ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 เปิดปม D.B. Cooper ตำนานสลัดอากาศปริศนา !!!




เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา FBI ได้ปิดคดีโด่งดังคดีหนึ่งลง คดีที่ไม่สามารถคลี่คลายได้ คดีที่พวกเขาเรียกมันว่า "NORJAK" ที่ย่อมาจาก Northwest Hijacking หรือคดีปล้นเครื่องบินสายการบินนอร์ทเวสต์ ซึ่งเราจะไม่มีทางรู้เลยว่ามันเป็นคดีที่โด่งดังขนาดไหน ถ้าไม่ได้เอ่ยชื่อของชายผู้ก่อเหตุปล้นเครื่องบินในวันนั้น วันที่ 24 พฤศจิการยน ค.ศ. 1971

มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาคุณย้อนกลับไปรู้จักกับคดีปล้นเครื่องบินปริศนาคดีหนึ่ง เรื่องราวของการบุกปล้นเครื่องบินของสายการบินนอร์ทเวสต์แอร์ไลน์ กับชายปริศนาที่หายตัวไประหว่างการหลบหนี ว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น และปัจจุบันทางการของประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถพบเบาะแสอะไรเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ?


----------------------


ย้อนกลับไปในช่วงตอนเย็นของวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1971 มีชายอายุราว 40 ปีคนหนึ่ง แต่งกายอยู่ในชุดสูทเหมือนนักธุรกิจ เดินขึ้นไปทางช่องเคาท์เตอร์ของสายการบินนอร์ทเวสต์แอร์ไลน์ ในเมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน เขาใช้ชื่อในการเดินทางว่า "แดน คูเปอร์" ซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวเพื่อเดินทางจากซีแอทเทิลไปยังวอร์ชิงตัน เป็นลำดับเกือบสุดท้ายของเที่ยวบินเที่ยวนี้


ในขณะที่ทุกคนกำลังรอให้เครื่องบินเทคออฟ ชายคนนี้ได้สั่งเบอร์เบิลผสมโซดามาดื่ม พอเจ้าหน้าที่นำมาเสิร์ฟวางไว้ให้สักพัก เขาก็ทำมันหกไปเกือบครึ่งแก้ว ผู้โดยสารคนอื่นบนเครื่องล้วนเข้าใจว่ามันหกเพราะอุบัติเหตุทั่วไป แล้วแดน คูเปอร์ ก็ได้โบกมือเรียกเจ้าหน้าที่ดูแลการบินชื่อฟอร์เรนซ์ แช็ฟเนอร์ ให้เข้ามาหาเพื่อบอกอะไรบางอย่าง พอเธอมาถึงชายคนนี้ได้ส่งกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งให้กับเธอ ในนั้นเขียนข้อความเอาไว้ว่า

“ผมมีระเบิด และพร้อมจะใช้มันถ้าจำเป็น นี่คือการไฮแจ็ค กรุณานั่งลงข้าง ๆ ผมเดี๋ยวนี้ !!!”

ฟรอเรนซ์ได้ส่งมันให้กับเจ้าหน้าที่ติดตามชื่อทีน่า มัคคลาว ซึ่งเธอก็ได้รีบส่งมันให้กับนักบิน จากนั้นแดน คูเปอร์ก็ได้ขอให้พวกเขาเขียนคำตอบกลับมา โดยคำตอบนั้นไม่มีผู้ใดทราบว่าคืออะไร

ฟลอเรนซ์ แชฟเนอร์นั่งลงข้าง ๆ แดน คูเปอร์ตามคำขอ จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเปิดให้เธอดูข้างใน ภายในกระเป๋าใบนี้มีแท่งวัสดุสีแดงต่อสายเข้ากับแบตเตอรี่ พอให้ดูเสร์จเขาก็สั่งให้เธอทำตามคำขอของเขา

“เอาเจ้าสิ่งนี้ไป ผมต้องการเงินสดจำนวนสองแสนดอลลาร์ภายในห้าโมงเย็นวันนี้ เอาเงินใส่ไว้ในเป้ ผมต้องการร่มชูชีพพร้อมร่มสำรองอย่างละ 2 ชุด พอพวกเราถึงที่หมาย ผมต้องการรถบรรทุกน้ำมันพร้อมน้ำมันเต็มถัง ห้ามเล่นตลกหรือลองดีโดยเด็ดขาด !!!”

แชฟเนอร์รีบส่งข้อความของคนร้ายให้นักบินทราบทันที ในตอนนี้ยังไม่มีผู้โดยสารคนใดรู้เรื่อง ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความสงบเยือกเย็น แดน คูเปอร์พูดอีกว่า ถ้าทุกคนปฎิบัติตามเกมของเขาครั้งนี้ เขาจะปล่อยทุกคนบนเครื่องบินให้เป็นอิสระ ยกเว้นเจ้าหน้าที่การบิน

หลังจากทางสายการบินได้รับทราบเรื่อง พวกเขาจึงรีบติดต่อขอคำแนะนำจาก FBI ทันที ซึ่งทาง FBI เองก็ได้แนะนำให้ทางสายการบินยอมรับข้อตกลงจากโจรปล้นเครื่องบินรายนี้ และรีบเบิกเงินจากธนาคารซีแอทเทิลเฟิร์สเนชั่นแนลออกมา จากนั้นก็รีบใช้เครื่องถ่ายไมโครฟิล์มความเร็วสูง ถ่ายธนบัตรทุกใบเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะโทรศัพท์บอกให้ทางสายการบินจัดร่มชูชีพ 4 ชุดเตรียมเอาไว้

สองชั่วโมงผ่านไป การเตรียมการทุกอย่างจึงลุล่วง ส่วนทางเครื่องบินก็วิ่งออกจากจุดเทคออฟ เพื่อกลับไปเติมน้ำมันเพิ่มจนเต็ม

แดน คูเปอร์สั่งให้นักบินใช้เส้นทางบินตามที่เขากำหนด จากซีแอทเทิลไปยังพอร์ทแลนด์ ผ่านเมืองเมดฟอร์ดสู่เมืองเรดบลัฟฟ์แล้วไปยังเมืองรีโนด้วยระดับความสูง 10,000 ฟิต และห้ามยกเก็บล้อเข้าไปในตัวเครื่องตลอดทาง ซึ่งเครื่องบินลำนี้มันเป็นเครื่องบินโบอิง 727 มีประตูทางเข้าออกอยู่ทางส่วนหาง

พอเขาสั่งนักบินจบ คูเปอร์จึงปล่อยเจ้าหน้าที่ดูแลการบินสองคน พร้อมกับผู้โดยสารทั้งหมดให้ลงไปจากเครื่อง แต่สั่งให้ทีน่า มัคคลาวเจ้าหน้าที่ติดตามให้อยู่บนเครื่อง เพื่อให้เธอช่วยควบคุมจุดทางเข้าออกของเครื่อง

ดูเหมือนคูเปอร์จะกังวลเกี่ยวกับเงินที่ได้มา เพราะมันไม่ได้บรรจุไว้ในกระเป๋าเป้ตามที่เขาสั่ง นั่นจึงทำให้เขาสวมร่มชูชีพในทันที ตอนนั้นทีน่าเล่าว่า เธอเข้าใจว่าคูเปอร์น่าจะนำเงินติดตัวไว้แล้ว จนเครื่องบินออกเดินทางไปแล้วครึ่งชั่วโมง คูเปอร์จึงสั่งให้ทีน่าเข้าไปนั่งอยู่กับนักบินในห้องบังคับการ จากนั้นก็บอกให้ปิดประตู แล้วกำชับไม่ให้พวกเขาเปิดมันออกโดยเด็ดขาด

จนถึงเวลาสองทุ่มสิบสามนาที ช่วงระหว่างบินอยู่เหนือน่านฟ้าทางใต้ของวอร์ชิงตัน นักบินได้สังเกตเห็นไฟสัญญาณเตือนแจ้งว่า ตอนนี้บริเวณประตูด้านหลังได้ถูกเปิดออก ความดันในห้องโดยสารลดลง อุณหภูมิในห้องโดยสารลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว

อุณหภูมิภายนอกเครื่องบินตอนนี้อยู่ที่ -23 องศาเซลเซียส ทุกคนในห้องนักบินตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในกันแน่ พวกเขาพยายามบินต่อไปจนถึงเมืองรีโน่ตามที่คูเปอร์สั่ง จากนั้นก็ร่อนเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัย แม้จะเกิดประกายไฟขึ้นที่ส่วนท้าย เพราะทางลงบันไดของประตูหลังถูกเปิดกางทิ้งไว้ขูดกระแทกกับพื้นช่วงขาลง

พอกระบวนการลงจอดจบลง เจ้าหน้าที่ในห้องนักบินพยายามใช้อินเตอร์คอมติดต่อกับคูเปอร์อยู่หลายครั้ง แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมาแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้ทุกคนตัดสินใจเปิดห้องนักบินออกมา และพบว่าตอนนี้คูเปอร์ได้หายตัวไป เหลือทิ้งไว้เพียงเน็กไทแบบใช้คลิปติดกับเสื้อหนึ่งเส้น และก้นบุหรี่ยี่ห้อ Raleigh อีก 1 มวน


ก้นบุหรี่ และเน็กไทที่ ดี.บี. คูเปอร์ ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

นักบินของเครื่อง F-106A จากหน่วยเดลต้าดาร์ท ที่บินแอบซุ่มติดตามเครื่องบินลำเกิดเหตุมาตลอดทาง ก็รายงานว่าไม่มีใครเห็นคนร้ายกระโดดหนีออกมาจากเครื่อง ซึ่งทางนักบินของเครื่องบินลำเกิดเหตุคาดว่าคูเปอร์น่าจะกระโดดลงไปจากเครื่องตั้งแต่เวลาสองทุ่มสิบสามนาที ช่วงเวลาหลังจากดวงอาทิตย์ตกไปแล้วประมาณสามชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่หน่วยติดตามเพิ่งจะบินมาถึง นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่เห็นคนร้ายกระโดดลงจากเครื่องหนีไปนั่นเอง

การค้นหาคนร้ายอย่างละเอียดก็ได้เริ่มต้นขึ้น ทุกที่ที่คาดว่าคูเปอร์น่าจะกระโดดลงไป ไม่เว้นแม้แต่ในบริเวณป่าทึบก็ไม่มีใครพบร่องรอยของเขาเลยแม้แต่น้อย สาเหตุมันก็เป็นเพราะว่าจุดที่คูเปอร์กระโดดลงไปนั้น ไม่มีใครรู้เลยว่าเขากระโดดลงไปตอนไหนและจุดไหน ไม่มีรายงานการพบเจอใด ๆ แม้แต่เศษซากร่มชูชีพ

เจ้าหน้าที่พิเศษและตำรวจพยายามค้นหาแบบปูพรมไปทั่ว แต่เรียกได้ว่าสิ้นหวัง ตามมาด้วยข้อมูลหลอกลวงมากมายจากทางหนังสือพิมพ์ที่เริ่มได้รับจดหมายจากพวกป่วนเมือง แอบอ้างว่าตัวเองเป็นคนร้ายรายนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทาง FBI ก็มองว่าคนพวกนี้เป็นพวกตัวปลอม ต่อมาหนังสือพิมพ์บางแห่งก็เริ่มเรียกชื่อคนร้ายรายนี้เป็นตัวย่อว่า D.B. แทนชื่อเดิมของเขา จนในที่สุดแม้แต่ FBI ก็ยังหลงเรียกชื่อเขาว่า ดี.บี. คูเปอร์ จนเวลาผ่านไปชื่อ D.B. Cooper ก็ถูกใช้เรียกเป็นชื่อของคนร้ายมาจนถึงทุกวันนี้

จดหมายป่วนเมือง

นอกจากชื่อของคนร้ายที่ถูกเรียกผิดเพี้ยนไปแล้ว สื่อหลายแห่งก็ได้บิดเบือนแม้แต่ข้อความที่เขียนลงในกระดาษโน้ต บางแห่งเสนอข่าวว่าคนที่เห็นระเบิดคือทีน่า มัคคลาว ไม่ใช่เฟอเรนซ์ แชฟเนอร์ บางแห่งก็บอกว่าทั้งสองคนเห็นระเบิดพร้อม ๆ กัน แถมสื่อยังเล่นข่าวอย่างสนุกสนานต่อไป

บ้างก็บอกว่าคูเปอร์ล็อกตัวนักบินไว้ให้ห้อง ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนที่เครื่องร่อนลงจอดที่สนามบินเมืองรีโน่ ทุกคนสามารถออกมาจากห้องได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นถ้าเราไปเจอที่แห่งไหนเล่าเรื่องนี้ดูเกินความเป็นจริง นั่นก็หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ตรวจสอบเอกสารจากเอฟบีไอ ไม่ก็แต่งเติมเรื่องราวเพิ่มเข้าไปให้เรื่องนี้มันดูตื่นเต้นสยองขวัญ ราวกับหนังแอคชั่นทริลเลอร์นั่นเอง

เครื่องบินโบอิง 727 ลงจอดด้วยความปลอดภัย

ลูกเรือที่อยู่ในเครื่องบินลำเกิดเหตุ

และความเป็นจริงในคดีปล้นเครื่องบินครั้งนี้ ก็ได้ถูกคลี่คลายไปบางส่วนเมื่อปี ค.ศ. 1980 เมื่อเด็กชายไบรอัน อินแกรม อายุ 8 ปี ได้พบหลักฐานสำคัญในช่วงที่เขามาปิคนิคกับพ่อแม่ มันคือธนบัตรใบละ 20$ จำนวน 3 ปึก นับรวมแล้วได้ประมาณ 5,800$ แต่ละมัดถูกมัดด้วยยางรัดประทับตราธนาคารโคลัมเบียริเวอร์ ขอบธนบัตรอยู่ในสภาพผุพังไปตามกาลเวลา หมายเลขบนธนบัตรทุกใบล้วนตรงกันกับของทาง FBI ที่เคยถ่ายภาพหลักฐานเก็บเอาไว้ นั่นก็หมายความว่าคูเปอร์ได้กระโดดลงจากเครื่องบินในคืนวันนั้นจริง ๆ

ธนบัตรที่พบมีหมายเลขเดียวกับ FBI ให้คนร้าย

การตรวจสอบคราบตะกอนบนธนบัตรก็ได้ทางคณะธรณีวิทยาของมหาวิทยาลัยพอร์ทแลนด์นำไปตรวจสอบแล้วได้ผลออกมาว่า มันเป็นคราบที่เกิดจากธรรมชาติ ไม่ใช่เกิดจากการขุดกลบฝังอย่างจงใจแต่อย่างใด

แต่พอรูปคดีเริ่มมีคำตอบ ก็ต้องมีคนตั้งคำถามใหม่ขึ้นมาเช่น เป็นไปได้หรือเปล่าว่าคูเปอร์ทิ้งธนบัตรทั้งสามปึกนี้เอาไว้ และเงินทั้งหมดอาจจะถูกซุกซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่ง เพื่อรอการกลับไปค้นพบภายหลัง

แล้วแดนคูเปอร์ทิ้งหลักฐานอะไรไว้อีก เพราะลายนิ้วมือที่ถูกพบบนธนบัตรกว่า 66 ลายนั้น ไม่มีลายไหนตรงกับลายนิ้วมือบนคลิปติดเน็กไทที่คูเปอร์ทิ้งเอาไว้ในปี ค.ศ. 1971 เลย โดยในปี ค.ศ. 2007 ที่ผ่านมา FBI ได้ประกาศออกมาแล้วว่ามีการพบร่องรอยของ DNA อยู่เล็กน้อยบนคลิปของเน็กไทดังกล่าว และถึงมันจะเป็นข้อมูล DNA เพียงบางส่วนแต่ก็แทบไม่มีประโยชน์เลย เพราะอย่างแรกพวกเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันเป็นของแดน คูเปอร์ อย่างที่สองที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถยืนยันได้มันก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่รู้ว่าจะเอา DNA ไปเทียบกับใคร

จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 2009 ทาง FBI จึงอนุญาตให้นักสืบเอกชนนำคลิปติดเน็กไทชิ้นนี้ ไปทดสอบด้วยกระบวนการอิเล็คตรอนไมโครสคอปปี้ แล้วก็ได้พบกับอนุภาคของบิสมัธ อลูมินัม และไทเทเนี่ยมติดอยู่ ซึ่งมันได้บ่งชี้ไปถึงตัวคนร้ายว่า เขาน่าจะเคยทำงานเกี่ยวกับสารเคมี ไม่ก็งานเกี่ยวกับโลหะ หรืองานเกี่ยวกับการผลิตอะไรบางอย่าง ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ แต่ก็ไม่รู้จะไปสืบต่อได้ที่ไหน

แต่ความจริงที่เกิดขึ้นมันก็มีเพียง FBI สามารถลบผู้ต้องสงสัยจำนวนกว่า 1,400 คน ทิ้งไปจากรายงานได้ทันที เพราะเหล่าผู้ต้องสงสัยเหล่านั้นก็คือ กลุ่มพวกจิตป่วนที่แอบอ้างส่งจดหมายให้กับหนังสือพิมพ์ บอกว่าตัวเองคือ D.B. Cooper จอมโจรสลัดอากาศผู้เก่งกาจคนนั้น ซึ่งทาง FBI สามารถชี้ชัดได้เลยว่า ทุกคนที่แอบอ้างนั้นไม่ใช่ตัวจริงเลยแม้แต่รายเดียว ในขณะที่หนังสือรวมถึงเว็บไซต์หลายแห่งได้ออกมาบอกกันว่า พวกเขารู้ตัวคนร้ายตัวจริงกันแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร หลอกให้คนมาซื้อหนังสือหรือกดคลิกเข้าไปอ่านบนเว็บไซต์ให้ต้องอ้างว้างเดียวดาย ราวกับกระต่ายถูกทิ้งไว้บนดวงจันทร์ให้ตำข้าวอยู่เพียงลำพัง

นอกจากความสับสนเพราะสื่อพยายามขายข่าวแล้ว ก็มีหลายแห่งตั้งทฤษฎีเพื่อช่วยทำให้คดีสับสนขึ้นไปอีก ยกตัวอย่างเช่น คูเปอร์นั้นเป็นชาวแคนาเดียน เหตุผลนั่นก็เป็นเพราะชื่อที่เขาใช้มันเป็นชื่อที่นำมาตัวละครชาวแคนาเดียนตัวหนึ่ง ที่อยู่ในการ์ตูนเรื่องหนึ่งของชาวเบลเยี่ยม โดยมันถูกวางขายเป็นภาษาฝรั่งเศสอยู่ในประเทศแคนาดา รวมไปถึงการอ้างว่าคูเปอร์ได้ร้องขอว่าเขาต้องการสกุลเงินของอเมริกัน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คนอเมริกันไม่น่าจะพูดออกมาแบบนั้น แล้วก็สรุปว่า D.B. Cooper ต้องเป็นคนแคนาเดียนอย่างแน่นอน

พอเริ่มมีคนคิดทฤษฎีขึ้นมาแล้ว ทฤษฎีสมคบคิดมากมายอื่น ๆ ก็ถูกสร้างตามมาเช่น แท้ที่จริงแล้วการปล้นเครื่องบินครั้งในนั้น มันเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อใช้เป็นการจ่ายค่าจ้างการลอบสังหารประธานาธิปดีจอหน์ เอฟเคนเนดี้ ซึ่งมือปืนในคดีครั้งนั้นก็คือ D.B. Cooper นั่นเอง

บางคนเชื่อว่าสาเหตุการปล้นเครื่องบินครั้งนี้เป็นเพียงสิ่งที่รัฐบาลจัดฉากขึ้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากกรณีสงครามเวียดนามอันน่าอับอาย ซึ่งทั้งสองทฤษฎีที่ยกมานั้นล้วนขาดหลักฐานสนับสนุนโดยสิ้นเชิง

แต่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่เราควรจะรู้ก็คือ หลังจาก D.B. Cooper ปล้นเครื่องบินเสร็จ เครื่องบินลำเกิดเหตุนั้นก็ยังคงถูกนำมาบริการผู้โดยสารต่อไปโดยสายการบินเดิม จนถึงปี ค.ศ. 1978 จึงถูกขายต่อไปยังสายการบินพีดมอนต์แอร์ไลน์ หกปีต่อมาทางพีดมอนต์ก็ขายมันต่อไปให้บริษัทเช่าเครื่องบินเหมาลำชื่อคีย์แอร์ไลน์ และเปลี่ยนหมายเลขเครื่องใหม่เป็น N29KA โดยได้ทางกองทัพอากาศของสหรัฐอเมริกาเป็นผู้เช่าเหมาต่อไปอีกทีจนถึงปี ค.ศ. 1991 และมันก็ได้ถูกใช้งานให้บินไปทุกที่ที่กองทัพอากาศต้องการ แต่ไม่มีรายงานบันทึกว่ามันเคยบินไปแอเรีย 51 อย่างที่สื่อบางแห่งเคยรายงานแต่อย่างใด

จะว่าไปแล้ว ดี.บี. คูเปอร์ ได้ทิ้งตำนานไว้สองเรื่อง เรื่องแรกก็คือ ในปี ค.ศ. 1972 ทางสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของอเมริกาได้สั่งให้เครื่องบิน 727 ทุกลำต้องติดอุปกรณ์เสริมชื่อว่า "ใบพัดคูเปอร์" เพื่อไว้ใช้ตรวจสอบแรงดันอากาศ ป้องกันไม่ให้ประตูบันไดขึ้นลงทางด้านหลัง สามารถเปิดออกได้ในขณะที่กำลังบินอยู่

"ใบพัดคูเปอร์"

อีกเรื่องก็คือนักสเก็ตช์ลีลากลางอากาศได้คิดมุกตลกจากอุปกรณ์นี้ มาใช้พูดติดตลกกันในกลุ่มของพวกเขา โดยจะนำมุกนี้มาใช้พูดกันเมื่อพวกเขาต้องขึ้นเครื่องบินรุ่นนี้ในการกระโดด โดยจะพูดกันว่า "เจ้าระบบควบคุมบันไดขึ้นลงด้วยใบพัดคูเปอร์ตัวนี้ มันได้รับการรับรองจาก ดี.บี. คูเปอร์ มาแล้ว..ไม่ต้องห่วง"

แล้วตกลงแดน คูเปอร์ หรือดี.บี. คูเปอร์ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ? เขารอดชีวิตจากการกระโดดเครื่องบินนั้นหรือเปล่า ? มันก็ยังไม่มีใครให้คำตอบได้มาจนถึงทุกวันนี้ และเราก็คงต้องรอหลักฐานใหม่ ๆ กันต่อไป ซึ่งถ้าเขายังคงมีชีวิตอยู่นั่นก็หมายความว่า ดี.บี. คูเปอร์ คือสลัดอากาศผู้ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในช่วงคริสต์ศตรวรรษที่ 20 เป็นจอมโจรเพียงผู้เดียวที่ทำให้ FBI ต้องโยนผ้าขาวยอมแพ้ไปอย่างหมดท่า

ซึ่งมิติที่ 6 เอง ก็อยากจะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กับท่านผู้ชมเช่นกันว่า ดี.บี. คูเปอร์คนนี้ เขาจะหนีไปได้จริงหรือไม่ ? ถ้าเขาไม่ได้หนีไปแล้วเขาอยู่ที่ไหน ? หรือเขาตายไปตั้งแต่การกระโดดลงไปจากเครื่องบิน ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บสุดขั้วไปแล้ว หรือว่ากำลังมีความสุขกับเงินทั้งหมดไปแล้วกันแน่ !?



หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรืออย่าลืมทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา

แท็ก: D.B. Cooper, D B Cooper, Mystery, ดี.บี. คูเปอร์, ดีบี คูเปอร์, แดน คูเปอร์, จอมโจร, สลัดอากาศ