ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 ไขปริศนาภาพอาถรรพ์ The Anguished Man !!!



เคยมีเรื่องเล่ากันว่างานศิลปะนั้นมันคือจิตวิญญาณที่ศิลปินได้ใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต ถ่ายทอดความรู้สึกต่าง ๆ ลงไปในชิ้นงานให้มันออกมามีคุณค่ามากที่สุด !

กดเพื่อดูคลิปที่นี่


มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะค้นหาที่มาของเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง เรื่องของภาพวาดสีน้ำมันอาถรรพ์ ว่าแท้ที่จริงแล้ว.. มันคืออะไรกันแน่ !?


โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า


เมื่อ 25 ปีก่อน เพื่อนคุณย่าของผมได้มอบภาพสีน้ำมันเก่า ๆ ภาพหนึ่งให้กับเธอ ภาพนี้ชื่อว่า The Anguished Man (ดิแองกวิชแมน) เธอบอกกับคุณย่าของผมว่า ศิลปินผู้วาดภาพนี้ใช้เลือดของเขาผสมลงไปในสีน้ำมัน และได้ฆ่าตัวตายไปหลังจากที่วาดภาพนี้เสร็จ ผมไม่รู้จะเอาอะไรมายืนยันเหมือนกันนะว่า เรื่องที่เล่ามานี้มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่คุณย่าเล่าเรื่องนี้ต่อมาให้ผมรู้เมื่อตอนที่เธอได้มอบเจ้าภาพนี้มาให้กับผม

คุณย่าและฌอนในวัยเด็ก

ผมชอบภาพนี้มาก แต่เพราะว่าภรรยาของผมไม่ชอบมันผมจึงต้องเก็บมันเอาไว้ในห้องเก็บของใต้ดิน โดยหลังห้องใต้ดินถูกน้ำท่วมจากฝนตกหนักเป็นเวลายาวนาน ผมจึงย้ายข้าวของจากที่นั่นขึ้นมาไว้ที่โรงรถของพ่อแม่ อย่างน้อยก็จนกว่าห้องใต้ดินจะแห้งนั่นแหละ

พอผมเห็นเจ้าภาพนี้อีกครั้งจึงตัดสินใจนำมันไปเก็บไว้ที่ห้องนอนอีกห้อง มันอยู่ที่ชั้นสามของบ้านหลังนี้ แต่หลังจากนั้นไม่นานเราก็เริ่มได้ยินเสียงแปลก ๆ เสียงกระแทกดัง ๆ ที่หาที่มาไม่ได้ นั่นรวมไปถึงเสียงครูดของอะไรบางอย่าง ที่ฟังแล้วคล้ายกับมีใครเอาเล็บไปฝนบนผืนผ้าใบ


ตอนที่ภาพนี้อยู่ในห้องเก็บของชั้นใต้ดิน สุนัขของเราไม่ยอมลงไปข้างล่าง มันจะคอยยืนทำเสียงคำรามอยู่ด้านนอก พอตอนนี้ภาพไปอยู่ชั้นบนมันก็ไม่ยอมขึ้นชั้นบนอีกเช่นกัน ทั้ง ๆ ที่ปกติมันจะคอยเดินตามผมไปทุกหนทุกแห่ง
ในตอนกลางคืนพวกเราจะได้ยินเสียงใครบางคนกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ผมคิดว่าเสียงพวกนี้อาจจะดังมาจากนอกบ้านก็ได้ บางทีเสียงร้องไห้นั่นอาจเป็นเสียงของแมวที่อยู่ข้างนอก แต่เราคิดว่าเสียงที่ได้ยินมันน่าจะดังมาจากภายในบ้านมากกว่า ผมเองก็พยายามจะไม่กังวลใจกับเรื่องนี้ให้มากนัก โดยคิดว่ามันน่าจะเป็นเสียงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
แต่แล้วผมก็เริ่มมองเห็นเงาร่างของผู้ชายผ่านไปมาภายในบ้าน มันมักจะเห็นจากหางตาหรือไม่ก็แว่บ ๆ อยู่ในความมืด แล้วต่อมาคนในบ้านก็มองเห็นเงานี้เหมือนกันกับผม ทีนี้มันก็เลยต้องกลับมาคิดถึงสาเหตุว่า บางทีมันอาจจะเป็นเพราะทุกคนในบ้านล้วนทราบที่มาของภาพวาดภาพนี้มาก่อน และนั่นก็อาจทำให้พวกเราจินตนาการกันไปเอง ซึ่งตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นแบบนั้น แต่ว่าตอนนี้ผมคิดว่าทุกอย่างที่สัมผัสได้น่าจะเป็นเรื่องจริงเสียแล้ว !


เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เสียงพวกนั้นก็เริ่มชัดเจนขึ้น ผมมักจะได้ยินเสียงร้องไห้ที่ดูเหมือนจะดังมาจากภายในห้องนอน ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นเสียงของแมวดังมาจากนอกหน้าต่างก็เป็นได้ ผมว่าผมเคยได้ยินเสียงแมวทะเลาะกันนะ บางทีมันก็ส่งเสียงเหมือนคนแบบนี้แหละ


มีอยู่สองสามคืนที่ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วเห็นร่างสีดำของชายคนหนึ่ง เขากำลังยืนอยู่ที่บริเวณปลายเตียง ผมอาจจะฝันไปก็ได้ ก็อย่างที่เคยคิดนั่นแหละ เรื่องนี้มันเป็นไปได้ แต่ตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันเหมือนจะเกิดขึ้นจริง ร่างนั้นปรากฏให้เห็นเหมือนกับชายวัยกลางคนตัวสูง แต่รายละเอียดดูไม่ชัดเจน ผมไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรจริงจังขนาดนี้มาก่อน ผมอยากจะรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นแค่จินตนาการของผมใช่หรือเปล่า ? หรือว่ามันจะมีเรื่องเหนือคำอธิบายเกิดขึ้น ?

ฌอนครอบครองภาพนี้ต่อจากคุณย่า

พวกเราทุกคนเริ่มรู้สึกได้ว่าหลายจุดในบ้านมีอากาศเย็นผิดปกติ และมักจะรู้สึกหรือไม่ก็เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น ผมเองก็มักจะรู้สึกว่ามีใครสักคนกำลังยืนอยู่ที่ด้านหลัง และได้ยินเสียงกระซิบของใครคนนั้นดังอยู่ใกล้หูจนขนลุก !


ในเย็นวันหนึ่งภรรยาของผมเข้านอนไปก่อน เธอคิดว่าผมเข้านอนตามไปอยู่ข้าง ๆ แต่พอเธอหันมาหาก็พบว่าตัวเองกำลังจ้องไปที่ดวงตาของใครก็ไม่รู้ ผมได้ยินเสียงของเธอกรีดร้องดังมาจากข้างบน ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดไปที่ห้อง แล้วก็เห็นเธอกำลังตัวสั่นอย่างหนักเพราะสิ่งนั้น ภรรยาของผมเล่าว่าเธออาจจะฝันร้าย เธอบอกว่ามันเหมือนจริงมากๆ


หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ภรรยาของผมขอให้ผมนำรูปภาพนั้นไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดินเหมือนเดิม แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแทบจะในทันที แต่ก็อีกครั้ง ที่สุนัขของผมไม่ยอมไปอยู่ใกล้ห้องใต้ดิน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้ามันยังตามผมลงไปที่ห้องเก็บของใต้ดินอย่างมีความสุข


หลังจากโพสต์คลิปวิดีโอลงยูทูป มีหลายคนที่สนใจขอให้ผมลองตั้งกล้องบันทึกเหตุการณ์ดู ผมจึงนำภาพวาดนั้นกลับมาไว้ที่ห้องนอนชั้นบน แล้วตั้งกล้องบันทึกไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง เป็นเวลามากกว่า 3 คืน หลังจากคืนแรก ผมเชื่อว่าตัวเองออกจากห้องนอนโดยเปิดประตูทิ้งเอาไว้ แต่ในตอนเช้าประตูกลับปิดไป ผมจึงเปลี่ยนมุมกล้องให้มาบันทึกเน้นที่ห้องนอน เพราะตอนแรกผมตั้งมุมกล้องเน้นไปที่ภาพวาดมากเกินไป  


หลังจากใช้เวลาไปหลายชั่วโมงเพื่อตรวจสอบฟุตเทจที่ถ่ายไว้ ผมพบว่าภาพที่บันทึกได้นั้นมีสัญญาณรบกวนเกือบทั้งหมด มันมีเสียงดังเหมือนมาจากนอกบ้าน ซึ่งถึงมันจะอธิบายได้แต่มันก็มีอะไรแปลก ๆ นิดหน่อย เสียงมันดังเหมือนมาจากภายในห้องนอนมากกว่า มีทั้งเสียงครูดของอะไรบางอย่าง ที่ดูเหมือนกับเสียงที่พวกเราเคยได้ยิน และก็มีเสียงกระแทกที่ดังมากเหมือนกับมีอะไรล้มลงมา แต่พอมาดูในตอนเช้าก็ไม่พบว่ามีอะไรเกิดขึ้นเลย


พอผมตรวจสอบฟุตเทจทีี่ถ่ายได้ในคืนที่สอง ผมก็พบว่าภาพที่บันทึกในห้องนอนนั้น ที่บานประตูมันขยับไปมาก่อนที่จะปิดไปเอง ทั้ง ๆ มันที่ไม่ควรมีใครอยู่ในห้อง ส่วนคืนที่สามผมปิดประตูก่อนที่จะบันทึกภาพ เพราะหวังเอาไว้นิดนึงว่าบางทีมันอาจจะสามารถเปิดเองได้ แต่กลายเป็นว่ารอบนี้มันไม่มีอะไรผิดปกติ


ผมตัดสินใจทิ้งภาพวาดนี้ไว้ในห้องนอนชั้นบนต่อไป จนกระทั่งผ่านไปอีกสองสัปดาห์ ภรรยาของผมถูกใครบางคนกระตุกเส้นผมตอนเธออยู่ในห้องน้ำ และในคืนหนึ่งขณะที่ผมกำลังจะเข้านอน ผมก็เห็นหมอกแปลก ๆ ลอยอยู่ที่ด้านบนตรงบันได ผมเดินฝ่าเข้าไปตรงกลางก็รู้สึกได้ว่ามันหนาวเย็นมาก ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางน้ำแข็งแห้ง สายตาของผมมองอะไรไม่ชัดและเริ่มรู้สึกหัวหมุน แต่ทันใดนั้นเจ้าหมอกนั่นก็หายไป


สำหรับตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นที่พอจะอธิบายได้ด้วยการพูดก็คือ ผมน่าจะฝันไป ไม่ก็คิดมากจนจินตนาการไปเรื่อยเปื่อย แต่เจ้าหมอกแปลก ๆ นั่นมันเป็นของจริงแน่ ๆ มันคืออะไรบางอย่างที่ผมมองเห็นและสัมผัสได้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถหาคำอธิบายได้อยู่ดี บางที สาเหตุที่บ้านหลังนี้มันแปลกไป ก็อาจจะเป็นเพราะภาพวาดที่อยู่ชั้นบนนั้น
ผมเริ่มรู้สึกกังวลและทุกข์ทรมานกับฝันร้าย และตอนนี้ ผมมักจะรู้สึกเหมือนตัวเองถูกยกขึ้นจากที่นอน แล้วถูกทุ่มกลับลงไปที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเริ่มฝันถึงภาพวาด และฝันถึงชายวัยกลางคนคนเดิม ที่ทุกครั้งก็ไม่เคยจะได้เห็นหน้าของเขาเลย


ผ่านมาอีกสองสัปดาห์ผมตัดสินใจตั้งกล้องอีกครั้งที่ห้องนอนห้องนี้ เพื่อพยายามจับช่วงเวลาผิดปกติอื่น ๆ เพิ่มเติมให้ได้อีก ตอนนี้ผมใช้เวลาบันทึกติดกัน 4 คืน เป็นเวลา 7 ชั่วโมง ในแต่ละวันผมใช้เวลาตรวจสอบฟุตเทจทั้งหมดอีกครั้ง แล้วก็พบว่าผมสามารถบันทึกแสงผิดปกติได้
โดยช่วงที่บันทึกได้นั้นทุกคนในบ้านกำลังนอนหลับกันอยู่ และในห้องนอนก็มีผ้าม่านปิดอยู่ ดังนั้นไม่น่าจะมีแสงอะไรสาดส่องมาจากด้านนอก จะมีก็แต่โคมไฟเล็ก ๆ เปิดอยู่ในห้องตลอดเวลา  และมันก็ไม่น่าจะเป็นแสงสะท้อนจากฝุ่น ที่มักจะเห็นกันในวิดีโอหรือภาพถ่ายทั่วไป มันเหมือนจะเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ภาพวาดนี้ มีเสียงแปลก ๆ ถูกบันทึกไว้ได้เหมือนกับเสียงกระแทกหรือเสียงครูด คล้ายกับที่เคยได้ยินในคลิปก่อนหน้าด้วย


สองวันหลังจากการบันทึกครั้งนี้ ผมได้ยินเสียงลูกชายของผมกำลังเดินลงมาจากทางบันได แล้วทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงเขากลิ้งตกลงมาประมาณสี่ไม่ก็ห้าขั้น ผมรีบกระโดดวิ่งขึ้นไปช่วยเขาทันที และก็โล่งใจที่เขาไม่ได้บาดเจ็บอะไร จะมีก็แค่ตัวสั่นเพราะตกใจ และวันนั้น ผมจึงตัดสินใจถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น

"คีแนน โรบินสัน" ลูกชายของฌอน (ที่อ้างว่าถูกผลักตกบันได)
ลูกชายของผมเล่าว่า เขาแค่เดินลงมาแล้วถูกอะไรบางอย่างผลักให้ตกลงไปข้างล่าง เขาพยายามจะประคองแล้วแต่ก็รู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่แข็งแกร่งมาก ๆ ผลักดันตัวของเขาให้เสียหลักอยู่ดี ผมเริ่มกังวลจริง ๆ เสียแล้ว นี่ผมกำลังทำให้ครอบครัวตกอยู่ในอันตราย เพียงเพราะเก็บภาพวาดนี้เอาไว้ในบ้านหรือนี่ ? คิดได้แบบนั้นผมจึงตัดสินใจนำภาพวาดกลับไปเก็บไว้ที่ห้องใต้ดินอีกครั้ง และก็เช่นเคยเหตุการณ์ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ


ผมเคยพยายามค้นหาที่มาของภาพวาดนี้ และเคยโพสต์สอบถามเรื่องราวไปทั่วอินเตอร์เน็ต ด้วยความหวังอันน้อยนิดเผื่อว่าจะมีใครรู้จักคนที่วาดมัน แต่โชคก็ไม่ได้เข้าข้างผมเลย กลับมีหลายคนยื่นข้อเสนอที่จะซื้อภาพนี้เสียอย่างนั้น แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะขายมันหรอกนะ


ตอนแรกผมคิดว่าเจ้าภาพนี้มันน่าจะเฮี้ยน แต่พอเอามันไปเก็บที่ห้องข้างล่างทุกอย่างก็สงบลงเป็นปกติ ก็อย่างที่เล่าเอาไว้ตอนแรก บางทีที่มาของมันอาจทำให้ผมจินตนาการไปเอง แต่พอผ่านมาถึงตรงนี้ผมเชื่อแล้วว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างจริง ๆ


สิ่งที่คิดได้ตอนนี้ก็คือ มันอาจจะมาจากการที่ศิลปินผู้วาดภาพ ใช้เลือดของตัวเองผสมลงไปในสีน้ำมัน และนั่นก็อาจทำให้วิญญาณของเขาสิงสถิตย์อยู่ในภาพ แต่ก็มีบางคนบอกผมว่า บางทีมันอาจจะมีอะไรที่น่ากลัวมากกว่านั้น พวกเขาบอกผมว่าบางทีมันอาจเกี่ยวข้องกับปีศาจ ซึ่งตอนแรกผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับเรื่องพวกนี้ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันมีอะไรร้ายแรงแบบนั้น จนกระทั่งลูกชายของผมตกลงมาจากบันได ผมจึงเริ่มจะหวั่นใจขึ้นมาจริง ๆ เสียแล้ว


ถ้าภาพวาดนี้มันมีผีสิง แล้ววิญญาณที่สิงสู่อยู่กำลังพยายามติดต่อพวกเราจริง เขาอยากจะบอกอะไรพวกเราหรือเปล่า ? ผมได้รับคำแนะนำหลายครั้งให้เผามันทิ้งไปซะ แต่ผมก็ตอบไปว่าทำไม่ได้ เพราะถ้าเผามันไป แล้วเกิดเจ้าภาพนี้มันคือประตูของโลกวิญญาณ แล้วมันจะไม่กลายเป็นว่าผนึกที่ปิดกั้นไว้ถูกทำลาย ซึ่งมันก็อาจเกิดเหตุร้ายขึ้นมามากกว่านี้ก็ได้หรือเปล่า ?
มีบางคนบอกให้ผมนำมันไปทำพิธีไล่ผี ผมรู้แค่ตอนนี้ผมไม่อยากทำลายมัน ผมเคยถามครอบครัวตัวเองว่า ถ้าพวกเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภาพนี้เลย พวกเขาจะรู้สึกกังวลใจแบบนี้หรือเปล่า แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าภาพนี้มันมีที่มายังไง ก็เลยทำให้ไม่มีใครอยากตอบคำถามนี้ แต่ที่แน่ ๆ ทุกคนรู้ดีว่าทุกอย่างมันก็มาจากคุณย่าของผมทั้งนั้น


หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมจะสามารถค้นหาชื่อของศิลปินผู้วาดภาพนี้ได้ และผมจะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว มันมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังมากกว่านี้หรือเปล่า ? ผมตั้งใจแบบนั้นจริง ๆ และมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผล แต่ผมก็ไม่มีคำอธิบายอยู่ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างนั้น มันคืออะไรกันแน่ !?


--จบ--


The Anguished Man หรือ ภาพสยองขวัญของชายผู้ปวดร้าว เป็นเรื่องเล่าจากปากคำของฌอน โรบินสัน ที่ได้เขียนอีเมล์เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับตัวเองและครอบครัว ส่งให้กับทางเว็บไซต์ Weekinweird โดยใช้เทคนิคการเล่าแบบบุคคลที่ 1 เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์เหนือธรรมชาติของภาพมรดกจากคุณย่า ที่ทำให้เขาและครอบครัวต้องได้รับวิบากกรรมแปลกประหลาดทุกครั้ง ที่เขานำภาพนี้ออกมาจากห้องเก็บของใต้ดิน

"ฌอน โรบินสัน" เจ้าของภาพ


โดยเรื่องนี้ถูกเปิดประเด็นครั้งแรกทางเว็บไซต์ยูทูป เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2010 ฌอนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดลงใน คลิปแรก ของเขา

และอัปโหลด คลิปที่ 2 ตามมาในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 ซึ่งเป็นคลิปที่อ้างว่าเขาได้เริ่มบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วพบว่าที่ประตูห้องมันสามารถขยับเปิดปิดเองได้

หลังจากที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเพียง 3 วัน เว็บไซต์แนวลึกลับ Phantomsandmonsters ได้นำคลิปไปเขียนเป็นข่าวในชื่อ The Anguished Man: Painted in Blood ซึ่งข่าวนี้ก็ได้ถูกพูดถึงไปเป็นวงกว้างเป็นครั้งแรก

ในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2011 ฌอนได้อัปโหลด คลิปที่ 3 ที่สามารถจับภาพกลุ่มควันลึกลับได้

คลิปที่ 4 ก็ถูกเผยแพร่ตามมาในวันที่ 17 พฤษภาคมปีเดียวกัน แสดงให้เห็นว่ามีเงาสีขาวผ่านหน้ากล้องไป พร้อมกับเสียงผิดปกติบางอย่าง


ต่อมาในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2011 เว็บไซต์ ParanormalX ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติ ได้นำคลิปของฌอนมาเสนอในหัวข้อ The Anguished Man


สามวันต่อมา ในวันที่ 20 มิถุนายน ฌอนได้เผยแพร่ คลิปที่ 5 ซึ่งในคลิปได้จับช่วงเวลาที่ตัวภาพสามารถล้มลงมาเองได้ !


ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2011 ฌอนได้เผยแพร่ คลิปที่ 6 โดยบอกว่ามีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งมาขอถ่ายทำ เขาจึงตั้งกล้องจับเหตุการณ์ในคืนก่อนหน้าเอาไว้อีกครั้ง และสามารถจับช่วงเวลาที่มีควันสีขาวพร้อมกับเสียงแปลก ๆ ได้ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาที่ชาแนลยูทูปของฌอนก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก


ต่อมาในวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 เราจึงทราบว่าแท้ที่จริงแล้วรายการโทรทัศน์ที่ฌอนกล่าวถึงนั้นก็คือรายการ Wired or What ของวิลเลี่ยม แชตเนอร์ นั่นเอง !

"วิลเลี่ยม แชตเนอร์" ตีแผ่เรื่องภาพอาถรรพ์
โดยรายการนี้ได้เข้าไปสัมภาษณ์ฌอน โรบินสัน รวมถึงการสัมภาษณ์ลูกชายของเขาที่ยืนยันว่าตัวเองเคยถูกอะไรบางอย่างผลักให้ตกบันไดลงมาจริง ๆ และทางรายการก็ได้ขอความเห็นจากแบรี่ กาย นักสืบเรื่องราวเหนือธรรมชาติว่ามันคืออะไร ซึ่งแบรี่บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดน่าจะมาจากพลังงานวิญญาณของศิลปินที่วาดภาพ พยายามติดต่อกับฌอนเพื่อสื่อสารอะไรบางอย่างแน่ ๆ

"แบรี่ กาย" นักสืบเรื่องราวเหนือธรรมชาติ


และทางรายการยังได้สัมภาษณ์ ดร. เทรซี่ แลทซ์ จิตแพทย์ที่วิเคราะห์ว่า บางทีเลือดของศิลปินอาจจะฝังความคิดและจิตสำนึกบางส่วนลงไปในสี และสามารถถ่ายทอดพลังดังกล่าวไปถึงคนที่เกี่ยวข้อง จนทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาก็เป็นได้

"ดร. เทรซี่ แลทซ์" นักจิตแพทย์


โดยในช่วงท้าย วิลเลี่ยม แชทเนอร์ได้ให้ข้อสังเกตอีกด้านว่า ถ้าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง และสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชายของฌอนนั้น เกิดจากการกระทำของเขาเองขึ้นมาล่ะ ? แล้วทางรายการก็ได้ขอให้ไมค์ เซนต์ แคลร์ ซึ่งเป็นนักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติอีกท่าน เข้ามาทำการพิสูจน์คลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่ฌอนได้บันทึกเอาไว้

"ไมค์ เซนต์ แคลร์" ซึ่งเป็นนักสืบเรื่องเหนือธรรมชาติอีกท่าน


โดยไมค์ให้ความเห็นว่า หลังจากที่เขาพิจารณาคลิปต่าง ๆ  แล้ว เขากลับมองว่าบางทีสิ่งที่เกิดขึ้น มันน่าจะเป็นเพียงเรื่องที่ถูกฌอนสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรบางอย่าง เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคลิปที่เขาบันทึกไว้นั้น ไม่ว่าจะเป็นเงาที่วิ่งผ่านกล้อง หรือกลุ่มควันที่ปรากฏขึ้น ประตูห้องนอนที่ขยับไปมาได้ ไปจนถึงภาพที่ล้มลงมาได้เอง มันสามารถจัดทำขึ้นได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ

อย่างเงาที่วิ่งผ่านกล้องก็คือตัวของฌอนอาจจะเดินผ่านกล้อง ในขณะกำลังบันทึกภาพอยู่ในสภาพแสงน้อย ส่วนแสงและควันที่เกิดขึ้นมันก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องหาคำอธิบายอะไร ประตูที่ขยับไปมาก็น่าจะเกิดจากการใช้เชือกไนลอนผูกแล้วดึง ส่วนรูปภาพที่ล้มลงมาเองได้ก็น่าจะใช้วิธีการที่ใกล้เคียงกัน และยังได้สาธิตขั้นตอนการเลียนแบบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด


โดยรายการได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ฌอนจะทำแบบนั้นไปทำไม ? ก็อาจเป็นไปได้ว่าตัวเขาแค่อยากดังหรือไม่ก็ต้องการจะเพิ่มมูลค่าของภาพวาด เพราะยิ่งเขาบอกว่าตัวเองไม่ต้องการจะขาย ก็อาจหมายความว่าถ้าใครให้ราคาดี ๆ เขาก็จะขายมันทันทีได้เหมือนกันหรือเปล่า ? หรือว่าเขาจะเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติจริง ๆ ทางรายการก็ได้ทิ้งให้ผู้ชมได้ขบคิดเอาเองว่ามันคืออะไร ?


หลังจากเรื่องของดิแองกวิชแมนถูกเผยแพร่ออกไปทางรายการวิรด์ออร์วอท ก็ส่งผลทำให้ภาพดิแองกวิชแมนถูกพูดถึงตามเว็บไซต์อีกหลายแห่ง ส่วนชาแนลยูทูปของฌอน โรบินสัน ก็หยุดการเคลื่อนไหวไปทั้งหมด

ชาแนลยูทูปของฌอน โรบินสัน
จนมาถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ฌอนก็เผยแพร่คลิปใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาย้ำว่า ตัวของเขาไม่ได้ต้องการจะขายภาพนี้ และจะกลับมาทำคลิปบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ เร็ว ๆ นี้


และล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา ฌอน โรบินสันได้อัปโหลดคลิปใหม่อีกครั้งโดยบอกว่าตอนนี้เขานำภาพดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของแล้ว และจะยังไม่มีการบันทึกอะไรในตอนนี้


ส่วนในประเทศไทยนั้น เรื่องราวของภาพดิแองกวิชแมนได้ถูกนำเสนอผ่านเว็บไซต์เด็กดีดอทคอม ในหัวข้อ 6 วัตถุผีสิงที่น่าขนหัวลุก โดยสมาชิกชื่อแคมมี่เต่านรก เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556 หรือปี ค.ศ. 2013

ในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เว็บไซต์ Clipmass ก็ได้นำเรื่องนี้มาเสนออีกครั้งในหัวข้อ 5 ภาพวาดอาถรรพ์สุดลึกลับที่คุณไม่ควรมีไว้ครอบครองเด็ดขาด เชื่อกันว่าแต่ละภาพมี"ผีสิง"อยู่ ซึ่งก็ได้ทำให้มีเว็บไซต์อีกหลายแห่งนำไปเล่าต่อบนเว็บไซต์ของตัวเองจนเกิดกระแสขึ้นมา


และล่าสุดเว็บไซต์ Spokedark.TV ได้พูดถึงภาพนี้อีกครั้งในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ในหัวข้อ ภาพอาถรรพ์! ‘The Anguished Man’ ภาพที่ถูกวาดขึ้นด้วยสีผสมเลือด เฮี้ยนจนกลายเป็นสิ่งของที่หลอนติด 1 ใน 5 ของโลก (คลิป) และกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันไปทั่วชุมชนออนไลน์ต่าง ๆ อีกครั้ง


สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของฌอน โรบินสันมันคืออะไร ? มันจะเกี่ยวข้องกับภาพอาถรรพ์จริง ๆ หรือจะเป็นเพียงเรื่องที่ฌอนสร้างขึ้นมา มิติที่ 6 ก็ไม่อยากจะฟันธงให้ฝ่ายไหนต้องเสียใจ นั่นจึงทำให้เราอยากจะถามท่านผู้ชมในยูทูปดีกว่าว่า ท่านคิดว่าเรื่องของภาพดิแองกวิชท์แมนเรื่องนี้ มันคืออะไรกันแน่ ?

  • เหตุการณ์อาถรรพ์ที่เกิดขึ้นจริง
  • เหตุการณ์ที่ ฌอน โรบินสัน สร้างขึ้นมา


อย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้สวัสดี

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา: WikipediaWeekinweird และ Youtube/Sean Robinson
ขอบคุณภาพจาก: Wired or What ช่อง Syfy

แท็ก: ภาพสีน้ำมัน, อาถรรพ์, The Anguished Man