ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ "The Mexican Bus" ตำนานรถประจำทางผีสิงของเม็กซิโก !!!




การเดินทางเวลาค่ำคืนในปัจจุบันทุกวันนี้ ถ้าเป็นการเดินทางในเมือง มันก็คงจะไม่มีอะไรที่จะทำให้เราต้องกังวลว่า เราจะสามารถไปถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพได้หรือเปล่า แต่ถ้ามันเป็นการเดินทางในแถบต่างจังหวัด ที่ต้องออกนอกเมืองไปจนห่างไกลความเจริญล่ะ มันจะทำให้เรามั่นใจได้แค่ไหน ว่ารถโดยสารคันนั้นจะสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย จนไปถึงที่หมายได้อย่างสบายอกสบายใจ แล้วถ้ายิ่งเส้นทางนั้นเคยมีประวัติเกิดอุบัติเหตุมาอย่างมากมายด้วยแล้วล่ะก็....

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญกับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปพบกับเรื่องเล่าที่ถูกแต่งขึ้นมาของประเทศเม็กซิโก เรื่องราวของรถโดยสารประจำทางคันหนึ่ง ที่จะพาเราท่องเที่ยวไปตามเส้นทางเดิม ๆ เพียงแต่ถ้าเราทำตัวผิดปกติให้ผู้คนบนนั้นรู้เข้า มันก็อาจจะเป็นเหตุทำให้เราไม่สามารถเดินลงมาจากรถคันนั้นได้เลยตลอดกาล

โดยเรื่องเล่านั้นมีอยู่ว่า...
ในทุกวันนี้ถ้าหากเราได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศเม็กซิโก แล้วได้เดินทางไปยังระหว่างเมืองโทลูก้ากับอิกซตาปานเดอลาซาลแล้วละก็ เราก็จะได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ทั้งสองข้างของถนนไฮเวย์ ที่จะทำให้เรารู้สึกว่าเวลาในช่วงนี้มันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนไม่อยากจะรีบเร่งไปจากที่นี่เลย


แต่อย่างไรก็ดีประมาณหลายปีก่อนนั้น ใครที่เดินทางมายังบริเวณนี้จะต้องรู้สึกตรงกันข้าม เพราะตลอดเส้นทางบนถนนไฮเวย์สายนี้ มันช่างเต็มไปด้วยอันตรายจากลมพายุที่พัดอย่างรุนแรง ส่วนบนถนนนั้นฝั่งหนึ่งก็จะมีแต่ก้อนหินแหลม กับกำแพงหินของภูเขาที่เต็มไปด้วยอันตราย ส่วนอีกด้านก็จะเป็นพื้นลาดเอียงที่ดูน่ากลัวอย่างมาก

ในเย็นวันหนึ่งของหลายปีก่อนนั้น มีรถโดยสารประจำทาง ที่เดินทางมาจากอิกซตาปานเดอลาซาลไปยังเมืองโทลูก้าคันหนึ่ง ซึ่งมันเป็นการเดินทางที่ต้องใช้เวลาทั้งคืน จนทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถคันนั้นต่างก็เริ่มจะเหนื่อยล้า จนหลายคนต้องมีอันงีบหลับบนรถกันไป ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของการเดินทางแบบนี้อยู่แล้ว

จนเมื่อรถโดยสารวิ่งเข้ามาถึงบริเวณหุบเขา คนขับรถก็เริ่มเหยียบคันเร่ง เพื่อจะได้ค่อย ๆ ไต่ขึ้นเนินได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งผู้โดยสารในรถเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะเกิดอะไรผิดปกติขึ้นเลย จนรถทัวร์เริ่มขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของภูเขาลูกนี้ฝนก็เริ่มเทลงมา ซึ่งจังหวะมันก็ไปตรงกับช่วงที่คนขับรถจะต้องวิ่งเข้าทางโค้งพอดี และมันก็ได้ทำให้คนขับต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นที่จุดนี้ เพราะถ้าเขาทำพลาด นั่นหมายถึงผู้โดยสารมากมาย อาจจะต้องได้รับบาดเจ็บไปจนถึงเสียชีวิตกันอย่างแน่นอน

ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ถนนเต็มไปด้วยน้ำและโคลน เหล่าผู้โดยสารตอนนี้ก็เริ่มจะกังวล เมื่ออยู่ดี ๆ รถโดยสารที่น่าจะต้องลดความเร็วลง กลับเพิ่มความเร็วขึ้นจนผิดสังเกต นี่มันจะต้องมีอะไรผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นแน่แน่ ผู้โดยสารบางคนได้ตะโกนเตือนคนขับรถไป แต่เขาก็กลับเพิกเฉยและเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งมันก็ได้ทำให้ทุกคนบนรถเกิดความกลัวขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ



ทันใดนั้น คนขับรถก็ร้องไห้ออกมาพร้อมกับพูดว่า “รถเบรกแตก !!!”

รถโดยสารที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงตอนนี้เริ่มจะเสียการควบคุม และในชั่วพริบตารถก็วิ่งแหกโค้งตกเขาลงไปยังด้านล่างทันที

ตัวรถกลิ้งตกลงไปกระแทกตามเนินหินของภูเขา จนในที่สุดมันก็ไปหยุดลงที่ตรงพื้นข้างล่าง ผู้โดยสารหลายคนต้องเสียชีวิตไปในช่วงที่ตัวรถกระแทกนั้น บางคนหมดสติท่ามกลางอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรง และเมื่อเวลาผ่านไปตัวรถก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมา จนในที่สุดไฟมันก็ลุกลามไปทั่วทั้งคัน ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องโหยหวลออกมาจากรถโดยสารคันนั้นอีกต่อไป เพราะตอนนี้ผู้โดยสารทุกคน ล้วนได้เสียชีวิตไปอย่างน่าสยดสยองกันหมดแล้ว

หลังจากคืนนั้นผ่านไป เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้ามาถึงยังจุดเกิดเหตุพร้อมกับรถพยาบาลหลายคัน แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

ไม่มีใครรอดตายจากอุบัติเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและพยาบาลได้เห็นสภาพของศพผู้โดยสารบางคนกระเด็นออกมานอกตัวรถ และกระแทกกับก้อนหินใหญ่จนเสียชีวิต บางคนก็เสียชีวิตไปท่ามกลางควันไฟในตัวรถ จนเป็นที่น่าสยดสยองเป็นอย่างมาก




หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีผู้คนเล่าขานกันว่า พวกเขายังคงได้พบกับรถโดยสารประจำทางเก่า ๆ คันนั้น ยังคงวิ่งบนเส้นทางจากเมืองอิกซตาปานเดอลาซาล เพื่อไปยังเมืองโทลูก้าในเวลาค่ำคืนอยู่เช่นเดิม โดยพวกเขาล้วนเล่าว่า ถ้าเกิดว่าพวกเราไปพบกับรถคันนี้เข้า และด้วยความไม่รู้ของเราไปทำให้เราโบกมือเรียกรถคันนี้เข้าล่ะก็ มันก็จะหยุดรถจอดรับเรา จากนั้นก็จะเปิดประตูให้เราขึ้นไป และเมื่อขึ้นไปแล้วเราก็จะเริ่มรู้สึกได้ว่า ถึงแม้รถคันนี้มันจะเก่าแต่มันก็ยังคงอยู่ในสภาพดี และเราก็จะเห็นว่าบนรถคันนี้มีผู้โดยสารนั่งอยู่เต็มคันก็จริง แต่มันก็กลับมีที่นั่งว่าง ๆ เหลืออยู่ที่นึง ราวกับว่ามันรอให้เราเข้าไปนั่ง

พอเรานั่งลงไป มันก็จะทำให้เรารู้สึกเสียวท้องน้อยขึ้นมาทันที นั่นก็เพราะเราจะเริ่มสังเกตุเห็นหลายสิ่งหลายอย่างบนรถคันนี้ มันดูผิดสังเกตจากบรรยากาศที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะผู้โดยสารบนรถทั้งหญิงและชาย หรือไม่เว้นแม้แต่ผู้โดยสารที่เป็นเด็ก ทุกคนจะอยู่ในอาการนั่งนิ่ง ๆ กันหมด ไม่มีใครหลับบนรถและไม่มีใครพูดจาอะไรออกมาสักคำ จนทำให้บรรยากาศในรถที่ควรจะมีชีวิตชีวากลับเงียบงันราวกับว่าไม่มีใครอยู่บนรถคันนั้นเลย


ต่อมากระเป๋ารถก็จะค่อย ๆ เดินมาจากหน้ารถ พอเราเตรียมเงินจะซื้อตั๋ว กระเป๋ารถก็กลับเดินผ่านคุณไปเฉย ๆ  โดยไม่ได้เก็บค่าโดยสารกับคุณเลย

จนเมื่อคุณเดินทางมาถึงเมืองโทลูก้าโดยสวัสดิภาพ คนขับก็จะหยุดรถก่อนที่จะถึงสถานีเสียอย่างนั้น โดยเขาจะหันหน้ามาหาเรา แล้วบอกให้คุณลงรถตรงนี้แทน และด้วยการเดินทางที่จบลงอย่างผิดปกตินี้ มันก็จะทำให้เรารู้สึกไม่เข้าใจว่า ทำไมเราจะต้องลงรถที่ตรงจุดนี้ด้วย

และในขณะที่คุณกำลังจะเดินลงไป ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ก็กลับยังคงนั่งอยู่แบบนั้น พอเราเดินมาถึงที่ด้านหน้าของรถแล้วพยายามจะยื่นเงินค่าโดยสารให้อีกที คนขับรถก็จะโบกมือปัดเงินของคุณออกไปอีก จากนั้นคนขับรถก็จะบอกกับคุณว่า





“เราไม่เก็บค่าโดยสารครับ กรุณาเดินลงไปได้แล้ว หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องลง แล้วถ้าลงรถไปก็จงอย่าได้คิดหันหลังกลับมาโดยเด็ดขาด !!!”
ถ้าเราเชื่อฟังตามที่คนขับรถบอก โดยไม่หันกลับไปมองตัวรถเลยล่ะก็ เราก็จะได้ยินเสียงประตูรถปิด และรถโดยสารจะวิ่งจากไป แต่ถ้าเราไม่เชื่อฟังแล้วลองหันกลับไปมองล่ะก็ เราจะได้เห็นรถโดยสารคันนั้นอยู่ในสภาพดำเป็นตอตะโก และเราก็จะเห็นว่าภายในรถคันนั้น มีโครงกระดูกนั่งเป็นผู้โดยสารอยู่เต็มคัน ซึ่งโครงกระดูกเหล่านั้นก็ล้วนกำลังมองมาที่เราท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสนิท



จากนั้นรถโดยสารก็จะค่อย ๆ หายไป ส่วนตัวของเราก็จะต้องตายด้วยอุบัติเหตุในอีกไม่กี่วันต่อมา หลังจากนั้นวิญญาณของเราก็จะกลายเป็นหนึ่งในผู้โดยสาร นั่งอยู่ในรถประจำทางคันนั้นไปตลอดกาล

ซึ่งถ้าวันไหนคุณได้มีโอกาสเดินทางไปยังอิกซทาปาน เดอลาซาลแล้วล่ะก็ อย่าได้หาเรื่องเดินทางไปยังเมืองโทลูก้าในช่วงตอนกลางคืนเลยจะดีที่สุด เพราะไม่อย่างนั้น นอกจากคุณจะไม่มีโอกาสได้เห็นทิวทัศน์อันสวยงามของสองข้างทางแล้ว มันก็มีโอกาสค่อนข้างมากที่คุณจะได้พบกับรถโดยสารผีสิงคันนี้ ซึ่งถ้าหากว่าคุณพลาดได้เดินขึ้นไปโดยสารบนรถประจำทางคันนี้แล้วล่ะก็ กรุณาเช็คตัวเองให้แน่ใจว่า คุณได้ทำตามคำแนะนำของคนขับอย่างเคร่งครัดดีแล้ว ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น คุณก็อาจจะได้ท่องเที่ยวอยู่ในรถคันนั้นไปตลอดกาลก็เป็นได้


---------จบ--------


เรื่องราวของ "รถโดยสารผีสิง" หรือ "เดอะเม็กซิกันบัส" เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาโดยดัดแปลงมาจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง บนถนนไฮเวย์เส้นทางจากเมืองอิซตาปานเดอลาซาลไปยังเมืองโทลูก้า ซึ่งถึงแม้ว่าจะเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาจริง ๆ แต่ก็เคยพบว่ามีรายงานอุบัติเหตุร้ายแรง จนถึงขนาดมีผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งคันมาก่อน

แต่อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข่าวอุบัติเหตุต่าง ๆ ในรอบ 10 ปี ของประเทศเม็กซิโก มิติที่ 6 ก็พบกับข่าวอุบัติเหตุข่าวหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 เป็นข่าวของรถทัวร์ที่วิ่งจากเมืองวิลลาเฮอโมซาไปยังกรุงเม็กซิโก พุ่งเข้าชนประสานงากับรถพ่วงบรรทุกรถแทร็คเตอร์คันหนึ่ง ในช่วงที่เดินทางอยู่ในแถบเทศบาลเมืองจวนโรดิเกซสกาล่า ที่อยู่ในแถบใกล้ ๆ อคายูกัน จนเป็นเหตุทำให้ไฟลุกไหม้รถโดยสารทั้งคัน และแรงปะทะในการชนครั้งนี้ มันก็ได้ทำให้ประตูหน้าของรถขัดข้อง

ภาพข่าวจากเหตุการณ์จริง

รวมถึงไม่มีใครในรถสามารถตั้งสติหาทางเปิดประตูฉุกเฉินหนีออกมาได้ คาดกันว่าคนขับและเจ้าหน้าที่ของรถอาจหมดสติหรือเสียชีวิตจากแรงกระแทกไปตั้งแต่แรก และผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็น่าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่ก็หมดสติกันไป นั่นจึงทำให้ผู้โดยสารทั้ง 36 คน ต้องเสียชีวิตด้วยการถูกไฟคลอกไปทั้งคัน

ส่วนเรื่องราวของรถบัสผีสิงเรื่องนี้ มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา เพื่อให้ผู้โดยสารที่จำเป็นจะต้องเดินทางไปตามเส้นทางดังกล่าวในเวลาค่ำคืน ช่วยกันสอดส่องดูแลตัวเอง ด้วยการสังเกตุดูสภาพรถและช่วยกันดูแลพฤติกรรมของคนขับรถ ที่มักจะประมาทเพราะวิ่งเส้นทางนี้กันอยู่เป็นประจำ จนลืมดูแลสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อม ก่อนที่จะเดินทางผ่านแถบเชิงเขาที่ค่อนข้างจะอันตราย
โดยปัจจุบันนี้การเดินทางไปยังเส้นทางดังกล่าว ก็ได้พัฒนาเป็นรถโดยสารประจำทางแบบใหม่ มีความสะดวกสบายปลอดภัยไร้กังวลกันหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ดีขึ้นชื่อว่ายังใช้คนขับ ยังไงก็ปลอดภัยไว้ก่อนจะดีที่สุด

ดังนั้นถ้าหากว่าเรามีโอกาสได้ไปเที่ยวยังประเทศเม็กซิโก และจำเป็นจะต้องเดินทางไปยังเส้นทางนี้ ก็อย่าลืมสังเกตตัวรถโดยสารกันให้ดี ๆ อย่าหลงไปโบกมือเรียกรถโดยสารคันเก่า ๆ ที่มีผู้โดยสารนั่งกันอยู่เต็มคันรถในเวลาค่ำคืน จงพยายามหาที่พักแถวนั้น แล้วรอจนรุ่งเช้าค่อยออกเดินทางจะดีกว่า ไม่เช่นนั้น หากเรื่องเล่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นมาล่ะก็ ระวังจะได้นั่งรถคันนั้นไปตลอดกาล แล้วอย่าหาว่าไม่เตือนก็แล้วกันนะครับ

แล้วพบรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญกับเรื่องราวเบา ๆ แบบนี้กันได้ทุกวันศุกร์สะดวก หลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และทิ้งคอมเมนต์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี


เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา
Urban Legend - The Mexican Bus
The ScaryFor Kids - The Mexican Bus
Timeline Mexico - 2003 to 2015
Wikipedia, BBC, NDTV.com - Acayucan bus crash news