ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 | UserID 666, Guest 666 ตำนานสยองขวัญจากเกม ROBLOX !!!



โลกของเกมนั้นช่างกว้างใหญ่ เกมออนไลน์หลาย ๆ เกมนั้นล้วนถูกสร้างขึ้นมาให้เราได้เข้าไปสนุกกับโลกของมัน และก็แทบทุกเกมที่จะมีผู้เล่นแปลก ๆ แอบแฝงเข้ามาคอยทำร้ายเราด้วยวิธีการต่าง ๆ !!!

กดเพื่อดูคลิปที่นี่

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะขอนำเรื่องราว 2 เรื่องที่ถูกขอกันมามากมาย เรื่องราวจากเกมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเกมหนึ่ง มาเล่าให้ฟังกันว่าทั้งสองเรื่องนี้... มันคืออะไรกันแน่ !!!

กดเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ Roblox.com

โรบล็อกซ์ (Roblox)
คือเกมที่เปิดให้เล่นฟรีสำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ลงระบบปฎิบัติการวินโดวส์ตัวใหม่เอาไว้ในเครื่อง และขอเพียงท่านผู้ชมสมัครสมาชิกเข้าระบบอย่างถูกต้อง เราก็สามารถดาวน์โหลดเกมนี้มาเล่นกันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแม้แต่บาทเดียว

โดยรูปแบบลักษณะของเกมนี้ ดูไปก็คล้ายคลึงกับเกมแนวสนามเด็กเล่นทั่วไป ซึ่งถ้าใครเคยเล่นไมน์คราฟท์มาก่อน ก็น่าจะสามารถเล่นเกมนี้กันได้โดยไม่ยากเย็น

และก็เช่นกัน เมื่อตัวเกมนั้นเปิดให้มีผู้เล่นเข้ามาร่วมสนุกกันได้ทั่วโลก เรื่องราวแปลก ๆ จากผู้เล่นที่ไม่พึงประสงค์ก็คงต้องเกิดขึ้นมาให้เราได้รู้กันบ้างไม่มากก็น้อย ดังเช่นเรื่องแรกที่เราจะเล่าให้ฟังนั้น มันคือเรื่องราวของผู้เล่นลึกลับที่ใช้ชื่อว่า...

Guest 666
คำว่า Guests นั้น สำหรับผมแล้วก็หมายถึงผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่แวะเวียนเข้าไปเล่นในเซอร์เวอร์ของเกมออนไลน์สักเกม โดยที่ยังไม่ทันได้คิดชื่อหรือสมัครเข้าร่วมกลุ่มกับเรา

สำหรับเกสต์แปลก ๆ ที่ผมรู้สึกว่ามันแปลกจริง ๆ นั้น ก็มักจะเป็นพวกที่เข้ามาในเซอร์เวอร์ แล้วเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตารบกวนผู้เล่นคนอื่น ที่เขามีโพรไฟล์เป็นตัวตนจริง ๆ แบบไม่เกรงใจ ก็เลยอยากจะขอเล่าให้ฟังกับสิ่งที่ผมเคยพบเมื่อครั้งหนึ่ง
ตอนนั้นผมได้พบกับเกสต์แบบที่ว่าคนนึงที่มักจะคอยเข้ามารบกวนผมในรูปแบบต่าง ๆ มากกว่าที่ชาวบ้านร้านถิ่นเขาจะคิดทำกัน ดังนั้นต้องขออนุญาติใช้สรรพนามของเกสต์คนนี้ว่า “มัน” ในบางช่วงของการเล่ากันบ้าง เพื่อให้ทุกคนแยกแยะออกว่าใครเป็นใครถึงจะเหมาะสม

ผมมักจะเข้ามาเล่นในเกมเป็นประจำเพื่อจับกลุ่มกับเพื่อน ๆ หลังจากช่วงเรียนทุกสัปดาห์ วันนั้นเป็นวันเสาร์ ผมก็เลยมีเวลาทั้งวันเพื่อจะได้เล่นเกมโรบล็อกซ์กับเพื่อน ผมใช้สไกป์เพื่อแชทคุยระหว่างทอมและไคล์ ทั้งสองเล่าเรื่องเกี่ยวกับครีบปี้พาสต้าจากเกมชื่อ Sonic.exe ที่พวกเขาได้อ่านกันมาเมื่อวานนี้




พวกเขาพูดถึงชื่อตัวเองถูกใช้อยู่ในครีบปี้พาสต้าเรื่องนี้กันอย่างสนุกสนาน ผมเองก็เลยเข้าไปอ่านบ้าง ซึ่งมันก็ตลกดีที่เป็นแบบนั้น ดังนั้นผมเลยเข้าไปในเซอร์เวอร์แนวครีบปี้พาสต้าแห่งหนึ่ง และที่นั่นผมก็ได้พบกับผู้เล่นที่ใช้ชื่อ Guest 666 ที่ดูแล้วก็น่าจะเป็นเกสต์ทั่วไป เกสต์คนนี้คอยเดินเรื่อยไปจนทั่วเกมไม่ยอมพูดจาอะไรกับใครสักคำ จนกระทั่งอยู่ดี ๆ เกสต์ 666 ก็ส่งข้อความแปลก ๆ ออกมาให้พวกเราดู

“Ililwlkiluyo”

ซึ่งมันก็น่าจะเป็นข้อความที่ใช้ลูกเล่นแบบสแครมบิ้ง ให้ดูอ่านยากกว่าที่ควรจะเป็นตามแบบวัยรุ่นนิยม ผมเดาว่ามันคือวลีสั้น ๆ ที่ตั้งใจจะสื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Iwillkillyou" หรือที่แปลว่าจะฉันจะฆ่าแก ซึ่งทั้งผมและเพื่อน ๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับคำนี้สักเท่าไหร่ ผมทำแค่ปิดข้อความให้มันหายไป จากนั้นก็เล่นเกมต่อจนกระทั่งรู้สึกเบื่อ จริง ๆ ต้องบอกว่าเซอร์เวอร์นี้มันน่าเบื่อมาก คนสร้างคงทำเอาไว้ไม่ค่อยสมดุลสักเท่าไหร่
นั่นจึงทำให้ทั้งผมและเพื่อนตัดสินใจออกจากเซอร์เวอร์นี้ แล้วเข้าไปเล่นเกมกันต่อในเซอร์เวอร์ของ B2S และที่นี่ผมก็ได้พบกับเขาอีก เจ้า Guest 666 คนเดิมมันกำลังเล่นอยู่ในเซอร์เวอร์ที่นี่เหมือนกัน คอยกระโดดไปมาจนทั่วฉาก ส่งข้อความไร้สาระแบบเดิมในแชท โดยเฉพาะช่วงที่มีใครกำลังจะตายเพราะถูกสัตว์ประหลาดในเกมทำร้าย และต่อมาก็มีข้อความแปลก ๆ แบบเดิมที่ผมอ่านแล้วเข้าใจ ถูกพิมพ์ส่งมาจากเกสต์คนนี้อีก

“Ithaeuoyosuchm

"Ihateyousomuch" นั่นคือคำที่ผมสามารถอ่านเข้าใจได้ทันที ผมเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมานิดหน่อย และนั่นจึงทำให้พวกเราตัดสินใจออกมาจากเซอร์เวอร์นี้ทันที และตอนนี้ผมก็ได้เข้าไปในพื้นที่ของเพื่อนชื่อทอม ที่ที่ว่าก็คือในเกมโรบล็อกซ์นี่แหละ ซึ่งฉากที่ว่านี้มันก็น่าจะมีแต่คนที่ได้รับอนุญาตจากทอม ถึงจะเข้ามาเดินเล่นได้เท่านั้น และหลังจากที่ผมเลือกตัวเล่นเสร็จ ผมก็เข้าไปในฉากที่ว่าทันที

"เลือดเต็มพื้นไปหมดแล้ววววว"

แล้วสิ่งแปลก ๆ ที่ผมได้พบในฉากนี้ก็คือเจ้า Guest 666 ตัวนั้น มันกำลังวิ่งไปมาทั่วฉาก มันเป็นไปไม่ได้ มันเข้ามาในเซอร์เวอร์นี้ได้ยังไง ผมจึงบอกทอมให้ลองไปตรวจที่รายชื่อที่เขาอนุญาตให้เข้ามา ซึ่งทอมก็ยืนยันกลับมาว่าไม่มีชื่อของมันอยู่ในลิสต์ นี่มันอะไรกันแน่ ตอนนี้ยังกับว่าพวกเราไม่สามารถหนีเจ้า Guest 666 ไปไหนได้เลยหรือไง ?

พอพวกเราพยายามจะออกจากเซอร์เวอร์นี้ หน้าจอคอมก็เกิดดับมืดลง ต่อมาคอมพิวเตอร์ของผมก็ถูกปิดตามไปด้วย และในเงาสะท้อนที่หน้าจอคอมพิวเตอร์นั้น นอกจากผมจะเห็นเงาของตัวเองแล้ว ผมก็ยังเห็นเงาดำของใครบางคนกำลังยืนอยู่ข้างหลังผมตอนนี้ด้วย

และเมื่อผมหันหลังกลับไปดู…

ซึ่งเรื่องราวของ Guest 666 มันก็ถูกเล่าเอาไว้ตามต้นฉบับกันเพียงเท่านี้ ดังนั้นเราจึงนำอีกเรื่องจากเกมโรบล็อกซ์ ที่ถูกท่านผู้ชมขอกันเข้ามามากมายเช่นกัน มาเล่าให้ฟังกันต่อจะดีกว่า นั่นก็คือ


----------
UserID 666

ยินดีต้อนรับ ตอนนี้คุณพบเว็บไซต์ของผมแล้ว !

ผมอยู่ตรงนี้เพื่อจะได้แบ่งปันประสบการณ์ชวนขนหัวลุกในเกมโรบล็อกซ์ สำหรับเหตุผลที่เรื่องนี้จะต้องถูกโพสต์ลงในดีพเว็บก็เป็นเพราะว่าผมไม่อยากให้ใครมารู้เรื่องพวกนี้ ยกเว้นคนสายดาร์กเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้

วันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2009

ผมเคยเล่นเกมโรบล็อกซ์ แต่ก่อนที่ผมจะเลือกเล่นมัน ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่เลวร้ายเกิดขึ้น มีคนที่ใช้ชื่อว่า user 017_  ได้ส่งข้อความมาหาผมว่า

หัวข้อ: Hello
ข้อความ: อยากเป็นเพื่อนด้วยเหรอ ? นายมันเยี่ยมไปเลย !

ท่าทางของเขาดูพิลึกแปลก ๆ ผมไม่เคยพบเขาในเกมมาก่อน พอผมลองคลิกเข้าไปอ่านที่โพรไฟล์ของเขา ก็พบว่าเขาไม่มีเพื่อนเลยสักคน ไม่มีแม้แต่เพื่อนสนิทด้วยซ้ำ ยูสเซอร์ไอดีของเขาก็คือ 666 ที่ขอบอกเลยว่าเป็นชื่อสุดยอดอภิมหาโหลสำหรับความน่ากลัว ใคร ๆ ก็ชอบเอาเลขซ้ำทั้งสามตัวนี้มาใช้ตั้งชื่อกันทั้งนั้น สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็คงเพราะเลข 666 นั้นมันหมายถึงเลขของปีศาจนั่นไง

พอผมลองคลิกเข้าไปในที่ของเขา มันก็พาผมกลับมายังหน้าโพรไฟล์ตรงนี้ ไตเติลของเขานั้นเขียนว่า simply testing ที่แปลให้เข้าใจกันง่าย ๆ ก็คือ แค่ทดสอบ แถมภาพที่แปะเอาไว้ก็ดูเหมือนจะเป็นตัวละครรูปร่างแปลก ๆ กำลังยืนอยู่ในห้องมืด ๆ

พอผมกลับมายังหน้าเพจของเขา ตอนนี้เขาก็มีชื่อผมอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ได้กดยอมรับการขอเป็นเพื่อนเลยเนี่ยนะ จริง ๆ ต้องบอกว่าเขาไม่ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนมาหาผมด้วยซ้ำ

ตอนนี้ผมคิดว่าหมอนี่น่าจะเป็นพวกแฮ็กเกอร์อะไรสักอย่าง หรือบางทีมันก็อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แค่ชื่อของเขามันทำให้ผมรู้สึกกลัวเท่านั้นเองละมั้ง

พอผมคลิกเข้าไปที่ปุ่มเกมของเขา มันก็พาผมกลับมาที่หน้าโพรไฟล์ของเขาอีก เว็บไซต์ตอนนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างเสียหายไปนิดนึงด้วย ดังนั้นผมก็เลยคิดว่าน่าจะกดปุ่มรีเฟรชดูสักครั้ง เพื่อจะได้ให้บราวเซอร์ของเกมมันโหลดหน้านี้ขึ้นมาใหม่ พอผมกดเสร็จก็พบว่าตอนนี้เขามีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวน 666 คนแล้ว และหนึ่งในเพื่อนทั้งหมดนั้นก็ต้องมีผมนั่นแหละ จำนวนเพื่อนสนิทก็มี 666 คนด้วยเช่นกัน ให้ตายสิ ! เจ้าแฮ็กเกอร์คนนี้ท่าทางจะไม่ใช่ธรรมดาแน่ ๆ นั่นจึงทำให้ผมออกจากเกมและไปเดินเล่นดีกว่า

กดเพื่อเข้าดู "Guest 666" ในครีบปี้พาสต้า

กดเพื่อเข้าดู "UserID 666" ในครีบปี้พาสต้า

วันต่อมา วันนี้คือวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2009

ผมรีบลุกขึ้นมาแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ ผมรีบล็อกอินเข้าเกมโรบล็อกซ์ทันที พอเข้ามาในเกมได้ผมก็ไม่พบอะไรผิดปกติ ทุกอย่างมันดูเหมือนกับทุกวัน เพียงแต่ตอนนี้ชื่อเพื่อนในลิสต์ของผมทั้งหมดต่างก็ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรนำหน้าว่า 017_ แถมจำนวนเพื่อนในลิสต์ก็กลายมาเป็น 666 คน ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย 017_ ทั้งหมดเนี่ยนะ ! ผมเองก็ขี้เกียจลบชื่อเพื่อนแปลก ๆ พวกนี้ออกนะ มันมีตั้งเยอะขนาดนั้น นั่นจึงทำให้ผมไปแอ็ดเพื่อนเก่า ๆ กลับมาก่อน
พอเสร็จเรื่องผมก็เลยเข้าไปเลือกหาเกมเล่นในโรบล็อกต่อ โดยการเล่นเกมของผมนั้นจะใช้วิธีเล่นเกมไป แล้วก็คุยกับเพื่อนผ่านโปรแกรมสไกป์ อะไรนะ ! ทำไมผมถึงไม่ใช้ดิสคอร์ดเป็นตัวแชทน่ะเหรอ ก็ผมเพิ่งลบมันทิ้งไปเพราะโดนแฮ็กบัญชีไปเมื่อไม่นานมานี้ ในเครื่องก็มีสไกป์อยู่แล้ว ผมก็เลยเลือกใช้สไกป์เท่านั้นเอง

ระหว่างเล่นเกมนั้น ผมก็คุยกับเพื่อน ๆ ของผมไปด้วย ผมบอกเพื่อนเกี่ยวกับผู้เล่นที่ใช้ชื่อว่า 017_ ที่ผมพบเมื่อวานนี้ พอผมเล่าเรื่องนี้จบเพื่อนก็บอกว่า ผมควรจะรีบไปเปิดแอคเคาท์ใหม่จะดีกว่า ซึ่งผมก็ทำตามคำแนะนำนั้น

โดยรีบออกจากระบบแล้วสมัครสมาชิกเข้ามาใหม่ พอเข้ามาในระบบด้วยชื่อใหม่นี้ ผมก็พบว่าทุกอย่างมันดูปกติไปหมด จะยกเว้นก็แต่ผมได้รับข้อความจากเจ้า 017_ มาอีกครั้ง หลังจากที่เล่นเกมไปได้เพียงแค่ชั่วโมงเดียว

ในจดหมายนั้นเขียนว่า...

หัวข้อ: ฉันเจอนายแล้ว
ข้อความ: อย่าพยายามหนีเลย

พอเป็นแบบนี้ ผมจึงรีบตอบจดหมายกลับไปทันทีว่า

หัวข้อ: นายปล่อยฉันไปได้ไหม?
ข้อความ : ทำไมต้องเป็นฉัน ? ทำไมไม่เลือกคนอื่นแทนบ้าง ?

หลังจากที่ผมส่งข้อความนี้ไป เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลยทั้งวัน

วันต่อมา ตรงกับวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2009

วันนี้ผมไม่ได้รีบเปิดคอมพิวเตอร์ เพราะผมเองรู้สึกท้อแท้กับแฮ็กเกอร์คนนั้นมาก วันนี้ผมเปิดคอมพิวเตอร์สายกว่าทุกครั้ง พอผมเปิดเครื่องเสร็จก็เปิดเกมโรบล็อกซ์ขึ้นมา แล้วผมก็พบข้อความตอบกลับมาจาก 017 บอกกับผมว่า...

หัวข้อ : ช่วยด้วย
ข้อความ : ช่วยผมด้วย ผมกำลังจะถูกแบน

ผมจึงตอบกลับไปว่า...

หัวข้อ : หา ?
ข้อความ : ฉันจะช่วยนายก็ได้ แต่นายต้องหยุดทำเรื่องน่ากลัวเป็นการแลกเปลี่ยน

ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็ตอบข้อความมาว่า...

หัวข้อ : พวกมันกำลังจะมาแล้ว
ข้อความ : นายต้องรีบท...

ผมรู้สึกขนลุกเพราะข้อความของเขาพิมพ์ยังไม่จบ ราวกับว่าเขาต้องรีบบอกผมจนลนลานอะไรแบบนั้น ผมจึงตอบกลับไปว่า

หัวข้อ : ช่วยบอกมาอีกครั้งจะได้ไหม ?
ข้อความ : ขอโทษด้วย ฉันคิดว่านายน่าจะพิมพ์ข้อความไม่จบ

เขาไม่ได้ตอบข้อความอะไรกลับมาอีกเลยทั้งวัน และในเวลาต่อมาผมจึงลองคลิกเข้าไปดูที่โพรไฟล์ของเขา แล้วผมก็พบว่าตอนนี้บัญชีของเขาถูกระงับไปเรียบร้อยแล้ว แบบนี้ก็เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ผมอยากลองทำ นั่นก็คือพยายามกดรีเฟรชหน้าเพจของเกมดู

พอกดรีเฟรชไป 5 ครั้ง เกมทุกเกมถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น 666 !


กดรีเฟรช 10 ครั้ง เว็บไซต์กลายเป็นสีแดงดูน่ากลัวไปหมด !

ผมรู้สึกช็อกและรีบหยุดกดรีเฟรชหน้าจอทันที พอผมพยายามจะกดปุ่มปิดหน้าต่างของบราวเซอร์ ก็มีข้อความแปลก ๆ ขึ้นมา แถมมันยังทำให้ผมปิดบราวเซอร์ไม่ได้

ข้อความนั้นเป็นโค้ดเขียนว่า...
“ihteu
ผมไม่รู้ว่ามันคือโค้ดหรืออะไรกันแน่ จริง ๆ แล้วมันเหมือนกับจะบอกว่า I hate you หรือฉันเกลียดนาย ให้ผมเห็นอย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้

พอเป็นแบบนี้ผมเลยไม่มีทางเลือกอะไรมากไปกว่ากดรีเฟรชหน้าเพจต่อไป

รีเฟรชไป 15 ครั้ง หน้าเว็บไซต์มีคราบเลือดขึ้นมาให้เห็น

กด 25 ครั้ง ป้ายโฆษณาทั้งหมดกลายเป็นสีเลือด ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

กด 35 ครั้ง มันยิ่งน่ากลัวและมีเสียงเพลงถูกเล่นแบบย้อนกลับด้วย

กดไป 40 ครั้ง ผมก็ได้กลับมาที่โพรไฟล์ของ 017 อีกครั้ง

ตอนนี้หน้าเว็บเริ่มดูบิดเบี้ยวเพิ่มมากขึ้น มีหน้าต่างข้อความเขียนว่า ufaied ขึ้นมาเต็มไปหมด ซึ่งข้อความนี้ผมคิดว่า มันน่าจะหมายถึง You failed หรือนายแพ้แล้วแน่ ๆ

แล้วตอนนี้เสียงเพลงก็ดังขึ้นมาจนน่ากลัว !

และสองวินาทีต่อมาเพลงที่ได้ยินก็หยุดลง หน้าเว็บไซต์ก็ไม่หยุดขยับ แล้วจอฟ้าก็เข้ามาแทนที่ทุกอย่างไปหมด ใช่ ! เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมแฮงค์ไปแล้ว

หลังจากที่ผมเปิดเครื่องคอมขึ้นมาอีกครั้ง ทุก ๆ อย่างก็กลับมาเป็นปกติ และเมื่อผมเปิดเกมโรบล็อกซ์ขึ้นมาด้วยความหวาดระแวงเสร็จ ผมก็พบว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ที่ไม่ปกติก็คือผมได้รับข้อความจาก 017 อีกครั้ง โดยเขาเขียนว่า...
หัวข้อ : ขอบคุณข้อความ : ขอบคุณที่มอบตัวเองมาให้บูชายัญ
พออ่านจบ ผมก็ถึงกับช็อคกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้

[วันนี้]

ทุกวันนี้ยูอาร์แอลของ 666 ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น jdogie แล้ว ตอนนี้ถ้าคุณกดรีเฟรชที่โพรไฟล์เขา มันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกต่อไป เขาทำอันตรายใครไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ดีถ้าคุณไม่รังเกียจก็ช่วยกดแอ็ดเพื่อนกับเขาด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมมันก็ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 ผมรับประกันว่าเป็นเรื่องจริง 100% ขอบอกเลยว่าเว็บไซต์โรบล็อกซ์นั้นแฮ็กง่ายมากจริง ๆ

"UserID 666" เปลี่ยนชื่อเป็น "jdogie"

หลังจากมิติที่ 6 ได้อ่านเรื่องที่สองจบลง ท่านผู้ชมหลายท่านก็น่าจะคุ้น ๆ กับเนื้อหาของมันราวกับว่าเคยได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้ที่ไหนมาก่อน ซึ่งมิติที่ 6 ก็ขอบอกให้ทราบว่า เรื่องของ UserID 666 นั้นถูกดัดแปลงมาจากครีปปี้พาสต้าระดับคลาสสิคเรื่องหนึ่ง ที่เราเคยได้เล่าเอาไว้เมื่อปีก่อนหน้าก็คือ Username 666 ของคุณ nana825763 นั่นเอง


กดเพื่อดูคลิป "ไขปริศนา Username 666"
ด้วยวิธีการเล่าของทั้งสองเรื่องที่จบลงไปนั้น ทำให้มิติที่ 6 ขอสงวนสิทธิ์ไม่ไขปริศนาใด ๆ จะดีกว่า เพราะเป็นที่รู้กันว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาโดยกลุ่มผู้เล่นเกม Roblox จากต่างประเทศเพียงเท่านั้น เพียงแต่ชื่อที่ลงท้ายด้วยเลข 666 มันก็นิยมถูกใช้จากผู้เล่นทั่วโลก
อย่างไรแล้วก็อย่าขายวิญญาณให้ซาตาน เพื่อจะได้เข้าเล่นเกมโรบล็อกซ์กันจะดีกว่านะครับ นั่นก็เป็นเพราะว่าความจริงนั้น มันช่างไม่มีเสน่ห์... เอาเสียเลย !


แล้วอย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ และอย่าลืมทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้... สวัสดี !
แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา:

แท็ก: Roblox, Guest666,UserID666, โรบล็อกซ์

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 เปิดปมปริศนาแอตแลนติส ดินแดนแห่งนี้มีอยู่จริงหรือเป็นแค่ตำนาน !?



"แอตแลนติส (Atlantis)" เกาะที่ถูกเล่าขานว่าเคยมีอยู่จริงในมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งเคยตั้งอยู่แถบช่องแคบยิบรอลต้า และจมหายไปยังใต้ท้องทะเลจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์ถาโถมจนซัดเอาเกาะแห่งนี้จมหายไป เมื่อ 9,000 ปีก่อนคริสตกาล
ก่อนที่เพลโตนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่จะบันทึกเรื่องราวพูดถึงมันเอาไว้ในหนังสือชื่อ "ทีเมอุส" และ "ครีเทียส" !!!

มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะเล่าถึงเรื่องราวของชนชาติในตำนาน กับข้อมูลทุกด้านที่ถูกกล่าวอ้างว่ามันเคยมีอยู่จริง ประเทศที่มีอารยะธรรมสูงส่งกว่าใครในโลกโบราณ สถานที่ ๆ เพลโตนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เคยเล่าเอาไว้ว่ามันเคยมีอยู่จริง ว่าที่แห่งนี้... มันคืออะไรกันแน่ !?


"แอตแลนติส (Atlantis)"
ภาพจาก: WIKIMEDIA


ในการถกเถียงของกลุ่มสมาคมชาวยูโทเปียครั้งนั้น เพลโตได้ยืนยันว่า ตอนนั้นมีนักบวชชาวอียิปต์ได้เล่าเรื่องราวของแอตแลนติส ให้กับโซลอนเพื่อนนักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งของเขาฟัง และนั่นจึงทำให้ตัวของเพลโตเองไม่สามารถที่จะระบุสถานที่ตั้งจริง ๆ ของมันได้ นอกจากบอกเอาไว้เพียงแค่เรื่องเล่าที่เขาได้รับฟังมานั้นมันเป็นเรื่องจริง


"เพลโต (Plato)" อ้างว่าแอตแลนติสมีอยู่จริง

วัตถุประสงค์ในการบอกเล่าเรื่องราวนี้ เพลโตก็เน้นย้ำด้วยข้อความที่อ้างอิงไปในด้านศีลธรรม ซึ่งก็เรียกได้ว่ามันเป็นวิธีการที่เขานิยมใช้ในการเพิ่มน้ำหนักของเรื่องราวต่าง ๆ และในความเป็นจริงที่เคยเกิดขึ้นกับชาวกรีกเมื่อ 9,000 ปีก่อนนั้น ก็ไม่มีบันทึกอื่นใดระบุว่าเคยมีการสู้รบระหว่างกรุงเอเธนกับแอตแลนตีสมาก่อน

นั่นจึงทำให้มีการถกเถียงในยุคปัจจุบันว่า เพลโตนั้นอาจกำลังยืนยันในสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งจากบันทึกนั้นบอกว่า เพลโตมักจะอ้างถึงสถานที่ที่เรียกว่าแอตแลนติสอยู่ในเอกสารงานเขียนเกี่ยวกับการสู้รบของเขาอยู่เสมอ


แต่ถ้าจะมองกันให้ละเอียดกว่านี้ เรามาลองฟังข้อความที่เพลโตได้บันทึกเอาไว้ ข้อความจากปากคำของโซลอน ที่เพลโตอ้างว่าเพื่อนของเขาคนนี้ ได้ฟังเรื่องราวของแอตแลนติสมาจากนักบวชชาวอียิปต์ท่านหนึ่ง แล้วมาเล่าให้เขาฟังอีกทีว่า...


มีเรื่องราวอันยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์ใจมากมาย ที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินของท่านในประวัติศาสตร์ของเรา ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่ว่านั้นมันหลงเหลือเอาไว้เพียงความยิ่งใหญ่และกล้าหาญ
ซึ่งประวัติศาสตร์ในส่วนนี้ระบุว่า พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นั้นก็คือใบเบิกทาง เพื่อให้การเดินทางอันยิ่งใหญ่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะที่ยุโรปและเอเชียทะลุข้ามขีดจำกัดของดินแดนแผ่นภิพบอันยิ่งใหญ่แห่งนี้


มันคือพลังอำนาจที่ถูกส่งมาจากมหาสมุทรแอตแลนติค ที่ในทุกวันนี้พวกเราใช้มันเป็นเส้นทางเดินเรือ และมีเกาะแห่งหนึ่งตั้งอยู่ทางด้านหน้าของช่องแคบที่ท่านเรียกมันว่า "เสาหลักแห่งเฮอคิวลิส"
เกาะที่ว่านี้มีขนาดใหญ่กว่าลิเบียรวมกับทวีปเอเชียเข้าด้วยกัน มันคือจุดเชื่อมต่อสำหรับเดินทางไปยังเกาะแห่งอื่น และจากที่นี่ท่านสามารถเดินทางข้ามผ่านไปยังทวีปที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโลก มันมีช่องแคบเฮอคิวลิสที่อยู่ตรงหน้าคือทางออก นอกนั้นก็คือทะเลที่ล้อมรอบเกาะ ที่สามารถเรียกได้ว่ามันคือดินแดนอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต


ในตอนนี้เกาะแห่งแอตแลนติสก็คือ อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่สามารถปกครองทุกเกาะแก่งที่เรียงรายอยู่โดยรอบ และเหนือจากแผ่นดินแห่งนี้ และไกลออกไปกว่านั้นชาวแอตแลนติสก็ได้ครอบครองดินแดนของลิเบีย ไปตลอดแนวของเฮอคิวลีสจนถึงอียิปต์ จากยุโรปไปจนถึงไทเรนเนีย

Unknown Source
อำนาจอันยิ่งใหญ่ในการรวมอาณาจักรของพวกเขา ก็ยังเคยได้พยายามบุกเข้ามายึดประเทศของเราและของท่าน รวมไปถึงดินแดนที่อยู่ในบริเวณช่องแคบทั้งหมด โซลอนท่านรู้บ้างไหม ในเวลาต่อมาประเทศของท่านนั้นช่างเจิดจรัส ด้วยความปราดเปรื่องของเทพธิดาแห่งศีลธรรมและความแข็งแกร่ง อีกทั้งความเป็นผู้นำอันสง่างามของชาวเฮลเลนส์...
และเมื่อความหลุดพ้นได้ถูกส่งมา หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาอันตรายถึงที่สุดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ ทั้งการก่อจราจลจากพวกทาสที่ยังไม่อาจปราบปราม มันก็ทำให้เราสามารถหลุดพ้นจากผู้รุกรานมาได้จนถึงในกาลนี้ - (Timaeus)


ซึ่งมิติที่ 6 ก็ต้องขออภัย ถ้าหากข้อความที่ถูกนำมาเสนอนี้จะฟังแล้วเข้าใจยากกันสักนิด เพราะต้นฉบับนั้นใช้ภาษาเขียนอลังการสุดจินตนาการ ซึ่งก็ต้องขอสรุปกันง่าย ๆ ว่า เรื่องที่เพิ่งถูกเล่าไปนั้น มันคือความทรงจำเกี่ยวกับมหาสงคราม ที่ชาวเอเธนต้องเผชิญหน้ากับอาณาจักเปอร์เซียอันยิ่งใหญ่ ในช่วงยุค 5 ปี ก่อนคริสต์ศตวรรษ


ส่วนการต่อสู้กับชาวแอตแลนติส ที่ถูกอ้างว่าเข้ามารุกรานเอเธนนั้น ก็น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 8,000 ถึง 9,000 ปีก่อนคริสตกาล


ซึ่งนักประวัติศาสตร์เองก็ยังไม่ค่อยทราบเช่นกันว่า เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเอเธนในยุค 9,000 ปีก่อนคริสตกาลนั้น มันเคยเป็นเมืองขึ้นหรือปกครองตัวเองกันมาตั้งแต่แรก ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ผู้ที่สนใจงานเขียนของเพลโตส่วนหนึ่งก็ไม่ทราบมาก่อน โดยสาเหตุนั้นก็อาจมาจากพวกเขาไม่เข้าใจว่า เพลโตนั้นไม่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นจริงไปเสียทุกเรื่อง !


นั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้หลายคนเชื่อว่าในประวัติศาสตร์ของกรีกนั้น เคยมีเรื่องราวเกี่ยวกับแอตแลนติสเข้ามาเกี่ยวข้อง และเข้าใจว่ามันเคยมีประเทศแอตแลนติสอยู่จริง ๆ ตามที่พวกเขาได้อ่านกันมาแน่ ๆ
อีกทั้งยังมีหนังสืออีกเล่มที่เขียนโดย ไฮน์ริช ชลีแมน ที่ได้เล่าถึงเมืองทรอยในตำนานงานเขียนโบราณว่า ทรอยนั้นไม่ใช่เมืองในจินตนาการ แต่มันมีอยู่จริง ๆ

ไฮน์ริช ชลีแมน (Heinrich Schriman)
"ทรอยนั้นไม่ใช่เมืองในจินตนาการ... แต่มันมีอยู่จริง !"
ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวของเพลโตเกี่ยวกับแอตแลนติสนั้น ยิ่งดูมีน้ำหนักมากพอที่จะเชื่อว่า มันน่าจะเคยมีประเทศนี้อยู่จริงเช่นกัน โดยมองข้ามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงที่ทำให้เพลโตเขียนเรื่องราวของแอตแลนติสลงในหนังสือของเขาว่า...
สิ่งที่เขาต้องการถ่ายทอดนั้นคือเรื่องของคุณธรรม ไม่ใช่เรื่องการมีอยู่ของแอตแลนติสเป็นแกนหลัก ดังเช่นที่เคยมีผู้คนสนใจกันว่า กษัตริย์พระองค์แรกของเมืองเอเธนนั้นคือเซครอพส์ ผู้ที่มีท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นงู และเชื่อกันว่านั่นคือหลักฐานบ่งชี้ว่าเทพโพไซดอนนั้นเคยมีอยู่จริง ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงนั้น ทุกอย่างเป็นงานเขียนจากจินตนาการของคนโบราณทั้งสิ้น
1669 map by Athanasius Kircher. Map has south at the top.
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีนักผจญภัยบางกลุ่มเริ่มตั้งทฤษฎีกันว่า สถานที่ในตำนานอย่างแอตแลนติสนั้น น่าจะอยู่ตรงกลางของมหาสมุทรแอตแลนติค อาจจะเป็นเกาะคิวบาไม่ก็แอนดิสเรื่อยไปอีกหลายแห่ง
บางคนเชื่อว่า เกาะเธร่า ก็คือแอตแลนติส ซึ่งเกาะเธร่านั้นคือเกาะภูเขาไฟของกรีก ที่อยู่ในแถบทะเลอีเจียน ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างประเทศกรีกกับตุรกี และเคยระเบิดครั้งใหญ่ไปเมื่อ ค.ศ. 1625 ปีก่อนคริสตกาล จนต่อมามันถึงได้เป็นแหล่งวัฒนธรรมของชาวมิโนน แห่งเกาะครีตของกรีกในปัจจุบัน

"เกาะเธร่า" ถูกอ้างว่าเคยเป็นแอตแลนติส
มีผู้คนมากมายยืนยันว่า แอตแลนติสไม่ได้เป็นแค่ทวีปที่สูญหายไป แต่มันเป็นมหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่สาปสูญ และเชื่อกันว่าจริง ๆ แล้ว ชาวแอตแลนติสนั้นเป็นมนุษย์ต่างดาว ที่ตัดสินใจทำลายตัวเองด้วยระเบิดนิวเคลียร์ ไม่ก็อาวุธอะไรสักอย่างที่อานุภาพสูงกว่านั้น และยืนยันว่าแอตแลนติสนั้นคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยประชากรผู้ทรงปัญญา มีเทคโนโลยีก้าวล้ำเหนือประเทศใด ๆ ในโลกยุคโบราณ


ซึ่งก็มี เลวิส สเปนซ์ นักมายาวิทยาของประเทศสก็อตแลน ได้ใช้แนวคิดที่ว่านี้ร่วมกับแนวทางวิทยาศาสตร์ สรุปว่าภาพเขียนบนผนังถ้ำโครแม็กนอนในอิตาลีนั้น จริง ๆ แล้วมันถูกเขียนโดยชาวแอตแลนติสผู้พลัดถิ่นนั่นเอง

เลวิส สเปนซ์ (Lewis Spence)
"ภาพเขียนบนผนังถ้ำโครแม็กนอนในอิตาลี เขียนโดยชาวแอตแลนติส !"
เฮเลน่า บลาวัตสกี้ กับนักเทวปรัชญาอีกกลุ่มที่มีชีวิตอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 นั้น ได้สร้างแนวคิดขึ้นมาว่า ชาวแอตแลนติสก็คือผู้คิดค้นเครื่องบินและวัตถุระเบิด ไปจนถึงนำข้าวสาลีไปปลูกกันที่นอกโลก

เฮเลน่า บลาวัตสกี้
"ชาวแอตแลนติสคือผู้คิดค้นเครื่องบิน วัตถุระเบิด ไปจนถึงนำข้าวสาลีไปปลูกนอกโลก !"
นักเทวนิยมอีกกลุ่มร่วมกับ เจมส์ เชิร์คเวิร์ด ก็ได้สร้างนิยามของชาวมิวกับทวีปที่สูญหายไปกลางมหาสมุทรแปซิฟิกขึ้นมาอีกเรื่อง

"เจมส์ เชิร์คเวิร์ด" กับนิยามใหม่ของชาวมิว


นักพลังจิตบำบัดชื่อ เอ็ดการ์ เคย์ซี ก็ยืนยันว่าเขาได้ใช้พลังจิตในการหยั่งรู้ทะลุทะลวงเข้าไปอ่านตำราการรักษาจากชาวแอตแลนติส และนำมันมาใช้ร่วมกับวิชาการบำบัตด้วยพลังจิตของเขา

"เอ็ดการ์ เคย์ซี" อ้างว่าใช้พลังจิตเข้าไปอ่านตำราแพทย์ของแอตแลนติส


จูดี ซีบรา ไนท์ หรือเจซี ไนท์ ก็ได้ยืนยันว่า แรมธาซึ่งเป็นชื่อเรียกของพลังจิตจากวิญญาณของเธอนั้น มันก็คือสิ่งที่เธอได้มาจากแอตแลนติสนั่นเอง

"เจซี ไนท์" อ้างว่าได้พลังวิเศษมาจากแอตแลนติส !


ในหนังสือของ อิกเนเทียส ดอนเนลลี่ ที่ถูกตีพิมพ์ไว้เมื่อปี ค.ศ. 1882 ระบุว่าเขาไม่สนใจตำนานของนักปราชญ์เพลโตแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้เขานำตำนานที่ถูกบันทึกอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิล ที่กล่าวถึงโนอาห์กับน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่มาอธิบายว่า...
มันคือสาเหตุที่ทำให้แอตแลนติสจมลงไปกลางมหาสมุทรแอตแลนติคเสียมากกว่า และในช่วงระหว่างน้ำท่วมใหญ่ก่อนหน้าที่มันจะหายไปนั้น ชาวแอตแลนติสก็ได้เป็นผู้ให้ความรู้แก่ชาวอียิปต์โบราณ ไปจนถึงชาวมายา รวมไปถึงกลุ่มชาติพันธุ์อารยัน ที่มีดวงตาสีฟ้าและผมแดงแห่งประเทศไอร์แลนด์อีกด้วย

Ignatius Donnelly
ดอนเนลลี่ ปฏิเสธเรื่องแอตแลนติส...
"เรื่องโนอาห์กับน้ำท่วมโลก คือสาเหตุทำให้แอตแลนติสจมลงในมหาสมุทรแอตแลนติค !"

"เรือโนอาห์ (Noah's Ark)" หนีน้ำท่วมโลกในพระคัมภีร์ไบเบิล
โดยทฤษฎีของดอนเนลลี่เหล่านี้ ก็ได้ทำให้ในเวลาต่อมามีการพูดถึงเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของแอตแลนติส ว่ามันคือผืนแผ่นดินใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติค และจมหายไปใต้ท้องทะเลอย่างไร้ร่องรอย จากปรากฏการณ์แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว ในช่วงปลายยุคปี ค.ศ. 1960

ซึ่งที่เราเล่าไปทั้งหมดนั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงแห่งจินตนาการของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดของเฮเลน่า บลาวัตสกี้, รูดอล์ฟ สเตนเนอร์, เจมส์ เชิร์คเวิร์ด, เอ็ดการ์ เคซี และเกรแฮม แฮนค็อก ที่ต่างก็ถูกนำเอาไปใช้เป็นแนวทางในการเขียนบทภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 2009 ชื่อเรื่องนั้นก็คือเรื่อง ค.ศ. 2012 กำกับโดยโรแลนด์ เอ็มเมอริช

"รูดอล์ฟ สเตนเนอร์" และภาพยนตร์เรื่อง "2012"


ด้วยความโด่งดังของตำนานแอตแลนติสตามที่ได้ยกมา มันก็ได้ทำให้มีนักเขียนชื่อดังในสมัยนั้นอย่างเช่น นักเขียนชาวไอริชชื่อ จอห์น วิคเตอร์ ลูซ ได้นำข้อมูลมาใช้เป็นพล็อตในหนังสือปี ค.ศ. 1970 ของเขาชื่อว่า "The End of Atlantis"

 "จอห์น วิคเตอร์ ลูซ" กับหนังสือของเขา


ชาร์ล เบอร์ลิซ นักเขียนที่โด่งดังจากหนังสือเรื่องสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ก็ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับแอตแลนติสและน้ำท่วมโลก ให้ผูกพันธ์กับเรือโนอาห์ในพระคัมภีร์ไบเบิลในหนังสือปี ค.ศ. 1981 ชื่อ "Doomsday, 1999 A.D." ที่วางจำหน่ายพร้อมกับหนังสือแผนที่ฉบับสมบูรณ์ของแอตแลนติส วาดโดย J. Manson Valentine ซึ่งก็เป็นนักเขียนแนวตำนานลึกลับที่มีดีกรีระดับด็อกเตอร์

"ชาร์ล เบอร์ลิซ" นักเขียนหนังสือแนวลึกลับ
เกรแฮม แฮนคอก ก็เป็นอีกท่านที่นำเรื่องราวของแอตแลนติสมานำเสนอในแนวทางที่ต่างออกไป เกี่ยวกับด้านของตำนานชนเผ่าโบราณ ซึ่งทฤษฎีของเขานั้นนักวิทยาศาสตร์สายหลักรวมไปถึง BBC เอง ก็ได้ออกมาบอกว่า แนวคิดของเกรแฮมนั้นน่าจะเกิดจากความคิดมากของเขาเสียส่วนใหญ่

"เกรแฮม แฮนคอก" ออกมานำเสนออีกแนวคิด


แนวคิดอันแตกต่างอย่างสุดโต่งของกลุ่มนักโบราณคดีสายเหนือ ที่เรากำลังหมายถึงเหนือความคาดเดาได้นั้น ก็คือนักโบราณคดีสายแอนเชียนเอเลี่ยน หรือสายมนุษย์ต่างดาวโบราณ พวกเขาบอกว่าแท้ที่จริงแล้วชาวแอตแลนติสนั้นก็คือ ผู้ถ่ายทอดวิทยาการทุกอย่างให้กับชาวอียิปต์ รวมไปถึงชนชาติแถบเมโสอเมริกา ชาวแอตแลนติสสอนให้พวกเขาสร้างพีรามิด สอนให้รู้จักเขียนหนังสือและอื่น ๆ อีกมากมาย โดยหนึ่งในผู้ที่บอกเราเรื่องนี้ก็คือ อีริค เอนตัน พอล วอน เดนิเกน เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังรายการสารคดีชื่อดังอย่างแอนเชียนเอเลี่ยน

อีริค วอน เดนิเกน (Erich von Däniken)
"ชาวแอตแลนติส คือผู้ถ่ายทอดวิทยาการให้กับชาวอียิปต์ รวมไปถึงชนชาติแถบเมโสอเมริกา !"
หนังสือ "Chariots of the Gods" ของ วิลเลี่ยม ดูฟริส บอกว่าชาวแอตแลนติสนั้นก็คือพวกมนุษย์ต่างดาว ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงแหล่งอารยธรรมโบราณอันรุ่งเรืองในที่ต่าง ๆ มากมายทั่วโลก ก็ล้วนได้รับการสนับหนุนของพวกเอเลี่ยน พวกเขานำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาสอนให้กับมนุษย์ยุคโบราณกันทั้งนั้น

หนังสือของวิลเลี่ยม ดูฟริส อ้างว่า
 "ชาวแอตแลนติส คือมนุษย์ต่างดาว"

เขาบอกว่าชาวอียิปต์โบราณไม่มีทางที่จะออกแบบสร้างพีรามิดได้ ชาวมายาเองก็ไม่มีทางทำได้เช่นกัน และได้นำเสนอถึงจุดประสงค์ในการสร้างพีรามิดในทิศทางที่ต่างออกไป เขาบอกว่ามันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อฝังศพของใคร โดยยกเอาประเพณีของชาวมายา ที่อยู่ในเมโสอเมริกามาอ้างว่า...

จริง ๆ แล้วพวกเขาสร้างมันขึ้นมาเพื่อใช้บอกเส้นทางในการลงจอดของยานอวกาศ ซึ่งอันนี้ก็ต้องลองคิดตามกันให้ดีว่า ถ้าชาวอียิปต์ได้รับการสั่งสอนเทคโนโลยีออกแบบพีรามิด มาจากมนุษต่างดาวกันจริง ๆ แล้ว ทำไมในปัจจุบันเรายังเห็นซากของพีรามิดรุ่นเก่า ที่ถูกทิ้งเอาไว้เพราะความล้มเหลวในการออกแบบหรืออะไรสักอย่าง
นั่นหมายความว่าชาวอียิปต์ผ่านการลองผิดลองถูกในการสร้างสถาปัตยกรรมของพวกเขามาอย่างยาวนาน ไม่ได้มาจากการสอนสั่งของเอเลี่ยนที่ไหน หรือแม้แต่ชาวแอตแลนติสเองด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้ว ชาวอียิปต์ใช้มันสมองของพวกเขา ค่อย ๆ พัฒนาพีรามิดจากรูปแบบขั้นบันได้ จนกลายมาเป็นรูปทรงพีรามิดอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ต่างหาก และมันก็คือความจริงเหนือทฤษฎีว่าใครสอนพวกเขามา


นั่นจึงทำให้เราสรุปได้ว่า ชาวอียิปต์โบราณคือผู้สร้างพีรามิดด้วยตัวของพวกเขาเอง เพราะถ้าเป็นฝีมือของเอเลี่ยนหรือชาวแอตแลนติสจริง ๆ ทำไมพวกเขาถึงสอนให้ชาวอียิปต์และชาวมายา สร้างพีรามิดขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ? เพราะชาวอียิปต์โบราณนั้นสร้างพีรามิดขึ้นมาเพื่อฝังพระศพฟาโรห์ ส่วนชาวมายาก็สร้างพีรามิดของเขาขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรม และทำไมรูปร่างที่ถึงแม้จะคล้ายกัน แต่ในรายละเอียดการก่อสร้างกลับไม่ได้มีอะไรเหมือนกันเลย เพราะภายในพีรามิดของชาวอียิปต์นั้น มีทั้งทางลับและห้องหับต่าง ๆ มากมาย ในขณะที่ของชาวมายานั้น เป็นเพียงแท่นสูงขึ้นไปเพื่อใช้ทำพิธี ไม่มีหลุมศพใครถูกฝังอยู่ข้างใต้นั้น
จุดสำคัญที่ทำให้เรารู้ว่าทฤษฎีที่กล่าวอ้างว่ามนุษย์ต่างดาวโบราณก็คือชาวแอตแลนติส ที่วอน ดานิเกน พยายามบอกเราผ่านรายการของเขานั้น มันเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างทางทฤษฎีที่ผิดจากสิ่งที่เพลโตบันทึกเอาไว้ด้วย
นั่นก็คือวอน ดานิเกนเชื่อว่าชาวแอตแลนติสเป็นเอเลี่ยนผู้ใจดี คอยสั่งสอนเทคโนโลยีให้กับชาวอียิปต์และมายามากมาย แต่ในบันทึกของเพลโตนั้นกลับบอกเราว่า ชาวแอตแลนติสคือชนชาติผู้เย่อหยิ่ง และโหดร้ายชอบทำสงคราม ไปจนถึงรวบรวมอาณาจักรน้อยใหญ่ ให้มาเป็นเมืองขึ้นมากมายเพื่อความยิ่งใหญ่ของพวกเขา


แต่ถึงเราจะบอกแบบนั้น ในปัจจุบันก็มีนักโบราณคดีมากมายพยายามค้นหาแอตแลนติสอย่างไม่ลดละ ซึ่งผลที่ได้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจน ว่าเคยมีทวีปหรือประเทศแอตแลนติสอยู่จริง เพราะในปัจจุบันเองก็มีนักโบราณคดียืนยันว่า ตัวเองพบแอตแลนติสของจริงกันแล้วหลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านที่พบนั้นก็ล้วนระบุที่ตั้งของมันเอาไว้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง


แม้เรื่องราวของแอตแลนติสยังไม่มีความชัดเจน ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่สามารถชี้ชัดได้ว่าที่ไหนมันใช่ ! แต่มันก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์อันน่าหลงไหล ที่จะทำให้พวกเขาค้นหากันต่อไป ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันว่าเมื่อไหร่ พวกเขาจะสามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าแอตแลนติสเคยมีอยู่บนโลกนี้จริง ๆ
หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ และอย่าลืมทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้... สวัสดี !


เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง

แท็ก: แอตแลนติส, Atlantis