ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

11 มีนาคม 2561

มิติที่ 6 | Dullahan ตำนานปีศาจไร้หัวแห่งรัตติกาล [The Dark Fairy Tales !!!]



“ผมเห็นดูลาฮานมาแล้วกับตา ! มันอยู่ตรงนั้น ! บนยอดเนินผาระหว่างสองหุบเขาเบรียนฟอร์ดและมันนี่สคาลพ์ ตอนนั้นเป็นช่วงพลบค่ำ ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ที่มือของมันกำลังถือศีรษะตัวเองอยู่ !


กดเพื่อชมบนยูทูป

ผมได้ยินมันตะโกนชื่อของใครบางคนจึงรีบเอามืออุดหูไว้ เผื่อชื่อที่มันเรียกนั่นจะเป็นชื่อของผม นั่นจึงทำให้ผมไม่รู้ว่ามันพูดชื่อใคร ?
พอผมเงยหน้าขึ้นไปมองอีกครั้งมันก็ไปแล้ว ไม่ทันไรชายหนุ่มคนหนึ่งก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาอาจเป็นคนที่ถูกเจ้าดูลาฮานเรียกชื่อก็ได้ !!!


สิ่งที่เราเพิ่งเล่าไปนั้น ก็ถือเป็นนิยามแทบจะทุกอย่างของมัน จากคำบอกเล่าของ W.J. Fitzpatrick นักเล่าเรื่องจากเทือกเขามอร์นประเทศไอริช ที่ได้เล่าเรื่องราวการพบชายไร้ศีรษะ ขี่ม้าสีดำ ปีศาจไร้หัวชื่อดังที่ถูกร่ำลือกันมายาวนาน ตามย่านชนบทของสลิโก้และดาวน์เคาน์ตี้ หนึ่งในสุดยอดความน่ากลัวแห่งโลกวิญญาณ ที่ว่ากันว่ามันจะขี่ม้าสีดำไปตามสถานที่ต่าง ๆ และเมื่อมันหยุดที่นั่นจะต้องมีคนตาย !

ภาพจาก: Skyrim


ภายใต้ชุดสีดำ ศีรษะของมันกลับไม่ได้อยู่ในที่ ๆ ควรจะอยู่ ดูลาฮานจะอุ้มศีรษะของตัวเองไว้ในมือ ว่ากันว่ามันคือความสามารถพิเศษสำหรับการมองเห็นยามค่ำคืน มันจะชูศีรษะขึ้นไปจนสุดมือยามที่ต้องการจะมองออกไปไกล ๆ  


จงระวังกันเอาไว้ว่าอย่าได้มองดูเมื่อยามมันผ่านมาจนเพลิน เพราะถ้ามันรู้จะลงโทษคุณด้วยการสาดเลือดสด ๆ เข้ามาจนเต็มดวงตาของคุณ ซึ่งถ้าโดนเข้าไปจัง ๆ แบบนั้น ดวงตาของคุณอย่างน้อยหนึ่งข้างก็จะต้องบอดสนิททันที และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ถ้ามันหยุดม้าลงตรงที่ไหนที่คุณอยู่ มันจะเรียกชื่อคุณ ซึ่งถ้าคุณได้ยินวิญญาณของคุณก็จะต้องมีอันหลุดออกจากร่าง ไม่ว่าจะด้วยทางใดทางหนึ่งเป็นแน่แท้
ถ้าคุณจำแบนชีได้ คุณจะทราบได้ทันทีว่าดูลาฮานนั้นเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่า เพราะการมาของแบนชี เธอเพียงต้องการร้องบอกคนในครอบครัว ว่าคืนนั้นจะต้องมีใครสักคนจากไป แต่กับดูลาฮานมันไม่มีความห่วงหาอาทรแบบนั้น เพราะการมาของมันคือความตายอย่างไร้ปราณี ! ไม่มีใครสามารถหนีจากมันไปได้ง่าย ๆ แต่ถึงจะบอกแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางหลบเลี่ยง แต่สิ่งที่เราสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมดูลาฮานถึงได้กลัวทองคำ ดังนั้นจงจดจำเอาไว้ มันกลัวทองคำ ที่แม้แต่จำนวนเพียงน้อยนิดก็สามารถทำให้มันกลัวจนหนีหายไปได้


มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งจากเมืองกาลเวย์ มีชายคนหนึ่งกำลังเดินทางกลับบ้านตามปกติ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงควบม้า มันค่อย ๆ ดังไล่หลังเขามาตามเส้นทางเดินนั้น และด้วยความหวาดกลัวชายคนนั้นจึงหันหลังกลับไปดูว่ามันคืออะไร ซึ่งมันก็ใช่อย่างที่เขากลัวจริง ๆ ดูลาฮานมันอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มจึงพยายามวิ่งหนี แต่เขาก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพยายามวิ่งหนีจากฑูตแห่งความตายอย่างมันให้พ้น ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือเขาต้องฉลาดกว่ามัน
คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงทิ้งเหรียญทองลงไปบนพื้นหนึ่งเหรียญ และนั่นจึงทำให้ชายหนุ่มได้ยินเสียงคำรามของมันดังกึกก้องขึ้นมา เสียงนั้นลอยข้ามศีรษะของชายหนุ่มไป ซึ่งพอชายหนุ่มลองหันหลังกลับไปดู เขาก็พบว่าดูลาฮานได้หายตัวไปแล้ว


ไม่มีใครรู้ว่าดูลาฮานมีความเป็นมาอย่างไร ? มีบางคนเข้าใจว่าดูลาฮานก็คือร่างแปลงของเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ชื่อ ครอมดุพ ผู้ซึ่งเคยได้รับการบูชาจากกษัตริย์ไอร์แลนด์ชื่อ ไทเกอร์มัส โดยทุกปี กษัตริย์พระองค์นี้จะใช้มนุษย์เป็นเครื่องสังเวยแด่ครอมดุพ ซึ่งวิธีการที่พระองค์นิยมใช้ปลิดชีพพวกเขา ก็คือการตัดศีรษะเพื่อบูชา
โดยการสังเวยเช่นนี้ได้ถูกยกเลิกไปในช่วงยุคคริสต์ศตวรรษที่ 6 หลังจากที่ศาสนาคริสต์ได้เผยแผ่มาถึง แต่ถึงแม้ผู้คนจะลืมเลือนครอมดุพ แต่กับครอมดุพเขายังไม่สามารถลืมอดีตอันสูงส่งของตนได้ จากเทพเจ้าจึงได้เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นปีศาจไร้หัวขี่มาสีดำออกไปล่าวิญญาณเหล่าผู้คน มาเป็นเครื่องสังเวยจนเป็นตำนานนั่นเอง


ว่ากันว่าดูลาฮานจะขี่ม้าของมันไปทุกแห่ง มีอาวุธเป็นแส้ที่ทำจากกระดูกสันหลังของมนุษย์ แต่บางท้องที่ก็ระบุไว้ต่างไปว่า ดูลาฮานจะอยู่บนรถม้าสีดำ ใช้ม้าเทียมเพื่อลากจูงถึง 6 ตัว เคลื่อนที่ไปทุกแห่งด้วยความเร็วสูง ถึงขนาดทำให้ยามเมื่อมันวิ่งผ่านไปทางใด แรงเสียดสีที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลให้ทุกอย่างที่อยู่ข้างทาง เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาได้อย่างร้ายแรง และหากเส้นทางที่มันวิ่งผ่านถูกปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนาไม่ว่าด้วยวิธีใด ด้วยความเร็วระดับนั้นก็จะทำให้ดูลาฮานสามารถฝ่าผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ราวกับวิ่งผ่านหมอกควันบาง ๆ เท่านั้น


ถ้าหากคุณเกิดโชคร้ายถูกดูลาฮานนำเลือดมาสาดจนตาบอดไป ว่ากันว่าวิธีการรักษานั้นมีเพียงทางเดียว นั่นก็คือการผ่าตัดดวงตา ซึ่งก็แน่นอนว่ามันอาจจะไม่หายดีดังเดิมตามที่หวังไว้


ดังนั้นถ้าหากคุณมาอยู่ในไอร์แลนด์ช่วงฤดูผีดุ เราก็ขอแนะนำให้คุณจงเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านยามอาทิตย์อัสดง อย่าได้มองออกไปดูอะไรที่ข้างนอกหน้าต่างนั่น และที่สำคัญจงเตรียมทองคำเอาไว้เผื่อยามจำเป็นกันด้วย !
แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา: Dulahan.com