ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

15 ธันวาคม 2560

มิติที่ 6 | 10 เรื่องเล่าประสบการณ์พบแฝดผี Doppelganger !!!



"ดอพเพลแกงเกอร์" คือฝาแฝดปีศาจที่หน้าตาเหมือนเรา และอาศัยอยู่ในร่างกายของเรา ! ถูกเล่าขานให้เชื่อกันมาตั้งแต่โบราณว่ามีอยู่จริง เพียงแต่ในปัจจุบันความเชื่อในเรื่องนี้ก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จนสุดท้ายความน่ากลัวสลายไป หลงเหลือไว้แต่เพียงเรื่องราวของคนหน้าเหมือน ที่อาจจะอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ !

กดเพื่อดูคลิปที่นี่


มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะเล่าเรื่องราวประสบการณ์ 10 เรื่อง จาก 10 เหตุการณ์ที่พวกเขาอ้างกันว่า ได้พบกับแฝดปีศาจดอพเพลแกงเกอร์จริง ๆ มาแล้ว ว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้น... มันคืออะไรกันแน่ !?


ผมคือ "ดอพเพลแกงเกอร์ !"

ภาพประกอบเท่านั้น

เช้าวันหนึ่ง ผมนอนหลับอยู่ในห้องนอนดี ๆ พี่ชายก็ตะโกนด้วยเสียงดังมาจากชั้นล่างว่า ผมกำลังทำอะไรอยู่ !? ผมเข้าใจว่าเขาน่าจะอยากปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว พอผมตื่นขึ้นมาก็เลยเดินลงไปที่ชั้นล่างเพื่อจะได้ดูว่าเขามีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า ? และทันทีที่พี่ชายมองมา ผมก็สังเกตเห็นได้ว่าใบหน้าของเขาตอนนี้ดูซีดลงไปจนเห็นได้ชัด สายตาที่เขามองผมตอนนี้มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นั่นจึงทำให้ผมเอ่ยปากถามเขาว่ามันเกิดอะไรขึ้น !?
ทันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำที่อยู่ตรงสุดทางเดินปิดอย่างแรง มันแปลกมากที่ผมได้ยินแบบนั้น เพราะนอกจากเราสองพี่น้องแล้ว ตอนนี้ในบ้านของเรามันไม่ควรจะมีใครอาศัยอยู่อีก พี่ชายบอกผมว่า เขาเพิ่งจะเห็นตัวผมเดินผ่านไปเมื่อไม่ถึงนาทีก่อนหน้านี้ ซึ่งในเวลานั้นเขาเห็นใบหน้าของผมยิ้มให้เขาด้วยความรู้สึกน่าขนลุก
นั่นจึงทำให้เขาต้องตะโกนว่าผมทำอะไรอยู่ และหลังจากที่เขาถามผมไปแบบนั้น เขาก็เห็นผมเดินผ่านไปโดยไม่แสดงอาการอะไรตอบรับคำถามเลย จนกระทั้งเขาเห็นผมเดินต่อไปจนถึงสุดทางเดินตรงนั้น เขาก็เลยหันหน้ากลับมาเห็นตัวผมกำลังเดินลงบันได้มา และทั้งหมดนั้นก็คือสาเหตุที่ทำให้เขาถึงกับหน้าซีดจนทำอะไรไม่ถูก


เราทั้งสองมองหน้ากันสักพัก จากนั้นจึงตัดสินใจรีบวิ่งตรงไปยังห้องน้ำสุดทางเดินที่เห็นผมอีกคนเดินไปที่นั่น พอเราวิ่งไปถึงและเปิดประตูห้องน้ำดู เราก็พบว่าภายในห้องนั้นไม่มีใครอยู่เลย !




----------

คุณแม่ ?

ภาพประกอบเท่านั้น

ในคืนหนึ่งช่วงที่ผมอายุได้ 9 ขวบ ผมตื่นขึ้นมาในเวลาประมาณตี 3 ผมเห็นคุณแม่กำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน มันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งบางอย่างนั้นมันก็เกี่ยวกับคุณแม่นั่นแหละ ทั้งตัวเธอดูขาวซีดไปหมด และมีลักษณะโปร่งใสจนมองทะลุเห็นข้างหลัง หันหน้ามองไปที่กำแพงตลอดเวลา


ผมจึงตัดสินใจเรียกคุณแม่ด้วยความเป็นห่วง ซึ่งเสียงเรียกของผมก็ทำให้คุณแม่ค่อย ๆ เดินเข้ามาที่เตียงของผมอย่างช้า ๆ โดยตลอดเวลาที่แม่กำลังเดินเข้ามานั้น ผมก็พยายามเรียกคุณแม่ต่อไปถึงสามหน คุณแม่ไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเลย จนกระทั้งเธอเดินมาถึงบริเวณหัวนอน เธอก็ค่อย ๆ ขยับมือเข้ามาใกล้ผมอย่างช้า ๆ และทันทีที่แม่สัมผัสถูกตัวของผม เธอก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาผมทันที


พอเป็นแบบนั้น ผมก็ถึงกับกระโดดออกมาจากที่นอนทันทีด้วยความกลัว ผมรีบวิ่งไปยังห้องนอนของพ่อและแม่ พอผมเปิดประตูเข้าไป ผมก็เห็นทั้งสองกำลังนอนอยู่บนที่นอน พวกเขากำลังนอนหลับอยู่


จนมาถึงทุกวันนี้ ผมยังคงจำช่วงเวลาอันน่าสยองขวัญวันนั้นได้ดี ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่คุณแม่ แล้วใครกันที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาผมอย่างช้า ๆ ในคืนนั้น




----------

หลังคาโรงรถ !

ภาพประกอบเท่านั้น

ตอนนั้นผมอายุได้ 10 ปี ผมเล่นซ่อนหากับพี่สาวของผมอยู่ในสวนหลังบ้าน พอการนับเลขเพื่อให้เธอรีบไปซ่อนตัวจบลง ผมก็รีบเดินตามหาพี่สาวในทันที แล้วผมก็ต้องแปลกใจที่พบเธอกำลังนั่งหมอบอยู่บนหลังคาโรงรถ ซึ่งเธอเองก็จ้องมองลงมาที่ผมเช่นกัน เธอยิ้มให้ผมในลักษณะที่ทำให้ผมจะต้องจำไปจนวันตาย ปากของเธอแสยะยิ้มจนแทบจะฉีกถึงรูหู ตอนนั้นผมคิดออกแค่ว่ามันดูแปลก ๆ ผมก็เลยตะโกนเรียกให้เธอรีบลงมาข้างล่างได้แล้ว ซึ่งหลังจากที่ผมพูดจบ เธอก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวไปไหนเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงแสยะยิ้มและจ้องมองลงมาที่ผมไปเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นผมก็ได้ยินของใครบางคนพูดขึ้นมาจากข้างหลังว่า “นั่นเธอกำลังพูดอยู่กับใครเหรอ ?” พอผมหันหน้ากลับไปยังต้นเสียง ก็พบว่าพี่สาวของผมกำลังยืนอยู่ที่ตรงนั้นอีก จนมาวันนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ ที่นั่งหมอบอยู่บนหลังคาโรงรถตอนนั้น บ้านที่เราอยู่นั้นก็มีอายุเกิน 50 ปี และมีเรื่องเล่าบอกว่าสมัยก่อนนั้น มีบางคนถูกไฟคลอกตายอยู่ในโรงรถตรงนั้น ซึ่งร่องรอยของไฟไหม้ดังกล่าว ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ตามแผ่นไม้เก่า ๆ ของโรงรถอยู่เลย




----------

ตัวผมอีกคนหนึ่ง !

ภาพประกอบเท่านั้น

เพื่อน ๆ กับผมใช้เวลาทั้งคืนนั้นอยู่ในโรงแรมผีสิงแห่งหนึ่ง มันคือโรงแรมคองเกรสพลาซ่าในรัฐชิคาโกั พวกเราประกอบไปด้วยตัวผมกับเพื่อนหญิงสองคน โดยเปิดเป็นห้องคู่เอาไว้เพื่อพักผ่อน ซึ่งตัวผมก็ได้ที่นอนเดี่ยวอยู่ในห้องอีกฝั่ง ส่วนอีกสองสาวนั้นก็ไปนอนอยู่อีกห้องนั่นเอง


เราตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หนึ่งในเพื่อนของผมนั้นก็มีอาการแปลกไป เธอไม่พูดไม่จา ใบหน้าก็ซีดขาวราวกับไก่ต้ม ร่างกายสั่นเทาไปด้วยความกลัว พวกเราที่เหลือจึงถามเธอว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? ซึ่งเธอเองก็ไม่ยอมตอบอะไรกลับมาให้รู้เลยแม้แต่น้อย จนหลังจากที่พวกเราพยายามกล่อมให้เธอสงบลง เธอก็เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านั้นเธอฝันไป ซึ่งตัวเธอเองก็ค่อนข้างแน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะจะเป็นความฝันแน่ ๆ


เธอเล่าว่าเธอตื่นขึ้นมากลางดึกในห้องมืดสนิท เธอเห็นผมกำลังยืนอยู่ในความมืด ตอนนั้นเธอเห็นผมกำลังหันหน้าเข้าหากำแพงและหันหลังให้เธอ และนั่นจึงทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของผมได้เลย เธอเล่าต่อว่าตอนนั้นได้ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง พอเรียกชื่อผม ตัวผมที่เธอมองเห็นก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ นั่นจึงทำให้เธอถามตัวผมว่ากำลังทำอะไร ? ซึ่งตัวผมก็ไม่ได้ตอบอะไรให้เธอได้ยินแม้แต่น้อย พอเธอมองไปตรงที่นอนของผม เธอก็ยังเห็นผมอีกคนที่จะหมายถึงตัวผมจริง ๆ กำลังนอนหลับอยู่บนที่นอนเช่นกัน พอเธอมองกลับไปที่ตัวผมอีกคนที่กำลังยืนอยู่ เธอก็พบว่าตัวผมคนนั้นได้หายตัวไปแล้ว




----------

พ่อของเธออยู่ที่นี่...

ภาพประกอบเท่านั้น

ผมตื่นขึ้นมาในกลางดึกคืนหนึ่ง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมต้องตื่นขึ้นมานั้นเพราะเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากบันได้ข้างล่าง พอผมเดินออกจากห้องลงไปดู ผมก็เห็นคุณพ่ออยู่ที่ทางเดินตรงนั้น เขาอยู่ในท่าทางเหมือนคนกำลังทรุดตัวลง ก่อนที่จะเปิดประตูหน้าบ้านแล้วเดินออกไป ผมเฝ้ามองดูคุณพ่อกำลังเดินออกไปที่ถนนจากทางหน้าต่าง แล้วอยู่ดี ๆ คุณพ่อก็นั่งลงที่ข้างถนน จากนั้นก็เงยหน้ามองขึ้นไปที่ยอดต้นไม้ใกล้ ๆ ใบหน้าของคุณพ่อตอนนี้ดูซีดเซียว ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แถมยังโปร่งแสง
นั่นจึงทำให้ผมรีบวิ่งไปยังห้องนอนของพ่อแม่ เพื่อที่จะปลุกคุณแม่ให้ออกมาช่วยกันดูคุณพ่อ ผมละล่ำละลักถามคุณแม่ว่าทำไมคุณพ่อถึงออกไปนั่งที่ข้างนอกบ้าน ซึ่งคุณแม่ก็ทำหน้างงแล้วตอบกลับผมว่านั่นลูกกำลังพูดเรื่องอะไร ก็พ่อยังนอนอยู่ตรงนี้ ซึ่งพอผมมองตามไปทางที่คุณแม่มองอยู่ ผมก็เห็นคุณพ่อยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงข้างคุณแม่ ซึ่งเรื่องนี้มันยังคงทำให้ผมรู้สึกเสียขวัญทุกครั้งที่นึกถึง




----------

ผีดอพเพลแกงเกอร์ที่โรงเรียน !

ภาพประกอบเท่านั้น

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับผมตอนสมัยเรียนอยู่เกรดสาม ตอนนั้นผมกลัวมากจนถึงกับร้องไห้ ผมเดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ตอนนั้นผมอยู่ที่บริเวณทางเดิน แล้วเพื่อนของผมก็เดินออกมาจากห้องเรียนเพื่อข้ามฝั่งมาทางผม เขาเดินผ่านมาทางด้านขวาแล้วทักทายกับผมสั้น ๆ ก่อนที่จะเดินลงไปทางบันได

จนเวลาผ่านไปประมาณ 20 วินาที ผมก็เห็นเขาเดินออกมาจากห้องเรียนที่เดิมอีกครั้ง จากนั้นก็เดินผ่านผมลงไปทางบันไดอีกหน ผมทำได้แค่ยืนงงด้วยความสับสนและหวาดกลัว และในตอนนั้นเพื่อนคนดังกล่าวก็หันหน้ากลับมามองผมด้วยความสงสัยว่าผมเป็นอะไร ?




----------

เชิ้ตสีเขียว กางเกงยีนส์ !

ภาพประกอบเท่านั้น

วันนั้นผมนอนเล่นอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว พอกำลังจะเคลิ้มหลับผมก็ได้ยินเสียงประตูโรงรถดังขึ้น และพี่ชายของผมก็เดินเข้ามาในบ้าน สิ่งแปลก ๆ ที่ผมสังเกตเห็นนั้นก็คือ พี่ชายของผมไม่พูดจาอะไรเลยสักคำ เขาทำแค่หันหน้ามามองและยิ้มให้ผมเหมือนกับกำลังยิ้มเยาะ ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกใจไม่ดีเอาเสียเลย

เมื่อผมมองดูดี ๆ ก็เห็นได้ชัดเจนว่าปากของเขาฉีกยิ้มจนแทบจะถึงใบหู ผมคิดว่ามันไม่ใช่เหตุการณ์ปกติเสียแล้ว แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรให้มันมากเกินไปกว่าผมตาฝาด แล้วตลอดทั้งวันนั้นผมก็ไม่ได้เห็นหน้าพี่ชายอีกเลย ซึ่งสิ่งที่จำได้นอกจากรอยยิ้มของเขาแล้ว ผมก็จำได้ว่าเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียวกับกางเกงยีนส์ของเขา


สามชั่วโมงต่อมาคุณพ่อคุณแม่ก็กลับมาถึงบ้านพร้อมกับพี่ชายข ผมหันหน้าไปมองคุณแม่แล้วพูดว่า “พี่ชายเขาเพิ่งกลับมาเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนไม่ใช่เหรอ ?” ซึ่งคุณแม่ก็มองมาที่ผมแบบแปลก ๆ แล้วบอกว่าเธอเพิ่งจะไปรับเขากลับมาด้วยกัน และพี่ชายของผมก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านเลยทั้งวัน แล้วที่ผมเห็นชุดที่พี่ชายอีกคนที่เพิ่งกลับมาคนนี้สวมใส่อยู่นั้น มันก็คือเสื้อเชิ้ตสีเขียวและกางเกงยีนส์ตัวนั้นนั่นเอง




----------

คุณแม่ลอยได้ !

ภาพประกอบเท่านั้น

ช่วงตอนที่ลูกชายของผมอายุได้ 2 ขวบ เขามักจะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ จากนั้นก็จะออกเดินไปรอบ ๆ บ้านก่อนที่ผมกับภรรยาจะตื่น และในเช้าวันหนึ่ง เมื่อผมตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ผมก็เดินลงบันไดไปหาลูกชายที่กำลังยืนอยู่ในครัว เขากำลังชี้นิ้วไปที่อะไรบางอย่างพร้อมกับหัวเราะ พอผมถามเขาว่ากำลังชี้อะไรอยู่ เขาก็ตอบผมว่า “คุณแม่กำลังลอยอยู่ในห้องครัวครับ !”


ตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก จนกระทั่งหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ภรรยาของผมก็เดินลงมาจากทางบันได เธอเล่าให้ผมฟังว่าเธอตื่นมาเพราะฝันแปลก ๆ โดยในความฝันนั้นเธอพบว่าตัวเองกำลังลอยออกมาจากร่าง โดยเธอจำได้ว่าเธอนั้นลอยลงมาทางบันไดเข้าไปในห้องครัว มันน่ากลัวจริง ๆ !




----------

ชายคนนั้นเป็นใคร ?


ภาพประกอบเท่านั้น

ผมอายุ 24 ปี ตอนนั้นผมทำงานอยู่ในสำนักงานแห่งหนึ่ง โดยในเช้าวันนั้นผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเผลอนอนหลับเพลินไปหน่อย ซึ่งมันก็ทำให้ผมมาทำงานสายไปถึงครึ่งชั่วโมง ผมรีบแต่งตัวแล้วไปสำนักงานด้วยความกังวลเพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออก พอไปถึงที่ออฟฟิศผมก็รีบจอดรถแล้ววิ่งเข้าไปยังที่ทำงานทันที จนผมก้าวเข้าไปในลิฟท์ก็รู้สึกได้ว่าทุกคนมองมาที่ผมแบบแปลก ๆ ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกตกใจมาก เพราะบางทีพวกเขาอาจจะรู้ว่าผมต้องถูกไล่ออกจากงานแน่ ๆ


พอผมมาถึงโต๊ะทำงาน มันก็มีหลายอย่างทำให้ผมเดินเข้าสู่ความสยองขวัญ มีบางคนกำลังนั่งอยู่ตรงที่นั่งของผม ใครคนนั้นกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ เขาเป็นผู้ชาย พอเขาหันหน้ากลับมามองผมที่ยืนมองอยู่ สายตาของเขาที่กำลังมองมามันก็ทำให้เลือดของผมแทบจะแข็งตัว เพราะชายที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะคนนั้นมันก็คือตัวของผมเอง เขาสวมเสื้อผ้าเหมือนกับที่ผมสวม ไว้ผมทรงเดียวกัน หน้าตาก็เหมือนผมชนิดที่ผมยังต้องตกใจ
ตอนนี้เขามองมาที่ผมด้วยใบหน้าตกใจเหมือนกัน แล้วเขาก็หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาม้วนเก็บไว้ในมือ พอผมจะเดินเข้าไปหาเขา เขาก็รีบพุ่งหลบออกจากที่นั่งของผมแล้ววิ่งหนีไปที่ทางเดินตรงมุมห้อง ผมเองก็รีบวิ่งตาม โดยหวังว่าน่าจะจับตัวเขาได้แน่ ๆ แต่พอผมวิ่งตามไปถึงมุมตรงนั้น มันก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว นี่มันอะไรกัน ทำไมใครคนนั้นมันถึงเหมือนกับตัวผมขนาดนี้


ผมรีบไปตรวจที่ทางออกของสำนักงาน แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเขาเลยแม้แต่น้อย ผมจึงถามเพื่อนรวมงานว่าใครกันที่มานั่งที่นั่งของผม แต่ทุกคนต่างก็ตอบกลับมาว่ามันไม่มีใครมานั่งเลยตลอดทั้งเช้า พวกเขาไม่เห็นใคร นั่นจึงทำให้ผมรู้สึกแทบอยากจะบ้า เพราะไม่มีใครเห็นเจ้าคนที่หน้าตาเหมือนผมคนนั้นเลย นั่นจึงทำให้ผมเดินไปทางห้องน้ำเพื่อล้างหน้า แต่พอสายตาได้มองไปที่กระจก มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องคิดถึงชายคนที่หน้าตาเหมือนผมคนนั้นอีก


และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนั้น มันก็ถือเป็นเรื่องสยองขวัญที่สุดในชีวิตของผม ผมลาออกจากที่นั่นหลังจากสิ้นสัปดาห์ และไม่เคยเดินทางกลับไปที่นั่นอีก และถึงมันจะผ่านมาหลายปี ผมก็ยังคงกลัวที่จะต้องมองหน้าตัวเองในกระจกอยู่เสมอ




----------

คุณพ่อสองคน !

ภาพประกอบเท่านั้น

คุณพ่อของผมเป็นคนทำงานกะดึก เขาต้องตื่นขึ้นมาตอนตีสามทุกเช้าเพื่อไปทำงาน ซึ่งบางครั้งผมก็จะตื่นขึ้นมาเพื่อตามไปกอดคุณพ่อก่อนที่จะออกไปเสมอ ในเช้าวันหนึ่งช่วงผมอายุ 4 ขวบ ผมเดินลงบันไดมาก็สังเกตเห็นว่าที่ประตูมีคนกำลังยืนอยู่ข้างนอก พอผมเปิดประตูก็เห็นคุณพ่อกำลังเดินลงไปตามทางที่รถบรรทุกของเขาจอดอยู่ เขาสวมชุดทำงานเรียบร้อยแล้ว ผมจึงตะโกนเรียกพ่อเพื่อให้กลับมากอดผมก่อนที่จะออกไปทำงาน


ซึ่งคุณพ่อเองก็ค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองผมอย่างช้า ๆ สายตาของเขามองมาที่ผมอย่างแปลก ๆ และนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวจนเริ่มร้องไห้ออกมา ผมถามพ่อว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งคุณพ่อก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากค่อย ๆ เดินเข้ามาหาผมเรื่อย ๆ


โดยก่อนที่พ่อจะเข้ามาถึงตัว ผมก็รู้สึกได้ว่ามีแขนของใครบางคนยื่นมาจับตัวผมจากทางด้านหลัง พอผมหันหลังกลับไปดูก็พบว่ามีคุณพ่ออีกคนอยู่ตรงนั้น เขาสวมชุดเครื่องแบบไปทำงานอยู่เช่นกัน และกำลังจ้องมองไปที่ดอพเพลแกงเกอร์ของเขาที่อยู่ตรงหน้า คุณพ่อที่อยู่ข้างนอกมองมาที่คุณพ่อในบ้านสักพัก เขาก็รีบวิ่งหายไปตามทางทันที และคุณพ่อที่อยู่ในบ้านก็รีบดึงผมกลับเข้ามาก่อนที่จะล็อกประตู
ซึ่งผมเองก็พยายามคิดว่ามันเป็นแค่ภาพลวงตาของเด็ก 4 ขวบหรือเปล่า ? แต่ตอนนั้นคุณพ่อก็เห็นมันเหมือนกับผม ซึ่งคุณพ่อเองก็ไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย แต่คุณแม่บอกกับผมว่าพ่อเองก็กลัวมาก จนไม่กล้าที่จะออกไปทำงานในวันนั้น และตลอดทั้งวันคุณแม่ต้องคอยปลอบคุณพ่อบอกว่าเขาไม่ได้เป็นบ้าไปแน่ ๆ !




แล้วคุณหล่ะ... มีแฝดผีอีกคนในตัวกันหรือไม่ !?

อย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ และอย่าลืมทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้... สวัสดี !
แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา: Scaryforkids

แท็ก: แฝดผี, Doppelganger