ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ รถไฟผีแห่งโพลตาวา ต้นฉบับที่แท้จริงของรถไฟหายไปในอุโมงค์ 42 ปี !!!



คุณยังจำเรื่องเล่าเกี่ยวกับขบวนรถไฟปริศนาขบวนหนึ่งได้ไหม รถไฟขบวนหมายเลข F626 ที่หายเข้าไปในอุโมงค์ 42 ปี แล้วกลับออกมาโดยผู้โดยสารไม่มีใครแก่ขึ้นเลย ซึ่งเรื่องนี้มีท่านผู้ชมหลายท่านได้ชมกันไปบ้างแล้วในมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 แต่เรื่องราวของรถไฟขบวนนี้มันก็ยังมีปริศนาอีกมากมาย ที่ในขณะนั้นเราไม่สามารถอธิบายกับท่านผู้ชมให้กระจ่างชัด ทั้งที่มาและต้นฉบับที่แท้จริง

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญกับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาท่านไปพบกับเรื่องราวต้นฉบับที่แท้จริง ต้นฉบับของเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟขบวนปริศนา F626 รถไฟที่ถูกอ้างว่ารัฐบาลของประเทศอิตาลีปกปิดความจริงเอาไว้ ว่ามันหายเข้าไปในอุโมงค์แห่งหนึ่งแล้วข้ามกาลเวลากลับออกมาอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป 42 ปี ว่าแท้ที่จริงแล้ว..มันคืออะไรกันแน่ ?

ก่อนจะเล่าเรื่องราวต่อไปนี้ มิติที่ 6 จะขอสรุปเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟปริศนาที่แล่นหายเข้าไปในอุโมงค์ ฉบับที่ถูกเผยแพร่เฉพาะในประเทศไทยให้ทราบกันสั้น ๆ ดังนี้


มีเว็บไซต์และช่องยูทูปมากมาย ได้นำเสนอเรื่องราวของรถไฟปริศนาที่หายเข้าไปในอุโมงค์ที่มีความยาวกว่า ¼ ไมล์ ว่ามันหายไปในช่วงปี ค.ศ. 1949 (พ.ศ. 2492) แล้วปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งที่สถานีโบล็อคน่าในปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) รวมเวลาทั้งสิ้นประมาณ 42 ถึง 43 ปี
โดยอ้างว่าผู้คนบนรถไฟขบวนนั้นไม่มีใครแก่ขึ้นเลย พนักงานและคนขับล้วนถูกทางการกักตัวเอาไว้ มีการอ้างว่าทางหนังสือพิมพ์เดลี่ ได้เปิดเผยเทปบันทึกการสัมภาษณ์พนักงานขับหัวรถจักร และการลักลอบสัมภาษณ์ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่ต่างก็เล่าถึงหมอกสีขาวที่เกิดขึ้นก่อนที่พวกเขาจะสลบไป และรู้สึกตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไป 42 ปีแล้ว
โดยเนื้อเรื่องได้พูดถึงรัฐบาลอิตาลีที่พยายามปกปิดความลับนี้ไม่ให้คนทั่วไปทราบ อีกทั้งยังมีการอ้างถึงมนุษย์ต่างดาวมาลักพาตัวผู้คนบนรถไฟไปทั้งขบวน ซึ่งสุดท้ายอุโมงค์นี้ก็ถูกปิดตายไป แต่ก็มีในบางฉบับบอกว่าอุโมงค์ดังกล่าวถูกกลับมาเปิดใช้เป็นปกติ แต่ขบวนรถไฟ F626 ก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

มิติที่ 6 ได้เคยวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องเล่าเรื่องนี้ไว้ครั้งหนึ่ง โดยพุ่งประเด็นไปที่วิธีการเล่าเรื่องที่วกวนไม่มีการอ้างอิงชื่ออุโมงค์ และไม่มีแหล่งอ้างอิงต้นฉบับหรือเรื่องราวใกล้เคียงเกี่ยวกับขบวนรถไฟ F626 นี้ไว้บนเว็บไซต์ของต่างประเทศเลย

มีคนไม่ยอมแพ้นำเรื่องนี้ไปเพิ่มไว้ อนาคตก็จะกลายเป็นตำนานไป

และสรุปว่ามันน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาโดยใครสักคนที่น่าจะเป็นคนไทย หรือไม่ก็ใครสักคนที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก แต่มันก็ยังคงมีอยู่เรื่องเดียวที่มิติที่ 6 ในขณะนั้นยังไม่สามารถตามหาได้นั่นก็คือ เรื่องราวต้นฉบับหรือเรื่องราวที่ใกล้เคียงมากที่สุดเกี่ยวกับขบวนรถไฟปริศนาเรื่องนี้

หลังจากมิติที่ 6 ได้นำเสนอเรื่องราวนี้ไปเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เราก็ได้พบกับเรื่องราวที่น่าจะเป็นต้นฉบับของรถไฟขบวนปริศนาที่วิ่งหายเข้าไปในอุโมงค์ ซึ่งมันก็คือเรื่องที่มิติที่ 6 จะขอเล่าต่อไปนี้

ภาพประกอบอย่างเป็นทางการของรถไฟผีแห่งโพลตาวา

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1911 ประเทศอิตาลีได้จัดทำเที่ยวรถไฟสำหรับขนส่งนักท่องเที่ยวผู้มีอันจะกินขึ้นมาขบวนหนึ่ง โดยภาระกิจของมันก็คือการขนถ่ายผู้โดยสารจากสถานีกรุงโรมไปยังจุดจอดเรือสำราญ ซึ่งกิจการนี้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาใช้บริการกันมากกว่าหนึ่งร้อยคนต่อเที่ยว เพราะรู้กันดีว่าพวกเขาจะได้ชมทิวทัศน์สวยงามตลอดทาง และมีจุดอยู่จุดหนึ่งที่พวกเขาจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการลอดอุโมงค์ที่มีความยาวมากเป็นพิเศษ
เพียงแต่ในวันดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อรถไฟได้วิ่งลอดเข้าไปในอุโมงค์แห่งนี้ และได้มีผู้โดยสารสองคนกระโดดหนีออกไปจากตู้รถไฟทั้ง ๆ ที่มันกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง

ทันใดนั้นก็เกิดหมอกสีขาวค่อย ๆ เข้ามาปกคลุมรถไฟทีละนิด จนในที่สุดหมอกก็กระจายปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่รถไฟยังคงวิ่งอยู่ในอุโมงค์ดังกล่าว และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้พบเห็นรถไฟขบวนนี้ออกมาจากอีกฝั่งของอุโมงค์อีกเลย

หลังจากนั้นมาอุโมงค์ดังกล่าวก็ถูกทางการสั่งปิด ด้วยการใช้ก้อนหินมากองปิดไว้ตรงปากทาง และหลังจากนั้นมันก็ถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดทำลายอุโมงค์ไปในช่วงสงคราม



เหตุการณ์ประหลาดครั้งนั้นมันได้ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้คนได้พบกับรถไฟผีขบวนนี้ปรากฎขึ้นมาในบริเวณแยกจุดตัดทางรถไฟ ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองโพลตาวาประเทศยูเครน มันเป็นขบวนรถไฟที่มีตู้โดยสารปิดผ้าม่านบาง ๆ บริเวณหัวรถจักรไม่มีใครควบคุม วิ่งบนรางรถไฟสายนี้อย่างเงียบงัน ไร้เสียงใด ๆ ผิดกับขบวนรถไฟปกติทั่วไป

ประธานกลุ่มศึกษาและวิจัยปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติของยูเครนชื่อ "วาซิล เปโตรวิช เลสชาตยี" ได้เดินทางมาตรวจสอบเหตุการณ์ลึกลับเรื่องนี้ เขาคาดว่ารถไฟขบวนดังกล่าวน่าจะวิ่งผ่านกาลเวลามาจากที่ไหนสักแห่ง โดยวาซิลได้พบกับบันทึกของนักจิตวิทยาชาวเม็กซิกันชื่อ "โจส แซ็กซิโน่" ที่ได้เขียนบันทึกเหตุการณ์ในช่วงกลางของยุคปี ค.ศ. 1900 ที่เขาพบเอาไว้



โดยเนื้อหาในบันทึกเล่มนั้นได้เขียนบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์การปรากฏตัวของกลุ่มชาวอิตาเลี่ยนจำนวน 104 คน ที่เม็กซิโกซิตี้ โดยผู้ผู้คนกลุ่มนั้นยืนยันว่า พวกเขาทั้งหมดคือผู้โดยสารที่เดินทางมาจากขบวนรถไฟของสถานีกรุงโรม

ต่อมาในวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 1991 วาซิล เปโตรวิช เลสชาตยี ที่เฝ้ารอรถไฟขบวนนี้อยู่หลายวันก็ได้พบว่ามันวิ่งผ่านมาจริง และในที่สุดวาซิลก็ได้ตัดสินใจกระโดดขึ้นไปบนรถไฟ หลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย และรถไฟผีขบวนนี้ก็ยังคงวิ่งผ่านที่เมืองโพลตาวาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากที่มิติที่ 6 อ่านเรื่องนี้จบ เราก็รู้สึกว่าเนื้อหาในเรื่องนี้มันคล้ายกับรถไฟข้ามกาลเวลาของประเทศอิตาลีในปี ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454) รถไฟที่วิ่งจากกรุงโรมไปยังท่าเรือ และต้องผ่านบริเวณอุโมงค์ที่มีความยาวมาก ซึ่งเรื่องราวนี้ช่างดูคล้ายคลึงกับเรื่องราวปริศนาเรื่องหนึ่ง ที่เคยถูกพูดถึงกันมาอย่างยาวนาน
มีเว็บไซต์หลายแห่งของประเทศไทยนำมาเล่าและถกเถียงกัน ไม่เว้นแม้แต่รายการมิติที่ 6 เองก็ยังเคยวิเคราะห์เอาไว้ว่ามันน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา นั่นคือเรื่องขบวนรถไฟปริศนา F626 ที่หายเข้าไปในอุโมงค์นาน 42 ปี นั่นเอง

ย้ำชัด ๆ กันว่า เรื่องรถไฟหายเข้าไปในอุโมงค์เป็นเรื่องที่คนไทยเอามาจากที่ใดไม่ทราบได้

ซึ่งถ้าเรานำเรื่องราวของขบวนรถไฟผีเรื่องนี้ มาเทียบกับเรื่องเล่าที่ถูกเผยแพร่ในไทยนั้นจะพบว่า ปีที่อ้างอิงในเรื่องเล่าทั้งสองเรื่องนี้ไม่ตรงกัน แต่มีรายละเอียดเรื่องอุโมงค์และหมอกสีขาวเหมือนกัน โดยรายละเอียดหลาย ๆ จุดที่ไม่ตรงกันนั้นก็คือ

  • ในเรื่องเล่าของไทยนั้น ไม่มีการระบุวันที่และเดือนให้ทราบ ระบุแต่ปีซึ่งไม่ตรงกับเรื่องเล่าเรื่องนี้ ที่มีการระบุวันที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน
  • เรื่องที่ถูกเล่าในประเทศไทย รถไฟหายไปเป็นเวลา 42 ปี แต่ในฉบับของยูเครนนั้น ไม่ได้มีการพูดถึงปีที่ผู้โดยสารกลับมา
  • จุดเริ่มต้นของขบวนรถไฟและจุดปลายทางไม่ตรงกัน โดยฉบับของไทยนั้นไม่มีการระบุสถานีต้นทาง บอกเพียงแต่ว่ามันเป็นขบวนรถไฟของประเทศอิตาลี และกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งที่สถานีโบล็อกน่า ที่จริง ๆ น่าจะหมายถึงเมืองโบโลญญา ส่วนเรื่องราวที่มิติที่ 6 นำมาเล่านี้ มันเริ่มต้นจากสถานีกรุงโรมของประเทศอิตาลี จบที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง และระบุว่าผู้โดยสารทั้งหมดปรากฏตัวอีกครั้งที่เม็กซิโกซิตี้ในช่วงกลางยุคปี ค.ศ. 1900 และรถไฟผีก็ยังคงปรากฏตัวออกมาวิ่งอยู่บนรางใกล้เมืองโพลตาว่าของประเทศยูเครน
  • โดยในฉบับของยูเครน ยังมีเรื่องของผู้โดยสารกระโดดหนีลงรถไฟไปก่อนที่จะเกิดหมอกสีขาวเพิ่มขึ้นมา โดยเนื้อหาเริ่มต้นที่สมมติฐานเกี่ยวกับการข้ามเวลาไปปรากฏตัวอีกทีที่เม็กซิโกซิตี้ ไม่ใช่ประเทศอิตาลี

ซึ่งมิติที่ 6 ได้เคยวิเคราะห์เอาไว้ว่า เรื่องราวของรถไฟหายไปในอุโมงค์ 42 ปี ที่ถูกเผยแพร่ในประเทศไทยนั้น ไม่สามารถค้นหาประวัติความเป็นมาของต้นฉบับพบ มีแต่ฉบับภาษาอังกฤษที่น่าจะถูกแปลมาจากภาษาไทยโพสต์ไว้บนเว็บไซต์บางแห่ง แต่มันก็ไม่ได้รับการยอมรับจากชุมชนเหล่านั้น จนถูกลบเรื่องราวทิ้งไปทั้งหมด

ต้นฉบับของจริง

แต่กับเรื่องราวของรถไฟหายฉบับของยูเครนเรื่องนี้ กลับมีผู้บันทึกเอาไว้มากมายหลายแห่ง และแต่ละแห่งก็เล่าตรงกันหมด ไม่มีรายละเอียดผิดเพี้ยนมากมาย
นั่นก็หมายความว่า เรื่องราวขบวนรถไฟหายไปในอุโมงค์เป็นเวลา 42 ปี ฉบับที่ถูกเล่าในประเทศไทยตลอดมานั้น เป็นฉบับที่ถูกแต่งเติมเพิ่มเนื้อหาเข้าไปจนผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับที่แท้จริง และมันก็ผิดเพี้ยนมากจนแม้กระทั่งเว็บไซต์ต่างชาติยังไม่สามารถยอมรับข้อมูลฉบับของไทยได้


เรื่องเล่าของประเทศยูเครนฉบับนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ?

มิติที่ 6 ได้พบเรื่องราวรถไฟหายไปในอุโมงค์ฉบับนี้ จากเว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองโพลตาว่าของประเทศยูเครน โดยทางเว็บไซต์ไม่ได้ระบุว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือถูกแต่งขึ้นมา เพียงแต่เราก็สามารถวิเคราะห์ได้จากวิธีเล่าเรื่องที่เหมือนกับฉากในภาพยนต์
รวมถึงการผูกเรื่องที่เริ่มต้นด้วยนิยายวิทยาศาสตร์ แต่กลับไปจบที่เรื่องราวแนวสยองขวัญ เพราะตัวเดินเรื่องซึ่งก็คือวาซิล เปโตรวิช เลสชาตยี ที่กระโดดขึ้นรถไฟขบวนปริศนาไปและไม่เคยกลับมาอีกเลย โดยเนื้อเรื่องยังทิ้งท้ายไว้ว่า ทุกวันนี้รถไฟขบวนนี้ก็ยังคงวิ่งอยู่บนรางรถไฟแถบใกล้ ๆ เมืองโพลตาวานี้เอง

ลักษณะการจบเรื่องแบบนี้ ทำให้มิติที่ 6 นึกถึงการนำเรื่องเล่าปริศนามาเป็นจุดขาย เพื่อชักชวนนักท่องเที่ยวที่ชอบการค้นหาและผจญภัย ให้แวะมาเยี่ยมเยียนจุดเกิดเหตุที่ถูกอ้างถึงดังกล่าว เพราะการท่องเที่ยวแนวนี้กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในแถบประเทศยุโรป

ท่องเที่ยวปราสาทผีสิง มีสไลด์โชว์อลังการงานสร้าง

ซึ่งในปัจจุบันก็มีทั้งกิจการการท่องเที่ยวในปราสาทผีสิงหรือบ้านผีดุสมัยโบราณ ที่น่าจะพอทำให้เราสรุปได้ว่า เรื่องราวรถไฟผีที่โพลตาวานี้มันก็คือเรื่องเล่าที่แต่งขึ้นมาในอดีต และถูกนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวนั่นเอง

เมื่อมิติที่ 6 ได้พยายามค้นหาประวัติของประธานกลุ่มศึกษาและวิจัยปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติที่ชื่อ วาซิล เปโตรวิช เลสชาตยี เราก็พบว่าไม่มีบันทึกประวัติของชายคนนี้ไว้ในที่แห่งไหนเลย แต่ชื่อของเขากลับปรากฏอยู่เฉพาะในเรื่องเล่าของรถไฟผีเรื่องนี้ในทุกภาษาทั่วโลก

ภาษาจีน
ภาษาญี่ปุ่น
เรื่องเล่าของจริง ต้องมีบันทึกไว้ทุกภาษา

ผิดกับในฉบับของประเทศไทยที่ชื่อตัวละครทุกคนในเรื่องรถไฟหายไป 42 ปี มันกลับไม่สามารถค้นพบได้ในเว็บไซต์แห่งไหนบนโลกนอกจากในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งแม้แต่ชื่อขบวนรถไฟ F626 ก็ยังไม่มีประเทศไหนบันทึกเอาไว้

ซึ่งมิติที่ 6 ได้จัดทำเรื่องราวนี้ขึ้นมาเพื่อยืนยันว่า รถไฟหายไปในอุโมงค์เป็นเวลา 42 ปี มันคือเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาเล่ากันในแถบประเทศไทยเท่านั้น ส่วนเรื่องราวที่แท้จริงที่เล่ากันอยู่ทั่วโลกก็คือ รถไฟผีที่วิ่งหายเข้าไปในอุโมงค์ราวกับข้ามเวลา แล้วกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งที่เม็กซิโกซิตี้ จากนั้นก็แวะวนเวียนปรากฏตัวตลอดมาที่บริเวณแถบใกล้เมืองโพลตาวาของประเทศยูเครน โดยมีวาซิล เปโตรวิช เลสชาตยี เป็นผู้โดยสารคนล่าสุดนั่นเอง

โดยเจตนาของมิติที่ 6 ที่ต้องการเปิดเผยเรื่องนี้ให้เป็นที่กระจ่างที่สุด เพราะหลังจากที่เราวิเคราะห์เนื้อหาขบวนรถไฟปริศนาที่เล่ากันในประเทศไทย ลงในศุกร์สยองขวัญเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ไปแล้ว เราเองก็รู้สึกไม่สบายใจที่ไม่สามารถไขปริศนาได้อย่างสมบูรณ์
ถึงแม้ว่าทางรายการจะได้เคยเล่าเรื่องนี้ไว้ในช่วงรายการสด ซึ่งทางเราเองก็ไม่ได้หวังที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของผู้เขียนเรื่องเล่านี้ในฉบับภาษาไทย เพราะเข้าใจว่าท่านผู้เขียนนั้นน่าจะแปลมาจากหนังสือแนวเรื่องเล่าปริศนาของต่างประเทศที่ไหนสักแห่งมาเช่นกัน เพียงแต่เรื่องนั้นมันถูกดัดแปลงแก้ไขไปจนไม่เหลือเค้าเดิมและไม่สามารถหาที่มาอ้างอิง และไม่ได้รับการยอมรับจากเว็บไซต์แนวปริศนาของต่างประเทศเลยสักแห่ง

อย่างไรแล้วเรื่องเล่าเกี่ยวกับรถไฟหายเข้าไปในอุโมงค์นั้น นอกจากเรื่องเล่าของรถไฟจากกรุงโรม ประเทศอิตาลีก็ยังมีเรื่องเล่าคล้าย ๆ กันนี้ที่ประเทศสวีเดน เกี่ยวกับรถไฟชื่อ "ซิลเวอร์พิลลัน" หรือ "ซิลเวอร์แอโรว" หายเข้าไปในอุโมงค์พร้อมกับผู้โดยสารทั้งหมดในช่วงปี ค.ศ. 1980 ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกดัดแปลงมาจากเรื่องต้นฉบับนี้เช่นกัน และมันก็เป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวบนรถไฟขบวนดังกล่าว เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นในขณะเดินทาง เหมือนกับเรื่องรถไฟผีของโพลตาว่าเช่นกัน

"ซิลเวอร์พิลลัน" รถไฟผีที่บอกว่าหายไปอย่างลึกลับ แต่ไหงมันยังให้บริการอยู่ ?

เมื่อเรารู้กันขนาดนี้แล้ว มิติที่ 6 ก็อยากจะบอกกับท่านผู้ชมว่า เวลาที่มีใครนำเรื่องราวไขปริศนาขบวนรถไฟหายเข้าไปในอุโมงค์ 42 ปี ที่มิติที่ 6 เคยนำเสนอแล้วไปนั้น เราก็อยากจะให้ท่านผู้ชมช่วยกันแชร์เรื่องราวต้นฉบับที่แท้จริงเรื่องนี้ออกไป อย่างน้อยพวกเราจะได้รู้สึกดี ๆ เหมือนกันว่า ความจริงนั้น..มันช่างไม่มีเสน่ห์เอาเสียเลย !!!


พบกับรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญกับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มาของมันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

แปลและเรียบเรียง นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา