ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนาเว็บไซต์ใต้ดินสุดสยองขวัญ Normal Porn for Normal People


คำเตือน !
NormalPornforNormalPeople ในปัจจุบันเป็นเว็บไซต์อันตรายของจริง
กรุณาอย่าพยายามหาทางเข้าไปชม 
หากเกิดความเสียหายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน
 มิติที่ 6 ไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น



ดีพเว็บ (Deep Web) คือนิยามของเหล่าเว็บใต้ดิน ก้นบึ้งแห่งความต้องการด้านมืดของมวลมนุษย์ที่ต้องอาศัยช่องทางการเข้าถึงที่ไม่ธรรมดา เพื่อให้ใครก็ตามที่อยากเข้าไปสัมผัสต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายกว่าที่คนทั่วไปพึงกระทำ


มิติที่ 6 ศุกรสยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาท่านผู้ชมไปค้นหาที่มาของเว็บไซต์ลึกลับแห่งหนึ่ง ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการอะไรบางอย่าง ที่อยู่ลึกเข้าไปในก้นบึ้งของความต้องการของมนุษย์ ว่าเรื่องนี้... มันคืออะไรกันแน่ ?

ก่อนที่จะตามหาที่มาของเรื่องนี้ มิติที่ 6 จะขอเล่าเรื่องราวที่ถูกเล่าขานกันมา ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันก่อน โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า...



ถ้าใครเล่นอินเตอร์เน็ตมานานมากพอ ก็น่าจะรู้กันดีว่า การท่องไปในโลกไซเบอร์บางครั้ง เราก็มักจะพบกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่พึงปรารถนา ยิ่งโดยเฉพาะถ้าเราคิดจะดำดิ่งเข้าไปสืบค้นข้อมูลในส่วนก้นบึ้งของโลกไซเบอร์ด้วยแล้วล่ะก็

ผมเองก็เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาเหมือนกัน แต่ผมไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่นักหรอก แต่มันก็มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่มันติดอยู่ในสมองของผมตลอดมา นั่นก็คือเว็บไซต์ชื่อ "normalpornfornormalpeople.com" หรือ เว็บโป๊ธรรมดาสำหรับคนธรรมดานั่นเอง

สิ่งแปลก ๆ อย่างแรกเกี่ยวกับเว็บไซต์แห่งนี้ก็คือ ตอนนั้นมันเป็นช่วงที่ผมไม่รู้ว่าจะเข้าไปดูเว็บไซต์อะไรดี แล้วจู่ ๆ มันก็มีอีเมล์ส่งจากใครก็ไม่รู้เขียนมาหาผมว่า


สวัสดี
พอดีไปเจอเว็บไซต์น่าสนใจที่คิดว่าคุณน่าจะชอบ
normalpornfornormalpeople.com
ลองดูสิ มันดีต่อใจมาก ๆ เลย


เรียกได้ว่ามันเป็นเมล์ลูกโซ่ระดับเบ ๆ แต่เจ้ายูอาร์แอลของเว็บไซต์นี้มันดันมากระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของผมเข้าอย่างจัง วันนี้ยิ่งน่าเบื่ออยู่ด้วย พอผมได้เมล์อะไรแบบนี้มา ผมก็เลยตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเจ้าแอนตี้ไวรัสในเครื่องมันยังคงทำงานปกติดีอยู่ จากนั้นก็คลิกเข้าไปดูซะเลย



เว็บไซต์แห่งนี้มันก็ดูพอใช้ รูปร่างหน้าตาก็ไม่ต่างจากเว็บทั่วไป ได้บรรยากาศชวนให้คิดว่าคนที่สร้างมันขึ้นมานั้น เขาน่าจะพยายามทำให้มันดูเป็นมืออาชีพ แต่ก็ได้แค่เกือบนะแหละ เพราะเจ้าของเว็บดูเหมือนจะไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ และที่หน้าแรกมันก็มีอะไรยาวมาก มากจนน่าเบื่อ ดูไร้สาระจนผมแทบไม่อยากจะจดจำ หรืออยากจะบันทึกเว็บนี้เก็บเอาไว้ในบุคมาร์กของผมเลย


เว็บไซต์นี้มีแท็กไลน์ หรือคำอธิบายเป็นสโลแกนแปลก ๆ เขียนเอาไว้ว่า
“นอร์มอลพอร์น ฟอร์ นอร์มอลพีเพิล คือเว็บไซต์ที่จะมาทำลายความผิดปกติทางเพศ”


พอเห็นข้อความอะไรแบบนี้ ผมก็ชักจะไม่มั่นใจว่า นี่ผมจะเข้ามาที่นี่เพื่อดูหนังโป๊ หรือเข้ามาดูรายการสารคดีวิทยาศาสตร์กันแน่ ! แต่ตอนนี้ผมเข้ามาดูแล้ว ผมก็ยิ่งอยากรู้ให้ได้ว่า “นอร์มอลพีเพิล” คำนี้มันหมายถึงอะไรกันแน่ ? คิดได้แบบนั้นผมก็เริ่มเลื่อนผ่านเจ้าข้อความที่ว่านี้ลงไป และมันก็ไม่เจออะไรเลย หน้าเพจไม่มีลิงก์ให้ไปไหนเลยสักอัน ผมจึงเริ่มคิดอยากจะออกไปดูเว็บอื่นแล้ว แต่ยังไม่ทันไรผมก็พบความจริงว่า ที่ข้อความสโลแกนแปลก ๆ นั้น ที่แท้มันก็คือลิงก์ให้เรากดเข้าไปดูได้นั่นเอง


ว่าแล้วผมก็เลยคลิกเข้าไปดู และมันก็ได้ส่งผมไปยังหน้าเพจสีขาว ที่เต็มไปด้วยลิสต์ของลิงค์ต่าง ๆ ยาวเรื่อยลงมาเป็นหางว่าว มีรูปแบบขึ้นต้นด้วยชื่อเว็บไซต์แห่งนี้ แล้วตามด้วยตัวอักษรสุ่มชุดหนึ่ง


ผมหยุดคิดเพื่อถามตัวเองก่อนว่า ถ้าผมอยากจะเสียเวลาที่น่าจะมีเพียงพระเจ้าเท่านั้น ที่สามารถรู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะคลิกเปิดลิงก์ที่ดูราวจะแถมไวรัสมากมาย ให้วิ่งเข้ามารุมโทรมข่มขืนคอมพิวเตอร์เครื่องนี้จนหมดสภาพ ผมจึงตั้งใจว่าจะให้เวลากับเรื่องนี้แค่ 5 นาทีก็พอ ก็แค่เข้าไปดูว่ามันจะมีอะไร พอผมเลือกคลิกเข้าไปที่ลิงก์หนึ่งมันก็ส่งผมไปยังเพจต่อไป โดยเจ้าเพจนี้ก็ยังคงมีแต่ลิงค์ให้กดต่อไปไม้ได้ต่างอะไรกับหน้าที่แม้แต่นิดเดียว



ผมนี่แทบอยากจะสบถคำหยาบออกมา พอผมคลิกลิงก์เข้าไปต่อ ก็มีคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งถูกดาวน์โหลดขึ้น ชื่อของมันคือ "peanut.avi" มันเป็นคลิปความยาว 30 นาที ในนั้นมีผู้ชาย ผู้หญิง และสุนัขอีกตัวหนึ่ง ทั้งสามอยู่ในห้องครัว ผู้หญิงกำลังทำแซนวิชเนยถั่ว ส่วนผู้ชายก็คอยหยิบมันส่งให้สุนัขกิน และมันก็คือทั้งหมดที่ผมเห็นในคลิปความยาว 30 นาทีชิ้นนี้ และเห็นได้ชัดว่าตากล้อง ได้ทำการหยุดภาพเอาไว้ และรอจนกว่าสุนัขพร้อมที่จะกินต่อถึงได้เริ่มบันทึกภาพต่อแน่ ๆ และถ้าดูดี ๆ จะเห็นว่าเจ้าสุนัขตัวนี้ ออกอาการไม่ค่อยสบายในตอนท้ายของคลิปด้วย


ผมรู้นะว่าคุณกำลังคิดว่า “ไอ้นี่น่ะเหรอ ที่เรียกว่าหนังโป๊ ?” ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมก็พยายามเปิดดูคลิปอื่น ๆ ต่อไปอีกเป็นสิบ แต่ก็ไม่เจออะไรแบบนั้นสักที


หลังจากดูคลิป peanut.avi จบ ผมก็เข้าไปที่เว็บกระดานข่าวรูปภาพเจ้าประจำ ที่ผมมักจะเข้าไปใช้งานเพื่อโชว์รูปและเล่าเรื่อง ซึ่งก็กะว่าจะไปเล่าเรื่องงง ๆ ที่ได้เจอเมื่อสักครู่นี้ แต่กลับกลายเป็นว่ามีบางคนได้โพสต์ถึงเว็บไซต์ประหลาดแห่งนี้เอาไว้ก่อนแล้ว และก็ยังพบว่า มีบางคนได้รับอีเมล์ลูกโซ่เหมือนกับผมอีกหลายคน และแต่ละคนก็ได้ดูคลิปวิดีโอในเว็บไซต์แห่งนั้นเหมือนกันซะด้วย


ทุกคนในกระทู้ล้วนบอกว่า คลิปทั้งหมดนี้มันสุดแสนจะไร้สาระ หลายคนพูดถึงตากล้องที่อยู่ในห้องว่าง ๆ ที่ในนั้นมีแค่โต๊ะและเก้าอีกวางไว้อย่างละตัว ที่กำแพงก็ว่างเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์อย่างอื่น บรรยากาศแบบนี้มันทำให้ผมรู้สึกหนาวเย็นจนสัมผัสได้


การสนทนาเริ่มจริงจังขึ้น มีการพูดถึงปมในวัยเด็กของเจ้าของคลิป ซึ่งผมเองก็พยายามหยิบยกประเด็นบางอย่างขึ้นมา ว่าคนที่ถ่ายทำคลิปเหล่านี้เขาสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาทำไม ? แต่ผลที่ได้ก็คือความเงียบไม่มีใครตอบอะไรกลับมาเลย เพราะใครจะไปรู้ได้ว่าคลิปวิดีโอเหล่านี้มันจะไปเกี่ยวอะไรกับหนังโป๊ นั่นจึงทำให้ผมต้องพูดแก้ลำไปว่า พวกนักแสดงที่เห็นในคลิปเหล่านี้ พวกเขาล้วนดูน่าสนใจจริง ๆ


อย่างไรก็ตาม คลิปที่น่าสนใจชิ้นอื่นที่พอจะทำให้ผมมองว่า มันมีการแสดงออกทางเพศให้เห็นนั้น มันก็ดูมีอะไรค่อนข้างจะแปลก ๆ


ซึ่งเรื่องนี้ มันก็เลยทำให้ผมอยากจะแนะนำรายละเอียดของคลิปเหล่านั้นให้คุณทราบ ซึ่งถ้าคุณมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้างล่ะก็ ลองไปหามันดูจากเว็บไซต์แชร์ไฟล์แบบทอร์เรนต์กันได้

คลิปแรกชื่อว่า lickedclean.avi



มันเป็นคลิปความยาว 10 นาที ถูกถ่ายทำด้วยกล้องแอบถ่าย ภายในนั้นเราจะเห็นช่างคนหนึ่งกำลังซ่อมเครื่องซักผ้าใน 2 นาทีแรก จนเมื่อเขาซ่อมมันเสร็จช่างก็ให้คำแนะนำกับลูกค้าบางอย่าง จากนั้นเขาก็จากไป ส่วนลูกค้าเจ้าของเครื่องก็ตรวจสอบรอให้แน่ใจว่าช่างกลับไปแล้ว จากนั้นเขาก็เริ่มใช้ลิ้นเลียไปทั่วบริเวณด้านบนของฝาเครื่องซักผ้า ซึ่งตรงนี้ใช้เวลายาวนานถึง 7 นาที เลยทีเดียว

คลิปต่อมาชื่อ jimbo.avi



มันเป็นคลิปความยาว 5 นาที มีคนอ้วนกำลังทำท่าทางเหมือนกำลังแสดงอะไรบางอย่าง ซึ่งมันก็ดูตลกใช้ได้ ยิ่งพอมาถึงตรงที่เขาทำท่าจะนั่งลงไปบนเก้าอี้ แล้วมันก็แหลกไปในทันทีเพราะรับน้ำหนักของเขาไม่ไหว จนมาถึง 30 วินาทีสุดท้าย กล้องก็ตัดหายไปพักหนึ่ง แล้วก็กลับมาที่ภาพของชายคนนี้กำลังนั่งร้องไห้อยู่เงียบ ๆ เขายังใส่ชุดเดิมและไม่ได้ล้างหน้าออกแต่อย่างใด อันนี้ถือเป็นความชอบส่วนตัวของใครหรือเปล่า ?

คลิปที่ 3 ชื่อว่า dianna.avi



มันเป็นคลิปความยาว 40 นาที มีตากล้องกำลังพูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งในห้อง ที่ดูไม่เหมือนกับห้องสัมภาษณ์สักเท่าไหร่ ห้องนี้มันดูเหมือนกับอยู่ในบ้านของคนทั่วไป ไม่มีอะไรผิดปกติให้เห็นเลย ไดอาน่าเอาแต่พูดถึงการเล่นไวโอลีนของเธอ เธอน่าจะเป็นนักไวโอลีนที่ดูเหมือนกำลังวุ่นวายอยู่กับอะไรบางอย่าง


ซึ่งมีอยู่จุดหนึ่งที่ผมไม่ได้สังเกตหรือให้ความสำคัญอะไรเลย จนกระทั่งมีบางคนในเว็บกระดานข่าวบอกว่า ถ้าดูในกระจกที่อยู่ด้านหลัง เราจะเห็นชายร่างอ้วนสวมหน้ากากอีเจี๊ยบกำลังสาวแหนอยู่

คลิปที่ 4 ชื่อว่า jessica.avi



คลิปนี้มีความยาว 4 นาที เป็นวิดีโอจากมุมมองของคนถ่าย ที่ตอนนี้เขาได้ออกมาข้างนอกบ้านและพูดคุยกับสาววัยรุ่นอีกคน ทั้งสองพูดคุยกันเรื่องการพายเรือแคนู และตรงนี้ ตัวกล้องได้ซูมไปถนนข้างหลังอยู่เป็นพัก ๆ


แต่ที่มันแปลกก็คือ ไม่มีใครรู้เลยว่าถนนแห่งนี้คือที่ไหน ? บางคนคาดว่ามันน่าจะเป็นที่ไหนสักแห่งในยุโรป ไม่ก็ออสเตรเลียหรือฟิลิปปินส์ แต่ก็ไม่มีใครสามารถหาได้ว่ามันเป็นถนนอะไรเลย

คลิปที่ 5 ชื่อ tonguetied.avi



คลิปนี้มีความยาว 10 นาที โดย 5 นาทีแรกเป็นเรื่องของหญิงชราคนหนึ่ง เธอกำลังปั้นรูปปั้นอยู่ แล้ววิดีโอก็ตัดไปเหมือนกับคลิป jimbo.avi แล้วมันก็ตัดกลับมา โดยตอนนี้ก็มีรูปปั้นเพิ่มขึ้นมาอีกหลายตัว ยืนซ้อนกันล้อมตัวตากล้องเอาไว้ แสงไฟก็ค่อนข้างจะสลัว จากนั้นก็จะเห็นหญิงชราอีกครั้ง และตั้งแต่ที่จุดนี้ในคลิปจะไม่มีเสียงใด ๆ ดังออกมาอีกเลย

คลิปที่ 6 ชื่อ stumps.avi



มันเป็นคลิปความยาว 5 นาที ในนั้นมีชายขาด้วนคนหนึ่ง กำลังเต้นเบรกแดนซ์อยู่บนจอยเกมเต้น ในสถานที่ ๆ น่าจะเป็นแห่งเดียวกันกับในคลิป peanut.avi แต่สภาพตอนนี้มันดูสกปรกกว่า มีวิทยุกำลังเล่นเพลงที่ไม่เคยได้ยินเป็นแบ็กกราวด์ แต่มันก็หยุดลงในนาทีที่ 4 พร้อม ๆ กับที่ชายคนนี้ทรุดตัวลงด้วยความเหนื่อยอ่อน


เขาหายใจหอบอย่างแรง และร้องเรียกใครสักคนที่อยู่นอกฉากให้เข้ามาช่วยเขา แล้วคนที่อยู่นอกฉากก็เข้ามาตะโกนโวยวายบอกให้เขาเต้นต่อไป จนเมื่อเขาลุกขึ้นมาเต้นต่อ เราจะได้ยินเสียงคนที่อยู่นอกกล้องตะโกนใส่เขาเรื่อยไปจนจบคลิป

คลิปที่ 7 ชื่อ privacy.avi



เราจะเห็นผู้หญิงคนเดียวกันกับในคลิป dianna.avi กำลังทำอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนกับการช่วยตัวเองอยู่บนฟูกนอนในห้องสัมภาษณ์ ในขณะที่ผู้ชายจากคลิป stumps.avi กำลังเดินด้วยมือวนไปมาอยู่รอบ ๆ เขาสวมหน้ากากตัวก็อบลิน โดยประตูในห้องนี้ที่เราเคยเห็นว่ามันถูกปิดไว้ตลอดเวลานั้นมันก็ถูกเปิดออกในคลิปนี้ โดยภายในห้องมีแสงไฟส่องสว่างอยู่ก็จริง แต่ที่ทางเดินข้างนอกกลับมืดสนิท และในตอนใกล้จบของคลิป เราจะเห็นสัตว์บางอย่างวิ่งผ่านไปตามทางมืด ๆ ข้างหลังนั้นด้วย

และคลิปสุดท้ายที่พวกเราพบนั้นก็คือ
คลิปที่ 8 useless.avi


มันเป็นคลิปความยาว 18 นาที มีผู้หญิงผมบลอนด์จากคลิปสัมภาษณ์ก่อนหน้า ที่เธอนอนอยู่บนฟูกในห้องสัมภาษณ์นั่นแหละ ตอนนี้ดูเหมือนเธอพยายามจะกรีดร้องออกมา แต่ที่ปากของเธอกลับมีแถบผ้าเทปปิดปากของเธออยู่ โดยเจ็ดนาทีต่อมาชายสวมหน้ากากอยู่ในชุดสูทสีดำก็เปิดประตู แต่เขากลับไม่ได้เดินเข้ามาในห้องแต่อย่างใด


เขาเปิดประตูบานนี้เอาไว้เพื่อให้เจ้าสัตว์ที่วิ่งผ่านทางเดินมืดที่เราเห็นในคลิปก่อนหน้าเดินเข้ามา มันคือลิงชิมแปนซี หัวของมันถูกโกนจนเกลี้ยง ตามร่างกายถูกทาไปด้วยสีแดงจนทั่ว สภาพของมันดูอดโซและทรมานเป็นอย่างมาก มีร่องรอยบาดแผลที่ไหล่และหลังของมันด้วย พอมันเข้ามาในห้องแล้วชายสวมหน้ากากก็ปิดประตู มันพักหายใจอยู่ครู่หนึ่งและดูเหมือนว่าจะตาบอด และตอนนี้เราจะเห็นผู้หญิงคนนั้นถูกมัดติดอยู่กับที่นอน ส่วนเจ้าชิมแปนซีก็แสดงอาการตื่นเต้นออกมา ก่อนที่จะโผเข้าหาเธอในทันที


แล้วสิ่งนี้ก็ดำเนินต่อไปยาวนานถึง 7 นาที จนในที่สุดหญิงสาวคนนี้ก็เสียชีวิต ส่วนลิงชิมแปนซีตัวนั้นก็เริ่มแทะกินร่างของเธอยาวนานถึง 4 นาที จนกระทั่งคลิปจบ



ตอนนี้กระทู้ในเว็บกระดานข่าวแทบจะระเบิด หลังจากที่พวกเรายกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ทุกคนต่างพูดคุยกันยาวนานไปจนถึงช่วงค่ำ จนวันถัดมาผมก็กลับมาดูความคืบหน้าของโพสต์เมื่อคืน ผมก็พบว่ากระทู้นี้มันถูกลบทิ้งไปเสียแล้ว นั่นจึงทำให้ผมพยายามตั้งกระทู้ขึ้นมาใหม่ แต่แล้วผมก็ถูกแบนออกจากเว็บไซต์ นั่นจึงทำให้ผมพยายามส่งอีเมล์กลับไปหาชายลึกลับคนที่ส่งจดหมายลูกโซ่ฉบับนี้ถึงผมในตอนแรก โดยผมพยายามส่งข้อความออกไปถึง 5 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมาแต่อย่างใด


ผมพยายามตั้งกระทู้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้บนเว็บไซต์อื่น ๆ แต่ก็กลายเป็นว่า ผมถูกแบนจากเว็บไซต์เหล่านั้นแทบจะในทันที โดยต่อมาเจ้าเว็บไซต์ตัวปัญหานั้นมันก็ลบตัวเองทิ้งไป หลังจากที่คลิป useless.avi ถูกพบเพียง 3 วัน ราวกับว่ามีใครบางคนได้ติดต่อกับผู้ดูแลเวบไซต์ให้รีบปิดเว็บ


มีสิ่งที่จะสามารถยืนยันได้ว่าเว็บไซต์ normalpornfornormalpeople.com นั้นมีอยู่จริง นั่นก็คือภาพที่ถูกแค็ปเอาไว้จากผู้คนส่วนหนึ่ง และก็ยังมีคลิปวิดีโอจากเว็บไซต์แห่งนี้ที่ถูกบางคนดาวน์โหลดออกมา โดยพวกเขาได้จัดการแจกจ่ายผ่านระบบบิตทอเรนท์ ซึ่งคลิปที่โด่งดังที่สุดก็คือ useless.avi ที่ยังสามารถหาชมกันได้ตามเว็บไซต์แนวเลือดสาด


และจงจำเอาไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะพยายามอัพโหลดคลิปจาก normalpornfornormalpeople.com ไว้ในที่แห่งใดก็ตาม มันก็จะถูกลบทิ้งไปในเวลาต่อมาอย่างแน่นอน

Written by Cosbydaf
Content is available under CC BY-SA

ภาพประกอบนำมาจากคลิป


--จบ--


เรื่องราวของเว็บไซต์หนังโป๊ธรรมดาสำหรับคนธรรมดา หรือนอร์มอลพอร์นฟอร์นอร์มอลพีเพิลเรื่องนี้ มันคือเรื่องราวสยองขวัญออนไลน์ พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง ที่ได้ไปพบกับเว็บไซต์ใต้ดินจากอีเมล์ลูกโซ่ที่ส่งมาถึงเขา โดยเว็บไซต์แห่งนี้มีคลิปวิดีโอน่ากลัว และการแสดงที่ดูราวกับสร้างไว้ให้คนโรคจิตเข้ามาดู

ในเว็บต้นทางต้องกรอกวันเกิดผู้เข้าก่อนชมด้วย

โดยเรื่องราวนี้ถูกเขียนขึ้นมาโดยศิลปินสมาชิกเว็บไซต์เดเวียนอาร์ต ชื่อ CosbyDAF โดยเขาได้เขียนเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2011 และถูกเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ครีปปี้พาสต้าวิกิเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปีเดียวกัน และทาง CosbyDAF เอง ก็ได้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของครีปปี้พาสต้าวิกิใน วันที่ 28 พฤศจิกายน เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของเรื่องเล่านี้อย่างเป็นทางการ ภายใต้การประกาศสิทธิ์แบบครีเอทีฟคอมมอน อนุญาติให้ผู้สนใจสามารถนำเรื่องนี้ไปเผยแพร่และดัดแปลงเนื้อหาได้อย่างอิสระ

และต่อมาในวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2012 สมาชิกเว็บไซต์เรดดิท ชื่อ LarperPro ก็ได้นำเรื่องนี้ไปโพสต์ไว้ที่หมวด  /r/WTF ซึ่งสามารถทำยอดความเห็นได้มากถึง 390 ความเห็น และได้รับการโหวตว่ายอดเยี่ยมถึง 83% ก่อนที่ตัวกระทู้จะถูกทางระบบอัตโนมัติปิดการพูดคุยไป โดยในวันเดียวกันนี้นี่เอง ก็มีใครบางคนจดโดเมนเว็บไซต์ normalpornfornormalpeople.com ขึ้นมาจริง ๆ

และต่อมาที่เว็บไซต์แห่งนี้ก็ค่อย ๆ อัพโหลดคลิปพร้อมเรื่องราวน่ากลัวตามมา โดยไม่ได้อ้างอิงชื่อคลิปเหมือนกับในเรื่องเล่าแม้แต่น้อย ซึ่งอย่างไรแล้ว ทางมิติที่ 6 ได้เข้าไปตรวจสอบในเว็บไซต์แห่งนี้ ก็พบว่าตัวเว็บนั้นได้มีการฝังสคริปท์ไวรัสจำนวนมาก เพื่อเอาไว้หลอกให้ผู้คนที่สนใจกดติดตั้งไวรัสเข้าไปในเครื่อง จนแทบจะเรียกได้ว่ามันเป็นเว็บไซต์อันตรายจริง ๆ ไปเสียแล้ว

ถึงจะเข้าไปดูได้ แต่ไวรัสเยอะมาก
คลิปในเว็บก็ไม่ตรงกับในเรื่องเล่า

ต่อมาในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2012 ยูทูปเบอร์ชื่อ Peter Markoski ได้อัพโหลดคลิปละครที่ใช้เรื่องราวนี้มาเป็นหลักในการเขียนบท โดยตั้งชื่อคลิปว่านอร์มอลพอร์นฟอร์นอร์มอลพีเพิล และทางปีเตอร์ก็ได้ตัดสินใจล็อคคลิปนี้ไม่ให้คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ในต่อมา

ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2013 เว็บไซต์ข่าว Geek.com ก็ได้นำเรื่องนอร์มอลพอร์นฟอร์นอร์มอลพีเพิล มาเสนอรวมไว้ในบทความหัวข้อ 4 เรื่องเล่าสุดสยองขวัญ ที่ดูเหมือนกับเป็นเรื่องจริงแห่งโลกอินเตอร์เน็ต ต่อมาในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 ยูทูปเบอร์ช่อง SomeOrdinaryGamers ก็ได้อัพโหลดการอ่านเรื่องเล่าสยองขวัญนี้ไว้ในช่องของเขา ผ่านการเล่นเกม Torchlight II ด้วย

และต่อมานอร์มอลพอร์นฟอร์นอร์มอลพีเพิล ก็ถูกเว็บไซต์ในประเทศไทยหลายแห่งนำมาเล่า จนมีท่านผู้ชมที่ได้พบเห็นเรื่องเล่านี้ นำมาสอบถามกับทางมิติที่ 6 เพื่อให้ช่วยตามหาที่มาที่แท้จริงว่ามันคืออะไรกันแน่ ?

โดยจากข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้นั้น ก็ทำให้มิติที่ 6 สามารถสรุปได้ว่า เรื่องราวของเว็บไซต์นอร์มอลพอร์นฟอร์นอร์มอลพีเพิลเรื่องนี้ มันก็เป็นเพียงหนึ่งในเรื่องเล่าสยองขวัญออนไลน์ที่ถูกแต่งขึ้นมาจากเว็บไซต์เดเวียนอาร์ต แล้วต่อมาตัวเว็บไซต์ชื่อเดียวกันถึงค่อยถูกจดทะเบียนเปิดตามมา เพื่อส่งเสริมให้เรื่องเล่านี้กลายเป็นที่โด่งดัง ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์เรื่องเล่าให้ดูน่าเชื่อถือ สมกับเป็นหนึ่งในเรื่องราวน่ากลัวที่ทำให้หลายคนทั่วโลกเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องจริง

และก็อย่างที่เคยบอกกันเสมอมา ว่าถ้าหากมีใครนำเรื่องนอร์มอลพอร์นฟอร์นอร์มอลพีเพิลเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังในวงสนทนา มิติที่ 6 ก็อยากจะบอกผู้ชมว่า ขอพวกเราจงอย่าได้ไปทำอะไร ที่จะทำให้การเล่าเรื่องนี้ต้องหยุดชะงักไป ในระหว่างที่เขากำลังเล่าอยู่จะดีเป็นที่สุด นั่นก็เป็นเพราะว่า ความจริงนั้น..มันช่างไม่มีเสน่ห์ เอาเสียเลย !!!

อย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี



เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอขอบคุณที่มา
Creepypasta Wiki – Normal Porn for Normal People
Normal Porn for Normal People – Normal Porn for Normal People เว็บไซต์อันตรายอย่ากดเข้าไปดู
Geek – The 4 scariest most believable stories

แท็ก : Normal Porn for Normal People, lickedclean.avi, jimbo.avi, dianna.avi, jessica.avi, tonguetied.avi, stumps.avi, privacy.avi, useless.avi, peanut.avi

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 | 10 มัมมี่ปริศนาแห่งโลกยุคใหม่ ที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้ !!!



มัมมี่นั้นหมายถึงศพที่อยู่ในสภาพพ้นจากภาวะเน่าเปื่อย กลายมาเป็นซากศพแห้ง ๆ ที่โดยทั่วไปเราจะนึกถึงมัมมี่ของเหล่ากษัตริย์ในประเทศอียิปต์ แต่ใครเลยจะรู้ว่าในปัจจุบันทุกวันนี้ ยังคงมีผู้คนพบกับมัมมี่ยุคใหม่เสมอมา

กดเพื่อดูคลิปที่นี่

มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาท่านผู้ชมไปพบกับปริศนาเรื่องจริงของมัมมี่ยุคใหม่ ร่างไร้วิญญาณของผู้จากไปที่ยังไม่ได้สูญหายไปไหน ทำไมพวกเขาถึงกลายเป็นมัมมี่ และทางการของแต่ละประเทศจะมีวิธีการจัดการกับมัมมี่เหล่านี้อย่างไรกันบ้าง ?




มัมมี่ปริศนาภายในเรือยอร์ช

ภาพจาก: news.com.au

โดยมัมมี่ร่างแรกที่จะเล่าให้ฟังนี้ เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา ชาวประมงคนหนึ่งได้พบกับเรือยอร์ชปริศนาลอยอยู่นอกชายฝั่งของประเทศฟิลิปปินส์ พอลองเข้าไปตรวจสอบเขาก็ได้พบกับร่างมัมมี่ของชายคนหนึ่ง นั่งเสียชีวิตอยู่บนโต๊ะทำงานภายในเรือลำนั้น พอเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบเรื่องก็เข้ามาตรวจสอบว่าชายคนนี้เป็นใคร และทำไมถึงมาเสียชีวิตอย่างปริศนา ในท่วงท่าที่ดูราวกับว่ากำลังนอนหลับอยู่แบบนี้

โดยหลังจากการตรวจสอบเอกสารภายในเรือแล้ว เจ้าหน้าที่สืบสวนก็สามารถระบุได้ว่า ชายคนนี้เป็นชาวเยอรมันชื่อแมนเฟร็ด ฟริทซ์ บาโจรัท อายุ 59 ปี โดยระบุว่าเขาน่าจะกำลังพยายามใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเหตุอะไรบางอย่างก่อนที่จะเสียชีวิต





โดยเรือยอร์ชของแมนเฟร็ด ฟริทซ์ บาโจรัทคนนี้ ถูกพบอยู่ห่างจากชายฝั่งออกไปประมาณ 100 กิโลเมตร ทางแถบบาร์โรโบของน่านน้ำประเทศฟิลิปปินส์ และคาดกันว่ามันน่าจะเป็นเพราะอากาศที่เต็มไปด้วยไอเกลือและลมทะเลที่มีความแห้งเป็นอย่างมาก จึงมีผลทำให้ร่างบาโจรัทกลายเป็นมัมมี่ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามไปยังเพื่อน ๆ ของบาโจรัทแล้ว ก็พอจะได้ความว่านายบาร์โจรัทได้เริ่มออกเดินทางด้วยเรือยอร์ชของเขาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน

แม้ทางเจ้าหน้าที่จะยังไม่สามารถสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตได้ แต่ด้วยหลักฐานแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุสื่อสาร อุปกรณ์นำทางจีพีเอส ไปจนถึงสภาพข้าวของเครื่องใช้ภายในเรือของบาโจรัทนั้น ไม่มีร่องรอยใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามีคนนอกเข้ามาทำร้ายเขา ถึงแม้กระเป๋าเงินของบาโจรัทจะหายไป ก็ยังสามารถจะบอกได้ว่าอย่างน้อยบาโจรัทก็ไม่ได้ถูกใครเข้ามาทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน


---------------

มัมมี่ในกองขยะ กับขวดใส่ปัสสาวะ 300 ใบ




ในปี ค.ศ. 2015 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พบกับศพมัมมี่ปริศนาอยู่ภายในบ้านแห่งหนึ่งที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย และภายในบ้านหลังนี้นอกจากจะมีมัมมี่ปริศนาแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังพบกับหนูจำนวนมากมายอาศัยอยู่ในบ้านรก ๆ ราวกับกองขยะ และอีกอย่างที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจก็คือ พวกเขาพบกับขวดบรรจุปัสสาวะจำนวนมากมายถึง 300 ขวด อีกจุดก็คือที่ประตูหน้าบ้านก็ไม่สามารถเปิดเข้าไปได้ เนื่องจากมีขยะกองโตปิดกั้นจากภายในจนแน่นหนา นั่นจึงทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจปีนเข้าบ้านทางหน้าต่างแทน

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบทั้งวันเพื่อที่จะช่วยกันนำร่างมัมมี่ร่างนี้ออกมาสู่ภายนอก โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทราบว่ามัมมี่ร่างนี้ก็คือแอนนา แรจิน อายุ 90 ปี ซึ่งเธอน่าจะเสียชีวิตมาประมาณ 5 ปี และยังไม่ทราบว่าเธอเสียชีวิตเพราะอะไร ? ตรวจสอบที่เกิดเหตุก็ไม่พบอะไรต้องสงสัย จะมีก็เพียงแคโรลีนลูกสาวของเธอที่ตอนนี้อายุ 65 ปี อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอดมา เธออยู่ในบ้านรก ๆ หลังนี้กับศพของคุณแม่ ท่ามกลางขยะกองโต และขวดใส่ปัสสาวะปริศนา 300 ขวด พอสอบถามเหล่าเพื่อนบ้านก็ล้วนเล่ากันว่า แคโรลีนเธอเป็นคนหนีโลก ไม่ยอมพูดคุยกับใครมานานแล้ว


และต่อมาปริศนาเกี่ยวกับศพของแอนนาที่อยู่กับลูกสาวอย่างยาวนานก็ถูกคลี่คลาย เมื่อแคโรลีนสารภาพว่า เธอต้องการจะหลีกเลี่ยงภาษีการทำศพเพียงเท่านั้น ต่อมาแคโรลีนจึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อบำบัดอาการชอบเก็บสะสมสิ่งของไว้ในบ้านมากมาย ซึ่งนั่นก็หมายถึงการสะสมขยะไปจนถึงการเก็บร่างแม่ของตัวเองไว้แบบนั้น และนั่นก็น่าจะรวมไปถึงการชอบเก็บสะสมขวดบรรจุปัสสาวะด้วย


---------------

มัมมี่เด็กในตู้เย็น

ดูเรื่องมัมมี่ผู้ใหญ่กันมาสองศพแล้ว เราลองมาดูมัมมี่เด็กในโลกยุคใหม่กันบ้าง ช่วงเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 เจ้าหน้าที่เก็บศพของเมืองแม็คเฮ็นรี่ รัฐอิลินอยซ์ ได้พบกับร่างมัมมี่ของเด็กคนหนึ่งถูกเก็บแช่อยู่ในตู้เย็น โดยสภาพศพของเด็กคนนี้ถูกห่อเก็บอยู่ในถุงพลาสติก และมีป้ายเขียนว่า "เบบี้ บอย โด 12 มีนาคม 1992" แปะอยู่ที่หน้าถุงอีกด้วย

มีรายงานว่าเมื่อ 23 ปีก่อน ร่างของเด็กคนนี้ถูกพบในห้องน้ำของร้านอาหารชื่อแว็ก ที่อยู่ในเมืองคริสตัลเลค รัฐอิลินอยซ์ ซึ่งการชันสูตรศพในปี ค.ศ. 1992 นั้นได้บันทึกเอาไว้ว่า เด็กคนนี้น่าจะเสียชีวิตตั้งแต่ตอนคลอด แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้พบศพของเธออีกครั้งเมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2015 การชันสูตรศพรอบใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น และสามารถระบุสาเหตุการตายที่ถูกต้องนั่นก็คือ เด็กคนนี้ถูกรัดคอจนเสียชีวิตไปหลังจากที่ลืมตาดูโลกได้ไม่นาน

และเรื่องนี้ก็ได้ทำให้มีการรื้อคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพนักงานเก็บรักษาศพชื่อ มาร์ลีน แลนซ์ มาสอบสวน เพราะจริง ๆ แล้วศพเด็กร่างนี้ควรจะถูกส่งคืนให้กับพ่อและแม่เพื่อไปทำพิธีทางศาสนา หรือถ้าหากไม่สามารถส่งคืนได้ก็ต้องนำไปฝังให้เสร็จสิ้น ไม่ใช่นำมาเก็บแช่เย็นจนเป็นมัมมี่แบบนี้ ต่อมาแลนซ์ก็สารภาพว่าเธอแอบนำร่างของเด็กคนนี้มาเก็บไว้จริง ส่วนแม่ของเด็กจะเป็นใครนั้น แลนซ์เองก็ไม่สามารถระบุตัวได้เช่นกัน

"มาร์ลีน แลนซ์" แอบนำศพเด็กมาแช่เย็นไว้ถึง 10 ปี

การสืบสวนได้พยายามค้นหากันต่อไป จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถหาตัวแม่ของเด็กพบ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้แจ้งข้อหาใด ๆ กับเธอ จนต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2016 มาร์ลีน แลนซ์ผู้แอบเก็บร่างของเด็กทารถแช่เย็นไว้กว่า 10 ปี จนกลายเป็นมัมมี่อยู่ในถุงพลาสติก ก็ไม่ได้รับการดำเนินคดีใด ๆ เช่นกัน เพราะทางการได้ตัดสินใจถอนข้อกล่าวหาไปทั้งหมด


---------------

มัมมี่ในรถจี๊ป

ถ้ามัมมี่ในตู้เย็นมันดูธรรมดาเกินไป เราดูการพบมัมมี่ในที่ ๆ ไม่น่าจะพบกันอีกสักร่าง เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2014 ช่างรับเหมาซ่อมบ้านได้พบกับร่างมัมมี่ของหญิงคนหนึ่ง ร่างของเธอถูกพบอยู่ในท่านั่งเสียชีวิตอยู่บริเวณเบาะหน้ารถจี๊ปของเธออย่างปริศนา ภายในโรงจอดรถที่บ้านของเธอในมิชิแกน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเธอคือเปีย ฟารเรนคอพฟ์ ที่น่าจะเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 และนั่งรอให้คนมาพบศพของตัวเองใน 5 ปีถัดมา ในวันที่บ้านของเธอถูกธนาคารยึด


"เปีย ฟารเรนคอพฟ์" ผู้เสียชีวิต

รถคันดังกล่าว

เธอกลายเป็นมัมมี่ร่างแรกที่เสียชีวิตอยู่หลังพวงมาลัยของรถยนต์ บริเวณรอบ ๆ ศพนั้นมีขวดไวน์ กองหนังสือและจดหมายที่ยังไม่ได้เปิดอยู่ฉบับหนึ่ง ศพของเธออยู่ในสภาพแห้งกรังจนไม่สามารถนำออกไปทำการชันสูตรได้ นั่นก็เลยทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุได้ว่า เธอเสียชีวิตเพราะอะไรกันแน่ ? เจ้าหน้าที่พบกุญแจรถของเธอยังคงถูกเสียบคาเอาไว้ น้ำมันในรถก็ยังคงมีพร้อม และสภาพของตัวรถเองก็ไม่มีสิ่งใดระบุว่า เธอฆ่าตัวตายด้วยการรมแก๊สคาร์บอนมอนน็อกไซต์ ที่ออกมาจากท่อไอเสียของรถเลย

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 2008 นั้น เปีย ฟาเรนคอพฟ์ยื่นใบลาออกมาจากบริษัทซอฟท์แวร์แห่งหนึ่ง เธอลาออกมาพร้อมกับเงินออมกว่า 87,000 ดอลลาร์ ได้เงินมาก็เอาไปซื้อรถจี๊ปคันนี้ และหยุดติดต่อกับเพื่อน โดยเรื่องนี้เพื่อน ๆ ทุกคนของเธอบอกว่า เปียนั้นเคยพูดถึงการขับรถออกไปท่องเที่ยวเป็นเวลาหนึ่งเดือน ส่วนทางธนาคารก็ตัดเงินค่าบ้านของเธอทางบัญชีตลอดมา จนในที่สุดเงินก็หมดบัญชี สุดท้ายก็มายึดบ้านหลังนี้ และนั่นก็เป็นที่มาของการพบศพมัมมี่ของเธอนั่นเอง


---------------


มัมมี่ในบ้านร้าง


"เอ็ดเวิร์ด บรุนตัน" ผู้เสียชีวิต

มัมมี่ร่างต่อไปนี้ถูกพบอยู่ในบ้านร้าง เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014 เด็กชายอายุ 12 ปีคนหนึ่งได้พบกับเหตุการณ์สยองขวัญ หลังจากแอบเข้าไปเล่นในบ้านร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ในเมืองเดย์ตันรัฐโอไฮโอ เด็กชายเล่าว่าหลังจากที่เขาเปิดตู้เก็บเสื้อผ้าใบหนึ่งที่อยู่ในบ้านหลังนี้ เขาก็ได้พบกับร่างมัมมี่ของใครก็ไม่รู้ เสียชีวิตอยู่ในสภาพถูกแขวนคออยู่ภายในนั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาทำการสืบสวนก็พบว่า มัมมี่ร่างดังกล่าวนั้นก็คือนายเอ็ดเวิร์ด บรุนตัน อายุ 53 ปี เขาถูกครอบครัวทอดทิ้ง และตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอภายในตู้เสื้อผ้า โดยบ้านหลังนี้เอ็ดเวิร์ดเองก็เพิ่งจะซื้อมันมาก่อนที่จะเสียชีวิตในปี ค.ศ. 2009 โดยเจ้าหน้าที่สามารถรู้เรื่องราวทั้งหมดได้ก็เพราะว่า พวกเขาได้พบกับบันทึกที่เอ็ดเวิร์ดได้เขียนบอกเล่าทุกอย่างเอาไว้ และสิ่งนี้ก็ยังได้รับการยืนยันมาจากญาติพี่น้องของเขาเช่นกัน

โดยในตอนแรกนั้นเด็กชายที่พบเอ็ดเวิร์ด บรุนตัน นึกว่าศพในตู้นั้นเป็นเพียงหุ่นมัมมี่ที่ทำขึ้นสำหรับเอาไว้หลอกผู้คน พอเขากลับมาเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ฟัง แม่ของเขาก็เลยตัดสินใจตามมาดูให้เห็นกับตา เพียงแค่เธอได้ย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านเพียงครู่เดียว เธอก็ได้กลิ่นสาปแห่งความตายโชยออกมาอย่างรุนแรง และนั่นจึงทำให้แม่ของเธอรีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที

เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่าเอ็ดเวิร์ด บรุนตันนั้นแขวนคอตายด้วยสายเข็มขัด และบรรยายว่าศพของเอ็ดเวิร์ดนั้นอยู่ในสภาพเนื้อหนังแห้งหุ้มกระดูก ส่วนเจ้าหน้าที่เก็บศพของมอนต์โกเมอรี่เคาน์ตี้ ก็บอกว่ามัมมี่ร่างนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมภายในตู้ใบนั้นนั่นเอง


---------------

มัมมี่ถูกทำพิธีอยู่ในอพาร์ทเมนต์


ภาพจาก: thesun.co.uk

มัมมี่ในบ้านก็มีมาหลายศพแล้ว งั้นคราวนี้เรามาดูมัมมี่ในอพาร์ตเมนต์กันอีกสักศพกัน เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่บ้านเมืองของประเทศรัสเซียต้องถึงกับช็อค เพราะพวกเขาได้พบกับอดีตแพทย์หญิงวัยชราท่านหนึ่ง ทำพิธีหลั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สวดภาวนาต่อพระเจ้าเพื่อขอให้สามีของเธอกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งใครจะไปคิดว่าเธอจะทำพิธีแบบนี้อยู่ต่อหน้าศพของสามี ที่นั่งเสียชีวิตอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น ยาวนานเป็นเวลากว่า 4 เดือน

จนช่วงที่เจ้าหน้าที่ไปพบกับร่างสามีของเธอนั้น ศพของเขาก็แห้งกลายเป็นมัมมี่ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ความลับของครอบครัวนี้ถูกเปิดเผย มันก็เป็นเพราะวันหนึ่งระบบระบายน้ำของอพาร์ทเมนต์แห่งนี้มีปัญหา เกิดน้ำท่วมขังขึ้นมาอย่างผิดสังเกต นั่นจึงทำให้เพื่อนร่วมอพาร์ทเมนต์ช่วยกันตามหาว่าห้องไหนกันแน่ที่เป็นต้นเหตุ ซึ่งก็แน่นอนว่าหลังจากเดินตรวจสอบไปทั่วทุกห้อง มันก็เหลือแต่ห้องของอดีตแพทย์หญิงท่านนี้ พอแอบมองเข้าไปพวกเขาก็ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที เพราะสิ่งที่เขาเห็นนั้นก็คือร่างไร้วิญญาณของพ่อเฒ่าวัย 87 ปี สามีของเธอกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น

จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ หลาย ๆ คนที่อาศัยร่วมในอพาร์ทเมนต์เอง ก็เคยได้กลิ่นเหม็นอย่างแรงโชยออกมาจากห้องดังกล่าว แต่ทุกคนต่างก็พยายามไม่สนใจอะไร จนความจริงได้มาถูกเปิดเผยในวันนี้

ส่วนทางการเองก็ได้ขอปิดบังชื่อและนามสกุลของแพทย์หญิงชราผู้นี้ โดยให้ข้อมูลเพียงว่า เธออายุ 76 ปี เป็นถึงอดีตนักฟิสิกซ์ อาศัยอยู่แถว ๆ โวลโก้กราด โดยตลอดมานั้นเธอได้โกหกครอบครัว เพื่อน ๆ และเพื่อนบ้านร่วมอพาร์ทเมนต์ ว่าสามีของเธอยังคงมีชีวิตอยู่

แม้อดีตแพทย์หญิงท่านนี้จะไม่เคยมีประวัติป่วยทางจิต แต่เหล่าเพื่อน ๆ ของเธอก็ออกมาบอกกันว่า ถึงเธอจะเคยเป็นนักฟิสิกซ์ก็จริง แต่เธอเองก็ชอบดูรายการเดอะแบทเทิลออฟเอ็กซตราเซนซอรี่ ซึ่งเป็นรายการทีวีแนวไสยศาสตร์ เหมือนรายการคนอวดผีในบ้านเรา


---------------

มัมมี่คนดำในโรงรถของบ้านมือสอง

ส่วนเรื่องราวของมัมมี่ร่างนี้ เหมาะสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังอยากจะหาซื้อบ้านไว้เป็นของตัวเองสักหลัง
เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2016 มีลูกค้าที่อยากจะเช่าซื้อบ้านท่านหนึ่ง ต้องประสบกับเหตุการณ์ที่จะทำให้เขาต้องใช้ความระมัดระวังในการเลือกซื้อบ้านหลังต่อไปของเขา เนื่องจากวันหนึ่งเขาได้พบกับซากมัมมี่ปริศนากำลังนั่งก้มหน้าอยู่บริเวณเบาะหลังของรถพลีมุธอาเคลม ที่จอดทิ้งไว้อยู่ในโรงจอดรถของบ้านหลังนี้

จริง ๆ แล้วเจ้าของบ้านหลังนี้เคยบอกเขาไว้แล้วว่าอย่าได้เข้าไปวุ่นวายแถวโรงรถ แต่สุดท้ายก็มีเหตุต้องให้เปิดดูจนได้ ศพนี้เป็นศพของคนผิวดำสวมเสื้อสเว็ตเตอร์ มีกางเกงและรองเท้าอยู่ครบ แต่ไม่ทราบว่ามัมมี่ร่างนี้เป็นชายหรือหญิง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ศพน่าจะอยู่ในรถคันนี้มามากกว่า 1 ปีแล้ว และนั่นจึงทำให้สภาพของศพเลยจากช่วงเวลาย่อยสลาย ที่น่าจะเคยผ่านการอืดมาอย่างถึงที่สุด กลายมาเป็นซากศพแห้ง ๆ  และได้นำศพร่างนี้ส่งไปให้กับทางคณะมนุษยวิทยาของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเป็นผู้ทำการชันสูตร ซึ่งพวกเขาเองก็หวังว่าทางคณะน่าจะสามารถวิเคราะห์ได้ ว่าศพนี้เสียชีวิตตอนอายุเท่าไหร่ ? มีเพศอะไร ? และตายเพราะอะไรกันแน่ ?

ภาพจาก:  USA Today
ซื้อบ้าน แถมรถ (พร้อมศพ)

พอสอบถามไปยังเหล่าเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นพวกเขาต่างก็เล่ากันว่า โรงรถแห่งนี้ไม่เคยถูกเปิดประตูมาก่อน และก็ไม่เคยสังเกตพบสัญญาณใด ๆ ที่บ่งบอกว่าเคยมีใครอาศัยอยู่ หรือแม้แต่สัญญาณที่จะบอกว่ามีอะไรผิดปกติ อย่างเช่นกลิ่นศพลอยออกมาให้พวกเขาสงสัยเลยแม้แต่ครั้งเดียว


---------------

มัมมี่บนต้นสนในประเทศรัสเซีย

ภาพจาก: siberiantimes.com

หลังจากพบมัมมี่ในบ้าน ในรถ ในตู้เย็นกันมาเยอะแล้ว มัมมี่ร่างนี้ก็ถือเป็นมัมมี่ปริศนาแห่งโลกยุคใหม่ที่ถูกพบในที่ ๆ ไม่น่าจะมีมัมมี่ได้นั่นก็คือบนต้นไม้ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศรัสเซีย ได้พบร่างมัมมี่ของชายคนหนึ่งติดอยู่บนต้นสนสูงกว่า 15 เมตร เจ้าหน้าที่สืบสวนได้เปิดเผยว่า ชายคนนี้น่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 เดือน

มัมมี่ร่างนี้เสียชีวิตอยู่ในท่านั่ง มือทั้งสองยังคงโอบกอดที่ลำต้นของต้นไม้อยู่แบบนั้น เสื้อผ้าทั้งหมดยังอยู่ครบสมบูรณ์ สวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินทับด้วยเสื้อสเว็ตเตอร์สวมรองเท้าบูท ซึ่งมัมมี่ร่างนี้ถูกพบอยู่ในแถบชายป่าที่อยู่ระหว่างถนนเชคกิสกี้และถนนโมสโตวายา ของเมืองทอมสค์ประเทศรัสเซีย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สืบสวนเองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะรู้ให้ได้ว่า มัมมี่ร่างนี้เป็นใครกันแน่ ?

โดยจุดที่พบมัมมี่ร่างนี้ก็คือจุดที่ในอดีตนั้น เคยมีปัญหามลภาวะจากสารกัมมันตภาพรังสี จากอุบัติเหตุโรงเก็บสารเคมีไซบีเรียนเคมีคอลอินดัสเทรียลคอมเพล็กซ์ ที่ระเบิดในปี ค.ศ. 2015 และต่อมาบริเวณดังกล่าวก็ได้ถูกทางการประกาศเป็นเขตห้ามอยู่อาศัย และถือเป็นหนึ่งในเขตอันตรายจากสารพิษชนิดนี้อีกด้วย และถ้าจะให้ถูกต้องจริง ๆ บริเวณเขตที่ 7 ของเมืองทอมสค์แห่งนี้ ก็เคยถูกประกาศเป็นเขตอันตราย จากสารกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 แล้ว


---------------

มัมมี่ถูกห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หลากสี

ภาพจาก: St. Louis Post-Dispatch

หลังจากที่ กลาดิส เบิร์กมายเออร์ ได้เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ญาติของเธอก็ได้แวะเข้ามาช่วยทำความสะอาดบ้านที่เธอเคยมีชีวิตอยู่ ในเมืองเซนต์หลุยซ์รัฐมิซซูรี่ แต่แล้วก็กลายเป็นว่า เหล่าญาติ ๆ ถึงกับตกตะลึง เมื่อพวกเขาต้องพบกับมัมมี่ร่างหนึ่ง ถูกห่อไว้ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หลากสี ถุงพลาสติก และถุงขยะ ห่อทัพด้วยผ้าม่านจากห้องน้ำอีกที และเมื่อพวกเขาเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ทุกคนถึงได้พบกับความจริงว่า มัมมี่ร่างนี้เป็นร่างของนางกลาดิส สแตนเบอรี่ แม่ของกลาดิส เบิร์กมายเออร์ นั่นเอง

จนผ่านมา 3 สัปดาห์ หลังจากแกะหนังสือพิมพ์และถุงพลาสติกออก เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เปิดเผยว่า เธอเสียชีวิตอยู่ในสภาพสวมเพียงเสื้อนอน ที่เท้าก็สวมถุงเท้าไว้เพียงข้างเดียว ตามร่างกายก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใด ๆ

หลังจากสอบถามเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น พวกเขาได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กลาดิส สแตนเบอรี่ได้ย้ายเข้ามาอยู่กับเบิร์กมายเออร์ที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1993 และก็ไม่เคยมีใครเห็นเธออีกเลยตั้งแต่นั้นมา พอมีใครถามเบิร์กมายเออร์ว่า แม่ของเธอสบายดีหรือเปล่า เธอก็จะพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย จนสุดท้ายเพื่อนบ้านก็เลิกถามเรื่องนี้กันไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ไม่สามารถสืบได้ว่านางสแตนเบอรี่ เสียชีวิตในบ้านหลังนี้มานานเท่าไหร่แล้ว แม้เจ้าหน้าที่สืบสวนจะพบกับขวดน้ำส้ม ที่แจ้งวันหมดอายุในปี ค.ศ. 2003 ถูกห่อรวมอยู่กับศพไว้ด้วยก็ตาม หลาย ๆ อย่างที่เป็นองค์ประกอบมันก็ดูจะขัดกันไปหมด เพราะวันที่ที่พบจากกระดาษหนังสือพิมพ์เอง ก็ถูกนำมาจากช่วงเวลาต่าง ๆ และไม่ได้สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับวันหมดอายุของน้ำส้มขวดนี้ และคาดกันว่าขวดใบนี้ อาจจะถูกนำมายัดใส่เอาไว้ในภายหลังก็เป็นได้ แถมคนที่ควรจะให้คำตอบทั้งหมดได้ก็ดันมาเสียชีวิตไปอีก นั่นจึงทำให้คดีนี้ยังคงเป็นปริศนากันต่อไป


---------------

มัมมี่หนูน้อยมหัศจรรย์


เรามาปิดท้ายกับมัมมี่ยุคใหม่ที่มีอภินิหารย์ไม่แพ้บ้านเรากันบ้าง เมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา ชาวอาเจนติน่ามีเรื่องที่เล่าขานกันมาเกี่ยวกับมัมมี่เด็ก ที่อยู่ในเมืองบันด้าฟลอริด้าประเทศอาเจนติน่า โดยเล่ากันว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 เด็กชายมิเกล แองเจล กายตัน ได้เสียชีวิตไปด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ทั้ง ๆ ที่มีอายุได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ต่อมาศพของเด็กชายคนนี้ได้รับการทำพิธีฝังไปเรียบร้อย แต่เจ็ดปีต่อมา หลุมศพของมิเกลก็ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง

โดยในตอนนั้นสัปเหร่อเองเชื่อว่า ก่อนหน้าที่จะขุดศพของมิเกลขึ้นมา มันเกิดเหตุการณ์ประหลาด เมื่อมีพายุพัดเอาก้อนหินมากมาย มาทับถมรวมกันที่จุดฝังศพของเด็กชายคนนี้ ต่อมาพ่อแม่ของมิเกลเองก็ตัดสินใจต่อโลงแก้วเพื่อเก็บรักษาศพเอาไว้ และตั้งแต่นั้นมามิเกลก็ได้ถูกนำมาวางแสดงให้ชาวบ้านทั่วไปแวะมาเข้าเยี่ยมชม

เหล่าผู้แสวงบุญนับพันต่างก็เดินทางกันมาที่แห่งนี้ พร้อมกับนำดอกไม้และของเล่นมาฝากให้กับเด็กน้อย จนต่อมามิเกลก็ได้รับสมญานามใหม่กลายเป็น "มิราเคิลชายด์" หรือ "หนูน้อยมหัศจรรย์" ปัจจุบันร่างของมิเกลยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี



มีบางคนเชื่อกันว่าถ้าพวกเขาใช้มือของตัวเอง ประสานไว้ที่บริเวณเหนือศีรษะของมิเกลแล้ว หนูน้อยมหัศจรรย์จะช่วยเหลือพวกเขาให้สามารถผ่านปัญหาทุกอย่างได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็มีแดเนียล ซาอาเวดราคนหนึ่งล่ะ ที่ออกมายืนยันว่าหลังจากที่ไปเยี่ยมศพของมิเกลมาแล้ว อาการโรคมะเร็งในตับอ่อนของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง ซึ่งจะว่ากันจริง ๆ ถ้าหนูน้อยมิเกลได้มาอยู่ในประเทศไทยล่ะก็ เขาคงสามารถช่วยเหลือชาวไทยได้มากมายกว่านี้อย่างแน่นอน


จากทุกเรื่องที่เล่ามามันบอกกับพวกเราได้ว่า การจากไปของคนที่เรารักนั้นล้วนสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับเรารวมไปถึงญาติพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งมันถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนเรานั้นเกิดมาก็ต้องตายสักวัน เพียงแต่เมื่อถึงวันนั้นอย่างน้อยคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็สมควรจะทำพิธีจัดการกับศพผู้เสียชีวิต ให้ไปอยู่ในที่ ๆ ควรอยู่ อย่างถูกต้องตามประเพณีที่ควรปฏิบัติ เพราะไม่เช่นนั้นวันใดที่ถึงเวลาของเราจะต้องจากไป อย่างน้อยลูกหลานของเราก็ยังพอจะได้เห็นตัวอย่าง ที่เราเคยปฎิบัติกับบรรพบุรุษเอาไว้ มาใช้กับเราได้ไม่ขาดตกบกพร่องอย่างแน่นอน

ถ้าไม่ใช่แบบนั้นเราก็อาจจะได้กลายเป็นมัมมี่ นั่งหรือนอนอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่หลุมศพ หรือควรจะอยู่ในโกฏิเก็บกระดูก ถึงตอนนั้นถ้าวิญญาณของเรามีจริง เราคงทำได้แต่นั่งมองดูตัวเองไปจนกว่าจะทำใจได้ เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับหลาย ๆ ศพที่มิติที่ 6 ได้นำมาเล่านี้

หลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
22 มีนาคม 2560

ที่มา :
The Sun - Mummified corpse of ‘magical’ baby boy who died 50 years ago attracts thousands of pilgrims

แท็ก : Mysterious, Modern, Mummies, Mummy, มัมมี่, ปริศนา

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

ตำนานเรือนกาหลง เรื่องจริงที่น่าขนลุก !!!


คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม


"เรือนกาหลง" เรื่องจริงที่มีประวัติอันน่าขนลุก ! ของผีเปรตในบ้านเรือนไทยหลังหนึ่ง มีผู้คนมากมายที่พบกับเหตุการณ์ประหลาด ไม่ว่าจะเป็นการปรากฏตัวในรูปแบบต่างๆ กับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ !
"แม่กาหลง"


วันนี้มิติที่ 6 จะพาท่านไปรู้จักกับตำนานของหญิงสาวที่ต้องกลายเป็นเปรตเพื่อรอการกลับมาของคนรัก กับเรื่องเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น !!!
เมื่อปี พ.ศ. 2499  มีหลวงพ่อท่านหนึ่งได้รับหน้าที่ให้มารักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งแรกๆ วัดแห่งนี้มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษาเพียง 15 รูป เท่านั้น

ในเวลาต่อมาจำนวนพระภิกษุและสามเณรก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ นั่นจึงทำให้หลวงพ่อต้องสร้างโรงครัวขึ้นมาเพื่อรองรับจำนวนพระและเหล่าชาวบ้านที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เพียงแต่ขณะนั้นท่านเองก็มีปัจจัยส่วนตัวเพียง 3,000 บาท ครั้นจะสร้างโรงครัวหลังใหม่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ด้วยเหตุนี้หลวงพ่อจึงปรึกษากับนางพิน บำเรอจิต ให้ช่วยดูว่ามีใครจะขายบ้านเก่าบ้างหรือไม่ ? ซึ่งนางพินก็ได้แนะนำให้หลวงพ่อซื้อบ้านเรือนไทยหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านเก่าของนายอำเภอซึ่งได้ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว

พอหลวงพ่อเดินทางไปถึงที่เรือนไทยหลังดังกล่าว ท่านก็ลองขึ้นไปสำรวจบนตัวบ้าน โดยท่านเล่าว่าพอขึ้นไปบนบ้านไม่ทันไร ตัวบ้านก็สั่นขึ้นมาราวกับเกิดแผ่นดินไหว ท่านรู้สึกผิดปกติจึงแผ่เมตตาให้ และหลังจากนั้นหลวงพ่อจึงตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ โดยก่อนจะรื้อท่านได้กล่าวว่า
“นี่พี่น้องทุกคนที่อยู่บ้านนี้ เจ้าของบ้านก็ดีนะ ที่อยู่ที่นี่น่ะ มาอยู่ทำไมเล่า ไปอยู่ด้วยกันนะ ไปอยู่วัดเจริญวิปัสสนากรรมฐานกันดีกว่านะ จะมาหลงอยู่ที่นี่ทำไม อยู่ในอบายเป็นเปรตวิสัยไม่ดีแน่ ช่วยกันรื้อ ช่วยปลูกเป็นโรงครัว เพื่อทำอาหารถวายแด่พระภิกษุสงฆ์องค์เณร และช่วยเลี้ยงพุทธศาสนิกชนที่มาวัดให้ได้รับความสะดวกในการบำเพ็ญกุศลของเขาต่อไป”
พอหลวงพ่อกล่าวจบ จากบ้านที่โยนก็สงบลงทันที หลังจากนั้นท่านก็ให้คนงานรื้อ แล้วย้ายไปปลูกใหม่ในวัดโดยใช้เวลาปลูกเพียงวันเดียว

"เรือนกาหลง" ของจริงในปัจจุบัน

พอเวลาผ่านไปไม่นานก็เกิดเหตุประหลาดขึ้น ว่ากันว่าวันนั้นนางบุญชูซึ่งมาช่วยงานเป็นแม่ครัววัด กำลังทำงานอยู่ดีๆ เธอก็มีอาการผิดปกติ นั่งอยู่ดีๆ ก็เกิดอาการสั่นและพูดเสียงดังขึ้นว่า
“น้อยไป ! พวกเรานี่บาปกรรมเหลือเกินนะ เราบาปมาแล้วต้องเป็นเปรตอยู่ที่บ้านหลังนี้ เรามากับบ้านหลังนี้”
คนที่มายืนมุงดูต่างตกใจ และมีคนถามกลับไปว่า
“เอ้า ! มาทำไมเล่า ผีเข้ามาอยู่กุฏิหลังนี้ได้อย่างไร ?”
นางบุญชูที่กำลังสั่นเกร็งไปทั้งตัวก็ตอบกลับทันที ซึ่งคำตอบของเธอทำให้ทุกคนที่อยู่ในโรงครัวถึงกับต้องขนลุก !
“เออ ! พวกเอ็งไม่ต้องมายุ่ง ! เพราะท่านเชิญเรามา หลวงพ่อเชิญมา ให้มานั่งเจริญวิปัสสนาที่วัดนี้ เราก็ตามมาและช่วยท่านดูแลโรงครัวด้วย เราดูไม่ได้เลย ดูมาหลายวันแล้ว พวกเราทำครัวแล้วก็ลักของวัด เอากะปิ หอม กระเทียมติดไปบ้าน เอาปลาติดไปบ้านทุกวัน เราทนดูอยู่ไม่ได้จึงมาบอกเล่า เจ้าอย่าเอาไปนะจะเป็นเปรต เราเคยเป็นเปรตในบ้านหลังนี้มาแล้ว ! เราต้องตายแล้ววิญญาณก็อยู่เป็นเปรต !
“เพราะเราได้ผลกรรมของเปรตผูกใจอำนาจของโลภะ โทสะ โมหะ มันเกิดขึ้นในจิต สามีของเราเจ้าชู้มากชอบเที่ยวผู้หญิงยิงเรือมากหน้าหลายตา ตลอดจนเหตุการณ์เบื้องหน้าที่เราเฝ้าอยู่ที่บ้านนี้ เป็นบ้านของนายอำเภอ สามีของเราก็เจ้าชู้ ตอนที่เราจะตายวิญญาณออกจากร่างไป เรามีอำนาจโลภะห่วงใยสมบัติ ห่วงใยสามี เราตายแล้ววิญญาณจึงต้องมาอยู่ที่นี่ ที่เรือนหลังนี้..กลายเป็นเปรต !
แต่เราก็โชคดีเหลือเกินที่ท่านไปซื้อบ้านหลังนี้มา ท่านก็บอกกับเราว่าอย่ามาอยู่บ้านหลังนี้เลย อย่ามาเฝ้าอยู่เลยเปรตเอ๋ย... ท่านก็พูดอย่างนั้น เรารับทราบแต่ท่านไม่ทราบว่าเรานั่งอยู่ใกล้ๆ ท่านที่บ้านหลังนั้น เราก็ตามบ้านนี้มา ช่วยท่านรื้อช่วยปลูกจนเสร็จ เราเป็นเปรต ! ท่านทั้งหลายอย่าเป็นเปรตอย่างเราเลย มานั่งเจริญกรรมฐานกันเถิด”
เหล่าคนทำครัวก็พอจะสรุปได้ว่านี่ก็คือ ผีเปรตแม่กาหลง หญิงสาวที่รอสามีจนตรอมใจตายติดมากับบ้านหลังนี้นั่นเอง ! และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าเอาพวกกะปิ หอม กระเทียมของวัดไปอีกเลย

ภาพเหมือน "แม่กาหลง" หน้าตาคมขำ

นอกจากเหล่าคนทำงานในโรงครัวมีเรื่องเล่าให้ต้องขนลุกแล้ว แม้แต่คนที่มานั่งกรรมฐานที่วัดก็ยังพูดถึงหญิงสาวลึกลับที่ขึ้นมาบนศาลาในตอนเช้ามืด ที่คอยปลุกให้ตื่นมาทำกรรมฐานและหุงหาอาหาร โดยเล่าว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนมีรูปร่างหน้าตาดี ผิวพรรณละเอียดคมขำ พูดจาไพเราะ และยังมาช่วยแนะแนวทางในการนั่งกรรมฐานอีกด้วย

อยู่มาวันหนึ่งมีกลุ่มข้าราชการเดินทางมาขอพักค้างแรมที่วัด คืนวันนั้นเป็นวันพระแม่ครัวแอบไปดูมหรสพกันหมด ส่วนพระทุกองค์ก็ล้วนเข้าโบสถ์จนดึกเพื่อลงปาฏิโมกข์ จึงไม่มีใครอยู่ดูแลแขกในคืนวันนั้น
พอรุ่งเช้าหลวงพ่อทราบเรื่องก็รีบเดินทางมาพูดคุยกับข้าราชการกลุ่มนี้ เพราะทราบว่าไม่มีใครคอยอยู่ดูแลแขกของท่าน พอจะเอ่ยถามคนในกลุ่มข้าราชการก็พูดขึ้นทันทีว่า

 “หลวงพ่อไม่ต้องห่วง เขาเลี้ยงอย่างดีเลย อาหารอร่อยมากเมื่อคืนน่ะ”

แถมยังเล่าถึงความประทับใจว่า ตอนเดินไปเข้าห้องน้ำก็ยังมีคนเดินมาเปิดไฟและเปิดประตูห้องน้ำให้อีกด้วย อีกทั้งข้าวปลาอาหารคาวหวาน น้ำร้อน น้ำชา กาแฟ ก็ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย


หลวงพ่อท่านได้ยินแบบนั้นก็สงสัย เพราะท่านทราบว่าเมื่อคืนนี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคน ท่านจึงลองถามกลุ่มข้าราชการว่า

“ขอเจริญพร.... ใครมาเลี้ยงคุณ มีอะไรบ้าง ?”

“ยำเล็ก ยำใหญ่... แหม ! อาหารอร่อยมีกาแฟ โอวัลติน มีหลายอย่างเจ้าค่ะ”

“ใครมาเลี้ยงคุณหรือ ?”

“รูปร่างสวย เป็นผู้หญิงลักษณะดำขำ เอาอาหารให้ดิฉันรับประทานกัน และมีกาแฟเรียบร้อย เขายิ้มตลอดเวลา บอกไม่ต้องห่วงยินดีต้อนรับ เพราะเป็นแขกของหลวงพ่อ ที่วัดนี้มาไม่ให้อดอยากปากแห้ง ขาดตกบกพร่องประการใดให้อภัยด้วย”

กลุ่มข้าราชการเห็นหลวงพ่อบ่นเด็กๆ ว่าไม่คอยอยู่ดูแลแขก ก็เกิดสงสัยว่าทำไมหลวงพ่อจึงบ่นเช่นนั้น เพราะทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็มีคนอยู่ดูแลเป็นอย่างดี จึงเกิดอยากพบหญิงสาวที่มาดูแลเมื่อคืนนี้ พอหลวงพ่อเรียกเหล่าแม่ครัวทั้งหมดมา กลุ่มข้าราชการกลับบอกว่าไม่ใช่เลยสักคน หลวงพ่อท่านก็ยืนยันว่าทางวัดมีแม่ครัวสี่ถึงห้าคนเพียงเท่านี้


นั่นจึงทำให้ทุกคนถึงกับเงียบไม่พูดอะไร รีบเดินกลับไปเก็บข้าวของลากลับบ้านทันที โดยไม่เคยหวลกลับมาขอพักที่วัดนี้อีกเลย


"ทางขึ้นกุฏิ" ชั้นบนเป็นไม้ของเก่า ชั้นล่างเป็นปูนสร้างขึ้นใหม่


หลังจากนั้นก็มีคนพบและเล่าถึงแม่กาหลงในลักษณะต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะมาเป็นกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ บ้างก็เล่าว่ามีคนเห็นแม่กาหลงลงมาทำครัว หรือออกมานั่งกรรมฐานแสดงภาพและเสียงออกมาให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน

ว่ากันว่าในปัจจุบันสิ่งที่แม่กาหลงได้ทำเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการออกมาช่วยงานของวัด ไปจนถึงออกมานั่งวิปัสสนา ทุกอย่างนี้ก็ได้ทำให้เธอได้พ้นสภาพจากเปรตไปสู่เทพธิดาตามบุญกุศลที่นางได้สร้างเอาไว้นั่นเอง
ถึงแม้ตำนานเรือนแม่กาหลงเรื่องนี้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการตีความของเราว่า เลือกจะมองถึงสาระสำคัญในเรื่องนี้อย่างไร ?
หากใครสนใจอยากไปสัมผัสบรรยากาศจริงก็สามารถไปเยี่ยมชมเรือนแม่กาหลงได้ที่วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ส่วนใครที่อยากทราบประวัติเพิ่มเติม ก็สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ค่ะ >> Rulesofkarma.wordpress.com

 
เดินขึ้นไปชั้น 2 เดินตรงเข้าไปจะเป็นแท่นสักการะ


เรียบเรียงโดย มิติที่ ๖
ที่มา : พระธรรมสิงหบุราจารย์. (๒๕๓๑). จังหวัดสิงห์บุรี. หนังสือกฎแห่งกรรม เล่มที่ ๒ (ภาคกฎแห่งกรรม "วิญญาณ")(หน้า ๑๕-๒๓). แหล่งที่มา : http://www.dhammathai.org/karma/dbview.php?No=31. (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐).