ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนาเด็กนัยน์ตาสีดำ Black Eyed Kids




บนโลกออนไลน์นั้น มีเรื่องเล่าน่ากลัวมากมาย และหลาย ๆ เรื่องนั้น มักจะมีการพูดถึงการได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เราไม่เข้าใจ

 เปิดดูบนยูทูป
เปิดชมบน Youtube

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะขอนำท่านผู้ชมไปพบกับเรื่องราวตำนานการเผชิญหน้ากับคนลึกลับกลุ่มหนึ่ง ที่สามารถใช้พลังจิตบังคับให้เราต้องเปิดประตูบ้าน เพื่อนำพวกเขาเข้ามาทำอะไรบางอย่าง โดยไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว มันคืออะไรกันแน่ ?

โดยก่อนที่เราจะไปดูที่มาของเรื่องราวนี้ มิติที่ 6 จะขอเล่าตำนานของพวกเขา ที่ได้มีการบอกเล่าต่อ ๆ กันมาให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันก่อน โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า

พวกนัยน์ตาสีดำ(Black Eyed People) ที่บางครั้งก็ถูกเรียกว่า พวกเด็กนัยน์ตาสีดำ หรือเด็กตาดำ(Black Eyed Children หรือ Black Eyed Kids) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า "บีอีเค" หรือ "เบค(Bek)" นั้น ส่วนมากจะเป็นวัยรุ่นและเด็ก ๆ โดยพวกเขาล้วนมีลูกนัยน์ตา ม่านตา และส่วนที่น่าจะเป็นสีขาวนั้นเป็นสีดำสนิททั้งหมด และในบางครั้งก็มีรายงานว่า ผิวหนังของพวกเขานั้นเป็นสีฟ้าซีดเหมือนกับศพ โดยผู้คนที่ได้เผชิญหน้ากับพวกนัยน์ตาสีดำนั้น มักจะได้สัมผัสกับประสบการเหนือธรรมชาติอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่ล้วนแล้วแต่ส่อถึงความเป็นอันตราย ที่ไม่สามารถจะอธิบายได้ว่ามันคืออะไร

มีบ่อยครั้งที่ผู้คนจะพบเหล่าเด็กตาสีดำพวกนี้ กำลังเล่นเกมอะไรสักอย่าง พร้อม ๆ กับร้องเพลงสำหรับเด็กที่ชื่อว่า "คุณลุงขายาว(Old Man Long Legs)" ไม่ก็เพลง "A Man in Our Town" ที่มีท่อนหนึ่งร้องว่า "เขากระโดดเข้าไปในพุ่มไม้หนาม... "

พวกเด็กตาดำนี้ มักจะอาศัยอยู่ในพื้นที่รกร้างที่ถูกทอดทิ้งไม่มีคนอาศัย และในบางครั้งก็มีข่าวลือกันว่า พวกเขามักจะปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูบ้านของเรา บางทีก็มาคนเดียว บางทีก็มากันเป็นคู่ ด้วยใบหน้าและท่าทางที่ดูมาดมั่นผิดผู้คนทั่วไป ซึ่งเด็ก ๆ พวกนี้มักแสดงอาการก้มหน้า ซ่อนดวงตาสีดำสนิทของพวกเขาเอาไว้ราวกับว่าพวเขาเป็นคนขี้อาย แต่น้ำเสียงของเขานั้นกลับฟังดูเกินอายุ

โดยน้ำเสียงและสำนวนภาษาการพูดจาที่ดูเป็นผู้ใหญ่จนเกินตัวของพวกเขานั้น มักจะพูดหว่านล้อมเหยื่อให้ช่วยนำพวกเขาเข้าไปในบ้าน เพื่อจะขอใช้โทรศัพท์หรือไม่ก็เพื่อขอหลบภัยอันตรายอะไรบางอย่างที่พวกเขาไม่ได้ระบุให้เรารู้ และจะมีบางกรณี ที่เวลาคนในบ้านมองออกมานอกหน้าต่าง แล้วไปเห็นพวกเขากำลังเล่นอยู่ข้างนอก พวกเขาก็จะหยุดกิจกรรมนั้นทันที แล้วก็หันมาจ้อง ไม่ก็พยายามหลอกล่อเราด้วยการพูดจาหว่านล้อม ขอให้เราเปิดประตูพาพวกเขาเข้าไปในบ้านอีกด้วย

มีหลายครั้งที่ผู้คนหลงเชื่อทำตาม ทั้ง ๆ ที่เหตุผลของพวกเด็กตาดำนั้น มันก็ดูจะไม่เป็นเหตุเป็นผลเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าสายตาของเหยื่อได้จ้องมองไปที่ดวงตาคู่สีดำสนิทจากพวกเขาไปแล้วนั่นเอง โดยถ้าเรายังไม่ยอมทำตามที่พวกเด็กตาดำขอ พวกเขาจะเริ่มแสดงทีท่าเกรี้ยวกราดและจ้องเขม็งมาที่เรา เพื่อบังคับให้เราทำตามคำขอของพวกเขาให้ได้ โดยมีบางคนที่ได้บอกเล่าว่า สิ่งที่พวกเด็กตาดำเหล่านี้กำลังทำนั้นก็คือ การพยายามใช้พลังจิตควบคุมจิตใจของเราอยู่นั่นเอง


โดยที่มาของพวกเบค หรือเด็กตาสีดำนั้น ไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้เลยว่าพวกเขาคือใคร มีต้นกำเนิดมาจากไหน ซึ่งก็มีบางคนเข้าใจว่า พวกเขานั้นก็คือเหล่าดวงวิญญาณของเด็ก ๆ ที่เคยหายตัวไป หรือไม่ก็ถูกฆ่าตาย และเข้าใจว่าพวกเขานั้นก็คือลางร้ายแห่งโรคภัยที่เข้ามาเพื่อพิพากษาพวกเรา

ซึ่งก็มีบางกรณีที่พวกเด็ก ๆ เหล่านั้น จะชักชวนให้พวกเราเข้าร่วมเป็นพวกเด็กตาดำด้วย ซึ่งพวกเขาจะทำแบบนั้นก็ต่อเมื่อ พวกเขาสามารถเข้ามาในบ้าน หรือในรถของเราได้สำเร็จ ซึ่งมันก็ทำให้เรานึกถึงตำนานเกี่ยวกับพวกแวมไพร์ หรือผีดูดเลือด แต่เด็กตาดำจะไม่สามารถทำอะไรเราได้เลย ถ้าเราสามารถปฏิเสธความต้องการแรกของพวกเด็กตาดำได้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีรายงานว่า พวกเด็กตาดำจะทำร้ายเราจนถึงขั้นเสียชีวิต เพียงเพราะว่าเราปฏิเสธคำขอของพวกเขาแต่อย่างใด


-----จบ-----


เรื่องราวของเด็กนัยน์ตาสีดำนั้น เป็นเรื่องราวที่ถูกเล่าต่อกันมาอย่างมากมายในโลกอินเตอร์เน็ต โดยมันเริ่มต้นจากกลุ่มข่าวเล็ก ๆ ในช่วงปี 90 และได้มีเรื่องเล่าขานแยกย่อยออกมาเป็นกรณีต่าง ๆ มากมาย จนเริ่มจะบานปลายกลายเป็นตำนานแพร่หลายไปในหลาย ๆ ประเทศ ถึงขั้นไม่เว้นแม้แต่ในบ้านเรา ที่เคยมีหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวเขียว ก็ได้เคยเอาข่าวนี้มานำเสนอ จนเป็นที่พูดถึงกันเป็นวงกว้างว่า แท้ที่จริงแล้วเรื่องราวของพวกเด็กตาดำนั้น มันเป็นเรื่องจริงแน่หรือเปล่า

ข่าวเด็กตาดำ หนังสือพิมพ์นักข่าวหัวเขียวในไทย

โดยต้นเรื่องที่แท้จริงนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1998 เมื่อนักเขียนและผู้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์รายวันประจำเมืองเอบิลีน ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า "ไบรอัน บีเธล" ได้โพสต์เรื่องยาวเรื่องหนึ่งเอาไว้ในกลุ่มข่าวของยูสเน็ตชื่อกลุ่มว่า alt.folklore.ghost-stories ที่เล่าเรื่องราวที่เขาได้เคยพบเมื่อ 2 ปีก่อน ของสมัยนั้น โดยระบุว่าสิ่งที่เขาได้พบนั้นก็คือเด็กตาดำสองคน ได้เดินเข้ามาขอขึ้นรถ ช่วงที่เขาจอดรถอยู่หน้าโรงหนังแห่งหนึ่งในเมืองเอบิลีน ในรัฐเท็กซัสนั่นเอง

"ไบรอัน บีเธล" ผู้เปิดประเด็นเรื่องเด็กตาดำคนแรก

ข่าวการพบเด็กตาดำของ "ไบรอัน บีเธล"


และต่อมาในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998 ไบรอันก็ได้เข้ากลุ่ม "ไออาร์ซี" และนำเรื่องราวคล้าย ๆ กันนี้ไปโพสต์ลงในแชท โดยคราวนี้มีเนื้อเรื่องพูดถึง การพบกับเด็กชายหญิงตาสีดำในพอร์ตแลนด์ โอเรกอนในช่วงปีนั้น และอีกสามปีต่อมาในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2001 ก็ได้มียูสเซอร์ชื่อ "ฮาร์เวสต์วินด์" ได้ตอบกลับโพสต์ดังกล่าว ด้วยการเล่าเหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กันในพอร์ตแลนด์ปี ค.ศ. 2000 อีกด้วย

โพสต์ของ ฮาร์เวสต์วินด์

โดยเรื่องราวในตอนนั้น ก็ไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมากมายสักเท่าไหร่ แต่เรื่องราวของเด็กตาสีดำนี้ เริ่มโด่งดังจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมาก็เพราะในวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2004 ได้มีผู้เปิดกระทู้ลงในเวบกระดานข่าว เดโมเครติคอันเดอร์กราวด์ เล่าเรื่องราวในหัวข้อ “เด็กปีศาจ” ที่นำมาจากเวบไซต์ Ghost.org ซึ่งเรื่องราวนี้ มันก็คือเรื่องราวเดียวกันกับที่ไบรอัน บีเธล ได้เคยเขียนเอาไว้มาก่อนนั่นเอง โดยในวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2004 ลิงค์ของโพสต์นี้ ก็ได้ถูกนำไปโพสต์ไว้ในเวบบอร์ด Paranormal Soup forums จนมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมายกว่า 29 หน้า และก็ได้ถูกนำไปโพสต์ในกระดานข่าวของเวบไซต์ Snopes เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 และได้วิเคราะห์เรื่องราวนี้กันอย่างมากมายไปต่าง ๆ นา ๆ

และในช่วงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 ก็ได้มีผู้ใช้ชื่อว่า “ที” อ้างว่าเป็นผู้หญิงอายุ 47 ปี ซึ่งชื่อทีดังกล่าว น่าจะหมายถึงทีใน ลัทธิประตูสู่สวรรค์(Heaven’s Gate) ที่มิติที่ 6 ได้เคยนำเสนอมาก่อน โดยเธอได้โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กตาดำไว้อีกแนวที่เวบไซต์ About.com ในหมวดเรื่องน่ากลัว



ในปี ค.ศ. 2008 ก็มีเวบไซต์ข่าวทางเลือกชื่อว่า Rensee.com โดย “เท็ด ทเว็ตเมเยอร์” ได้เขียนเรื่องราวการพบเห็นเด็กตาดำออกมาอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเรื่องคราวนี้ก็ไม่ได้เหมือนกับต้นฉบับคนอื่น ๆ ราวกับว่าเขาเป็นอีกคนที่ได้เคยพบเจอเด็กตาดำจริง ๆ มาแล้ว

ซึ่งต่อมา ก็ได้เกิดเรื่องราวเกี่ยวกับการพบเด็กตาดำ มาโพสต์กันอีกมากมาย โดยมันได้ถูกรวบรวมไว้บนเวบบล็อกแนวสยองขวัญทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

ในปี ค.ศ. 2013 รายการ Weekly Strange ของ MSN ก็ได้ทำสารคดีสั้น ๆ เกี่ยวกับเด็กตาดำออกมา โดยปัจจุบันเราก็ยังสามารถหาชมได้บนเวบไซต์ Vimeo.com ซึ่งในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน เว็บไซต์ Reddit ก็ได้มีผู้โพสต์เรื่องราวที่เขาได้พบกับเด็กตาดำอีกครั้ง

สารคดีเด็กตาดำของ MSN ใน Vimeo

ในปี ค.ศ. 2014 ก็ได้มีผู้สร้างเวบไซต์เพื่อรวบรวมรายงานการพบกับเด็กตาดำขึ้นมาในเว็บไซต์ Blackeyedchildrenreports

โดยในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 2008 นั้น เรื่องราวของเด็กตาดำที่มิติที่ 6 ได้นำมาเล่าตอนต้นเรื่อง ก็ได้ถูกโพสต์ไว้ที่เวบไซต์ ครีบปี้พาสต้า โดยเรื่องนี้ก็ได้คะแนนความน่าสนใจค่อนข้างสูงมาก

จนวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2011 ก็ได้เริ่มมีเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ เกี่ยวกับเด็กตาดำบนเวบไซต์ ครีบปี้พาสต้าวิเกีย คราวนี้ได้พูดถึงการพบกับพวกเขาในเขตแคนซัส

โดยเรื่องราวของเด็กตาดำนี้ ก็ได้ถูกนักสร้างหนังสมัครเล่นชื่อ “แมทท์ แมทเซน” นำมาสร้างเป็นหนังสั้นความยาว 15 นาที โดยใช้ชื่อเรื่องว่า Black Eyed Children และในปี ค.ศ. 2012 ก็ได้มีภาพยนต์เรื่อง Sunshine Girl and the Hunt for Black Eyed Kids ที่กำกับโดย “นิโคลาส เจ ฮาเกน” โดยมันได้ถูกฉายในโรงภาพยนต์คิกกินส์ ในแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2012 และในปี ค.ศ. 2015 ก็มีภาพยนต์อินดี้ออกมาอีกเรื่องชื่อว่า Black Eyed Children: Let Me In ออกมาให้ชมกันด้วย

โดยในวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2013 นั้น ได้มีงานเขียนของนักเขียนเรื่องราวสยองขวัญชื่อ “ลี บริคลีย์” (Lee Brickley) ออกเผยแพร่บนบล็อกแนวสยองขวัญที่เกี่ยวข้องกับย่านแคนน็อคเชส ในสแตฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ โดยเขาได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคุณอาของเขา ที่ได้เผชิญหน้ากับเด็กตาดำ ที่ป่าของคืนหนึ่งในช่วงหน้าร้อนของปี ค.ศ. 1982 โดยในบล็อกนั้นได้มีการเพิ่มเติมลิงค์วิดีโอที่สัมภาษณ์เขาเอาไว้ด้วย ซึ่งตัวของลีนั้นก็ได้นำเสนอตัวเองเอาไว้ในฐานะนักสืบเรื่องลึกลับสยองขวัญ ที่นอกจากจะพูดถึงเด็กตาดำแล้ว เขาก็ยังพูดถึงรายงานการพบยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาว หรือพวกอมนุษย์ในตำนานอีกด้วย

"ลี บริคลีย์" ผู้นำเรื่องเด็กตาดำมาเผยแพร่จนเป็นข่าวไปทั่วโลก

งานเขียนการค้นพบเด็กตาดำของ "ลี บริคลีย์"

แต่การเล่าเรื่องมันก็ต้องมีการพิสูจน์ เพราะในเดือนเมษายน ค.ศ. 2013 เรื่องราวของเด็กตาดำนั้นได้ถูกเวบไซต์ Snopes ที่เป็นเวบไซต์แนวแฉความจริงบนโลกออนไลน์ได้ออกมาระบุว่า ตำนานของเด็กตาดำนั้นก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวหลอกลวง ที่ถูกนำมาเล่ากันมากมาย โดยไม่มีใครสามารถระบุหลักฐานได้ว่า มีเรื่องไหนเกิดขึ้นจริงเลยสักครั้ง โดยเวบไซต์แห่งนี้ ได้ย้อนกลับไปดูเรื่องราวที่เคยถูกโพสต์ไว้ในอดีต ไล่ย้อนไปจนถึงโพสต์แรกที่ถูกโพสต์โดยไบรอัน บีเธล ซึ่งสุดท้ายก็พบว่า มันเป็นเพียงเรื่องเล่าน่ากลัวเรื่องหนึ่ง ที่ถูกเล่าลือออกไปกันเป็นวงกว้างเท่านั้นเอง

และสิ่งที่เราอาจจะไม่ค่อยทราบกันอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 2013 นั้น ได้เคยมีเรื่องราวพูดถึงบางคน ที่ได้เปิดประตูรับเด็กตาดำเข้ามาในบ้าน แล้วเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น โดยต่อมาก็มียูทูบเบอร์ที่ใช้ชื่อว่า “Spirit” โพสต์คำถามเกี่ยวกับเด็กตาขาว หรือไวท์อายด์คิดส์ขึ้นมา โดยเรียกย่อ ๆ ว่า “เวค” ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้กลายเป็นการจุดประเด็นเกี่ยวกับตำนานใหม่ขึ้นมา เกี่ยวกับเด็กตาขาวที่ไม่ได้ขี้ขลาดตาขาวอย่างที่บ้านเรานิยามกันเอาไว้เลย โดยท่านผู้ชมสามารถติดตามเรื่องราวของเด็กตาขาวได้ ด้วยการพิมพ์คำว่า White Eyed Kids ในช่องค้นหาบนเวบไซต์ยูทูปได้นะครับ

โดยในประเทศไทยนั้น ได้มีสำนักพิมพ์ข่าวระดับยักษ์ใหญ่ของไทย เข้าใจว่าเรื่องราวของเด็กตาดำนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ เพราะทางเวบไซต์ข่าวสำนักนี้ ได้เคยนำเรื่องราวการพบเด็กตาดำที่เคยถูกแต่งขึ้นมาในต่างประเทศ มานำเสนอเป็นข่าวบนเวบไซต์ว่า มีผู้พบเห็นเด็กตาดำขึ้นมา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเรื่องราวเด็กตาดำนั้น จะอยู่ในเวบข่าวของสำนักข่าวนี้ได้ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า มันเกิดจากความผิดพลาดในข้อมูลข่าวสารอะไรบางอย่าง ที่ต่างประเทศได้นำเสนอกันอย่างมากมายในช่วงนั้น และนั่นก็กลายเป็นบ่อเกิดเรื่องเล่าของเด็กตาดำในประเทศไทยอีกหลาย ๆ แห่ง โดยมิติที่ 6 เอง ก็เพิ่งทราบที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ก็ตอนที่เราได้ลงมือค้นหาเรื่องราวที่แท้จริงของเด็กตาดำเช่นกัน


เมื่อเรารู้เรื่องราวที่แท้จริงของเด็กตาดำกันแล้ว มิติที่ 6 ก็อยากจะบอกว่า เวลาที่มีใครนำเรื่องราวของเด็กตาดำมาเล่าสู่กันฟังในวงสนทนา ก็จงอย่าได้ไปทำอะไร ที่จะทำให้การเล่าเรื่องนั้นต้องหยุดชะงักลงไปจะดีกว่านะครับ เพราะว่าความจริงนั้น มันช่างไม่มีเสน่ห์ เอาเสียเลย


พบกับรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ที่จะพาท่านไปพบกับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับค้นหาที่มา ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันทุกวันศุกร์สะดวกนะครับ หลังจากจบรายการแล้วอย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนท์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา
[3] Paranormal Soup – The Black eyed kids
[4] About.com – The Black-Eyed Kids
[8] Creepypasta.com – The Black Eyed Kids
[9] Creepypasta wikia – Black-Eyed People
[10] Creepypasta wikia – Black-Eyed Kids in Kansas
[18] Google Groups archive – Some questions from a novice.
[19] Google Groups archive – Black-eyed children