ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ รถประจำทางมรณะสาย 375 ตำนานเรื่องจริงจากประเทศจีน !!?





ปัญหาสำคัญของคนไม่มีรถส่วนตัว แล้วจำเป็นต้องเดินทางในเวลากลางคืนนั้น ถ้าไม่สะดวกจะนั่งแท็กซี่ มันก็เหลืออยู่เพียงทางเดียวที่จะทำให้เราสามารถไปถึงที่หมายได้ นั่นก็คือการนั่งรถประจำทาง


มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวสยองขวัญของประเทศจีน เรื่องราวของการเดินทางบนรถประจำทางเที่ยวสุดท้าย ที่ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเป็นเที่ยวสุดท้ายในชีวิตของคนที่ขึ้นไป ว่าเรื่องนี้.. มันคืออะไรกันแน่ ?


เปิดชมบนยูทูป
ก่อนจะตามหาที่มาของเรื่องเล่าเรื่องนี้ มิติที่ 6 จะขอเล่าเรื่องราวที่ถูกเล่าขานกันมาให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันก่อน


โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 เวลาเกือบจะเที่ยงคืน รถประจำทางสาย 375 คันสุดท้าย ได้จอดรอผู้โดยสารอยู่ที่ป้ายรถทางประตูด้านใต้ของสวนสาธารณะหยวนหมิงหยวน บนรถประจำทางคันดังกล่าวนั้น มีคนขับ พนักงานเก็บค่าโดยสารหญิง และผู้โดยสารจำนวน 4 คน


ผู้โดยสารที่นั่งอยู่นั้นประกอบไปด้วย คู่รักวัยรุ่นสองคนนั่งอยู่ตรงที่นั่งหลังคนขับ หญิงชราหนึ่งคน และชายหนุ่มอีกหนึ่งคนนั่งอยู่ตรงบริเวณกลางรถ โดยพวกเขาเหล่านี้ล้วนขึ้นรถมาจากป้ายก่อนหน้าแถว ๆ เชิงเขาเจียงชาน ที่แปลว่าเชิงเขากลิ่นหอม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก

หลังจากรถเมล์วิ่งผ่านไปได้ 2 ป้าย พนักงานขับรถก็มองเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ของใครบางคน กำลังยืนโบกเรียกรถอยู่ข้างถนน ตอนนั้นลมก็ค่อนข้างจะแรง เนื่องจากมันเป็นช่วงฤดูหนาว นั่นจึงทำให้พนักงานขับรถตัดสินใจจอดรับผู้โดยสารทั้งสองคนขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่บริเวณดังกล่าวไม่ใช่ป้ายจอดรถแต่อย่างใด

แต่เมื่อทุกคนขึ้นมาบนรถจนครบ คนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าก็เห็นว่า แท้ที่จริงแล้วพวกเขาขึ้นรถกันมา 3 คน โดยคนหนึ่งที่เกินมานั้นมันก็เป็นเพราะว่า เขาถูกคนที่เหลืออีกสองคนช่วยกันหิ้วปีกขึ้นมา ชายคนแรกผมดูยาวรุงรัง ส่วนคนที่ถูกหิ้วปีกนั้นดูเหมือนเขาจะหมดสติ ศีรษะก้มแกว่งไปตามแรงขยับของคนที่หิ้วปีก แต่ที่มันแปลกก็น่าจะเป็นเพราะทั้งสามคนนี้ แต่งกายอยู่ในชุดโบราณสมัยราชวงศ์ชิงที่พบเห็นได้ในหนังจีนโบราณ ซึ่งการมาของทั้งสามคนนี้ ก็ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ก่อนหน้ารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา แต่ละคนถึงกับออกอาการกังวลจนออกนอกหน้า ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงพนักงานขับรถที่จะต้องออกรถเดินทางต่อไปด้วย


พนักงานเก็บค่าโดยสารหญิง พยายามทำบรรยากาศให้ดีขึ้นด้วยการพูดมาว่า บางทีพวกเขาทั้งสามคนน่าจะเป็นนักแสดงที่มาถ่ายหนังอยู่แถว ๆ นี้ และพวกเขาอาจจะดื่มกันจนเมาหลังจากที่เลิกงานแล้ว นั่นจึงทำให้ไม่ทันได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายก็เป็นได้ พอเธอพูดจบ ผู้โดยสารทุกคนก็เริ่มผ่อนคลาย จะมีก็เพียงแต่หญิงชราที่ดูยังคงไม่ไว้วางใจ เธอคอยแอบมองไปทางที่นั่งเบาะหลังสุดตลอดเวลา เพราะตอนนี้ผู้โดยสารที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ได้นั่งรวมกันอยู่ที่เบาะหลังตรงนั้น

หลังจากรถประจำทางวิ่งผ่านไปอีก 4 ป้าย คู่รักวัยรุ่นที่นั่งอยู่หลังคนขับก็ลงจากรถไป พนักงานขับรถกับพนักงานเก็บค่าโดยสารก็เริ่มจะพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยบ้าง แล้วจู่ ๆ หญิงชราก็ลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน จากนั้นก็หันไปตวาดใส่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะข้างหน้าของเธอ หญิงชราโวยวายว่าชายหนุ่มแอบล้วงเอากระเป๋าเงินของเธอไป ตั้งแต่ตอนที่เธอเดินขึ้นรถมาพร้อมกับเขา

ชายหนุ่มแสดงอาการไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาลุกขึ้นยืนมาเถียงหญิงชรารัว ๆ หญิงชราจึงใช้ไม้เท้าเหล็กเกี่ยวคอของชายหนุ่มหมายจะเอาเรื่อง โดยหญิงชราบอกกับชายหนุ่มว่า ที่ป้ายหน้ามันมีสถานีตำรวจอยู่ตรงนั้นพอดี เดี๋ยวเราต้องลงกันที่ป้ายนี้แล้วไปตกลงกันที่สถานีตำรวจกันจะดีกว่า ชายหนุ่มเองก็เห็นด้วย เพราะจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าเขานั้นไม่ใช่หัวขโมยสักหน่อย

พอทั้งสองลงรถมาอยู่ที่ป้ายรถเมล์แล้ว รถก็ออกตัววิ่งจากไป หญิงชราทำท่าถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก ชายหนุ่มที่ลงมาด้วยกันเห็นแบบนั้นก็งง เขาถามหญิงชราว่าไหนล่ะสถานีตำรวจ ? จะได้รีบจบ ๆ เรื่องกันเสียที หญิงชราหันมายิ้มให้แล้วบอกกับชายหนุ่มว่า เธอเพิ่งจะช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ ยังไม่รีบขอบคุณเธออีก จากนั้นเธอจึงอธิบายถึงสาเหตุที่เธอต้องทำแบบนั้น


เธอบอกว่าชายแต่งตัวแปลก ๆ ทั้งสามคนนั้น ต่างก็ดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย ตั้งแต่พวกเขาขึ้นรถมา เธอก็คอยเฝ้ามองดูอยู่ตลอด ลมที่พัดเข้ามาจากหน้าต่างรถตอนนั้น มันพัดเอาชายเสื้อของทั้งสามเปิดออก แล้วเธอก็พบว่าทั้งสามคนนั้นไม่มีขา

ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับเหงื่อแตกออกมาทันที ส่วนหญิงชราที่อธิบายทุกอย่างจนจบแล้ว เธอก็บอกให้ชายหนุ่มรีบโทรศัพท์หาตำรวจ เพื่อจะได้ขออาศัยรถของเจ้าหน้าที่ เดินทางกลับบ้านกันต่อไป

วันต่อมาทางบริษัทผู้ประกอบการรถประจำทางสายนี้ก็ออกมาประกาศว่า เมื่อคืนรถประจำทางสาย 375 ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย รวมถึงคนขับและกระเป๋ารถก็หายไปด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามสอบสวนหญิงชราและชายหนุ่มที่น่าจะพบอะไรผิดปกติบ้าง จนทำให้พวกเขาออกอุบายเพื่อขอลงจากรถเมล์มาก่อนที่มันจะหายไป

และคืนนั้นทั้งสองก็ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว โดยรายละเอียดนั้น มันก็ตรงตามที่หญิงชราได้เคยอธิบายเอาไว้

สามวันผ่านมาทางตำรวจก็สามารถค้นหารถประจำทางคันที่หายไปจนพบ มันวิ่งตกลงไปในอ่างเก็บน้ำมียุน ที่อยู่ห่างออกไปกว่า 100 กิโลเมตรจากหุบเขาเจียงชาง และภายในรถคันนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบกับศพ 3 ศพกำลังขึ้นอืด


โดยผู้เสียชีวิตทั้งสามคนนั้นได้แก่คนขับ พนักงานเก็บค่าโดยสารหญิง และชายไม่ทราบชื่ออีกหนึ่งคน ซึ่งชายคนนี้ก็คือคนที่ถูกชายสองคนหิ้วขึ้นมานั่นเอง และเรื่องนี้มันก็ได้กลายเป็นปริศนาขึ้นมา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า

ตัวรถประจำทางคันนี้ ไม่น่าจะมีเชื้อเพลิงมากพอที่จะวิ่งออกมาได้ไกลขนาดนั้น เนื่องจากมันเป็นรถเที่ยวสุดท้ายที่ผ่านการวิ่งรับส่งผู้โดยสารมาทั้งวันแล้ว

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าภายในถังน้ำมันรถประจำทางคันนี้ มีแต่เลือดบรรจุอยู่เต็มถัง ดูแล้วน่ากลัวเป็นอย่างมาก

และศพที่ถูกพบนั้นก็ขึ้นอืด ทั้ง ๆ ที่เวลาเพิ่งผ่านไปเพียง 48 ชั่วโมง และถึงมันจะเป็นช่วงหน้าร้อน กระบวนการที่จะทำให้ศพขึ้นอืดมันก็ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้ แถมผลการชันสูตรศพก็บ่งชี้ว่า ไม่มีปัจจัยอะไรมาช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายศพให้ไวกว่าปกติได้เลย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบไปที่กล้องวงจรปิดที่ได้ติดตั้งเอาไว้ตรงบริเวณทางขึ้นรถ พวกเขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ซึ่งมันก็ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าเพราะอะไรกันแน่ ที่เป็นสาเหตุทำให้รถประจำทางคันนี้ต้องวิ่งออกนอกเส้นทางจนพาผู้โดยสารคนสุดท้ายต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้

--จบ--

เรื่องเล่ารถประจำทางหมายเลข 375 หรือ บัส 375 เป็นเรื่องเล่าสยองขวัญที่โด่งดังเรื่องหนึ่งของประเทศจีน โดยทุกแห่งที่นำเสนอเรื่องราวนี้ต่างก็ระบุว่า มันเป็นเรื่องเล่าที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ที่พูดถึงรถเมล์คันดังกล่าวได้หายไปอย่างอย่างลึกลับ และถูกพบอีกครั้งในอ่างเก็บน้ำมียุน ที่อยู่ห่างออกไปจากเส้นทางปกติถึง 100 กิโลเมตร

เพียงแต่ทุกแห่งที่เสนอเรื่องราวนี้ในภาษาอังกฤษต่างก็ออกตัวว่า เรื่องราวที่นำมาเสนอนั้น อาจมีบางจุดไม่ตรงกันกับแห่งอื่น ๆ โดยระบุว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และในบางแห่งก็สันนิษฐานว่า บางทีหลังจากที่หญิงชรากับชายหนุ่มลงจากรถไป ก็เหลือเพียงผู้โดยสารที่แต่งกายในชุดโบราณสามคน โดยคนที่อยู่ตรงกลางนั้นน่าจะเสียชีวิตไปตั้งแต่แรก และพวกเขาก็อาจจะก่อเหตุฆาตกรรมสังหารพนักงานประจำรถทั้งสอง ก่อนที่จะนำรถไปทิ้งในอ่างเก็บน้ำมียุน ซึ่งเรื่องนี้มันทำให้มิติที่ 6 ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า บางทีเราอาจจะต้องค้นหาที่มาของเรื่องนี้ จากต้นฉบับภาษาจีน และมันก็น่าจะทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้นมาบ้าง

หลังจากมิติที่ 6 ได้ตรวจสอบที่มาของเรื่องราวนี้เราก็พบว่า เรื่องเล่ารถประจำทางหมายเลข 375 เรื่องนี้มันเป็น 1 ในรวมเรื่องเล่าลึกลับของประเทศจีนในรอบ 200 ปี ของนักเขียนจีนผู้ใช้นามปากกาว่าทอย สตอรี่ ที่ถูกนำเสนอครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 2007 และปรับปรุงข้อมูลมาจนถึงปัจจุบัน โดยเรื่องราวเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องราวติดอันดับท้อปเท็นจนถูกนำมาเขียนเป็นบทภาพยนต์ซีรีย์เกรดบีของจีน ชื่อ Chinese Horrro Story ตอนรถบัสผี สาย 375 ที่ถูกวางจำหน่ายในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015

โปสเตอร์ภาพยนต์ Chinese Horror Story
และถ้าจำกันได้ วันดังกล่าวนี้มันก็ตรงกับวันเกิดเหตุในเรื่องเล่า แถมยังเพิ่มความน่ากลัวขึ้นด้วยการประยุกต์เอาผีดิบซอมบี้เข้ามามีบทบาทในการไล่ตามตัวเอกของเรื่อง

เว็บไซต์วิกิพีเดียของประเทศจีน ได้อธิบายถึงตำนานรถประจำทางสายนี้ว่า ถึงแม้จะมีหลายฝ่ายตั้งสมมติฐานว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการฆาตกรรม โดยโยงเรื่องราวไปที่กลุ่มคนสามคน ที่ขึ้นรถในตอนท้าย ว่ามันคือการเล่นละครตบตาของฆาตกร ที่แบกเอาศพขึ้นรถมาด้วย จากนั้นก็ก่อเหตุฆาตกรรม โดยสั่งให้พนักงานขับรถวิ่งออกนอกเส้นทางไปจนถึงอ่างเก็บน้ำ จากนั้นก็ฆ่าทุกคนบนรถ แล้วสตาร์ทรถเข้าเกียร์ เพื่อให้มันวิ่งตกลงไปในอ่างเก็บน้ำเอง

อ่างเก็บน้ำ "มียุน" มีจริง แต่ไม่เคยเกิดรถเมล์ตกบ่อ

ถึงแม้มันจะเป็นสมมติฐานที่มีเหตุผล แต่ทั้งหมดมันก็เป็นเพียงข่าวลือ เพราะจากภาพที่ถูกบันทึกไว้ในกล้องวงจรปิดมันไม่มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่า พนักงานขับรถจะถูกใครบังคับให้วิ่งออกนอกเส้นทางไปได้ขนาดนั้น

แต่อย่างไรแล้ว แม้ทุกอย่างจะไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่าเรื่องนี้มันเป็นการฆาตกรรมจริง ๆ หรือเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ ก็มีรายการโทรทัศน์ของประเทศจีน นำหลักฐานภาพถ่ายสภาพรถประจำทางสาย 375 ของจริง มาแสดงให้เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาจริง ๆ เพียงแต่ภาพที่นำมาใช้นั้น ก็เป็นภาพประกอบที่ถูกทำขึ้น ที่สามารถหาได้ตามอินเตอร์เน็ต มันก็ยิ่งทำให้เชื่อได้ว่า บางทีเรื่องนี้อาจเป็นเพียงเรื่องที่ถูกลือกันขึ้นมาหรือเปล่า ?

รายการของจีนเล่าเรื่องนี้ แต่กลับใช้ภาพที่ถูกทำขึ้นในอินเตอร์เน็ต

กลับมาดูในเว็บไซต์วิกิพีเดียของจีน ที่ได้บันทึกเรื่องราวนี้ไว้ในหัวข้อตำนานลี้ลับของประเทศ ก็อธิบายเรื่องราวของรถประจำทางสายนี้เพิ่มเติมว่า สภาพอากาศช่วงหน้าหนาวของประเทศจีนอาจบดบังวิสัยทัศน์จนทำให้พนักงานขับรถวิ่งออกนอกเส้นทางไป และตัวอ่างเก็บน้ำที่ว่านั้น มันก็อาจจะไม่ได้อยู่ห่างออกไปไกลถึง 100 กิโลเมตร และรถประจำทางมันก็อาจไม่ได้วิ่งตกลงไปในอ่างเก็บน้ำ เพราะแม้ในเรื่องเล่าภาษาอังกฤษจะมีการระบุถึงชื่ออ่างเก็บน้ำก็จริง แต่ในต้นฉบับภาษาจีนที่ถูกบันทึกไว้ในวิกิพีเดียนั้น กลับไม่ได้พูดถึงอ่างเก็บน้ำ รวมถึงระยะทางที่รถประจำทางคันนี้วิ่งออกเส้นทางไปเลยแม้แต่น้อย โดยในต้นฉบับนั้นบอกว่า รถประจำทางคันนี้ประสบอุบัติเหตุวิ่งตกภูเขา และสิ่งนี้มันก็ดูจะสมเหตุสมผล มากกว่าที่มันจะตกลงไปในอ่างเก็บน้ำ

แต่จริง ๆ ในจีนมีอุบัติเหตุรถวิ่งตกเชิงเขาบ่อย เพราะสภาพอากาศบดบังวิสัยทัศน์

ส่วนชายสามคนบนรถเมล์นั้น ก็น่าจะเป็นเพียงคนเมาสามคนตามที่กระเป๋ารถเมล์บอก เพราะเธอสามารถเดินไปเก็บค่าโดยสารใกล้ ๆ และน่าจะจะได้กลิ่นเหล้าที่ระเหยออกมาจากตัวของชายทั้งสาม นั่นจึงทำให้เธอสามารถพูดกับทุกคนในรถได้ว่า พวกเขาน่าจะนั่งดื่มกันจนเมาลืมเวลา จนต้องมาโบกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย นอกป้ายจอดรถท่ามกลางอากาศหนาวแบบนั้น

ส่วนที่หญิงชราบอกกับชายหนุ่มว่า ชายทั้งสามคนนั้นไม่มีขาเราก็ต้องฟังหูไว้หู เพราะเหตุมันเกิดตอนกลางคืน ไฟในรถประจำทางที่ติดอยูด้านบนก็น่าจะมีผลทำให้หญิงชรามองเห็นทุกอย่างผิดเพี้ยนไปบ้าง เพียงแต่ก็ถือว่าเธอโชคดีที่ตัดสินใจหาเรื่องชายหนุ่มเพื่อลงไปจากรถ ก่อนที่มันจะประสบอุบัติเหตุร้ายแรง

ซึ่งถ้าทุกอย่างมันเป็นอย่างที่หญิงชราพูดจริง ตอนที่ชายทั้งสามคนขึ้นรถมา คนที่นั่งรถอยู่ก่อนก็น่าจะสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะทั้งสามคนแต่งตัวออกจะเด่นขนาดนั้น ทุกคนบนรถย่อมมองอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้าแน่นอน

ดังนั้นข่าวลือมันก็คือข่าวลือ เพียงแต่เรื่องราวในข่าวลือมันก็ทำให้เราต้องขนลุก จนถึงกับทำให้มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ต้องพยายามค้นหาที่มาของเรื่องราวนี้ให้ชัดเจนที่สุด ก่อนที่จะเข้านอนต่อไปอย่างสบายใจไร้กังวล

ถ้าหากว่ามีใครนำเรื่องรถประจำทางสาย 375 ของจีน มาเล่าสู่กันฟังในวงสนทนา มิติที่ 6 ก็อยากจะบอกกับท่านผู้ชมว่า ขอพวกเราจงอย่าได้ไปทำอะไร ที่จะทำให้เรื่องเล่านี้ต้องหยุดชะงักไปในกลางทางจะดีที่สุด นั่นก็เป็นเพราะว่า ความจริงนั้น..มันช่างไม่มีเสน่ห์..เอาเสียเลย !!!

ถ้าเป็นเจย์ โชว์ คงไม่ต้องให้ใครหิ้วปีก

อย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญกับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอขอบคุณที่มา
Story for Kids - BUS 375
Google - 灵臆事件
Zn Wikipedia - 都市传说列表
jpgushi.com - 1995年北京375路公交车灵异事件详解
jpgushi.com - 中国200年来的未解之谜一览