รับรู้บ้าง



ทั้งหมดมันเริ่มมาจากงานเลี้ยงของเพื่อนผมคนหนึ่ง เขาเป็นศิลปินที่มาเช่าห้องใต้เพดานส่วนหนึ่งของโรงงานในเมืองนี้ ลองนึกภาพถึงสถานที่ประมาณดีทรอยท์ ประมาณช่วงปี ค.ศ. 1920 ดูนะครับ ที่นี่มันก็น่าจะประมาณนั้น ย่านโรงงานเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีบนเนื้อที่กว่า 10 บล็อค เป็นสถานที่ ๆ ถูกทิ้งร้างทั้งหมดเลย

ดังนั้นผมก็เลยสนุกกับปาร์ตี้ในคืนนั้นกันอย่างหนัก หนักจนร่วงไปนอนกับพื้นห้อง ผมตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตีสี่แล้ว พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นก็จริง แต่คุณน่าจะนึกถึงท้องฟ้าช่วงรุ่งสางที่มองขึ้นไปก็จะเห็นเป็นสีน้ำเงินเข้ม ผมเลยลุกไปอาบน้ำ ค่อย ๆ ก้าวเท้าอย่างระมัดระวังผ่านคนอื่น ๆ ที่นอนหลับกันอยู่บนพื้นเต็มไปหมด จนมาถึงที่หมายผมก็มองออกไปทางหน้าต่างของห้องน้ำ เห็นทิวทัศน์ข้างนอกมันมีแต่ซากของเมืองทั้งนั้น

"ผมชอบสถานที่แบบนี้มาก ๆ เลย มันทั้งมืด และไร้สิ่งมีชีวิต ให้ความรู้สึกแปลก ๆ"

จากนั้นผมก็กลับมาที่ม้านั่ง แล้วพยายามจะนอนหลับต่อ นอนมองไปที่เพดานประมาณ 45 นาที ผมก็เปลี่ยนใจอยากออกไปจากที่นี่ ดังนั้นผมก็เลยปลุกเพื่อนหญิงของผมให้ลุกขึ้นมา แล้วก็คิดว่าการเดินไปตามถนนแบบนั้น มันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่ เพื่อนหญิงของผมนี่ก็เจ๋ง เธอฉลาดกว่าที่ผมคิด เธอบอกว่าเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงเธอจะกลับมา ถ้ายังไงเดี๋ยวเธอจะโทรหาผมทันที ที่เธอกลับมาจากข้างนอกแล้ว เจ้าโทรศัพท์ของผม มันก็ดันมาแบตหมดไปเมื่อสักสิบนาทีก่อน ผมก็เลยคิดว่าเดี๋ยวผมจะนั่งรออยู่ตรงหน้าต่าง จะได้คอยมองว่ารถของเธอจะกลับมาตอนไหนแทน แล้วผมก็นั่งคอยอยู่นาน จนตอนนี้หนังตามันก็ชักเริ่มหนักจะหลับเสียให้ได้สิเนี่ย



มีเสียงอะไรบางอย่างกระแทกกันอย่างแรงที่ข้างนอกนั่น มันปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เสียงมันไม่ดังมากนักหรอก แต่มันก็ดังพอที่จะดึงผมให้กลับมายังโลกของความจริง ผมมองออกไปนอกหน้าต่างรอบ ๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย มองไปที่ผั่งตรงข้ามของถนนจากตรงนี้ ผมก็เห็นมีกองขยะกองใหญ่ มันเต็มไปด้วยขยะสารพัดสารเพ และผมก็เห็นซากเครื่องคอมพิวเตอร์และจอมอนิเตอร์วางกองที่พื้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นมันยังไม่มีอะไรแบบนี้เลย


จนกระทั่งเพื่อนหญิงของผมมาถึง ผมก็เดินลงไปทักทายกับเธอ จากนั้นผมก็แค่เดินเข้าไปในรถ ผมจำได้ว่าหม้อแปลงคอมพิเตอร์ของเพื่อนคนหนึ่งมันเพิ่งจะพังไป คิดได้แบบนั้นผมก็เลยตัดสินใจเดินไปที่กองขยะกองนั้นก่อน เผื่อจะคุ้ยเจออะไรบ้าง จอมอนิเตอร์นี่ดูไม่จืด แต่ตัวเคสคอมพิวเตอร์นี่ดูเหมือนจะไม่เสียหายอะไรมากนัก ผมก็เลยนำมันไปยัดใส่หลังรถก่อนที่เราจะออกเดินทางกันจริง ๆ


ผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผมก็ลืมเจ้าเคสคอมพิวเตอร์นั่นไปเลย จนเพื่อนหญิงของผมโทรมาบอกว่า ไอ้เจ้านั่นมันยังอยู่ในฝากระโปรงหลังรถของเธอ ให้มาเอากลับไปสักที คืนนั้นผมก็เลยนำมันกลับมาที่บ้าน แต่ก่อนที่ผมจะแกะเครื่องดูนั้น ผมตัดสินใจจะลองต่อมันเข้ากับจอมอนิเตอร์ของผมดูก่อนเผื่อมันจะยังใช้งานได้ แล้วมันก็ทำให้ผมแปลกใจ มันยังทำงานด้วยระบบวินโดวส์เอ็กซ์พี สภาพของเครื่องมันก็ยังดูเหมือนใหม่
ว่าแล้วผมก็เลยลองเช็คไฟล์ด้วยคำว่า “นม” และ “จิ๊มิ” เผื่อว่าจะได้พบกับความลับอันยิ่งใหญ่ ที่ถูกเจ้าของคนเก่าซ่อนมันเอาไว้ไม่ก็ลืมลบทิ้ง แต่ผลปรากฏว่าไม่เจอไฟล์อะไรแบบนั้นเลย คราวนี้ก็เลยเปลี่ยนมาค้นหาไฟล์รูปภาพบ้างแต่มันก็ไม่มีอะไรอีก ทีนี้ผมก็เลยลองค้นหาไฟล์คลิปวิดีโอดู แล้วมันก็แจ้งผลการค้นหาออกมา 1 ไฟล์ เจ้าไฟล์นี้เป็นนามสกุล avi อยู่ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า “barbie” ซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ WINDOWS/system32

"ผมก็เลยลองเปิดไฟล์เล่นดู ตอนนี้แหละที่มันทำให้ผมเริ่มขนลุก"

เจ้าคลิปวิดีโอนี้มันยาวเป็นชั่วโมง มันน่าจะเป็นไฟล์ที่ถูกแปลงมาจากฟุตเทจต้นฉบับอะไรสักอย่าง โดยในฟุตเทจนั้นจะมีผู้หญิงคนหนึ่ง เธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พูดอะไรบางอย่างอยู่หน้าฉากหลังสีขาว ผมกดข้ามวิดีโอไปเรื่อย ๆ ก็พบว่าทั้งหมดนั้นคือช็อตต่อเนื่องจากกล้องเพียงตัวเดียว ผมก็เลยนั่งดูทั้งหมดเพื่อจะได้รู้ว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไร โดยตลอด 50 วินาทีแรกของฟุตเทจที่ผมนั่งดูอยู่นั้น เสียงพูดของเธอนี่ฟังไม่ได้เลย มีแต่เสียงรบกวน ผมเองก็ไม่ยอมปล่อยวางความอยากรู้อยากเห็นทิ้งไปอีก



แล้วผมก็เลยนำไฟล์ทั้งหมดไปเปิดในโปรแกรมไฟนอลคัท และพยายามปรับแต่งความดัง เพื่อจะได้ทำให้เสียงของเธอชัดขึ้น มันก็พอจะช่วยได้นิดนึงแต่ก็ยังฟังเสียงพูดของเธอไม่ออกอยู่ดี ผมก็เลยต้องเปลี่ยนแผนหันไปให้ความสนใจกับใบหน้าและท่าทางของเธอแทน ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะถาม ไม่ก็กำลังตอบคำถามอะไรบางอย่าง เห็นได้ว่าเธอหยุดฟังเป็นพัก ๆ ก่อนที่จะพูดต่อไป


จนดูคลิปผ่านไปได้ 15 นาที ใบหน้าของเธอเริ่มจะแดงกล่ำและบิดเบี้ยว ราวกับมีคำถามที่เธอไม่ชอบ แต่เธอก็ยังคงตอบคำถามนั้นต่อไป จากนั้นเธอก็เริ่มจะร้องไห้... เธอร้องไห้นานอยู่พอสมควรเลยทีเดียว มีคำหนึ่งที่ผมพอจะอ่านจากปากของเธอได้ เธอพูดว่า “skin” หรือผิวหนัง เธอพูดคำนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดฟุตแทจ และมีอยู่จุดหนึ่งของคลิป เธอดึงผิวหนังของเธอที่แขน พร้อม ๆ กับที่ปากพูดว่าผิวหนัง ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยชอบผิวของตัวเองสักเท่าไหร่


นี่มันก็มากพอที่ผมควรจะปล่อยวางอยู่นะ แต่ผมว่าผมก็มาไกลมากแล้ว ไว้ผมค่อยแบ่งเวลาไปพักในวันพรุ่งนี้แทนละกัน ยังไงพ่อแก้วแม่แก้วก็ช่วยดูแลลูกช้างด้วยนะครับ


ทุกอย่างเลยดำเนินต่อไป จนมาถึงนาทีที่ 40 หญิงสาวในคลิปก็ร้องไห้หนักมาก เธอมองมาที่กล้องแล้วหยุดพูดไป ฟุตเทจก็ปล่อยให้เธอก้มหน้าร้องไห้ไปแบบนั้น ตรงนี้มันแปลกมาก เธอไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาหรือขยับตัวอะไรเลย และภาพก็ค่อย ๆ มืดลงไป

"ผมนี่ตะลึงเลยครับ"

ผมเล่นคลิปที่จุดนี้อยู่หลายครั้งตลอดคืน พยายามจะจับจุดที่เธอขยับตัวเพื่อจะได้รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ มันขัดใจผมมาก ผมอยากรู้ให้มากกว่านี้ แถมผมยังสังเกตเห็นอีกว่า หลังจากที่คลิปมันมืดผ่านไปกว่า 10 นาที มันก็กลับมีฟุตเทจอื่น ๆ ให้ดูต่อไปเรื่อย ๆ


โดยฟุตเทจจากตรงนี้ภาพค่อนข้างจะสั่นมาก เรียกว่าดูกันไม่รู้เรื่องเลย เห็นแต่ขาคู่หนึ่งเดินไปมาตามทางรถไฟ ผมเข้าใจว่าเจ้ากล้องนั่นมันอาจจะเกิดผิดพลาด ถูกเปิดให้บันทึกไว้ในช่วงที่กำลังถูกถือไปที่ไหนสักแห่ง คนในคลิปเดินอยู่บนทางรถไฟประมาณ 6 นาที จากนั้นก็เริ่มเดินเข้าไปในป่า จากพื้นที่มีแต่เศษหมอนไม้รถไฟ  และเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งคลิปจบลงไปในที่สุด


ตอนนี้หัวใจของผมเริ่มเต้นแรง เพราะที่นี่มันมีทางรถไฟอยู่ห่างไปไม่กี่ไมล์ แถมยังดูคล้าย ๆ กับในคลิปวิดีโอนี้ด้วย ผมว่าผมควรจะไปเช็คดูเสียหน่อย


ผมโทรหาเอซร่าเพื่อนของผม เขาสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว หนัก 250 ปอนด์ หุ่นล่ำบึ้ก! ผมชวนเขาโดยบอกว่าจะพาไปผจญภัยด้วยกัน ผมคงไม่ได้ออกตัวเกินไปนะแต่ผมรู้สึกว่าถ้าเกิดผมจะต้องไปเดินป่า เพื่อจะได้ออกตามหาสิ่งที่ต้องการอะไรสักอย่างเนี่ย พวกสายกล้ามมันน่าจะปกป้องผมได้แน่ ๆ และมันก็เป็นทางออกที่ดีในการออกไปสืบหาความจริง ของเจ้าคลิปวิดีโอที่ทำให้ผมนอนไม่หลับคลิปนั้น


เช้าวันรุ่งขึ้นมันเป็นวันอาทิตย์ที่แดดดีมาก ผมเตรียมไฟฉาย กล้อง แล้วก็มีดสั้นสีดำขอบหยักความยาว 7 นิ้ว จากนั้นก็ขับรถไปรับเอซร่า พอผมไปถึงที่บ้านของเขาปรากฏว่าเขายังไม่ตื่น พอผมปลุกเขาเขาก็ตอบว่าไม่ไปแล้ว ผมเลยต้องเตรียมตัวที่จะทำภารกิจนี้ต่อไปโดยไม่มีเอซร่า แล้วผมก็ขับรถมาจนถึงสถานีรถไฟ เตรียมข้าวของเสร็จผมก็กระโดดลงไปที่ทางวิ่ง



หลังจากเดินไปกว่า 2 ชั่วโมง ผมก็เห็นกองเศษไม้หมอนรางรถไฟที่ว่า ตอนนี้ขาผมสั่นไปด้วยความตื่นเต้นไปหมด ผมหาจุดที่ใกล้เคียงกับในคลิปเจอแล้ว และที่นี่มันก็น่าจะเป็นจุดที่จะนำทางไปยังป่าแห่งนั้น


ผมเดินไปตามทางนั้นเรื่อย ๆ ตาก็คอยสอดส่องทุกอย่างอย่างใกล้ชิด ผมหยุดเดินเป็นระยะ ๆ เพื่อจะได้หยุดเงียหูฟังบางสิ่งบางอย่างไปเรื่อย ๆ แต่มันก็ยังไม่มีอะไร นี่มันเป็นอะไรที่บีบหัวใจผมมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ผมไม่รู้เลยว่าเจ้าเส้นทางนี้มันจะไปจบลงที่ไหนกันแน่


จากเส้นทางที่มีต้นไม้ล้อมรอบก็ได้นำทางผมไปยังเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนสนามหญ้าแห่งหนึ่ง พอผมเห็นที่่นี่ บ้านที่ว่ามันก็ควรจะอยู่ที่ป่าตรงนั้น จากจุดที่มองตรงนี้คิดว่าน่าจะไม่มีใครอาศัยอยู่มา 20 หรือ 30 ปีแล้ว ผมหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพสักสองสามภาพ แล้วก็นั่งลงที่ใต้ต้นไม้พักหนึ่ง จากนั้นก็มองสำรวจไปรอบ ๆ

"ผมไม่ได้อยากจะมาอยู่ในที่โล่งแบบนี้ ผมรู้สึกแย่ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นทุกสิ่งกำลังมองผมอยู่"



นั่นมันก็เลยทำให้ผมต้องรวบรวมความกล้า เดินไปที่ตัวบ้านหลังนั้น ประตูบ้านดูเหมือนจะแง้มอยู่ด้วย ผมเลยเปิดมันแล้วใช้ไฟฉายส่องเข้าไปดูข้างในจนทั่ว ดูเหมือนว่าข้างในบ้านมีความสว่างอยู่พอสมควร ผมเลยเก็บไฟฉายไปก่อน จากนั้นก็หยิบกล้องมาถ่ายภาพเพิ่มเติม ในนี้มันไม่มีเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น บนพื้นก็มีแต่เศษอิฐเศษไม้ ที่กำแพงบางจุดก็มีรูโหว่ใหญ่ ๆ พอผมค่อย ๆ สำรวจต่อไป ผมก็เห็นบางอย่างที่ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรในตอนนั้น แต่ตอนนี้ผมกลับมาคิดดูทีไรมันก็ทำให้ผมรู้สึกหลอนทุกที

อย่างแรกที่มันดูแปลก ๆ ก็คือ ประตูบานหนึ่งในห้องแรกนั่น มันน่าจะเป็นทางลงไปห้องใต้ดิน มันดูใหม่เกินกว่าจะมาอยู่ในบ้านหลังนี้มาก และมันก็เป็นประตูเพียงบานเดียวที่ถูกล็อคเอาไว้ ทีนี้ พอผมเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง ผมก็เห็นเก้าอี้กับโต๊ะวางซ้อนทับกันอยู่ มันก็ดูใหม่กว่าสถานที่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกกังวลใจมาก ๆ มันก็คือที่ห้องน้ำ เพราะฝุ่นที่เกาะบนกระจกมันถูกเช็ดออกไปจนหมด และในอ่างน้ำนั้น ผมเห็นแผ่นพลาสติกใสปูรองหยดน้ำที่ยังคงมีน้ำหยดอยู่ ผมเห็นชัดเลยว่ามันถูกทำความสะอาดมาแล้ว



จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น ผมเลยรีบกระโดดออกจากหน้าต่างชั้นสอง วิ่งกลับไปยังทางรถไฟอย่างเร็วที่สุดในชีวิตเลย


จนวิ่งออกมาได้ครึ่งทาง ผมก็คิดว่าจริง ๆ แล้วเสียงที่ว่านั้น มันก็อาจจะเป็นแค่เสียงน้ำไหลดังมาจากท่อ จนกังวาลกว่าความเป็นจริงก็เป็นได้ และมันก็มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกหลอนอีกเรื่องหนึ่งก็คือ บ้านร้างกลางป่าแบบนี้มันจะไปมีน้ำไหลอยู่ตามท่อแบบนั้นได้ยังไง


เรื่องนี้มันก็ผ่านมาแล้วกว่า 2 เดือน และตั้งแต่วันนั้นมา ผมก็ไม่เคยคิดจะกลับไปยังที่แห่งนั้นอีกเลย


--จบ--


เรื่องเล่าสยองขวัญ Barbie.avi นี้ คือหนึ่งในเรื่องเล่าคลาสสิคของเรื่องราวสยองขวัญต่างประเทศ หรือที่เรารู้จักกันในนามครีปปี้พาสต้า แต่งโดยผู้แต่งนิรนาม ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบสมัยนิยม นั่นก็คือการโพสต์ว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ประสบกับเหตุการณ์มาจริง ๆ และมีการนำเสนอคลิปประกอบเรื่องเล่าเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือเข้าไป



โดยหลังจากที่เรื่องเล่านี้ได้ถูกโพสต์ไว้เมื่อช่วงต้นปี ค.ศ. 2010 บนเว็บไซต์ 4Chan พร้อมกับคลิปที่อ้างว่าเป็นที่มาของเรื่องราวทั้งหมด จำนวนทั้งสิ้น 3 คลิป จากที่ทั้งหมดมี 4 คลิป คือคลิปที่ 1, 2  และ 4 มันก็ได้ทำให้ผู้คนที่อ่านเรื่องราวนี้ เกิดความสงสัยหลาย ๆ อย่าง ตั้งแต่เรื่องเล่านี้เป็นความจริงหรือเปล่า ? และหญิงสาวที่อยู่ในคลิปนั้นคือใคร ? และก็มีบางคนพุ่งประเด็นไปที่คลิปที่ 3 ซึ่งเป็นคลิปที่หายไปว่ามันอาจจะซ่อนความจริงอะไรเอาไว้

จนเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2010 สมาชิกของเว็บไซต์ถามตอบ Yahoo! Answers ชื่อ Jacque ได้โพสต์ถามความจริงของเรื่อง Barbie.avi เรื่องนี้เป็นครั้งแรก โดยต่อมาก็มีผู้เข้ามาตอบคำถามนี้ด้วยกัน 5 คน และคำตอบที่ดีที่สุดนั้นก็เป็นของสมาชิกที่ใช้ชื่อว่า halo2god ซึ่งเขาได้ให้คำตอบเอาไว้ว่า ผู้โพสต์คำถามนี้ไม่ควรจะใส่ใจอะไรกับเรื่องเล่าเรื่องนี้เลย


ต่อมาในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2010 เรื่องเล่าเรื่องนี้ก็ได้ถูกนำไปโพสต์ไว้ที่เว็บไซต์ Creepypasta Wiki และในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2010 สมาชิกเว็บไซต์เรดดิตชื่อ b00gielove ก็ได้โพสต์ลิงค์จากเว็บไซต์ที่บันทึกหน้าเว็บกระทู้ของ 4Chan ที่มีเรื่องเล่านี้เอาไว้ที่ซับเรดดิตหมวด /r/nosleep


โดยปริศนาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวภายในคลิปนั้นเป็นใคร และคลิปที่ 3 ที่หายไปนั้นซ่อนความจริงอะไรเอาไว้ มันก็ได้ทำให้ผู้คนในสมัยนั้น พูดถึงเรื่องนี้ว่าหญิงสาวในคลิปดังกล่าวน่าจะเป็นผู้พิการแขนขวา และหญิงสาวในคลิปนั้นอาจจะเป็นนักแสดงหญิงของประเทศฝรั่งเศสชื่อ โจเซฟิน เฟรสสัน เพียงแต่เจ้าตัวนั้นก็ไม่ใช่ผู้พิการแต่อย่างใด

นั่นจึงทำให้มิติที่ 6 ต้องค้นหาที่มาต่อไป จนได้พบกับบันทึกจดหมายเหตุ ที่น่าจะเฉลยเรื่องราวทั้งหมดอย่างถูกต้อง และมันก็ได้ทำให้มิติที่ 6 ต้องนำเสนอความจริงให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อไม่ให้พวกเราคนไทย นำเรื่องราวนี้ไปเล่าโดยขาดสติกันอีกต่อไป

โจเซฟิน เฟสสัน เธอแค่หน้าคล้าย

ในบันทึกดังกล่าวนั้นได้พูดถึง เว็บไซต์ 2ch.hk ซึ่งเป็นเว็บไซต์กระดานข่าวรูปภาพของประเทศรัสเซีย ได้เปิดประเด็นเพื่อสืบหาที่มาของ Barbie.avi ไว้เมื่อช่วงประมาณปลายปี ค.ศ. 2016 โดยสมาชิกนิรนามชาวรัสเซียท่านหนึ่ง สามารถสืบหาที่มาของคลิปที่แท้จริงได้ว่า
มันคือคลิปที่ถูกอัพโหลดไว้เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้คนที่สนใจเกี่ยวกับ Amputee Model หรือนายแบบนางแบบพิการ ที่เว็บบล็อก freeamputee.blogspot.com ชื่อคลิปว่า Tammy RAE (RAE ย่อมาจากคำว่า Right Arm Elbow ขยายความว่าเธอพิการบริเวณตั้งแต่ข้อศอกข้างซ้าย) โดยมันถูกโพสต์เอาไว้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2009 นั่นจึงทำให้เบื้องต้นเราทราบว่านางแบบในคลิปนั้นถูกเรียกว่า แทมมี่ โดยไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วเธอกำลังให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร เพราะตัวเสียงพูดในเทปนั้น ก็ฟังไม่รู้เรื่องแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว และมันก็ได้ทำให้ความสงสัยนี้ถูกทิ้งไว้หลายปี

 มูซันเจี่ย.เน็ท
"Mucanzhe.net" เว็บโหวตนางแบบพิการของจีน

จนกระทั่งนักสืบผู้นี้มาพบกับเว็บไซต์ Mucanzhe.net ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับนางแบบพิการนานาชาติของประเทศจีน โดยสมาชิกของกระดานข่าวที่นี่ ได้ทำการโพสต์คลิปเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2013 เพื่อเปิดประเด็นเกี่ยวกับแทมมี่ ว่าเธอคือนางแบบพิการในอดีต และมันก็ได้ทำให้สมาชิกหลายคนถกเถียงกันว่า จริง ๆ แล้วแทมมี่นั้นไม่น่าจะเป็นนางแบบ เพราะชื่อของเธอนั้นไม่เคยถูกบันทึกไว้ในทะเบียนประวัตินางแบบพิการมาก่อน


ต่อมานักสืบชาวรัสเซียผู้นี้ก็ได้ภาพถ่ายอื่น ๆ ของแทมมี่มา จากสมาชิกในกระดานข่าวที่พอจะค้นภาพของเธอมาได้ มันก็ทำให้เราพอจะทราบว่า หญิงสาวในคลิปปริศนานี้น่าจะถูกเรียกว่า แทมมี่จริง ๆ เพราะสร้อยคอของเธอกับของนางแบบในภาพถ่ายนั้น น่าจะเป็นสร้อยเส้นเดียวกันแน่ ๆ

"สร้อยคอ" คือหลักฐานว่าเธอคือแทมมี่ หรือชารอน

ต่อมานักสืบชาวรัสเซียจึงได้ทำการติดต่อไปยัง ไมค์ ราวนด์ ผู้ก่อตั้งสมาคมนางแบบพิการนานาชาติ เพื่อขอข้อมูลของแทมมี่เพิ่มเติม ก็ได้รับคำตอบว่า เขามีตัวเทปวิดีโอต้นฉบับที่บันทึกไว้ในระบบ VHS เก็บไว้เช่นกัน และยังได้บอกรายละเอียดเพิ่มเติมว่า หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าแทมมี่ดังกล่าวนั้น มีชื่อจริงว่า "ชารอน" และเธอนั้นไม่ได้เป็นนางแบบพิการแต่อย่างใด

"นิ้วมือซ้าย" เธอมีแหวนที่นิ้วนางเช่นเดียวกับในคลิป

โดยไมค์ ราวนด์นั้นได้เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชารอนว่า เธอได้มาบันทึกวิดีโอนี้ไว้ เพื่อเล่าชีวิตของเธอให้กับผู้สัมภาษณ์ชื่อ JAMA Bennett Reed เจ้าของโรงเรียนสำหรับผู้พิการแห่งหนึ่ง ตอนนั้นชารอนน่าจะอายุประมาณ 22 ปี โดยเนื้อหาในวิดีโอนั้น ชารอนได้เล่าว่าในช่วงที่เธออายุประมาณ 16 ปีนั้น เธอได้งานทำอยู่กับเครื่องล้างเวชภัณฑ์ ที่ทำงานคล้ายกับเครื่องซักผ้า

"ไมค์ ราวนด์ส์" บอกว่าเธอคือชารอน

โดยสมัยนั้นเครื่องดังกล่าวยังไม่มีระบบความปลอดภัย ไม่สามารถล็อกตัวถังให้หยุดหมุนในขณะเครื่องทำงานเหมือนสมัยนี้ และมันก็ทำให้ระหว่างที่เธอกำลังจัดวางแผ่นรองอุปกรณ์ลงในตัวถัง ทั้ง ๆ ที่เครื่องกำลังทำงานอยู่นั้น ได้บิดแขนขวาของเธอจนขาดติดไปกับแผ่นรองทันที และมันก็ได้ทำให้ชีวิตของชารอนต้องเปลี่ยนจากคนปกติทั่วไป กลายมาเป็นคนพิการอย่างที่เห็นกันในคลิปวิดีโอ

ภาพจาก Mucanzhe.net

ต่อมาทางนักสืบก็ได้สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเทปต้นฉบับ แต่ไมค์ก็ได้บอกปัดโดยให้เหตุผลว่า มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเล่าอะไรเพิ่มเติมไปกว่านี้อีกแล้ว

"ไมค์ ราวนด์ส์" อาจจะต้องการรักษาความส่วนตัวให้แทมมี่
จึงตอบปฎิเสธแบบไม่ไยดีเช่นนี้

นั่นจึงทำให้นักสืบรัสเซียต้องติดต่อกับ JAMA Bennett เพื่อสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ ต่อไป เพียงแต่ด้วยเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนาน จาม่าเองก็จำชารอนไม่ได้เสียแล้ว

"จาม่า" เธอจำแทมมี่ไม่ได้แล้ว

แต่สิ่งที่นักสืบรัสเซียทราบนั้น มันก็พอจะสรุปได้นั้นก็คือ ชารอนนั้นน่าจะมาบันทึกวิดีโอชุดนี้ และเล่าเรื่องราวของเธอไว้เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้พิการคนอื่น ๆ ให้สู้ชีวิตต่อไป โดยมันน่าจะถูกถ่ายทำไว้ประมาณช่วงปี ค.ศ. 1989 ไม่ก็ปี ค.ศ. 1999 ในโครงการของสมาคมผู้พิการแห่งหนึ่ง ที่ก่อตั้งโดยเบตต์ หรือ เบตตี้ แฮ็กกลัน (Betty, Bette Hagglund) ซึ่งปัจจุบันเบ็ตตี้ได้เสียชีวิตไปเมื่อปี ค.ศ. 2007 แล้ว นั่นจึงทำให้การสืบเรื่องราวต้องจบลง โดยไม่ทราบว่าปัจจุบันนี้แทมมี่หรือชารอนหญิงสาวในคลิปนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และมันก็คือปริศนาสุดท้าย ที่เราไม่มีความจำเป็นจะต้องไปสืบหาเพิ่มเติมอะไรกันอีกแล้ว


และนั่นก็คือทั้งหมดที่มิติที่ 6 พอจะค้นหาที่มาที่แท้จริงของคลิป Barbie.avi มาได้ และหวังว่าท่านผู้ชมน่าจะพอคลายความกังวลใจจากเรื่องราวสยองขวัญที่ถูกใครสักคนแต่งขึ้นมา และยังนำคลิปของผู้พิการทางแขนมาตัดต่อจนน่ากลัว โดยไม่ได้คำนึงถึง แทมมี่หรือชารอนที่ต้องต่อสู้กับการใช้ชีวิตปกติด้วยร่างกายที่พิการของเธอเลย


มิติที่ 6 ก็อยากจะบอกกับท่านผู้ชมว่า ถ้าหากมีใครนำเรื่องเล่า "Barbie.avi" เรื่องนี้มาเล่ากันในวงสนทนา ก็ขอให้เราฟังเรื่องราวของเขาให้จบเสียก่อน จากนั้นค่อยนำข้อมูลจากมิติที่ 6 มาเฉลยกลางวง เพื่อให้ทุกคนได้ทราบความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังว่ามันไม่ใช่อย่างที่เราคิด และเราควรให้ความเคารพในสิทธิมนุษยชนกับผู้พิการให้มากกว่าการเป็นเพียงเรื่องเล่าจะดีที่สุด


"นั่นก็เพราะว่าความจริงนั้น มันช่างไม่มีสเน่ห์..เอาเสียเลย"


สำหรับผู้ที่ทราบความจริงนั้น เธอคือเจ้าหญิงไปแล้ว

อย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสัปสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี


เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา :
Know Your Meme - Barbie.avi
4Chan Archive - Russian Inestigaing Barbie.avi
จดหมายเหตุ - Barbie.avi Investigation
Creepypasta - Barbie.avi


20 มกราคม 2560

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนา "Lavender Town Syndrome" ฉากลึกลับแห่งความตายในเกมโปเกมอน !!!


คุณเคยได้ยินชื่อโปเกมอนบ้างไหม ? โปเกมอนหรือพ็อกเก็ตมอนสเตอร์ คือชื่อของเกม ๆ หนึ่งที่ถูกจำหน่ายมาอย่างยาวนานจำนวนหลายภาค โดยทุกภาคนั้นก็ล้วนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสนุกสนาน โดยตัวเกมจะกำหนดให้ผู้เล่นรับบทเป็นเด็กวัยรุ่นที่ออกตามล่าหาความฝัน เพื่อที่จะได้ฝึกฝนตัวเองให้เป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ ที่จะต้องเดินทางออกไปตามที่แห่งต่าง ๆ เพื่อเก็บสะสมโปเกมอนหลากหลายรูปแบบ จากนั้นก็ฝึกพวกมันด้วยการหาคู่ต่อสู้ไปเรื่อย ๆ และโปเกมอนก็ถือเป็นหนึ่งในซีรีย์เกมที่โด่งดังมากบนโลกใบนี้ จนต่อมาก็ถูกสร้างเป็นการ์ตูน ดำเนินเรื่องราวใกล้เคียงกับในเกม และทุกวันนี้มันก็ได้ครองหัวใจของเหล่าวัยรุ่นตั้งแต่ยุคปี ค.ศ. 1990 มาจนถึงปัจจุบัน

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาท่านไปรู้จักกับด้านมืดของเกม ๆ นี้ เกมที่มีข่าวลือว่ามันได้ถูกแจกจ่ายเวอร์ชั่นเบต้าให้กับเด็กญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่ง กับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้น ต้องมีอันเป็นไปในรูปแบบต่าง ๆ ว่าเรื่องนี้..มันคืออะไรกันแน่ !!?

ภาพจาก David Szilagyi

ก่อนจะตามหาที่มาของเรื่องเล่านี้ มิติที่ 6 อยากจะขอเล่าเรื่องราวที่ถูกเล่าขานกันมาให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันก่อน และในช่วงที่เล่านั้นอาจมีเสียงดนตรีประกอบในบางช่วงผิดปกติไป จนอาจทำให้ท่านผู้ชมมีอาการแปลก ๆ ขึ้นมา ซึ่งทางมิติที่ 6 จะพยายามควบคุมทุกอย่างไว้ไม่ให้ท่านผู้ชมต้องมีอาการผิดปกติใด ๆ ในระหว่างรับชมอย่างแน่นอนครับ


โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า...

อาการที่เรียกว่าลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมนั้น มีชื่อเรียกอื่น ๆ ว่าเสียงจากลาเวนเดอร์ทาวน์ และลาเวนเดอร์ทาวน์เมืองมรณะ โดยอาการประหลาดนี้จะมีผลกับเด็กในช่วงอายุ 7 - 12 ปี ที่ได้ฟังเพลงบรรเลงประกอบในฉากของเกม ซึ่งมีรายงานว่าเด็ก ๆ บางรายนั้นจะมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และในบางรายก็ร้ายแรงถึงขั้นฆ่าตัวตาย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากวันที่เกมโปเกมอนภาคเรดและกรีน ถูกออกแจกจ่ายให้กับผู้เล่นในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996


ตามข่าวลือนั้นเล่าว่า มีบางคนเกิดอาการป่วยและมีบางคนก็ฆ่าตัวตาย หลังจากที่พวกเขาได้เล่นฉากลาเวนเดอร์ทาวน์ไปสักระยะ ซึ่งฉากดังกล่าวนี้จะมีเสียงเพลงที่เล่นประกอบในฉากไม่เหมือนกับฉากไหน ๆ มันเป็นเสียงเพลงที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงจนผิดปกติ และจากการศึกษาก็พบว่าจะมีเฉพาะเด็ก ๆ และผู้ที่เพิ่งจะย่างเข้าสู่วัยรุ่นเท่านั้นที่สามารถได้ยินคลื่นเสียงนี้
โดยคาดกันว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น มันก็น่าจะเพราะว่าในวัยดังกล่าวถือเป็นวัยที่มีประสาทสัมผัสค่อนข้างไวต่อการรับรู้เป็นอย่างมาก และเจ้าเสียงประหลาดในฉากลาเวนเดอร์ทาวน์นั้น มันได้ส่งผลให้เด็กๆ กว่าสองร้อยคนมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย หลายๆ คนเริ่มมีอาการเจ็บป่วยและทรมาน
ส่วนเยาวชนที่ฆ่าตัวตายนั้น พวกเขามักจะเลือกใช้วิธีแขวนคอ ไม่ก็ตัดสินใจกระโดดมาจากที่สูง ส่วนคนที่ยังไม่ได้ฆ่าตัวตายก็จะพบว่า พวกเขาจะพูดถึงอาการปวดหัวอย่างรุนแรง หลังจากที่พวกเขาได้ยินเพลงประกอบในฉากลาเวนเดอร์ทาวน์ฉากนี้


ถึงแม้ตอนนี้เสียงเพลงในฉากลาเวนเดอร์ทาวน์จะถูกปรับเปลี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว อาการอุปทานหมู่เหล่านี้ มันก็ยังคงเกิดขึ้นในช่วงที่ตัวเกมเพิ่งออกวางจำหน่าย โดยหลังจากมีการพบคลื่นเสียงแปลกประหลาดในฉากเมืองลาเวนเดอร์ขึ้นมา ฝ่ายโปรแกรมเมอร์ก็ได้รีบแก้ไขปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว และปัจจุบันตัวเพลงประกอบฉากก็มีโทนเสียงที่ต่ำลง และเหล่าเยาวชนนั้นก็ไม่มีใครเกิดอาการผิดปกติตามที่กล่าวไว้อีกต่อไป

มีผู้ทำวิดีโอคลิปขึ้นมาชิ้นหนึ่งเมื่อช่วงปี ค.ศ. 2010 โดยใช้ซอฟท์แวร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ วิเคราะห์คลื่นเสียงจากเพลงประกอบฉากลาเวนเดอร์ทาวน์เอาไว้ จะเห็นได้ว่าพอเพลงเริ่มเล่นขึ้นไประยะหนึ่ง ซอฟท์แวร์พิเศษตัวนี้ก็แสดงผลออกมาเป็นภาพของเจ้าอันโนว์น ซึ่งมันก็คือโปเกมอนที่มีรูปร่างเป็นอักษรเฮียโรกริฟฟิกของอียิปต์โปราณ ปรากฎขึ้นมาในช่วงท้ายของเพลงเป็นจำนวนหลายตัวเรียงแถวกัน
ซึ่งเรื่องนี้มันก็ได้ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันขึ้นมามากมาย เพราะเจ้าอันโนว์นตัวนี้มันควรจะถูกบรรจุอยู่ในชุดเกมโปเกมอนภาคซิลเวอร์, ภาคโกลด์ และภาคคริสตัล ซึ่งถือเป็นเกมในยุคถัดต่อมาจากโปเกมอนเรดและกรีน โดยในการแสดงผลนั้นจะเห็นได้ว่า เหล่าพวกอันโนว์นจะเรียงตัวเองออกมาเป็นคำว่า “LEAVE NOW” หรือ “ออกไปซะ”

เรื่องราวทั้งหมดนี้ยังไม่มีใครสามารถตอบได้ว่า ทำไมเพลงประกอบเกมของฉากลาเวนเดอร์ทาวน์ในเวอร์ชั่นเบต้า ที่ถูกออกแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ ได้ทดลองเล่นตัวนั้น ถึงได้ทำให้พวกเขาต้องพบกับอาการป่วยแปลก ๆ แบบนั้นมาจนถึงทุกวันนี้


------จบ------


เรื่องเล่าโปเกมอนลาเวนเดอร์ทาวน์ หรือลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมนี้ เป็นเรื่องเล่าที่อ้างอิงมาจากเกมพ็อกเกตมอนสเตอร์ หรือ โปเกมอนภาคเรดและกรีน ที่ออกวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในสหรัฐอเมริกานั้นจะตรงกับภาคเรดและบลู วางจำหน่ายในรูปแบบตลับเกมเครื่องเกมบอยของค่ายนินเทนโดในช่วงปี ค.ศ. 1996


คลิปของ BadassVGM จากต้นฉบับ "โปเกมอนภาคเรดและกรีน"

โดยลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมนี้ มันได้ถูกเล่าออกมากันมากมายหลายเวอร์ชั่น และในแต่ละเวอร์ชั่นที่ถูกเล่ากันตามเว็บไซต์แต่ละแห่งนั้น มีเนื้อหาโดยรวมคล้าย ๆ กัน นั่นก็คือเล่าว่ามันคือฉากมรณะที่เด็กคนไหนก็ตามที่ได้เข้ามาเล่นเกมในฉากเมืองลาเวนเดอร์ทาวน์นี้ จะได้ยินเสียงประหลาดบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่สามารถจะได้ยินเลย และหลังจากที่ทุกคนได้ฟังเพลงประกอบฉากเพลงนี้แล้ว ก็ล้วนจะต้องมีอันเป็นไป ไม่เจ็บป่วยก็ต้องฆ่าตัวตายด้วยวิธีการต่าง ๆ


เรื่องของโปเกมอนลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? และใครเป็นผู้นำมาเล่าเป็นครั้งแรก ?

หลังจากที่มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญพยายามสืบหาที่มาของเรื่องต้นฉบับเรื่องนี้ เราก็พบว่าในเว็บไซต์ Knowyourmeme และ Kotaku ได้ระบุที่มาของเรื่องราวนี้ไว้ว่า มันมาจากนิยายสยองขวัญออนไลน์บนเว็บไซต์ 4Chan ในหมวด X หรือหมวดเรื่องราวสยองขวัญ จากนักเขียนนิรนามที่ได้โพสต์เอาไว้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 2010 และอีกเพียงหนึ่งอาทิตย์ต่อมา ก็มีผู้นำเรื่องเล่านี้เขียนออกมาใหม่ให้ดูเหมือนกับเรื่องสั้น โดยมีชื่อตัวละคนเดินเรื่องแบบมีบทพูดเป็นตุเป็นตะ แต่ดูจริงจังราวกับมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
และในเวลาต่อมามันก็ได้มีเวอร์ชั่นดัดแปลงจากต้นฉบับแยกย่อยออกมาอีกมากมาย อัพโหลดลงในอินเตอร์เน็ตในรูปแบบต่าง ๆ บนเว็บไซต์หลากหลายรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่เว็บฝากรูปเก่าแก่อย่าง ImageShack ก็ยังมีคนอุตส่าห์อัพโหลดไฟล์ไปฝากเรื่องเอาไว้


ต่อมาเรื่องราวของลาเวนเดอร์ทาวน์มรณะนี้ ก็ได้ถูกนำไปเป็นหัวข้อถกเถียงกันตามเว็บไซต์กระดานข่าวหลายแห่ง จนในที่สุดเนื้อเรื่องก็ออกทะเลไป จนถึงขนาดอ้างว่ามีการไปสัมภาษณ์ซาโตชิ ไทจิริ ซึ่งมีตำแหน่งถึงผู้อำนวยการสร้างเกมนี้ ได้ออกมายืนยันว่าเขาคือผู้ที่ออกปากขอให้โปรแกรมเมอร์ใส่เพลงมรณะนี้ลงไปในเกมโปเกมอนภาคเรดจริง ๆ


จนปี ค.ศ. 2010 ผ่านไป เรื่องราวของลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมก็ถูกนำไปพูดกันในเว็บไซต์ Pokemopolis และบนเว็บไซต์เกมของนินเทนโดอีกหลายแห่ง เช่น Mario Kart Wii Forums, Nintendoworld.net, iOGaming Community และ Gamespot ไม่เว้นแม้แต่เว็บไซต์เพลงอย่าง AbsolutePunk ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเว็บไซต์เป็น Chorus.fm และตัวเรื่องราวนี้ก็ได้ถูกนำไปบรรจุไว้ในพจนานุกรมวัยรุ่นอย่าง Urban Dictionary เรียบร้อยแล้ว


ซึ่งแน่นอนว่าในปี ค.ศ. 2011 เว็บไซต์ Creepypasta Wiki ก็ได้นำเรื่องลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมนี้มาบรรจุไว้ จนทำให้เรื่องเล่าของมันถูกพูดถึงกันเป็นวงกว้างขึ้น และเริ่มมีผู้นำไปถามตามเว็บไซต์ถามตอบเพื่อขอทราบความเป็นมาว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? เช่นบนเว็บไซต์ Yahoo! Answers เองก็พบว่ามีผู้ตั้งคำถามไว้มากมายตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีบางคนก็ได้รับคำตอบที่แท้จริงไป บางคนก็ไม่ได้ และบางคนก็ได้รับคำตอบไปแปลก ๆ จนกลายเป็นปริศนาที่ไม่น่าจะนำไปถามบนเว็บไซต์ประเภทนี้กันเลย

ขอบคุณภาพจาก caterpie.tumblr.com


สิ่งที่ถูกอ้างในเรื่องเล่า ที่พูดถึงภาพของโปเกมอนชื่อ อันโนว์น มันเข้าไปอยู่ในเพลงนั้นได้อย่างไร ?

ถ้าท่านผู้ชมได้เคยชมมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ตอนไขปริศนา 11B X 1371 กันไปบ้างแล้วจะพบว่า เทคนิคนี้สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยซอฟท์แวร์ทำดนตรีชื่อ FL Studio ที่มีฟังก์ชั่นพิเศษสามารถแปลงไฟล์รูปภาพ ให้กลายเป็นสัญญาณเสียงได้อย่างง่าย ๆ ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่าในเพลงฉากลาเวนเดอร์ทาวน์ที่ถูกนำมาใช้ประกอบการเล่าเรื่องสยองขวัญนี้ ก็ใช้เทคนิคและวิธีเดียวกัน เพื่อนำภาพที่ถูกจัดทำไว้ แปลงเป็นสัญญาณเสียงในช่วงท้ายเพลง ให้ออกมาเป็นภาพโปเกมอนชื่ออันโนว์น ในรูปแบบอักษรต่าง ๆ เรียงกันเป็นคำว่า “LEAVE NOW” นั่นเอง


พอมาถึงตรงนี้ มิติที่ 6 ก็อยากจะขอสรุปว่า เรื่องเล่าของ Lavender Town Syndrome นั้น มันก็คือเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาสนุก ๆ ในหมวดเรื่องราวสยองขวัญของเว็บไซต์ 4Chan แล้วต่อมามันก็ถูกนำไปดัดแปลงแต่งเติม เพิ่มรายละเอียดจนกลายเป็นที่นิยมจนถูกพูดถึงกันต่อมาบนเว็บไซต์ครีบปี้พาสต้าและถูกนำมาเล่าต่อกันจนถึงในบ้านเรา และมันก็ได้ทำให้แฟนเกมพ็อกเกตมอนสเตอร์หลาย ๆ คนเกิดความไม่สบายใจ ส่วนคนที่รู้ความจริงก็พากันอำเพื่อน ๆ ต่อไปอย่างไม่ยอมเฉลย
จนปัจจุบันก็ยังมีเรื่องราวสยองขวัญเกี่ยวกับเกมโปเกมอนภาคภาคอื่น ๆ ตามมาอีกหลายเรื่อง ซึ่งมันก็ทำให้ทุกวันนี้ ทางเว็บไซต์ Creepypasta ได้ออกประกาศห้ามสมาชิกนำเรื่องโปเกมอนสยองขวัญมาลงในเว็บไซต์แห่งนี้กันอีกต่อไป เนื่องจากผู้ดูแลลงมติว่าการกระทำเช่นนี้ มันจะทำให้เรื่องสยองขวัญไม่มีการพัฒนา และลงท้ายว่า เกมมันก็คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา มันจะไปสยองขวัญกันได้อย่างไร ?

ภาพจาก Wallpapersafari.com

ซึ่งเรื่องของลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมนี้ ก็ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่มิติที่ 6 ถูกท่านผู้ชมขอกันมามากมายนับตั้งแต่เราทำช่องกันมาเลยทีเดียว แต่มิติที่ 6 เองก็พยายามจะหลีกเลี่ยงที่จะจัดทำมาตลอดเช่นกัน ด้วยสาเหตุเพราะเกรงว่าอาจมีเยาวชนบางกลุ่มไม่เข้าใจ และมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ด้วยจำนวนผู้ขอที่ต้องการให้เราตามหาที่มานั้น เริ่มทำให้เราคิดว่าบางทีเรื่องไร้สาระสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง มันก็สามารถเป็นเรื่องจริงจังสำหรับคนที่รัก และอยากรู้ทุก ๆ อย่างในตัวละครที่พวกเขาชื่นชอบได้เช่นกัน นั่นจึงทำให้ตัดสินใจจัดทำคลิปชุดนี้ขึ้นมานั่นเอง


แต่ถ้าจะให้เล่ากันจริง ๆ มันก็เคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับโปเกมอนอยู่ครั้งหนึ่ง นั่นก็คือเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1997 หลังจากที่ภาพยนต์แอนิเมชั่นเรื่องโปเกมอนได้ออกฉายในสถานีโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น ในชื่อตอน Denno Senshi Porygon โดยเย็นวันนั้นหลังจากโปเกมอนตอนดังกล่าวถูกฉายไปได้ 20 นาที มันก็มาถึงฉากที่ซาโตชิพระเอกของเรื่อง ได้สั่งให้พิคาจู้ปล่อยพลังไฟฟ้าแสนโวลต์ต่อต้านฝูงจรวดของคู่ต่อสู้
และที่ฉากนี้ทางผู้สร้างได้ใส่เทคนิคแสงไฟกระพริบไปมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของระเบิดอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งมันก็ได้ทำให้เด็ก ๆ และวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 9 ปี ไปจนถึง 15 ปี ทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 720 คน ที่กำลังนั่งชมอยู่ทางบ้านนั้น เกิดมีอาการวิงเวียนอาเจียนออกมาพร้อม ๆ กัน จนผู้ปกครองต้องรีบนำบุตรหลานที่เกิดอาการประหลาดนี้เข้าโรงพยาบาลในท้องถิ่นจนกลายเป็นประเด็นขึ้นมา


โดยทางนายแพทย์ยามางูจิ ได้อธิบายถึงสาเหตุที่เด็ก ๆ เกิดอาเจียนเพราะชมฉากนี้ว่า มันมาจากในแอนิเมชั่นซีนดังกล่าว ได้ใช้เทคนิคแสงสีกระพริบที่ 10Hz และ 30 Hz สลับไปมาด้วยความรวดเร็ว จนมีผลทำให้สมองส่วนการมองเห็นเกิดอาการช็อคอย่างรุนแรง


โดยต่อมาภาพยนต์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ ก็ถูกทางสถานีโทรทัศน์สั่งหยุดออกอากาศตอนต่อไปในทันที เพื่อให้ทางผู้ผลิตนำกลับไปแก้ไขจุดที่น่าจะเกิดอันตรายกับเด็ก ๆ และเยาวชน ยาวนานจนข้ามมาถึงปี ค.ศ. 1998 ถึงได้กลับมาฉายต่อ และทางผู้ผลิตก็ได้ตัดสินใจตัดตอน Denno Senshi Porygon นี้ทิ้งไปอย่างถาวร โดยไม่มีการนำกลับมาฉายใหม่แต่อย่างใด และแน่นอนว่าในภาพยนต์แอนิเมชั่นโปเกมอนที่ถูกฉายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนั้น ก็ได้ตัดตอนดังกล่าวทิ้งไปเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ ทั่วโลกนั่นเอง

มิติที่ 6 ก็อยากจะบอกกับท่านผู้ชมว่า เวลาที่มีใครนำเรื่องราวของโปเกมอนลาเวนเดอร์ทาวน์ซินโดรมเรื่องนี้มาเล่ากันในวงสนทนา พวกเราก็จงอย่าได้ไปทำอะไรที่จะทำให้เรื่องเล่านี้ต้องหยุดชะงักกันไประหว่างทางจะดีกว่านะครับ นั่นก็เป็นเพราะว่า ความจริงนั้น..มันช่างไม่มีเสน่ห์.. เอาเสียเลย !!!



อย่าลืมติดตามชมรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญกับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี


เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา :
Pastebin – DannoW
NintendoWorlds.net Forums – I hate lavender town
Newgrounds – Lavender Town Fear
ImageShack – Lavender Town Tone
That Thing Wearing Mommy’s Skin – Lavender Town
Pastebin – Lavender Town Red
Gamespot Forums – Lavender Town Syndrome
AbsolutePunk Forums – Imagination!
iOGaming Community – Lavender Town Suicides.. Pokemon R/G
Urban Dictionary – Lavender Town Syndrome
Creepypasta Index – Lavender Town Tone
Wikipedia – Junichi Masuda
Wikipedia – Pokemon Red and Green
Youtube blueoctopede