ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ รวม 17 ตำนาน "บลัดดี้ แมรี่" กับพิธีกรรมเรียกผีสาวในกระจกสุดสยองขวัญ !!!



คุณเคยยืนอยู่ในห้องมืด ๆ กันบ้างไหม ? แล้วในห้องมืด ๆ นั้น คุณเห็นกระจกใบนั้นหรือเปล่า ? ลองเดินไปที่หน้ากระจกสิ จากนั้นก็จงเอ่ยชื่อของเธอออกมา !!!

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะรวบรวมเรื่องราวตำนานเรื่องหนึ่งที่ท่านผู้ชมได้ขอกันมาอย่างมากมาย เกี่ยวกับหญิงสาวในกระจกคนนั้น ว่าแท้ที่จริงแล้ว มันคืออะไรกันแน่ !!
ตามตำนานเล่าขานกันว่า ถ้าคุณถือเทียนเล่มนึง แล้วเดินเข้าไปยืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ จากนั้นให้ลองพูดชื่อของเธอ “บลัดดี้ แมรี่” ที่หน้ากระจกสามครั้งติด ๆ กัน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่จะพูดอะไรแบบนี้ เขาจะต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะว่ามันคือพิธีกรรมเรียกวิญญาณของผีสาวบลัดดี้ แมรี่ ให้ปรากฏใบหน้าออกมานั่นเอง

ซึ่งถ้าคุณลองทำแล้วเกิดไปเห็นใบหน้าของเธอในกระจกขึ้นมา มันอาจจะส่งผลกับตัวคุณดังนี้
  • ดวงตาของคุณจะถูกกระชากออกมาจากใบหน้าอย่างสยดสยอง
  • ศพของคุณจะถูกข่วนไปทั่วทั้งตัว ตั้งแต่ใบหน้าจรดลงไปถึงปลายเท้า
  • วิญญาณของคุณจะถูกดูดกลืนเข้าไปเป็นผีในกระจกตราบจนชั่วนิรันทร์
  • นั่นหมายความว่า คุณจะต้องตายอย่างทนทุกข์ และทรมาน



ตำนานที่ 1
ตามประวัติศาสต์ของการเล่นบลัดดี้ แมรี่นี้ มันเริ่มจากการผสมผสานระหว่างบทสวดมนต์ กับตำนานพื้นเมืองของผู้คนทางแถบประเทศอังกฤษ ที่กล่าวถึงบลัดดี้ แมรี่ แม่มดมนต์ดำที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 100 ปี ก่อน


ตำนานที่ 2
ซึ่งต่อมาเรื่องเล่าของบลัดดี้ แมรี่นั้น ก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยเล่าถึงหญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ต้องประสบอุบัติเหตุถูกรถชน และใบหน้าของเธอนั้นถูกกระแทกอย่างแรงจนกลายเป็นบาดแผลสุดสยดสยองและเสียชีวิตไป  หลังจากนั้นมาเธอก็กลับมาปรากฏตัวขึ้นในบานกระจก พร้อมกับใบหน้าอันสยดสยองนั้น ทุกครั้งที่มีคนเรียกชื่อของเธอ 




ตำนานที่ 3
นอกจากชื่อบลัดดี้ แมรี่แล้ว ก็ยังมีบางแห่งเรียกเธอว่า “แมรี่ เวิร์ธ” ซึ่งก็เป็นชื่อที่ถูกอ้างว่า กลุ่มผู้ไล่ล่าแม่มดแห่งซาเล็มเป็นผู้ตั้งชื่อให้


ตำนานที่ 4 แมรี่ ทูดอร์
ส่วนตำนานบลัดดี้ แมรี่ เรื่องที่ 4 นั้น ก็เป็นเรื่องที่ถูกนำมาจากประวัติศาสตร์ของอังฤษ ที่พูดถึง “ควีนแมรี่ ทูดอร์” ว่ากันว่าชื่อของพระนางนั้นน่าจะเป็นต้นฉบับของตำนาน “แมรี่ เวิร์ธ” และ “บลัดดี้ แมรี่” โดยตามประวัติแล้ว ควีนแมรี่ ทูดอร์ นั้นมีชื่อเรียกขานเป็นที่รู้จักกันว่าบลัดดี้แมรี่จนติดปาก เพราะในสมัยของพระนางนั้น เธอได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง กวาดล้างทำลายเหล่าผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ ด้วยการจับพวกเขามาเผาไฟ ตลอดช่วงรัชสมัยที่เธอครองราชย์อยู่

ราชินี แมรี่ ทูดอร์

และสาเหตุที่พระนางต้องทำแบบนั้น มันก็เพียงเพราะว่าพระนางเป็นคาธอลิค และไม่สามารถจะมีลูกได้เนื่องจากพระนางต้องแท้งลูกไปถึงสองครั้งสองครา และนอกจากชื่อของพระนางแมรี่ถูกนำมาใช้ในตำนานผีบลัดดี้ แมรี่แล้ว เรื่องราวการมีลูกไม่ได้ของเธอนี้ ก็ได้ถูกนำมาแต่งเป็นเพลงล้อเลียนในสมัยนั้นในชื่อเพลง “ฉันเป็นคนขโมยลูกของเธอ” อีกด้วย


ตำนานที่ 5 แมรี่ เวิร์ธ
ว่ากันว่าชื่อของ “แมรี่ เวิร์ธ” นั้น ก็คือชื่อของแม่มดคนหนึ่ง ที่เคยอาศัยอยู่ในย่านชิคาโกสมัยสงครามโลก โดยตำนานเล่าไว้ว่า เธอมักจะแอบจับตัวผู้คนมาเป็นทาส แล้วจับพวกมาเขาล่ามโซ่ขังเอาไว้ในยุ้งฉาง จากนั้นก็จะทยอยนำเหล่าทาสพวกนั้น มาทำเป็นเครื่องสังเวยในพิธีมนต์ดำของเธออยู่เสมอ และต่อมาพวกชาวบ้านก็สามารถล้อมจับเธอไว้ได้ จากนั้นชาวบ้านก็จับเธอเผาทั้งเป็น และนำซากศพของเธอไปฝังไว้ที่สุสานเซนต์แพททริคในเวลาต่อมา

แมรี่ เวิร์ธ
ตำนานที่ 6 แมรี่ เวิร์ธธิงตัน
ว่ากันว่าในช่วงปี ค.ศ. 1960 นั้น มีหญิงสาวรูปงามนาม “แมรี่ เวิร์ธธิงตัน” ผู้แสนจะไร้เดียงสา เธอมักจะจ้องมองดูเงาของตัวเองในกระจกอยู่เสมอ วันหนึ่งเธอได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียโฉม และหลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครอยากจะมองหน้าเธอเลย ซึ่งแม้แต่ตัวของเธอเอง ก็ยังไม่สามารถที่จะทนมองหน้าตัวเองได้ จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากที่เธอได้เห็นใบหน้าตัวเองในกระจกโดยบังเอิญ มันทำให้เธอตกใจและเศร้าใจเป็นอย่างมาก จนในที่สุดเธอก็ฆ่าตัวตายไป

แมรี่ เวิร์ธธิงตัน
ตำนานที่ 7 แมรี่ เวลส์
“แมรี่ เวลส์” นั้นคือสาวน้อยผู้โชคร้าย เธอประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกวิ่งแหกโค้งมาชน ทั้ง ๆ ที่เธอยืนอยู่บนทางเท้าแท้ ๆ และที่ใบหน้าของเธอนั้น ก็ถูกกระแทกจนเป็นแผลน่าสยดสยอง ซึ่งถ้าใครอยากจะเห็นใบหน้าของเธอ ก็จงเรียกเธอมาด้วยประโยคที่ว่า “ฉันเชื่อในตัวเธอนะ แมรี่ เวลส์”


ตำนานที่ 8 อลิซเบธ บาโธรี่
อีกหนึ่งตำนานที่น่าจะเกี่ยวของกับบลัดดี้ แมรี่นั้น ก็คือเรื่องของหญิงสูงศักดิ์ชาวฮังกาเรียนนามว่า “อลิซเบธ บาโธรี่” เธอมีชิวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1560 จนถึงปี ค.ศ. 1614 และเป็นที่รู้จักกันในนาม “เคาเตสแดรกคิวล่า” หรือ “บลัดดี้ เคาเตส” นั่นก็เพราะว่าเธอมีความเชื่อว่า การฆ่าและทรมานเหล่าหญิงสาวเพื่อรีดเอาโลหิตของพวกเธอมาอาบนั้น มันจะทำให้เธอสามารถคงความเป็นสาวเอาไว้ได้ตลอดกาล

อลิซเบธ บาโธรี่

ซึ่งความเชื่อนี้มันได้ทำให้เธอจับหญิงสาวมากมายกว่า 600 คน มาทรมานด้วยเครื่องมือที่เธอคิดค้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เหล็กเขี่ยไฟจี้ จับขังใส่ไอรอนเมเด็น หรือโลงเหล็กที่ข้างในเต็มไปด้วยหนาม ใช้เข็มทิ่มแทง ใช้ดาบ และจับแช่แข็ง



และสุดท้าย อลิซเบธ บาโธรี่ ก็ถูกจับ และถูกพิพากษาให้ขังเธอเอาไว้ในห้องปิดตาย ภายในปราสาทของเธอเองที่สโลวาเกีย ซึ่งถึงแม้ว่าชื่อของเธอจะไม่ใช่แมรี่ แต่สิ่งที่เธอทำมันก็ถูกเล่าขานเป็นตำนานกันต่อมา ซึ่งในอนาคต มิติที่ 6 จะเจาะลึกถึงประวัติของเธอให้ท่านผู้ชมทราบโดยละเอียดกันอีกทีครับ


ตำนานที่ 9 แมรี่ เวเธอร์บี
“แมรี่ เวเธอร์บี” คือหญิงสาวที่ถูกสามีใช้ของมีคนแทงจนเสียชีวิต ว่ากันว่าถ้าเราเข้าไปอยู่ในห้องมืด ๆ สักห้อง แล้วเอ่ยชื่อเธอสักสามครั้ง ใบหน้าที่ถูกมีดกรีดจนเหวอะหวะของเธอจะปราฎขึ้นมาในกระจก และเธอจะไล่ตามฆ่าเราด้วยมีดอันชุ่มเลือดจนกว่าเธอจะทำสำเร็จ


ตำนานที่ 10 แมรี่ ลูว์
“แมรี่ ลูว์” นั้นคือเด็กสาวที่มีชีวิตอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ. 1950  เธอคือดาวเด่นในงานพร็อม แต่ว่าก็มีบางคนตัดสินใจแกล้งเธอด้วยการใช้ดอกไม้ไฟยิงใส่ไปที่กระโปรงของเธอ จนในที่สุดแมรี่ ลูว์ ก็ถูกเผาทั้งเป็นจนเสียชีวิตไป

แมรี่ ลูว์
ตำนานที่ 11 แมรี่ จอห์นสัน
“แมรี่่ จอห์นสัน” นั้นเป็นแม่มดที่ถูกเผาทั้งเป็น ในช่วงยุคสมัยการไล่ล่าแม่มด ถ้าใครอยากจะเรียกเธอออกมาก็จงรวมตัวกัน จากนั้นก็ให้ทุกคนนั่งจับมือกันล้อมเป็นวงภายในห้องมืดสนิท แล้วพูดประโยคว่า “จงมาเถิด แมรี่ จอห์นสัน” ซ้ำ ๆ ไปพร้อม ๆ กัน แล้วเราจะเห็นแสงไฟสลัว ๆ ปรากฏขึ้นที่เหนือศีรษะของเพื่อนเราคนหนึ่ง


ตำนานที่ 12 เฮลล์ แมรี่ (Hell Mary)
“เฮลล์ แมรี่” นั่นก็คือชื่อเรียกที่ถูกแผลงมาจากชื่อของ เฮลล์ แมรี่ (Hail Mary) หนึ่งในตำนานที่ว่ากันว่า ถ้าเราเข้าไปอยู่ในห้องมืด ๆ สักห้อง จากนั้นก็จ้องไปที่กระจก แล้วเรียกชื่อของเธอว่า “เฮลล์ แมรี่...” ติดต่อกัน 7 ครั้ง กระจกตรงหน้านั้นก็จะกลายเป็นสีเลือด และเราจะเห็นใบหน้าของซาตานปรากฏออกมา


ตำนานที่ 13 มาดาม สวาร์ตา
ในประเทศสวีเดนจะมีตำนาน “มาดามสวาร์ตา” หรือ “มาดามสีดำ” อยู่เรื่องหนึ่ง เล่าขานกันว่าเธอจะปรากฏตัวออกมาที่หน้ากระจกเมื่อคุณพูดว่า “ฉันไม่เชื่อเธอหรอก มาดามสวาร์ตา” เป็นจำนวน 12 ครั้ง ติดกัน โดยว่ากันว่าหน้าตาและผิวหนังของเธอนั้นเป็นสีดำสนิท มีเส้นผมสีเขียว มีฟันสีแดง และนัยน์ตาสีเหลือง

มาดาม สวาร์ตา
ตำนานที่ 14 ควีนโพดำ (Queen of Spades)
และก็ยังมีตำนานควีนโพดำ หรือ “ควีนออฟสเปด” หรือ “ดามา พิคา” นั้นก็คือบลัดดี้ แมรี่ในเวอร์ชั่นของชาวรัสเซียนั่นเอง

ดามา พิคา บลัดดี้ แมรี่แห่งรัสเซีย
ตำนานที่ 15 เวโรนิคา
และตำนานเวโรนิคาก็เช่นกัน มันก็คือเรื่องราวของบลัดดี้ แมรี่ในเวอร์ชั่นของชาวสเปน


ตำนานที่ 16 คุจิซาเกะ อนนะ
“คุจิซาเกะอนนะ” หรือ “ผีสาวปากฉีก” ก็คือตำนานผีของประเทศญี่ปุ่น ที่ท่านผู้ชมสามารถแวะชมเรื่องราวของเธอได้ในมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ตอนไขปริศนาตำนานผีสาวปากฉีก คุจิซาเกะ อนนะ ที่ได้นำเสนอกันไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางต่างประเทศก็ถือว่าเธอคือบลัดดี้ แมรี่ในเวอร์ชั่นของคนญี่ปุ่น



ตำนานที่ 17 แคนดี้แมน
และปิดท้ายด้วยตำนานแคนดี้แมน อดีตทาสหนุ่มที่ชื่อว่า “แดเนียล รอบิเทลล์” ผู้หลงรักลูกสาวของนายทาสตัวเอง และต่อมาเขาก็ถูกเจ้านายจับได้ จนเขาถูกไล่ล่าหนีออกไปนอกเมือง แต่สุดท้ายเขาก็ถูกตามล่าตัวจนพบและตัดข้อมือของเขาด้วยเลื่อย จากนั้นเขาก็ถูกโยนร่างเข้าไปในกองรังผึ้ง แดเนียลร้องโหยหวลอย่างเจ็บปวดต่อหน้ากลุ่มผู้ไล่ล่าที่กำลังยืนดูอย่างสะใจ และพูดจาเยาะเย้ยเขาว่า “ดูเจ้าแคนดี้แมนนั่นสิ”

จนในที่สุดแดเนียลทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตไป ซึ่งก่อนตายแดเนียลได้สาปแช่งเอาไว้ว่า ถ้าเขาตายไปแล้วใครเรียกชื่อเขาว่าแคนดี้แมน เป็นจำนวน 5 ครั้ง ติดต่อกันที่หน้ากระจก เขาจะกลับมาล้างแค้นมันผู้นั้น

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ใครที่อยากลองดีเรียกชื่อแคนดี้แมน 5 ครั้งที่หน้ากระจกล่ะก็ แคนดี้แมนก็จะปรากฏตัวออกมาที่ข้างหลังของเรา ถึงตรงนั้นเขาก็จะใช้มือตะขอของเขาสังหารเราทันที  ซึ่งตำนานนี้ ถือว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานบลัดดี้แมรี่เช่นกัน


แล้วถ้าเราอยากเล่นบลัดดี้ แมรี่บ้างล่ะ จะต้องทำอย่างไร ?

เราต้องการเทียน 1 เล่ม คนใจกล้า 1 คน และห้องขนาดใหญ่  1 ห้อง ที่มีกระจกบานใหญ่สัก 1 บาน
จากนั้นก็ปิดไฟแล้วจุดเทียนถือเอาไว้ ทีนี้ก็ให้ยืนอยู่หน้ากระจกแล้วค่อยๆ เอ่ยคำว่า...

“บลัดดี้ แมรี่... บลัดดี้ แมรี่ ...บลัดดี้ แมรี่...”

แล้วก็ลองรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ให้หมุนรอบตัวสักสามรอบ จากนั้นก็กลับไปมองที่กระจก แล้วเราอาจจะได้เห็นใบหน้าอันสยดสยองของเธอ



ลองดูกันได้ถ้าท่านผู้ชมกล้าพอ แล้วก็อย่ามาโทษรายการมิติที่ 6 นะครับ ถ้าเกิดวิญญาณของคุณถูกดูดเข้าไปในกระจก ตลอดกาล

อย่าลืมติดตามชม มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ที่จะนำมาเล่าพร้อมกับที่มาของมัน กันได้ทุกวันศุกร์สะดวกนะครับ และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนท์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี



เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา Story for Kids - Bloody Mary the Legend