ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ Squidward's Suicide การฆ่าตัวตายของสควิดเวิร์ด !!!




“ผมแค่อยากจะเริ่มต้นด้วยการเล่า ถ้าอยากจะได้คำตอบว่าจบยังไงล่ะก็ เตรียมผิดหวังได้เลย ! เพราะมันไม่มีหรอก และนี่ก็คือบทเริ่มต้นของเรื่องเล่าเรื่องนี้”

กดเพื่อดูคลิปที่นี่

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะเล่าเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาจากการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่โด่งดัง จนกลายเป็นเรื่องเล่าระดับคลาสสิคของเรื่องน่ากลัวในโลกอินเตอร์เน็ต จนเราต้องบอกกับท่านผู้ชมก่อนเลยว่า มันเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา ! และถ้าคุณรักสปองบ็อบ รักสควิดเวิร์ด หรือเป็นผู้ปกครองที่กำลังจะเปิดคลิปนี้ให้บุตรหลานของท่านชมแล้วละก็ กรุณาเปลี่ยนใจก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป !!!


โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า



สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ในสายแอนิเมชั่น ผมได้มาฝึกงานอยู่ที่นิคเคโลเดียนสตูดิโอเมื่อปี ค.ศ. 2005 ผมไม่ต้องเสียเงินเหมือนคนอื่น แต่ก็ไม่ใช่เพราะผมมีเส้นสายหรอก สำหรับคนโต ๆ เขาไม่สนเรื่องอะไรแบบนี้กันแล้ว แต่กับเด็ก ๆ คงมองว่าเรื่องแบบนี้มันบ้าที่สุด !

ตอนนั้นผมทำงานขึ้นตรงกับฝ่ายตัดต่อและแอนิเมเตอร์ ผมได้ดูตอนใหม่ ๆ ก่อนมันจะออกฉายด้วย ถึงผมจะได้รับสิทธิ์นี้ก็จริง แต่รายละเอียดของมันผมกลับไม่รู้อะไรเลย พวกเขาทำการ์ตูนเรื่องสปองบ็อบไว้แล้วหลายตอน พนักงานทั้งหมดได้ระดมไอเดียมากมายเพื่อทำให้มันยังฉายได้ไปจนถึงฤดูกาลหน้า แต่มันก็มีบางครั้งที่ใช้เวลานานเกินไป เพราะเหตุผลแย่ ๆ บางอย่าง ซึ่งมันก็มีปัญหาอยู่ที่ตอนปฐมฤกษ์ของฤดูกาลที่ 4 เพราะมันทำให้ทุกอย่างต้องย้อนกลับไปแก้ไขเป็นเดือน ๆ

ผมกับเด็กฝึกงานคนอื่นอีกสองคน อยู่ในห้องตัดต่อกับหัวหน้าฝ่ายแอนิเมเตอร์ และเจ้าหน้าที่ตัดต่อเสียงในขั้นตอนสุดท้าย พวกเราได้รับสำเนาที่น่าจะชื่อตอนว่า “ความกลัวของแคร็บบี้แพ็ตตี้” มาสุมหัวกันดูหน้าจอมอนิเตอร์ มันดูไม่น่าจะใช่ตัวล่าสุดเลย ทางแอนิเมเตอร์ก็เลยหยิบป้ายชื่อมาดูรายละเอียด ที่ปกติมันก็มีบอกเกี่ยวกับมุกตลก การเรียกชื่อตอนปลอม ๆ อย่างมุกลามกจำพวก ทำไมเรื่องบนเตียงมันถึงไม่เวิร์ก เขาก็ใช้คำแทนว่าหินจ๋าหอยลาก่อน ที่ใช้กับตอนสปองบ็อบกับแพทริกเก็บหอยทะเลมาได้ จริง ๆ มันก็ไม่มีอะไรตลกนักหรอก ดังนั้นเมื่อเราได้เห็นป้ายชื่อตอนว่า การฆ่าตัวตายของสควิดเวิร์ด เราก็เลยไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่ามุกตลกเดิม ๆ

เด็กฝึกงานคนนึงหัวเราะหึหึ เพลงใส ๆ เดิม ๆ ก็ยังมีให้ได้ยิน เนื้อเรื่องมันเริ่มต้นที่สควิดเวิร์ดกำลังฝึกเป่าคลาริเน็ทเล่นไปตามโน็ตเพลงเป็นปกติ เราก็ได้ยินเสียงเจ้าสปองบ็อบหัวเราะอยู่ข้างนอก จากนั้นสควิดเวิร์ดก็หยุดเล่น แล้วก็ตะโกนต่อว่าให้พวกข้างนอกหยุดส่งเสียงได้แล้วเพราะเขาจะมีคอนเสิร์ตคืนนี้ และต้องการฝึกซ้อมอย่างสงบ สปองบ็อบก็ตอบตกลงแล้วไปหาแซนดี้กับแพ็ททริค แล้วฟองอากาศสำหรับเปลี่ยนฉากก็ตัดไปที่ช่วงคอนเสิร์ตของสควิดเวิร์ดตอนท้ายทันที

ในขณะที่กำลังแสดงนั้น มีบางเฟรมถูกเล่นซ้ำไปมา แต่เสียงกลับเล่นไปเรื่อย ๆ จริง ๆ มันก็ดูตรงกับภาพนะ แต่มันก็ดูไม่ปกติเท่าไหร่ จนเขาหยุดแสดงไปเสียงมันก็หยุดไปแบบดื้อ ๆ เหมือนไม่ได้มาด้วยกัน มีเสียงพึมออกมาจากฝั่งคนดูดังขึ้นมาทีละนิด ก่อนที่จะเริ่มโห่ไล่สควิดเวิร์ด ซึ่งการโห่ไล่แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติของการ์ตูนเรื่องนี้ แต่ทีนี้เรากลับได้ยินเสียงโห่ระดับอาฆาตเจ้าสควิดเวิร์ดกันเลยทีเดียว

ภาพตัดมาที่สควิดเวิร์ดแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็ตัดภาพไปที่กลุ่มคนดูโดยมีสปองบ็อบอยู่ตรงกลางของภาพกำลังโห่ไล่กับเขาเหมือนกัน มันดูไม่ใช่สปองบ็อบเลย แต่ถ้ายังแปลกไม่พอก็ยังมีที่แปลกกว่านั้น ซึ่งมันก็คือสายตาที่ดูราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของทุกคน มันดูสมจริงมาก ถึงจะไม่เท่าคนจริง ๆ ก็เถอะ แต่มันดูสมจริงมากกว่าที่จะเป็นภาพกราฟิก ทุกคนตาแดงก่ำ พวกเราบางคนดูแล้วก็ไม่เข้าใจ แต่ว่าพวกเราก็ไม่ใช่คนเขียนบทสักหน่อย พวกเราเลยไม่ได้ถามหรือออกความเห็นอะไร

ภาพตัดมาที่สควิดเวิร์ดกลับมานั่งที่ขอบเตียงของเขา มองดูแล้วสิ้นหวังมาก ภาพวิวนอกหน้าต่างก็เป็นท้องฟ้ายามค่ำคืน มันน่าจะเป็นช่วงหลังจากจบคอนเสิร์ตไปได้ไม่นานนัก จุดนี้ไม่มีเสียงประกอบอะไรเลย ไม่มีเสียงอะไรจริง ๆ ไม่มีเสียงดังมาจากลำโพงในห้อง เรียกได้ว่าเงียบราวกับไม่ได้เปิดลำโพงทั้ง ๆ ที่มันก็ยังคงทำงานดีอยู่ เขายังคงนั่งอยู่กับที่ตรงนั้น กระพริบตาท่ามกลางความเงียบยาวนานถึง 30 วินาที จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ร้องไห้ออกมา เขาใช้หนวดหมึกของเขาปิดหน้าปิดตาแล้วร้องไห้อยู่เงียบ ๆ เกือบหนึ่งนาที แล้วเสียงแบ็คกราวก็ค่อย ๆ ดังขึ้นอย่างช้า ๆ จากความเงียบก็กลายมาเป็นเสียงดังจนน่ากลัว เสียงมันดังราวกับลมที่พัดอยู่ในป่า

ภาพในจอค่อย ๆ เริ่มซูมไปที่ใบหน้าของเขาอย่างช้า ๆ จากนั้นเขาก็ร้องไห้ดังขึ้น เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธมากขึ้น ภาพในจอบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย ราวกับมันเกิดจากตัวภาพเอง เป็นแบบนี้อยู่แป็บเดียวก็กลับมาเป็นปกติ เสียงลมพัดในฉากหลังก็ค่อย ๆ ดังขึ้นและฟังดูรุนแรงมากขึ้น มันฟังดูสมจริงมาก นี่ถ้ามันไม่ได้ดังมาจากลำโพงล่ะก็ คงนึกว่ามันดังมาจากข้างนอกเลยทีเดียว ถือเป็นเสียงที่มีคุณภาพดีมาก พวกเขาไม่น่าจะซื้อเสียงดี ๆ ขนาดนี้มาใช้กับงานระดับแค่นี้เลยนะ

ภายใต้เสียงลมและเสียงร้องไห้ที่ดังระงมจนเวียนหัวก็มีเสียงคล้าย ๆ เสียงหัวเราะดังขึ้น มันมาผิดที่ผิดเวลาจริง ๆ ไม่ถึงหนึ่งวินาทีจากช่วงเสียงร้องไห้สามสิบวินาทีต่อมาภาพในจอก็เบลอและบิดเบี้ยวอย่างหนัก แถมภาพก็ยังกระพริบตลอดเวลา และดูราวกับว่ามีอะไรแปลก ๆ แทรกเข้ามาหนึ่งเฟรม

หัวหน้าฝ่ายตัดต่อแอนิเมชั่นเลยกดหยุดภาพแล้วตรวจดูทีละเฟรม สิ่งที่พวกเราเห็นนั่นดูน่าขนลุกเป็นอย่างมาก  มันเป็นภาพของศพเด็กอายุไม่น่าจะเกิน 6 ขวบ ใบหน้าของเขาแหลกเละเต็มไปด้วยเลือด ดวงตาข้างหนึ่งถลนออกมาจากใบหน้าที่เงยอยู่ ร่างกายเปลือยเปล่าเหลือแต่กางเกงใน ที่ท้องถูกผ่าออกมีอวัยวะภายในกองอยู่ข้าง ๆ โดยเขาน่าจะนอนอยู่ข้างทางของถนนที่ไหนสักแห่ง

ส่วนที่ดูแย่ที่สุดก็คือ ในภาพนี้เราเห็นเงาของคนถ่ายภาพด้วย ไม่มีแถบกั้นในที่เกิดเหตุ ไม่มีป้ายชี้บอกหลักฐานหรือแม้แต่การกาจุดวงเอาไว้ แถมมุมกล้องก็จงใจทำให้ไม่เห็นหลักฐานอะไรเลย ดูเหมือนตากล้องน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการตายของเด็กคนนี้ พวกเราตกใจมากแต่ก็ต้องเปิดดูต่อไป โดยหวังว่ามันคงจะเป็นแค่มุกป่วย ๆ เท่านั้น

ภาพตัดกลับมาที่สวิดเวิร์ด มันยังคงร้องไห้อยู่แบบนั้น แถมยังร้องเสียงดังกว่าช่วงก่อนหน้า โดยเห็นเป็นภาพครึ่งตัว แล้วตอนนี้ก็มีเลือดไหลลงมาจากดวงตาอาบไปทั่วใบหน้า เลือดที่ไหลออกมามันดูสมจริงยิ่งกว่าจริง ลองนึกภาพเวลามีเลือดไหลออกมาจากนิ้วของเราดูก็ได้

ตอนนี้เสียงลมก็ดังขึ้นราวกับเกิดพายุพัดกระหน่ำไปทั่วป่า เสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังถี่ขึ้นและค่อย ๆ ดังขึ้น จนผ่านไป 20 วินาที ตัวภาพก็เริ่มบิดเบี้ยวและแสดงให้เห็นรูปภาพอีกรูปหนึ่งขึ้นมา

ช่างตัดต่อภาพไม่กล้าจะถอยกลับไปดู พวกเราก็กลัวเหมือนกัน แต่เขาก็ย้อนกลับไปดูจนได้ ตอนนี้ตัวภาพก็คือเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง อายุน่าจะดูแก่กว่าเด็กคนแรกนิดหน่อย เธอนอนคว่ำอยู่ในสภาพจมกองเลือด ตาถลนออกมานอกเล้า สวมแต่กางเกงชั้นใน อวัยวะภายในถูกควักออกมาวางกองอยู่ทางด้านหลังที่ถูกผ่าออก และก็เหมือนกับรายแรก ร่างของเธอนอนอยู่บนพื้นถนน เห็นเงาของตากล้องที่ดูแล้วใกล้เคียงราวกับเป็นคนเดียวกัน ผมถึงกับคลื่นไส้เกือบสำลัก ส่วนเด็กฝึกงานอีกคนถึงกับวิ่งออกไปนอกห้อง จากนั้นเราก็ดูกันต่อ

ผ่านไป 5 วินาที หลังจากภาพเมื่อสักครู่ เจ้าสควิดเวิร์ดก็เงียบลงแล้ว เช่นเดียวกับเสียงทุก ๆ อย่าง ราวกับเปลี่ยนฉากใหม่ เขาวางมือหนวดปลาหมึกลง ดวงตาของเขาตอนนี้ดูจริงจังเกินจริงเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่เห็นช่วงต้นเรื่อง สควิดเวิร์ดจ้องมองมาที่หน้าจอราวกับกำลังมองมาที่คนดู มีเสียงแหลมสูงดังขึ้น และที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือการได้เห็นภาพใบหน้าอันเศร้าโศกของเขา พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันโหยหวลที่ดังขึ้นมา

น้ำตาสีเลือดไหลหยดลงมาจากใบหน้าของเขาอย่างหนัก เสียงลมพัดกลับดังขึ้นมา พร้อม ๆ กับเสียงหัวเราะเบา ๆ นั้นด้วย ตอนนี้ก็มีภาพถ่ายขึ้นมาให้เห็น มันชัดเจนมากและยังมีจำนวนถึง 5 เฟรม

แอนิเมเตอร์เลยหยุดภาพดูในเฟรมที่ 4 มันเป็นภาพของเด็กชายอายุพอ ๆ กันกับคนก่อนหน้า แต่สถานที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป อวัยวะภายในของเขาถูกควักออกมาจากหน้าท้อง ดวงตาข้างขวาถลนออกมา เลือดไหลเต็มไปหมดแอนิเมเตอร์จึงดูภาพต่อไป แทบไม่น่าเชื่อภาพนี้มันแตกต่างออกไป เราไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี เขาเลยดูภาพต่อไป มันก็เหมือนกับภาพที่แล้ว เขาอยากจะกลับไปดูภาพแรก แล้วเริ่มดูใหม่อีกครั้งให้มันต่อเนื่องแบบเร็ว ๆ พอผมได้เห็นเข้าก็ถึงกับทนไม่ไหวอาเจียนออกมาเลยทีเดียว ส่วนแอนิเมเตอร์กับเจ้าหน้าที่ตัดต่อถึงกับอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้าจอ เพราะภาพทั้ง 5 ภาพที่เรียงกันนั้นมันก็คือ ภาพมือกำลังยกขึ้นมา เราเห็นสายตาของเด็กกำลังมองอยู่ ส่วนสองเฟรมสุดท้ายก็คือภาพเด็กกระพริบตา

หัวหน้าฝ่ายเสียงบอกให้เราหยุดดู เพราะเขาอยากจะโทรหาฝ่ายครีเอเตอร์ให้มาดูด้วย คุณฮิลเลนเบิร์กจึงมาถึงที่นี่ใน 15 นาทีต่อมา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโทรเรียกให้มาที่นี่ ทางฝ่ายตัดต่อจึงเล่นวิดีโอให้ดูต่อไป พอผ่านไปได้ไม่กี่เฟรมทั้งเสียงกรีดร้องเสียงทุกอย่างก็หยุดลง เจ้าสควิดเวิร์ดมองมาที่คนดู จากนั้น 3 วินาทีต่อมาฉากก็ตัดไปพร้อมกับเสียงพูดว่า “เอาเลย” แล้วเราก็เห็นสควิดเวิร์ดหยิบปืนสั้นขึ้นมา จากนั้นก็นำมันใส่เข้าไปในปากแล้วเหนี่ยวไกทันที เลือดและสมองของมันกระจายเลอะไปทั่วกำแพงและที่นอนที่อยู่ด้านหลัง มันดูสมจริงเป็นอย่างมาก พร้อม ๆ กับตัวของเขาที่กระดอนกลับเพราะแรงเหวี่ยงของปืน ดวงตาข้างหนึ่งกระเด็นหลุดออกมาหล่นลงบนพื้น แล้วทุกอย่างก็ว่างเปล่า จากนั้นก็จบตอนลงไป

"ฮิลเลนเบิร์ก" ที่ถูกอ้างถึงในเรื่อง

คุณฮิลเลนเบิร์กโกรธมาก เขาอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลาย ๆ คนรีบเดินออกไปจากห้องทันที เลยเหลืออยู่ไม่กี่คนที่จะดูวิดีโอนี้กันอีกรอบ การดูอีกรอบมันก็น่าจะทำให้ทุกอย่างกลายเป็นฝันร้ายที่ประทับอยู่ในสมองของผมแน่ ๆ แต่ก็นะ ผมก็ยังดูมันอยูดี

มีเพียงสมมติฐานเดียวที่เราคิดออกก็คือ ไฟล์นี้มันน่าจะถูกใครบางคนในสตูดิโอนี้เอาไปตัดต่อ ทางหัวหน้าฝ่ายเทคนิคจึงถูกเรียกตัวมาตรวจสอบด้วย ผลก็ออกมาว่าวิดีโอนี้มันถูกตัดต่อขึ้นมาใหม่ ส่วนประกอบต่าง ๆ บ่งขี้ว่ามีการใช้ซอฟท์แวร์ภายนอกเข้ามาตัดต่อร่วมด้วย จุดประทับเวลาหลายจุดวิ่งไม่ต่อเนื่องดูผิดเพี้ยนไปอย่างมาก แต่ภาพทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างดี เราเลยไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และไม่รู้ว่าใครทำมันขึ้นมา

มีการสืบสวนเกี่ยวกับภาพถ่ายที่เราพบ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่สามารถระบุได้ว่าเด็กในภาพต่าง ๆ นั้นเป็นใคร ? และเกิดเหตุขึ้นที่ไหน ? บอกตรง ๆ ว่าผมไม่เคยเชื่อเรื่องลี้ลับมาก่อน แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้เลยครั้งนี้ มันทำให้ผมต้องกลับมาคิดกันใหม่อีกรอบกันเลยทีเดียว


--จบ--


"สควิดเวิร์ดซุยซายด์" หรือ "การฆ่าตัวตายของสควิดเวิร์ด" เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่ถูกแต่งขึ้นมาเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2010 โดยสมาชิกนิรนาม ที่ได้โพสต์เรื่องนี้เอาไว้บนเว็บไซต์กระดานรูปภาพ 7chan ที่หมวด X พารานอยด์ โดยใช้เทคนิคการเล่าแบบบุคคลที่ 1 อ้างว่าตัวเองได้ไปพบกับวิดีโอเรื่องสปองบ็อบในตอนที่ไม่ได้ถูกออกฉาย ช่วงสมัยฝึกงานอยู่ที่นิคเคลโลเดียนสตูดิโอ โดยทีมทำงานในวันนั้น ต้องนั่งดูวิดีโอลึกลับชุดนี้และไม่สามารถหาคำตอบออกมาได้


คลิป "สควิดเวิร์ดซุยซายด์" ต้นฉบับ

โดยหลังจากที่ยูทูปเบอร์ช่อง MrCreepyPasta ได้นำเรื่องนี้มาเล่าไว้ในยูทูปช่องของเขาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2011 มันก็สามารถทำยอดผู้เข้าชมได้สูงกว่าหนึ่งล้านวิว จนต่อมาในวันที่ 21 พฤศจิกายนปีเดียวกัน ยูทูปเบอร์ช่อง Bolero5097 ก็นำเรื่องนี้มาเล่าอีกครั้ง และสามารถทำยอดผู้เข้าชมได้เกินหนึ่งล้านวิวไปแล้วเช่นกัน

ต่อมาในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2012 ยูทูปช่อง Cooler2000 จึงได้จัดทำเรื่องนี้ออกมาเป็นเวอร์ชั่นการ์ตูน โดยใช้ภาพต้นฉบับจากตอนในโทรทัศน์หลาย ๆ ตอนมาตัดต่อและวาดภาพเพิ่มเข้าไป ซึ่งมันก็สามารถทำยอดผู้เข้าชมได้อย่างถล่มทลายภายในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ถึง 2 ปี เลยทีเดียว

ต่อมาในวันที่ 26 ตุลาคมปีเดียวกัน ช่อง SomeOrdinaryGamers จึงได้อับโหลดเรื่องนี้ในแบบแอนิเมชั่นอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง โดยใช้ฟุตเทจมาจากเกมและจากตอนที่ออกฉายในโทรทัศมาตัดต่อใหม่ ก็สามารถทำยอดผู้เข้าชมได้มากกว่าเวอร์ชั่นของ Cooler2000 ถึงสองเท่าในเวลาเท่า ๆ กัน (แต่ปัจจุบันทางเว็บไซต์ยูทูปก็ได้ลบคลิปดังกล่าวทิ้งไปเนื่องจากปัญหาละเมืดลิขสิทธิ์ แต่บังเอิญมิติที่ 6 ก็ได้ไปเจอมา >> SomeOrdinaryGamers )

ต่อมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 สมาชิกเรดดิตชื่อ SuicideSquidward ก็ได้ออกมาแสดงตัวว่า เขานั้นก็คือผู้แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา โดยเขาได้โพสต์กระทู้ชื่อว่า ผมคือผู้แต่งเรื่องสควิดเวิร์ดซุยซายด์ และรู้สึกดีมากที่มันโด่งดังไปทั่ว ไว้ที่หมวด /r/self โดยกล่าวไว้ว่า
“ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่มันรู้สึกดีมากที่ได้เห็นสิ่งที่พวกคุณสร้าง และเผยแพร่ความน่ากลัวของเรื่องนี้ออกไป จนผู้คนมากมายพูดถึงความน่ากลัว หลังจากที่ได้อ่านเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่มันแค่เป็นเรื่องที่ถูกก็อปปี้ต่อ ๆ กันมาเท่านั้น”
“ผมอ่านเรื่องซุยซายด์เมาส์และเดตบาร์ดก่อนหน้าที่จะเขียนเรื่องนี้ วันนั้นผมไม่มีอะไรจะทำ ก็เลยตัดสินใจแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างลวก ๆ เรื่อย ๆ ตามใจตัวเอง ผมไม่คิดว่าเรื่องนี้มันจะสามารถไปได้ไกลกว่าในบอร์ด 7chan หมวด x เลย” 



ต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2013 เว็บไซต์ Geek.com ก็ได้นำเรื่องนี้ไปบรรจุไว้ในหัวข้อ 4 เรื่องสุดแสนจะน่ากลัวในโลกอินเตอร์เน็ต

ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2014 ก็มีผู้ทำแฟนเพจสควิดเวิร์ดซุยซายด์ขึ้นในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และทำยอดกดถูกใจได้มากกว่า 2,000 ไลค์ เพียงแต่หลังจากนั้นไม่นาน มันก็ถูกทางเฟสบุคลบทิ้งไปด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง

ซึ่งบางอย่างนั้นก็น่าจะเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่มิติที่ 6 เคยประกาศเอาไว้ว่าเราจะไม่เล่าเรื่องนี้ นั่นก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องเล่าน่ากลัวที่นำมาจากการ์ตูนสำหรับเด็ก เพียงแต่หลังจากที่เราประกาศไป ก็ยังคงมีท่านผู้ชมมากมายขอให้เราทำมาตลอด

ดังนั้นมิติที่ 6 จึงตัดสินใจนำเรื่องนี้มาเล่า โดยตัดรายละเอียดความน่ากลัวบางอย่างออกไป และแจ้งให้ท่านผู้ชมทราบก่อนว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง รวมถึงแจ้งให้ทราบว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ ไม่เหมาะสำหรับให้ผู้ปกครองเปิดให้เด็ก ๆ ชมก่อนนอนด้วยนั่นเอง โดยเวอร์ชั่นเต็มแบบไม่มีการตัดทอนนั้น เราได้เขียนไว้ที่เว็บไซต์ของเราแทน ซึ่งท่านผู้ชมที่สนใจอยากทราบรายละเอียดที่ถูกตัดทิ้งไป ก็สามารถแวะเข้าไปหาอ่านกันได้นะครับ

ภาพจาก Nickelodeon

อย่าลืมติดตามชมรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก หลังจากจบรายการแล้วอย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา :
[1] Creepypasta Wiki – Squidward’s Suicide
[3] Imgur – Imgur
[5] YouTube – cooler2000
[6] YouTube – MrCreepyPasta
[7] YouTube – Bolero5097