ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 เบร็นด้า แอนน์ สเปนเซอร์ สยองขวัญฆาตกรสาวน้อยผู้เกลียดวันจันทร์ !!!




วันจันทร์ วันแรกของสัปดาห์การเรียนการทำงานที่หลายคนไม่อยากให้มันมาถึง ซึ่งก็มีบางคนถึงกับยอมทำทุกอย่างให้วันนี้มันไม่ใช่วันทำงาน โดยไม่สนว่ามันจะส่งผลอะไรตามมา หากเราโดดเรียนหรือโดดงานในวันนี้

มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปพบกับชีวิตของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง กับวันจันทร์ที่เธอไม่ชอบด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ซึ่งเธอเลือกที่จะจัดการกับวันที่เธอเกลียดวันนี้ด้วยวิธีการที่ไม่สมควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างเลยแม้แต่น้อย !!!

"เบร็นด้า แอนน์ สเปนเซอร์"

เบร็นด้า แอนน์ สเปนเซอร์ (Brenda Ann Spencer) เธอเกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1962 ในเมืองซานคาลอส รัฐแคลิฟอร์เนีย เธออาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงเรียนประถมโกรเวอร์เคลฟแลนด์ ที่อยู่ในย่านโรงเรียนซานดิเอโก้อีกที

เบร็นด้า สเปนเซอร์เคยให้คำจำกัดความกับตัวเองไว้ว่า ตัวเองนั้น “เป็นสาวเกย์มาตั้งแต่เกิด” ซึ่งเธอน่าจะหมายถึง เธอมีความเป็นผู้ชายอยู่ในตัวค่อนข้างสูง โดยหลังจากที่พ่อแม่ของเธอแยกทางกัน เบร็นด้าก็ได้มาอาศัยอยู่กับวอลาซ สเปนเซอร์พ่อของเธอ ที่ใช้ชีวิตเหมือนกับคนไม่ค่อยจะมีเงิน เพราะทั้งสองพ่อลูกนอนด้วยกันบนพื้นห้องนั่งเล่นที่มีแต่ขวดเหล้าเปล่าวางกองอยู่เต็มไปหมด

"วอลาซ และด็อท สเปนเซอร์" พ่อแม่ของเบร็นด้า
 
เพื่อนบ้านต่างก็ล้วนบอกว่าครอบครัวสเปนเซอร์นั้นเหมือนจะไม่ค่อยชอบตำรวจ โดยเบร็นด้าเคยยิงตำรวจมาแล้วคนนึง แถมยังเคยไปก่อเรื่องจนได้ลงเป็นข่าวทางทีวีท้องถิ่น แต่ถึงจะพูดกันแบบนั้นเบร็นด้าเองก็เป็นเด็กมีความสามารถในเรื่องถ่ายภาพ เธอเคยชนะเลิศในการแข่งเกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ เพียงแต่เธอก็ไม่ค่อยอยากจะไปโรงเรียนสักเท่าไหร่
โดยคุณครูของเธอเล่าว่า เธอมักจะถูกเอ็ดอยู่เสมอเพราะชอบหลับในชั่วโมงเรียน และในบางช่วงที่เธอเคยถูกคุมขัง แพทย์ในสถานกักกันเคยตรวจพบว่าเธอมีอาการบาดเจ็บทางสมองแบบชั่วคราว ที่เกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุตอนขี่จักรยานมาก่อน
ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1978 ทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์โรงเรียนดัดสันดานก็เคยบอกว่าเบร็นด้าในวัย 16 ปีคนนี้ เคยหลบหนีออกไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงกำหนด และยังเคยแจ้งให้พ่อแม่ของเธอทราบว่าเธอเคยพยายามฆ่าตัวตาย โดยในหน้าร้อนของปีนั้นเบร็นด้าก็เป็นที่พูดถึงกันในหมู่เพื่อน ๆ ว่าเธอเป็นนักล่านก จนถูกจับตัวในข้อหายิงนกมาจากหน้าต่างของโรงเรียนประถมด้วยปืน BB Gun ร่วมกับข้อหาลักทรัพย์

จนมาถึงเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1978 ก็มีผลการประเมินทางจิตวิทยาแนะนำให้ทางเจ้าหน้าที่ควรพาเธอไปเข้ารับการบำบัดทางจิต เพียงแต่พ่อของเธอกลับไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น จนเวลาผ่านมาถึงวันคริสต์มาสพ่อของเธอก็ซื้อปืนไรเฟิลรูเกอร์ 10/22 กึ่งอัตโนมัติขนาดลำกล้อง .22 ติดกล้องเล็งทางไกล พร้อมเครื่องกระสุน 500 นัด ให้กับลูกสาวคนนี้เป็นของขวัญ

"เบร็นด้า" อยู่กับปืนมาตั้งแต่เด็ก

ตัวอย่างปืนไรเฟิล (รูเกอร์ 10/22)

ซึ่งในภายหลังเบร็นด้าเล่าว่า จริง ๆ แล้วเธอขอของขวัญเป็นวิทยุแต่พ่อกลับซื้อปืนมาให้ พอถามไปว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น เบร็นด้าก็ตอบว่าเธอเข้าใจว่าพ่อคงอยากให้เธอฆ่าตัวตายด้วยปืนกระบอกนี้ ซึ่งคำตอบนี้มันจะจริงหรือไม่จริงเราก็ไม่อาจทราบได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังจากนั้นต่างหากที่ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ฆาตกรเด็กเลือดเย็นแห่งยุคปลายทศวรรษ 70  

เพราะในเช้าของวันจันทร์ที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1979 เบร็นด้า แอนน์ สเปนเซอร์ ได้ใช้ปืนกระบอกนี้ยิงออกมาจากบ้านของเธอ ไปที่เด็ก ๆ ที่กำลังยืนรออยู่ด้านหน้าประตูของโรงเรียนประถมเคลฟแลนด์ เพื่อรอให้นายเบอร์ตัน แวร็ก อายุ 53 ปี ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่มาประตูเปิดให้

บ้านที่เบร็นด้าใช้อาวุธปืนยิงออกมา

ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้มีเด็กบาดเจ็บถึง 8 ราย ส่วนนายเบอร์ตัน และผู้ปกครองของเด็กคนหนึ่งชื่อไมค์ ซูคาร์ อายุ 56 ปี ก็ถูกยิงเข้าจุดสำคัญในขณะที่กำลังพยายามช่วยเหลือเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทั้งสองราย และในขณะที่กำลังชุลมุนกันอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอายุ 28 ปี ที่มาถึงจุดเกิดเหตุหลังจากมีพลเมืองดีโทรศัพท์ไปแจ้ง ก็ถูกเบร็นด้ายิงเข้าไปที่คอทันทีหลังจากที่เขาลงมาจากรถ แต่ก็ถือว่าโชคยังดีที่เขาไม่ได้เสียชีวิตไปเหมือนกับคนอื่น ๆ ในตอนนั้น

เบอร์ตัน แวร็ก(อาจารย์ใหญ่) และไมค์ ซูคาร์(ผู้ปกครอง) เสียชีวิต

หลังจากเสียงปืนดังออกไป 30 นัด เบร็นด้าก็หลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านของเธอหลายชั่วโมง โดยช่วงเวลานั้นเธอได้โทรศัพท์ไปหานักข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะซานดิเอโกทริบูน ซึ่งทางนักข่าวคนดังกล่าวเล่าว่า ตอนนั้นเขาถามเบร็นด้าว่าเธอทำแบบนั้นไปทำไม เบร็นด้าก็ตอบกลับมาว่า “ฉันไม่ชอบวันจันทร์ !” และทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายเจรจาของตำรวจก็ได้เล่าให้ฟังหลังจากที่ได้พูดคุยกับเบร็นด้าว่า เธอเลือกยิงเด็ก ๆ เพราะยิงง่าย และออกมาให้ยิงกันเอง

ในช่วงการพิจารณาคดีเก่า ๆ กับเจ้าหน้าที่ทัณฑ์บนก่อนที่เธอจะมาก่อเหตุครั้งนี้ พวกเขาก็ล้วนบอกว่าเบร็นด้ามักจะให้เหตุผลในการยิงแบบนี้เสมอมา เพียงแต่ทุกครั้งนั้นมันไม่ใช่การใช้ปืนยิงคนเหมือนกับครั้งนี้
ซึ่งหลังจากที่เธอหลบซ่อนตัวอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ยอมจำนนออกมามอบตัว โดยช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวเธอออกมาจากบ้านนั้น พวกเขาบอกว่าถึงแม้รอบ ๆ บ้านของเธอมีแต่ขวดวิสกี้และขวดเบียร์วางเกะกะจนรกไปทั่ว แต่ช่วงที่จับกุมนั้นเธอไม่ได้มีอาการมึนเมาแสดงออกมาให้เห็นแต่อย่างใด

เธอออกมามอบตัวกับตำรวจ


โดยหลังจากการจับกุมตัวผ่านไปได้ไม่นาน ก็มีศิลปินชื่อบ็อบ เกลดอฟ ได้แต่งเพลงฉันไม่ชอบวันจันทร์ ขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจมาจากคำตอบที่เบร็นด้าเคยให้กับนักข่าว และนำมาเล่นในการแสดงสดของเขาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1979 ที่โรงหนังเล็ก ๆ แถวแปซิฟิกบีช ชื่อร็อกซี่ ในขณะที่ข่าวคดีของเบร็นด้าเองซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่มากในตอนนั้น ก็ได้ถูกสื่อนำเพลง ๆ นี้ มาใช้ร่วมในการเสนอข่าวตลอดมาจนทำให้ตัวเพลงโด่งดังไปไกล

เบร็นด้าถูกดำเนินคดีในฐานะของผู้ใหญ่ มีความผิดในคดีฆาตกรรม 2 ราย ด้วยการใช้อาวุธร้ายแรง เธอได้รับโทษจำคุก 25 ปีถึงตลอดชีวิต และถูกวินิจฉัยว่ามีอาการของโรคลมชักกับภาวะซึมเศร้าที่ต้องบำบัด ซึ่งในขณะที่เธอถูกขังอยู่ในคุกหญิงชิโนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เบล็นด้าได้ทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า


จนมาถึงปี ค.ศ. 1993 เบล็นด้าที่ติดคุกมาประมาณ 13 ปี ก็มีคุณสมบัติพอที่จะยื่นคำร้องขอพิจารณารับทัณฑ์บนออกมาเป็นอิสระ ซึ่งถือว่าเธอเป็นหนึ่งนักโทษหญิงเพียงไม่กี่คนที่ได้รับสิทธิพิเศษนี้
จนเวลาผ่านมาถึงปี ค.ศ. 2001 คำร้องของเบร็นด้า สเปนเซอร์จึงได้รับการพิจารณา โดยในช่วงพิจารณาคำร้องนี้ เบร็นด้าเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า จริง ๆ แล้วทุกอย่างมันมีสาเหตุมาจากการเลี้ยงดูของพ่อ ที่เคยทำร้ายทุบตีและล่วงละเมิดทางเพศกับเธอมาก่อน ซึ่งทางพ่อของเธอเองก็ปฎิเสธข้อกล่าวหานี้ว่ามันไม่จริง ส่วนทางประธานพิจารณาทัณฑ์บนบอกว่า ตอนเข้าคุกแรก ๆ ไม่เห็นเบร็นด้าจะพูดเรื่องนี้มาก่อนเลย นั่นจึงทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้สักเท่าไหร่

ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 รองอัยการเขตซานดิเอโก้ได้ยกเหตุการณ์การทำร้ายตัวเองของแฟนสาวของเขา ในช่วงหลังจากการถูกปล่อยตัว เพื่อชี้ประเด็นให้ประธานผู้พิจารณาเห็นว่า ตามเนื้อตัวของเบร็นด้าเองก็มีร่องรอยการทำร้ายตัวเองเช่นกัน โดยมันปรากฏอยู่ตามผิวหนังของเธอ ที่เธอสักตัวอักษรเอาไว้ว่า "courage" ที่แปลว่า “ความกล้าหาญ” และ "pride" ที่แปลว่า “ความภาคภูมิ”

ซึ่งมันก็หมายความว่าเบร็นด้าตอนนี้ก็น่าจะยังมีอาการทางจิตเช่นเดียวกัน ดังนั้นทางการไม่สมควรจะให้อิสรภาพแก่เธอในตอนนี้ ซึ่งเบร็นด้าเองก็บอกว่าเรื่องนี้มันไม่จริง เพราะจริง ๆ ตัวหนังสือที่เธอสักไว้บนผิวหนังมันเป็นภาษารูน ซึ่งเป็นอักษรโบราณของเยอรมันที่แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า "unforgiven" ที่แปลเป็นไทยว่า “ไม่ยกโทษให้” กับคำว่า “alone” ที่แปลว่า “เดียวดาย” ต่างหาก

โดยการพิจารณาคำร้องนี้ก็ใช้เวลายาวนานมาจนถึงปี ค.ศ. 2009 ซึ่งผลก็ออกมาว่าทางเจ้าหน้าที่พิจารณายกเลิกคำขอทัณฑ์บนของเธอ โดยระบุว่าเธอจะสามารถขอยื่นคำร้องได้อีกครั้งใน 10 ปีถัดไป

ต่อมาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2015 เบร็นด้าได้โอกาสออกมาให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์บอกว่า ตำรวจน่าจะยิงเธอให้ตายไปซะ เพราะตอนก่อเหตุนั้นจริง ๆ แล้วเธอทั้งเมาเหล้าและพี้ยาเสพติดถึงสองชนิด !
ในขณะที่รายงานด้านพิษวิทยาเมื่อปี ค.ศ. 1979 บ่งชี้ว่า ตอนที่เธอก่อเหตุนั้นเธอไม่ได้เมาหรือพี้ยาอะไรอยู่เลย ซึ่งอย่างไรแล้วเบร็นด้าเองก็ยังหวังที่จะได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวออกมา โดยเธอบอกกับนักข่าวว่า ถ้าได้รับอิสรภาพเธอจะทำตัวเป็นคนดีของสังคม ซึ่งเธอบอกว่าอยากจะไปทำงานเป็นพนักงานขับรถโฟล์คลิฟท์ ทั้ง ๆ ที่ในช่วงถูกจองจำนั้นเธอเคยได้เป็นถึงนางแบบของคุกชิโนเลยทีเดียว

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 2017 นี้ เบร็นด้า แอนน์ สเปนเซอร์ ก็ยังคงถูกคุมขังอยู่ในคุกหญิงชิโน ในรัฐแคลิฟอร์เนียต่อไป เพื่อรอวันยื่นคำร้องที่กำลังจะมาถึงอีกครั้งในสองปีข้างหน้า และเมื่อถึงเวลานั้นเราก็คงจะต้องตามดูกันต่อไปว่าเธอจะได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่นี้หรือเปล่า ?


---------------

หลังจากเหตุการณ์ยิงปืนใส่เด็กนักเรียนประถมเคลฟแลนด์ผ่านไป 10 ปี ก็ได้เกิดเหตุแบบเดียวนี้กันขึ้นในโรงเรียนประถมชื่อเดียวกันแต่เป็นคนละแห่ง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในสต็อกตันเคาน์ตี้รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยนายแพททริก เอ็ดเวิร์ด เพอร์ดี้ ใช้ปืนจีนประดิษรุ่น AK-47 ยิงสังหารเด็กนักเรียนไป 5 ราย บาดเจ็บ 30 ราย ตอกย้ำความรู้สึกของผู้คนที่เคยผ่านเหตุการณ์ของเบร็นด้ามาก่อนเป็นอย่างมาก

"แพททริก เอ็ดเวิร์ด เพอร์ดี้" ผู้ก่อเหตุแบบเดียวกัน


ทำให้ในเวลาต่อมามีประชาชนได้ร่วมกันทำป้ายโลหะ และสร้างเสาธงเพื่อไว้อาลัยที่โรงเรียนประถมเคลฟแลนด์ของซานดิเอโก้ ทั้ง ๆ ที่ทางโรงเรียนได้ปิดตัวลงไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 แล้ว ซึ่งนอกจากโรงเรียนประถมแห่งนี้ก็ยังมีโรงเรียนอื่น ๆ อีกหลายสิบแห่งในย่านดังกล่าว ต่างก็พากันปิดตัวตามไปทั้งหมด เพราะตั้งแต่เกิดเหตุขึ้นมาก็แทบไม่มีผู้ปกครองนำเด็กมาเข้าเรียนในเมืองนี้อีกเลย จนเวลาผ่านมาอีกสิบปีก็มีโรงเรียนเอกชนมาขอเช่าเหมาไปทำโรงเรียนกันอีกครั้ง

โดยในปี ค.ศ. 2005 โรงเรียนประถมเคลฟแลนด์ก็ได้กลายมาเป็น "สถาบันวิทยาศาสตร์แม็กโนเลีย" เปิดให้บริการแก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายเกรด 6 ถึง 8 มาจนถึงทุกวันนี้

โรงเรียนเกิดเหตุได้กลายเป็น "สถาบันวิทยาศาสตร์แม็กโนเลีย"

ในส่วนของเพลง "ฉันไม่ชอบวันจันทร์" ของบ็อบ เกลดอฟ นักร้องนำวงบูมทาวน์แรทซ์ ได้ออกมาพูดถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้ว่า มันเกิดขึ้นหลังจากที่เขาอ่านข่าวทางหนังสือพิมพ์ รวมไปถึงฟังข่าวตามสถานีวิทยุในแอทแลนต้า เขาชอบข้อความของเบร็นด้าที่บอกกับนักข่าวว่า เธอทำทุกอย่างลงไปเพราะเธอไม่ชอบวันจันทร์

ซึ่งเขาก็ได้นำประโยคคำถามจากนักข่าวที่ถามเธอทางโทรศัพท์ว่า "Tell me why?" มาใช้ร่วมกับคำตอบของเบร็นด้าก็คือ "I Don't Like Mondays" ก็ได้ทำให้เพลงนี้พุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงฮิตของอังกฤษติดกันถึง 4 สัปดาห์ แต่ด้วยความที่วงของเขาเป็นวงจากประเทศไอร์แลนด์ จึงทำให้เพลงนี้ไม่ได้ขึ้นชาร์ตทอปโฟร์ตี้ของประเทศสหรัฐอเมริกาแต่อย่างใด



โดยในปี ค.ศ. 2006 มีรายการสารคดีแนวฆาตกรรม ได้จัดทำคดีของเบร็นด้า สเปนเซอร์ออกเผยแพร่อีกครั้ง เพลงนี้จึงได้ถูกนำมาเปิดให้ได้ยินกันตั้งแต่ต้นรายการ ซึ่งในปัจจุบันเพลงนี้ก็ยังคงถูกเปิดออกอากาศตามสถานีวิทยุ ท่ามกลางคำขอร้องของครอบครัวสเปนเซอร์ที่ไม่อยากให้มีที่แห่งใดเปิดเพลงนี้อีก ซึ่งมันก็ได้ผลเพียงแค่ในซานดิเอโก้เท่านั้น

โดยมิติที่ 6 ได้นำคดีของเบร็นด้า แอนน์ สเปนเซอร์มาเสนอให้ได้รับทราบ ก็เพราะว่าเราอยากให้ท่านผู้ชมมองให้ลึกไปถึงสาเหตุที่เธอกระทำ ว่าบางทีมันอาจไม่ได้เกิดจากเพราะเธอเกลียดวันจันทร์จริง ๆ เธออาจกระทำการลงไปเพราะฤทธิ์ของสุราและยาเสพติดสองชนิดที่เธออ้างก็ได้ใช่หรือไม่ ?

ซึ่งไม่ว่ามันจะเป็นสาเหตุทางไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีสิทธิไปหยิบปืนมาเที่ยวยิงใครต่อใคร เพื่อระบายความเครียดของตัวเองอย่างแน่นอน และสำหรับใครที่มีรสนิยมชอบการยิงปืน ก่อนที่จะตัดสินใจให้บุตรหลานของท่านได้ลิ้มลองสัมผัสกับอาวุธอันตรายแบบนี้ ก็ควรจะตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า การมอบมันให้กับลูกหลานเอาไว้ยิงเล่นมันสมควรจะให้ได้ตอนไหน ? และมั่นใจได้แค่ไหนว่าลูกหลานของคุณจะไม่เอาปืนไปใช้ยิงใครเพื่อความสนุก เหมือนกับ... "เบร็นด้า แอนน์ สเปนเซอร์"


หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ และทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา: WikipediaNydailynews และ Murderpedia

แท็ก: Cleveland Elementary, School shooting, San Diego, justice story, don mondays, article, murder, brenda, ann, spencer, เบร็นด้า, แอนน์, สเปนเซอร์, เกลียดวันจันทร์, I Don't Like Mondays