ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ โยทสึยะ ไคดัง ตำนานผีพยาบาทจากเรื่องจริงของญี่ปุ่น !!!




"รักมากก็แค้นมาก" คำคุ้นหูคำนี้เป็นสิ่งที่เราจะได้ยิน หลังจากที่เกิดเหตุน่าสลดใจระหว่างชายหญิงที่ล้มเหลวในการใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งบทสรุปสุดท้ายของมัน ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ใคร ๆ อยากให้เกิดแน่ ๆ

กดที่นี่เพื่อดูคลิป

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะเล่าตำนานของผีสาวตนหนึ่ง ผีสาวที่ต้องกลับมาแก้แค้นคนทรยศ กับเรื่องจริงที่ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลัง ว่าเรื่องนี้... มันคืออะไรกันแน่ ?


โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า


ภาพจาก: Utagawa Kuniyoshi  

ในเอโดะนั้นมีเรื่องเล่าของชายคนหนึ่ง เขาชื่อทามิยะ อิเอม่อน เขาถูกโยทสึยะ ซาม่อน เก็บมาเลี้ยงในฐานะเด็กรับใช้ จนเมื่อเขาโตขึ้นอิเอม่อนจึงได้กลายมาเป็นซามุไรรับใช้ของตระกูล และได้สนิทสนมกับโออิวะลูกสาวของเจ้าบ้าน

ด้วยเพราะทั้งสองเติบโตมาด้วยกันจึงทำให้โออิวะเองก็แอบหลงรักซามุไรหนุ่ม แต่ความสัมพันธ์นี้กลับไม่ได้รับการยอมรับจากเจ้าบ้านซาม่อน เพราะความรักระหว่างนายกับบ่าวในบ้านมันถือเป็นเรื่องน่าอับอายของตระกูล นั่นจึงทำให้ทั้งสองต้องถูกสั่งให้เลิกคบหากันทันที

เมื่อความรักถูกกีดกัน ทำให้ซามุไรหนุ่มถึงกับขาดสติ ซุ่มวางแผนลอบสังหารเจ้านายตัวเองจนสำเร็จ ในขณะที่แม่ของโออิวะเองก็ถูกซามุไรอีกคนลอบสังหารตายไปพร้อม ๆ กัน นั่นจึงทำให้โออิวะและน้องสาวของเธอต้องใช้ชีวิตกันต่อไปตามลำพังสองพี่น้อง โดยไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

อิเอม่อนจึงอาศัยโอกาสนี้โกหกโออิวะว่า พ่อของเธอถูกซามุไรจากฝ่ายศัตรูฆ่าตาย และออกปากอาสาจะขอเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบชีวิตของเธอตลอดไป ในขณะที่น้องสาวของเธอก็ได้ซามุไรอีกคนพาไปอยู่ด้วย

จากเรื่องดังกล่าวจึงทำให้ทั้งสองได้แต่งงานและอยู่กินด้วยกันจนมีลูกขึ้นมา 1 คน แต่ในขณะที่ชีวิตของโออิวะกำลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อิเอม่อนกลับเริ่มเบื่อชีวิตคู่ แอบไปติดพันอยู่กับโออุเมะลูกสาวของคฤหาสถ์อิโต คิเฮย์ ซึ่งความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากพ่อของเธอเช่นกัน เพราะเขามองว่าอิเอม่อนเป็นซามุไรที่แต่งงานจนมีลูกแล้ว การยอมให้อิเอม่อนมาวุ่นวายกับลูกสาวของตนนั้นถือเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่เขาก็มองว่าโออุเมะนั้นรักกับอิเอม่อนเป็นอย่างมาก จึงบอกกับซามุไรหนุ่มว่าถ้าจะมาแต่งเป็นเขยบ้านนี้อิเอม่อนจะต้องเลิกกับภรรยาของตัวเองก่อน

จากนั้นอิโตก็ออกอุบายนำยาพิษมามอบให้กับอิเอม่อนเพื่อการนี้ อิเอม่อนเองก็ตกลงทำตามและนำยาพิษไปผสมกับน้ำชาส่งให้ภรรยาดื่ม พอดื่มเสร็จโออิวะก็ล้มป่วยลงในทันที จากนั้นอิเอม่อนจึงได้ว่าจ้างให้คนรับใช้ของตัวเองบุกเข้าไปข่มขืนเมียที่กำลังป่วยของตน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ด้วยศักดิ์ศรีของโออิวะที่สูงกว่า ก็ทำให้คนรับใช้เกิดหวาดกลัวและสารภาพความจริงออกมาว่าเขาถูกอิเอม่อนว่าจ้างให้มาทำเช่นนี้กับเธอ

โออิวะได้ยินเข้าก็เสียใจเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ยาพิษที่เธอดื่มเข้าไปในตอนแรกนั้นมันเพิ่งจะเริ่มออกฤทธิ์ตอนนี้พอดี นั่นจึงส่งผลให้ใบหน้าของโออิวะตอนนี้ เกิดเป็นรอยแผลเหมือนถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง ผิวหนังบนใบหน้าหลุดลอกออกมาทุกที่ ที่มือของเธอไปสัมผัสโดนเข้า

พอเธอเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจกก็ยิ่งเสียใจ จนไปหยิบเอาลิ่มเหล็กแกะสลักงานฝีมือที่วางไว้ เดินเข้าไปหาคนรับใช้เพื่อจะเค้นความจริง คนรับใช้ที่เกิดความกลัวเพราะเห็นสภาพของเธอตอนนี้ ก็สารภาพความจริงออกมาอีกว่า คนที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ก็คือเจ้าบ้านของคฤหาสถ์อิโต พ่อของโออุเมะที่สามีของเธอไปติดพัน และเขายังสารภาพอีกว่าคนที่ฆ่าพ่อของโออิวะนั้นก็คืออิเอม่อนนั่นเอง

ยิ่งได้รู้ความจริงโออิวะก็ยิ่งโกรธแค้นที่เสียรู้ให้กับคนชั่ว เธอกำลิ่มแกะสลักจ่อที่คอของตัวเอง แล้ววิ่งชนกับกำแพงให้มันทิ่มทะลุคอหอยจนเลือดไหลออกมาไม่หยุด คนรับใช้เห็นท่าไม่ดีจึงรีบหนีกลับไปหาอิเอม่อน ทิ้งโออิวะที่ร่างเต็มไปด้วยเลือด อุ้มลูกน้อยพร้อมกับเอ่ยวาจาสาปแช่งสามีของตนว่า

"ฉันจะกลับมาแก้แค้น !!!"

คนรับใช้รีบวิ่งมารายงานกับอิเอม่อนว่า โออิวะนั้นน่าจะเสียชีวิตเพราะยาพิษไปแล้ว และออกปากขอค่าจ้างเพื่อใช้หลบหนี แต่กลับกลายเป็นว่าอิเอม่อนจ่ายค่าจ้างด้วยการใช้ดาบซามุไร ฟันเข้าไปที่กลางแสกหน้าของเขาจนเสียชีวิต ก่อนที่จะเดินทางกลับมาที่บ้าน เพื่อให้เห็นกับตาว่าตอนนี้โออิวะเสียชีวิตจริง ๆ หรือเปล่า

พอกลับมาถึงเขาก็พบกับศพของเธอนอนคว่ำหน้า พอพลิกศพให้หงายขึ้นมาก็ตกใจกับใบหน้าของเธอที่ตอนนี้ดูน่าเกลียดน่ากลัวเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามถึงทุกอย่างจะผิดแผนไปบ้าง แต่ผลที่ได้ก็คือตอนนี้ไม่มีโออิวะอยู่ในโลกนี้แล้ว เขาจึงนำร่างของเธอตอกติดกับแผ่นกระดาน แล้วแบกร่างของเธอนำไปลอยทิ้งในคลองแถวท้ายหมู่บ้าน ก่อนที่จะเดินทางไปคฤหาสถ์อิโตเพื่อแจ้งข่าวดีกับพ่อตาคนใหม่

ภาพจาก: Utagawa Kuniyoshi       

ทุกอย่างสำเร็จตามเป้าหมายเช่นนี้ เจ้าบ้านอิโตจึงได้จัดพิธีแต่งงานให้กับลูกสาวสมความตั้งใจ และยกห้องให้ทั้งสองอยู่กินด้วยกันภายในคฤหาสถ์ของเขา

พองานแต่งงานจบลง อิเอม่อนก็พาภรรยาใหม่ของตัวเองเข้าห้องนอน โออุเมะผู้เขินอายกับชีวิตคู่ในคืนแรกก็หันหน้าหนีหลบสามีไปดื้อ ๆ อิเอม่อนจึงสะกิดเรียกให้เธอหันหน้ากลับมาเพื่อจะเชยชม แต่พอโออุเมะหันหน้ากลับมา มันก็ทำให้อิเอม่อนตกใจกระโดดตัวลอยออกมาจากที่นอนในทันที เพราะใบหน้าของโออุเมะตอนนี้ ได้กลายเป็นใบหน้าเสียโฉมของโออิวะไปแล้ว ใบหน้าอันอัปลักษณ์ของเมียเก่า ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาหาสามีและพูดว่า


"อิเอม่อน... ไหนสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน เจ้าคนทรยศ !!!"

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอิเอม่อนตอนนี้ ทำให้เขากลัวจนลนลาน คว้าดาบซามุไรออกมาฟันที่คอของผีภรรยาเก่าทันที พอผีโออิวะล้มลงร่างนั้นก็กลับมาเป็นโออุเมะที่เสียชีวิตเพราะถูกซามุไรของเขาฟันคอจนเป็นแผลลึก

เห็นแบบนั้นอิเอม่อนก็รีบเข้าไปดูอาการของเธอ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป เพราะโออุเมะขาดใจตายไปแล้ว ขณะที่อิเอม่อนกำลังเสียใจอยู่นั้น สายตาของเขาก็พลันไปเห็นลูกไฟวิญญาณของโออิวะ กำลังลอยไปมาอยู่เหนือศพของโออุเมะ อิเอม่อนเห็นเข้าก็ตกใจกลัว ถึงขนาดวิ่งทะลุประตูออกไปอย่างเสียสติ

อิเอม่อนรีบวิ่งไปยังห้องนอนของพ่อตา แล้วตะโกนเรียกให้เขาเปิดประตูเพื่อขอหลบซ่อน แต่เมื่อประตูห้องถูกเปิดออก อิเอม่อนก็พบกับร่างของคนรับใช้ที่ตายไปนั่งอยู่ ที่ใบหน้ายังมีรอยแผลจากดาบซามุไรของเขาถูกบากเป็นรอยลึก ใช่แล้ว ! นอกจากวิญญาณของโออิวะ ก็ยังมีวิญญาณของคนรับใช้ที่ต้องการจะแก้แค้น ผีคนรับใช้ได้เอ่ยปากพูดกับเขาว่า


“จ่ายค่าจ้างมาเสียทีสิเจ้านาย !!!”

จนอิเอม่อนที่ตกใจอยู่แล้วถึงกับขาดสติคว้าดาบซามุไรออกมา ฟันซ้ำเข้าไปที่ใบหน้าของคนรับใช้จนล้มลงไป พอทุกอย่างจบลงอิเอม่อนถึงได้รู้ว่า คนที่เขาเพิ่งใช้ซามุไรฟันไปนั้นคือพ่อตาของเขานั่นเอง

อิเอม่อนถึงกับขวัญผวา รีบวิ่งหนีออกมานอกคฤหาสถ์พ่อตาเข้าไปหลบอยู่ในบริเวณวัดใกล้ ๆ แต่วิญญาณของโออิวะก็ยังคงตามมาหลอกหลอนจนเขาเสียสติ วิ่งหนีกลับมาที่คฤหาสถ์ก็เจอแต่ภาพหลอน คนรับใช้ที่วิ่งออกมาสอบถามด้วยความเป็นห่วงก็ถูกอิเอม่อนฆ่าทิ้งไปทีละคน

นั่นก็เป็นเพราะว่าตอนนี้ในสายตาของอิเอม่อนเห็นใบหน้าทุกคนเป็นหน้าของเมียเก่าที่ตายไป พอใครเดินเข้ามาใกล้ อิเอม่อนก็ใช้ดาบซามุไรสังหารพวกเขาจนตายทันที คนที่หนีรอดไปได้ก็รีบวิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองให้เข้ามาช่วย อิเอม่อนที่เป็นบ้าไปแล้วก็พยายามต่อสู้ฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่หนีออกมาจนถึงริมคลอง แห่งเดียวกันกับที่ ๆ เขาลอยศพของโออิวะทิ้งไปนั่นเอง

อิเอม่อนสงบสติอารมณ์ลงแล้วจ้องมองไปในลำคลอง เขาเห็นศพของโออิวะลอยขึ้นมา พร้อมพูดกับเขาด้วยประโยคเดิม


“อิเอม่อน... ไหนว่าจะไม่ทิ้งกัน เจ้าคนทรยศ !!!”

ถึงตรงนี้อิเอม่อนก็สำนึกขึ้นมาแต่ทุกอย่างมันก็สายเกินไป เขาล้มลงหัวใจวายตายที่ตรงริมคลองแห่งนั้น ท่ามกลางสายตาของผีโออิวะที่มองดูสามีของตัวเองตายไปอย่างมีความสุข


--จบ--


โยทสึยะ ไคดัง หรือ เรื่องสยองขวัญของโยทสึยะ เป็นเรื่องราวความพยาบาทระหว่างสองสามีภรรยาที่ถูกยกให้เป็นเรื่องเล่าน่ากลัวแนวสยองขวัญตลอดกาลของประเทศญี่ปุ่น โด่งดังจนเคยถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนต์มาแล้วมากกว่า 30 ครั้ง และยังคงนิยมนำมาดัดแปลงเล่าใหม่มาจนถึงทุกวันนี้

โดยเรื่องราวนี้ถูกแต่งขึ้นโดยสึรุยะ นันโบคุ ที่ 4 เพื่อนำมาใช้เป็นบทละครคาบุกิ โดยใช้ชื่อเดิมว่า โทไคโด โยทสึยะ ไคดั และถูกนำมาย่อให้ชื่อสั้นลงเป็น โยทสึยะ ไคดัง ในภายหลัง

"สึรุยะ นันโบคุ ที่ 4" ผู้แต่งเรื่องโยทสึยะ ไคดัง

ซึ่งที่มาของเรื่องน่ากลัวเรื่องนี้ สึรุยะ นันโบคุได้ดัดแปลงมาจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริงของคดีฆาตกรรมสองราย โดยรายแรกเป็นคดีซามุไรคนหนึ่ง พลั้งมือสังหารเจ้านายของตัวเองด้วยสาเหตุบางอย่าง ก่อนที่จะถูกนำตัวไปประหารภายในวันนั้น ผสมกับอีกคดีที่คนร้ายเป็นซามุไร ผู้แอบไปหลงรักกับนางสนมในวังคนหนึ่ง พอความแตกขึ้นมาทั้งสองก็ถูกจับมัดตรึงไว้กับท่อนซุง แล้วนำไปลอยในแม่น้ำคันดะ จากนั้นเขาก็เพิ่มจินตนาการเกี่ยวกับภูติผีพยาบาทเข้าไปจนได้เป็นบทละครเรื่องนี้ขึ้นมา

โดยหลังจากเรื่องดังกล่าวถูกนำไปแสดงบนเวทีครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1825 ที่โรงละครนาคามุราสะเธียร์เตอร์ ในกรุงเอโดะหรือโตเกียวในปัจจุบัน ด้วยเนื้อหาที่ดูสมจริงและสนุกสนาน มันก็ได้ทำให้การแสดงในครั้งนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จนแม้จะหมดรอบแสดงกันไปแล้ว ทางผู้ควบคุมการแสดงก็ยังคงถูกบังคับให้ทำการแสดงต่อเพื่อสนองความต้องการของผู้ชมจำนวนมาก

จนสุดท้ายมันก็ได้กลายเป็นสุดยอดเรื่องเล่าน่ากลัวสยองขวัญที่ไม่ว่าใคร ๆ ในสมัยนั้นก็ต้องพูดถึง ส่งผลให้ผู้คนที่จำเป็นจะต้องสัญจรผ่านเข้าออกในวัดหรือศาลเจ้า ไม่มียกเว้นตั้งแต่ชนชั้นสูงไปถึงชนนั้นล่าง ต้องเกิดอาการหวาดผวากลัวเห็นผีโออิวะราวกับว่าเธอมีตัวตนจริง ๆ

จากกระแสความนิยมที่ถูกเล่าสืบต่อกันมาเกือบแปดสิบแปดปี โยทสึยะ ไคดังก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์ออกฉายมากถึง 18 เวอร์ชั่น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1913 จนถึง ค.ศ. 1937 และยังถูกนำมาสร้างเป็น ภาพยนตร์ ในยุคถัดมาอีกหลายเวอร์ชั่น เรื่อยไปจนถึงนำบทมาขยายความเป็นภาคต่อ ให้ได้ดูกันเหมือนกับซีรีย์บ้านผีปอบของเรา



จนมาถึงปี ค.ศ. 2006 โยทสึยะ ไคดังก็ถูกนำมาดัดแปลงทำเป็นบทการ์ตูนอะนิเมะความยาว 4 ตอน ในชื่อเรื่อง อายาคาชิ

"อายาคาชิ" [Ayakashi - Samurai Horror Tales]

ด้วยความที่มันโด่งดังมาก จนคนญี่ปุ่นในท้องที่ที่เรื่องนี้ได้ถูกอ้างถึงได้ร่วมใจกันสร้าง สุสาน ให้กับโออิวะผีสาวผู้น่าสงสาร ให้เธอได้มีสุสานที่อยู่จริง ๆ ภายในวัดเมียวเกียวจิ ตำบลสุงาโมะ อำเภอโทชิมาคุ จังหวัดโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ ถูกอ้างอิงในเรื่อง ไว้เพื่อแสดงความเคารพและยกให้เป็นเรื่องน่ากลัวประจำท้องที่กันเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าหากใครได้มีโอกาสไปเยี่ยมสุสานของโออิวะก็อย่าลืมถ่ายภาพสุสานของเธอมาฝากมิติที่ 6 กันด้วยนะครับ

สุสานโออิวะในปัจจุบัน
(ภาพจาก: Odigo.jp)

แล้วอย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้... สวัสดี


แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา: Wikipedia

แท็ก: Myogyoji Temple, Sugamo, Tōkaidō, Yotsuya, Kaidan, โยทสึยะ, ไคดัง, Ayakashi, อายาคาชิ, Ghost Story of Yotsuya, ผีพยาบาท, เรื่องสยองขวัญของโยทสึยะ, ผีญี่ปุ่น, Japanese ghosts, Japanese folklore, Japanese horror fiction, Kabuki plays, 1825 plays, Japanese films, Female legendary creatures