ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ Botan Dōrō ผีโคมไฟดอกโบตั๋น ตำนานแม่นาคของประเทศญี่ปุ่น !!!


แม้ชนม์ชีพจะวางวายความตายก็ไม่อาจจะขวางกั้น เราจะใช้โคมไฟดอกโบตั๋นเดินทางกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนวันก่อนเก่าที่ผ่านมา ถ้อยคำรำพรรณของหนุ่มสาวยุคโบราณเช่นนี้ เหมือนกำลังจะบอกให้เราได้รับรู้ว่า... ความรักนั้นมันยิ่งใหญ่เพียงไหน !

กดเพื่อดูคลิปที่นี่

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับตำนานเรื่องหนึ่ง ที่ในเวลาต่อมามันได้กลายเป็นสุดยอดหนึ่งในสามของเรื่องราวสยองขวัญในประเทศญี่ปุ่น ว่าเรื่องนี้... มันคืออะไรกันแน่ !?


โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า

(ภาพจาก: sacred-texts)

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วชินซาบุโรผู้ช้ำรัก เขาเป็นซามุไรหนุ่มที่มีฐานะแสนจะธรรมดา กำลังล้มป่วยเพราะตรอมใจที่ไม่ได้พบกับโอสิยุ หญิงสาวจากตระกูลขุนนางอิจิมะผู้สูงศักดิ์ เธอหายไปโดยไม่บอกกล่าว ข่าวลือที่เขารู้มาก็ไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ เพราะชาวบ้านต่างพูดกันว่าโอสึยุนั้นป่วยหนักจนเสียชีวิตไปเมื่อหลายวันก่อน

พอชินซาบุโรเริ่มหายดีเขาก็รีบออกตามหาความจริงของเรื่องนี้ ซึ่งข้อมูลทุกอย่างที่เขาพบนั้นมันก็ล้วนสรุปออกมาได้ว่า โอสึยุนั้นเสียชีวิตไปแล้วแน่ ๆ จนในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงและทนใช้ชีวิตต่อไปอย่างลำพัง จะเหลือก็เพียงแต่คนรับใช้ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิท และพระนอกรีตคอยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ชวนนั่งดื่มสาเกให้ชีวิตมันหมดไปวัน ๆ เพียงเท่านั้น

แต่ถึงเขาจะรู้ว่าโอสึยุนั้นจากไปไม่มีวันกลับ ชินซาบุโรก็ยังคงเฝ้าคิดถึงและนั่งเสียใจอยู่ทุกวัน จนวันหนึ่งในเทศกาลโอบงหรือเทศกาลโคมไฟ ที่ว่ากันว่าเหล่าวิญญาณของคนตายจะสามารถกลับมาที่โลกมนุษย์ได้ในช่วงเวลานี้ มันก็ได้ทำให้ชินซาบุโรตัดสินใจสวดภาวนาขอให้เขาได้มีโอกาสพบกับโอสึยุอีกสักครั้ง แต่เขาก็รู้ดีว่าเรื่องนี้มันเป็นไปได้ยาก สุดท้ายเขาก็ตัดใจกับสิ่งที่ทำ มุ่งหน้าเดินทางกลับบ้านนอน ซึ่งมันก็คงเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้

พอกลับมาถึงบ้านในคืนนั้น ชินซาบุโร่ก็ได้ยินเสียงหญิงสาวลึกลับเสียงหนึ่ง มายืนเรียกเขาที่บริเวณหน้าประตูบ้าน ชินซาบุโรจึงเดินออกมาเปิดประตูเพื่อดูว่าใครกันแน่ที่มาเรียกเขายามดึกแบบนี้ พอประตูเปิดออกเขาก็เห็นหญิงสาวไม่คุ้นหน้า ในมือถือโคมไฟประดับดอกโบตั๋น หน้าตาดูดีราวกับเป็นคนของบ้านเศรษฐีที่ไหนสักแห่ง
ชินซาบุโร่จึงถามออกไปว่าเธอเป็นใคร ? มาที่นี่ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า ? หญิงสาวคนดังกล่าวไม่พูดอะไร เธอใช้สายตาชี้ให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอไม่ได้มาเพียงลำพัง พอชินซาบุโรมองตามไป เขาก็พบกับหญิงสาวอีกคนกำลังยืนหลบอยู่ที่หลังต้นไม้ใหญ่ ในมือก็ถือโคมไฟดอกโบตั๋นเช่นกัน ใบหน้าของเธอคนนั้นช่างดูคุ้นตาราวกับไม่ใช่ใครอื่นไกล เขารู้จักเธอดี... เธอคือโอสึยุนั่นเอง !


ชินซาบุโร่แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง รีบวิ่งออกไปหาหญิงสาวคนรักโดยไม่สนข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับเธอ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป น้ำตาใส ๆ ก็ไหลอาบแก้มสาวน้อยออกมา เธอบอกเขาว่าใคร ๆ ก็บอกเธอว่าตอนนี้ชินซาบุโร่กำลังล้มป่วย เธอเป็นห่วงเขามากจึงได้ขอให้คนรับใช้ของเธอช่วยพามาพบกับเขาที่นี่ ดีใจจริง ๆ ที่ได้มาพบว่าชายหนุ่มยังมีชีวิตอยู่

ชินซาบุโรที่กำลังสับสนระหว่างข่าวลือการตายของเธอกับสิ่งที่เขากำลังมองเห็นอยู่ตรงหน้า ก็สลัดทุกอย่างออกไปจากสมองจนหมด เหลือเพียงความดีใจที่ได้พบกับคนรักเพียงเท่านั้น เขารีบพาเธอและผู้ติดตามให้เข้ามาในบ้าน จากนั้นก็ให้สาวใช้ไปพักอยู่อีกห้อง ส่วนโอสึยุก็มาอยู่ด้วยกันกับเขาในห้องนอน
ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่ชินซาบุโร่จะต้องมาสนใจใคร ขอเพียงแค่เขามีโอสึยุอยู่เคียงข้างมันก็เพียงพอแล้ว และในคืนนั้นทั้งสองจึงพูดคุยกัน นอนด้วยกัน และจบลงด้วยการโซเดมาคอมด้วยกัน โดยลืมไปว่าทุกคืนคนรับใช้ของชินซาบุโรต้องแวะมาหาในช่วงเวลานี้อยู่เสมอ

ในขณะที่หนุ่มสาวกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่นั้น คนรับใช้ของชินซาบุโรก็เดินทางมาเยี่ยมเขาเช่นกัน สำหรับคนรับใช้แล้ว การแวะมาหานายเพื่อร่วมดื่มสาเกมันคือกิจวัตรที่ขาดไม่ได้ เพียงแต่ในคืนนี้คนรับใช้ที่เดินทางมาถึงหน้าบ้านได้ยินเสียงแห่งความสุขดังลอดออกมาถึงข้างนอกอย่างชัดเจน
นั่นจึงทำให้เขารู้ว่าบางทีคืนนี้เจ้านายของเขาอาจจะไม่ว่างมานั่งดื่มก็เป็นได้ คิดได้แบบนั้นคนรับใช้จึงเดินอ้อมไปทางห้องนอนอีกด้าน แล้วใช้นื้วเจาะรูหน้าต่างเพื่อแอบดู เพื่อจะได้รู้ว่าตอนนี้เจ้านายของเขากำลังนอนอยู่กับใครกันแน่ ?

แต่ภาพที่คนรับใช้เห็นผ่านรูแอบดูนั้น มันทำให้เขาถึงกับตกใจจนแทบจะตะโกนลั่นออกมา เพราะสิ่งที่เขาเห็นนั้นก็คือภาพของชินซาบุโรกำลังนอนโซเดมาคอมอยู่กับโครงกระดูกของใครก็ไม่รู้ แทนที่จะได้ดูหนังสด นี่เขาต้องมาดูหนังผีแทนรึนี่


คนรับใช้รีบดึงสติกลับมาแล้ววิ่งไปยังห้องรับรองอีกห้องที่มีไฟสว่างอยู่ พอแง้มประตูแอบเข้าไปดูเขาก็เห็นโครงกระดูกอีกร่างกำลังนอนคุดคู้อยู่ในห้องนั้น ข้าง ๆ มีโคมไฟดอกโบตั๋น 2 อันวางอยู่ นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติเสียแล้ว คิดได้แบบนั้นคนรับใช้จึงตัดสินใจหลบซ่อนตัวแอบดูต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้นคนรับใช้รีบปลุกชินซาบุโรขึ้นมาเพื่อบอกความจริงให้รู้ ว่าเมื่อคืนเขาเห็นเจ้านายกำลังเล่นพ่อแม่อยู่กับโครงกระดูก ชินซาบุโรได้ยินแบบนั้นเข้าก็ไม่พอใจและต่อว่าคนรับใช้ว่าช่างไร้มารยาท มาแอบดูคนเขาจ้ำจี้กันยังไม่พอมีหน้ามาบอกว่าโอสึยุนั้นเป็นผีโครงกระดูกได้อย่างไร ?

พอคนรับใช้ได้ยินแบบนั้นเขาจึงพาชินซาบุโรให้มาที่ป่าช้าของวัดแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ชี้ไปที่ป้ายหลุ่มศพแล้วถามว่า ท่านรู้จักเจ้าของป้ายนี้หรือไม่ ? พอชินซาบุโรมองตามไป เขาก็พบว่าชื่อที่อยู่บนป้ายนั้นก็คือโอสึยุนั่นเอง คนรับใช้จึงเล่าต่อว่าแท้ที่จริงแล้วหลังจากที่เขาแอบเห็นเจ้านายในห้อง เขาได้แอบซ่อนตัวจนผีสาวเดินทางกลับ และสะกดรอยตามผีโคมไฟโบตั๋นมาจนถึงที่นี่
พอความจริงปรากฏตรงหน้าแบบนี้มันก็ทำให้ชินซาบุโรทำอะไรไม่ถูก คนรับใช้จึงรีบพาเขากลับมาที่บ้าน จากนั้นก็นำกระดาษยันต์จำนวนมากมาแปะไว้ทั่วบริเวณ เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณของผีสาวเข้าบ้านมาได้ ท่ามกลางความคลางแคลงใจของชินซาบุโรที่ยังไม่อยากเชื่อว่าเมื่อคืนนี้เขาเพิ่งจะนอนกับผีโครงกระดูกมาจริง ๆ

และในคืนนั้นคนรับใช้จึงอาสาอยู่เป็นเพื่อนเพื่อจะได้พิสูจน์ทุกอย่างให้กระจ่าง โดยกำชับกับเจ้านายว่าถ้าใครมาเรียกหา ไม่ว่าอย่างไรต้องไม่ตอบกลับหรือออกไปเปิดประตูโดยเด็ดขาด จนเมื่อถึงเวลาผีโอสึยุก็ถือโคมไฟดอกโบตั๋นมาหาชินซาบุโรอีกครั้ง
เธอเข้าบ้านไม่ได้เพราะกระดาษยันต์ที่แปะเอาไว้ทั่วบ้าน นั่นจึงทำให้เธอตะโกนเรียกหาแฟนหนุ่มที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่กับคนรับใช้ เธอบอกว่าเธอนำยาบำรุงมาให้ทำไมไม่ออกมารับเสียที ยิ่งผีสาวร้องเรียกด้วยความเศร้าโศกเท่าใด คนรับใช้ก็พยายามฉุดรั้งไม่ให้ชินซาบุโรออกไปดู จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าผีสาวก็จากไป


เมื่อชินซาบุโรออกมาที่หน้าประตูเขาก็เห็นถุงยาของโอสึยุวางอยู่ และเมื่อเขาหยิบมันขึ้นมาก็พบว่าตอนนี้ถุงยาได้กลายเป็นฝุ่นธุลีไปเสียแล้ว คนรับใช้ที่อยู่ด้วยกันเห็นแบบนั้นจึงบอกกับชินซาบุโรว่า ถุงยาใบนั้นมันมาจากโลกความตายมันถึงได้สลายไปเมื่อยามเช้ามาถึงนั่นเอง

และจากนั้นเป็นต้นมาคืนแล้วคืนเล่า ชินซาบุโร่จะต้องหลบเข้าไปอยู่ในห้องนอนและข่มใจไม่ให้เผลอออกมาดูใจผีสาวตลอดมา ซึ่งโอสึยุเองก็พยายามร้องเรียกสามีให้ออกมาอย่างน่าสงสารทุกคืน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้มันก็ได้ทำให้ชินซาบุโรที่ไม่แข็งแรงเป็นทุนอยู่แล้วเริ่มทรุดป่วยหนักไปลงเรื่อย ๆ เขาไม่ยอมกินอะไรเลยจนหลายวัน กระทั่งไม่ว่าใครที่รู้ข่าวต่างก็พากันเป็นห่วง

และในคืนต่อมาในขณะที่ผีโอสึยุถือโคมโบตั๋นมาหาชายหนุ่มเช่นเคย เธอก็ได้เห็นหญิงสาวข้างบ้านนำถุงยามาวางไว้ให้หน้าบ้านเหมือนกับที่ผีสาวเคยทำมาตลอด โอสึยุจึงเข้าใจว่าบางทีชินซาบุโรคงจะพบรักใหม่กับหญิงสาวคนนี้ คิดได้ดังนั้นเธอก็ตัดสินใจลงมือขั้นเด็ดขาด !

โอสึยุรอให้หญิงสาวข้างบ้านจากไป จากนั้นเธอจึงค่อยร้องเรียกให้ชินซาบุโรออกมา ส่วนชินซาบุโรที่นอนอยู่ในบ้านตามลำพังก็พยายามอดทนไม่ยอมออกไปหาเช่นเดิม จนเวลาผ่านไปเสียงของโอสึยุก็เงียบลง แสงสว่างของยามเช้าเริ่มส่องเข้ามาในห้องนอน จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของคนรับใช้ตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้าน ชินซาบุโรได้ยินเข้าก็ดีใจรีบเดินออกไปเปิดประตูเพื่อให้คนรับใช้เข้ามา แต่พอเขาเปิดประตูออกไปเขาก็เห็นคนรับใช้ยืนรออยู่ด้วยใบหน้าอันเงียบขรึม ไม่พูดไม่จาอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นทุกอย่างก็มืดลง ใบหน้าของคนรับใช้กลายเป็นใบหน้าของโอสึยุ ส่วนแสงสว่างที่เห็นในตอนแรกนั้น ที่แท้มันคือแสงจากโคมดอกโบตั๋นของโอสึยุนั่นเอง ชินซาบุโรตกใจกลัวจนก้าวขาไม่ออก ปล่อยให้โอสึยุเข้ามาในบ้านจนได้

พอถึงรุ่งเช้าคนรับใช้ก็แวะมาที่บ้านของเจ้านายเพื่อชวนมานั่งดื่มสาเกกันตามปกติ แต่พอมาถึงหน้าบ้านเขากลับไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า ประตูบ้านของชินซาบุโรนั้นถูกเปิดทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน พอเดินเข้าไปถึงห้องนอน คนรับใช้ก็พบว่าตอนนี้ชินซาบุโรกำลังนอนกอดโครงกระดูกอยู่ และที่ข้าง ๆ ตัวก็มีดอกโบตั๋นดอกใหญ่วางอยู่ตรงนั้น


พอคนรับใช้ตั้งสติมองดูดี ๆ เขาก็พบว่า ตอนนี้ชินซาบุโรได้จากโลกนี้เสียแล้ว ดวงตาของเขายังเบิกโพลงอยู่แบบนั้น ราวกับเห็นสิ่งน่ากลัวอยู่ตรงหน้า ที่ตรงนั้นมันก็คือหัวกะโหลกผีของโอสึยุนั่นเอง !!!

--จบ--

ผีสาวโคมไฟดอกโบตั๋น หรือ โบตันโดโร เป็นสุดยอดหนึ่งในสามของตำนานสยองขวัญประเทศญี่ปุ่น ที่พูดถึงวิญญาณของหญิงสาวเดินทางกลับมาจากโลกความตาย โดยใช้โคมไฟประดับดอกโบตั๋นเป็นเครื่องนำทางมาหาชายคนรัก ที่สุดท้ายแล้วเธอก็ได้พาเขาไปอยู่ด้วยกันในปรโลก

ซึ่งในเวอร์ชั่นต้นฉบับนั้น ผีสาวโอสึยุจะแวะมาหาชินซาบุโรในคืนสุดท้ายเพื่อปั่มป๊ามกับพระเอกของเราจนถึงตาย นั่นจึงทำให้มิติที่ 6 ตัดสินใจนำเนื้อหาที่ถูกดัดแปลงมาเป็นบทละครทีวีมาเล่าแทน เพื่อให้สามารถนำมาเล่าได้โดยไม่ผิดกฏชุมชนของยูทูป

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วโบตันโดโรเป็นบทละครที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อใช้ในการแสดงคาบูกิ โดยดัดแปลงมาจากนิยายสยองขวัญของจีนในชื่อเรื่องเดียวกัน โดยในเวอร์ชั่นของญี่ปุ่น จะถูกแต่งแยกย่อยออกมาเป็น 3 แบบ
แบบแรกคือแบบของโบโงะที่คล้ายกับเวอร์ชั่นที่นำมาเล่านี้ แบบที่สองคือแบบราคุโงะที่ใช้เนื้อหาใกล้เคียงกับต้นฉบับของจีน และแบบที่สามคือบทที่ใช้สำหรับใช้ในละครคาบูกิ
และด้วยเนื้อหาที่ค่อนข้างจะอีโรติกมากสำหรับคนสมัยนั้น มันก็ได้ทำให้เรื่องนี้โด่งดังเป็นอย่างมาก ชนิดที่เรียกได้ว่า พอถึงยุคที่ภาพยนตร์เข้ามาสู่ญี่ปุ่นในช่วงปี ค.ศ. 1910 โบตันโดโรก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ทันที ซึ่งถือเป็นหนังผีเรื่องแรกของญี่ปุ่นในยุคหนังเงียบเลยทีเดียว และตั้งแต่นั้นมาจนถึงปี ค.ศ. 1937 โบตันโดโรก็ยังคงถูกดัดแปลงบทมาทำเป็นภาพยนต์อีกถึง 6 ครั้ง ก่อนที่เรื่อง โยทสึยะไคดัง ที่มิติที่ 6 เคยนำมาเล่าเอาไว้ก่อนจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์



ต่อมาในปี ค.ศ. 1968 ซัทสึโอะ ยามาโมโตะ ก็ได้นำเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนต์จนโด่งดัง เป็นที่รู้จักกันในชื่อเรียกที่หลากหลาย ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกันทั้งสิ้น อย่างเช่น เจ้าสาวจากนรก, โคมไฟผี, เจ้าสาวผี และผีโคมโบตั๋น

ภาพยนตร์เรื่องเจ้าสาวจากนรก ของซัทสึโอะ ยามาโมโตะ

ในปี ค.ศ. 1972 ผู้กำกับชื่อจูเซย์ โซเนะ ก็ได้สร้างหนังสีชมพูหรือที่ในบ้านเราเรียกกันว่าหนังติดเรต ในชื่อเชย์ดังโบตันโดโร โดยยึดเนื้อหามาจากบทละครคาบูกิ แถมด้วยฉากโซเดมาคอมที่มากกว่าในเวอร์ชั่นอื่น ๆ

ภาพยนตร์เรื่อง Hellish Love โดยจูเซย์ โซเนะ  [18+...]

ในปี ค.ศ. 1996 และ 1998 มาซารุ สึชิมะก็ได้สร้างภาพยนต์เรื่องไคดังโบตันโดโรโดยเพิ่มรายละเอียดเนื้อหาและความซับซ้อนเข้าไปอีกมากมาย จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ดูคล้ายกับหนังไทยอย่างแม่นาคพระโขนง

ภาพยนตร์เรื่อง The Haunted Lantern ปี 1996 และ 1998




โดยมิติที่ 6 ได้นำเรื่องโบตันโดโรมาเล่านั้น เราไม่ได้ต้องการจะแนะนำหนังชมพูติดเรตให้ท่านผู้ชมหาดูแต่อย่างใด แต่เราตั้งใจจะแนะนำให้ท่านผู้ชมได้รับทราบสุดยอดตำนานสยองขวัญจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกัน นั่นคือเรื่องแรก "โยทสึยะไคดัง" ที่มิติที่ 6 ได้เคยนำเสนอไปแล้ว เรื่องที่สองคือ "โบตันโดโร" ที่เล่าในคลิปนี้ และเรื่องที่สามจะเป็นเรื่องอะไรนั้น มิติที่ 6 จะนำมาเล่าให้ท่านผู้ชมได้รับทราบต่อไปในอนาคตนี้อย่างแน่นอน

แล้วอย่าลืมติดตามชมรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับที่มากันได้ทุกวันศุกร์สะดวก หลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้... สวัสดี

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา: Wikipedia
ภาพประกอบจาก: Sacred-textsCanaltvpirata และ Canaltvpirata (2)

แท็ก: ศุกร์สยองขวัญ, เรื่องเล่า, ผีสาว, โคมไฟ, โบตั๋น, Botan, Dōrō, โบตันโดโร