ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 เดวิด ปาร์กเกอร์ เรย์ นักฆ่ากล่องของเล่น (The Toy Box Killer) !!!




มนุษย์เราทุกคนล้วนมีจินตนาการ มีความชอบ มีโลกส่วนตัว บางคนก็อาจมีของที่ชอบเก็บใส่กล่องเอาไว้เพื่อที่จะได้หยิบมันขึ้นมาดู ไม่ก็ชวนเพื่อนๆ ที่มีความชอบเหมือนกัน ให้แวะมาจับต้องสัมผัสกับของสะสมที่ตัวเองเก็บเอาไว้ในกล่องใบนั้น
มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาไปยังรัฐนิวเม็กซิโกประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อไปพบกับชายคนหนึ่งที่สามารถสานต่อในสิ่งตัวเองชอบให้กลายเป็นความจริง ความฝันในการมีกล่องของเล่นสักใบเอาไว้ชวนเพื่อนๆ ให้แวะมาชื่นชม เพียงแต่ของเล่นในกล่องใบนี้ มันกลับกลายเป็นของเล่นวิปริตสำหรับผู้ใหญ่ ที่เอาไว้ใช้สำหรับกระทำทารุณกรรมต่อหญิงสาวจำนวนมากมาย และมันได้ทำให้ชายคนนี้ได้รับสมญานามประจำตัว จารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของอาชญากรวิปริตอีกคนหนึ่งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา

"เดวิด ปาร์กเกอร์ เรย์"

เดวิด ปาร์กเกอร์ เรย์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1939 ที่เมืองเบเลนรัฐนิวเม็กซิโก เดวิดมีน้องสาว 1 คน แต่ก็ถูกคุณย่าจับแยกไปเลี้ยงอยู่กับท่าน นั่นจึงทำให้ชีวิตวัยเด็กของเดวิดต้องอาศัยอยู่กับคุณปู่สุดโหด ผู้ชอบใช้ความรุนแรงจนแม้แต่ภรรยายังต้องจากไป

เดวิดมักจะเห็นคุณปู่ทำร้ายลูกชายอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก็แน่นอนว่าลูกชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใคร เขาก็คือพ่อของเดวิดนั่นเอง ทำร้ายลูกยังไม่พอคุณปู่ก็ยังลามมาทำร้ายหลาน ซึ่งก็หมายถึงตัวเดวิดไปอีกคน ส่วนพ่อของเดวิดเองหลังจากถูกกระทำจากคุณปู่ เขาก็พาลมาลงที่ลูกชายซ้ำไปอีกระลอก นั่นจึงทำให้เดวิดต้องเติบโตขึ้นมากลายเป็นเด็กขี้กลัวไม่กล้าสู้ใคร พอไปโรงเรียนที่เมาเทนแอร์ไฮสกูลในรัฐนิวเม็กซฺิโก ก็ยังโดนเพื่อนๆ แกล้งให้ได้อับอายต่อหน้าเพื่อนหญิงอยู่บ่อยครั้ง

พอชีวิตย่างเข้าสู่วัยรุ่น พ่อของเดวิดก็กลายเป็นพวกขี้เมา เห็นแบบนั้นเดวิดก็เลยผันตัวเองมาเป็นพวกขี้เมาหยำเปตามพ่อไปด้วย จนสุดท้ายก็พัฒนาไปเป็นการติดยา นั่นจึงทำให้ในหัวของเขาเริ่มจะมีจินตนาการเกี่ยวกับเรื่องวิปริตหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเรื่องข่มขืน ทรมาน หรือแม้แต่การฆาตกรรมหญิงสาว

โดยเรื่องนี้ถูกเปิดเผยจากน้องสาวของเขาที่ได้ไปพบกับสมุดวาดภาพของพี่ชาย ที่ภายในนั้นมีแต่ภาพวาดแนวซาดิสม์รวมถึงภาพโป๊แนววิตถารเกินกว่ามาตรฐานทั่วไป เพียงแต่ทุกความปรารถนาของเดวิดในตอนนั้น มันก็เป็นเพียงแค่เรื่องในจินตนาการที่เขาปลดปล่อยออกมาด้วยการวาดและสะสมภาพเพียงเท่านั้น

พอเดวิดเรียนจบไฮสกูล เขาก็ได้สมัครเข้าไปเป็นทหารทำงานอยู่ในแผนกช่างยนต์ แต่ทำงานได้ไม่นานทางกองทัพก็ได้ปลดประจำการเขา ต่อมาเดวิดก็ได้แต่งงาน เพียงแต่ก็แต่งๆ เลิกๆ กันไปถึง 4 ครั้ง และผลจากการแต่งงานมันก็ทำให้เขาได้ลูกสาวมา 2 คน โดยตัวของเขารับเลี้ยงดูไว้ได้เพียงคนเดียว

ว่ากันว่าในช่วงปลายยุคปี ค.ศ. 1950 นั้น เดวิด ปาร์กเกอร์ เรย์ที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองอีเลฟเฟนบิวท์รัฐนิวเม็กซิโก และเริ่มสานต่อ ในสิ่งที่เขาชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนไฮสกูล นั่นก็คือการใช้เงินที่ตัวเองเก็บสะสมจากการทำงาน เอาไปซื้อรถเทรลเลอร์ที่พ่วงบ้านเคลื่อนที่มาใช้ในราคาหนึ่งแสนเหรียญ จากนั้นก็ค่อยๆ ดัดแปลงภายในของมันให้กลายเป็นสิ่งที่เขาปรารถนา เพื่อพาหญิงสาวที่เขาหมายตาเข้ามาสนุกกับสิ่งที่เขาได้ตระเตรียมไว้ โดยเขาเรียกรถเทรลเลอร์คันนี้ว่า “ทอยบ็อกซ์” หรือ “กล่องของเล่นนั่นเอง”

"ทอยบ็อกซ์"


ภายในรถเทรลเลอร์คันนี้มีสิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโซ่ แซ่ กุญแจมือ ชุดหนังเข็มขัด ขาหยั่ง มีดผ่าตัด เข็มฉีดยา ไม่เว้นแม้แต่เลื่อย ซึ่งเดวิดเรียกพวกมันว่าเพื่อน ซึ่งเพื่อนๆ ของเดวิดเหล่านี้เขาใช้งานมันมาแล้วหลายปี ตั้งแต่ช่วงที่ยังอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมจนย้ายมาอาศัยอยู่ในอีเลฟเฟนบิวท์ สะสมมาเรื่อยๆ จากการช่วยเหลือของเหล่าผู้ที่สมรู้ร่วมคิดกับเขา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ รวมไปถึงเหล่าผู้หญิงที่เขาเคยคบมา


โดยเจ้ากล่องของเล่นใบนี้ มันน่าจะเรียกว่าห้องทรมานถึงจะถูกต้อง เพราะนอกจากจะมีเหล่าเครื่องทรมานทางเพศสารพัดรูปแบบแล้ว ก็ยังมีกระดานสำหรับติดแผนผังบอกรายละเอียด รวมไปถึงตารางระบุเทคนิคในการสร้างความเจ็บปวดต่างๆ นาๆ มีแม้กระทั่งเครื่องผลิตกระแสไฟที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง เพื่อเอาไว้ใช้ประกอบการทรมาน แถมยังมีกระจกติดเอาไว้ด้านบนของโต๊ะขาหยั่ง เพื่อให้เหล่าเหยื่อที่ถูกนำมานั่งบนโต๊ะตัวนี้สามารถมองเห็นทุกๆ อย่างที่ตัวเองถูกกระทำ โดยในบางครั้งเดวิดก็มักจะบันทึกเสียงช่วงเวลาที่เขาทรมานเหยื่อเก็บเอาไว้อีกด้วย





ลำพังถ้าแค่สร้างกล่องของเล่นขึ้นมาใช้กับเหล่าเพื่อนหญิงที่มีรสนิยมเหมือนๆ กันกับเขามันก็คงจะไม่มีอะไร เพียงแต่ในช่วงเวลานั้นเดวิดกลับมีความต้องการใช้ของเหล่านี้กับเหยื่อที่ไม่เต็มใจจะร่วมกิจกรรมของเขาด้วย นั่นจึงทำให้เขามักจะออกไปล่าเหยื่อหญิงสาว จากสถานที่ต่างๆ มาทำเป็นของเล่นอยู่บ่อยครั้ง

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาทำมาแล้วกี่ครั้ง แต่ในครั้งสุดท้ายเดวิดที่ในตอนนั้นเขาได้คบหากับซินดี้ เฮนดี้ หญิงสาวที่มีรสนิยมชอบความซาดิสม์คล้ายๆ กันกับเดวิดและเป็นหนึ่งในผู้คอยให้คำปรึกษาในการพัฒนากล่องของเล่นของเขา ได้ตกลงกันไว้ว่าจะให้เดวิดออกไปหาเหยื่อมาร่วมสนุกในกล่องของเล่นใบนี้สักคนหนึ่ง

"ซินดี้ เฮนดี้" แฟนสาวผู้สมรู้ร่วมคิด

ซึ่งเดวิดก็ได้ขับรถเทรลเลอร์ของเขาออกไปหาเหยื่อ และเขาก็ได้พบกับซินเธีย ไวกิล ในบริเวณที่จอดรถแห่งหนึ่ง พอสบโอกาสเดวิดจึงออกอุบายเดินเข้าไปประกบตัวซินดี้ แล้วบอกกับเธอว่าเขาคือเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ และบอกว่าตอนนี้เธอได้ถูกจับในข้อหาค้าประเวณี จากนั้นก็จับซินเธียใส่กุญแจมือโยนเธอขึ้นรถเทรลเลอร์ แล้วก็ขับกลับไปยังที่พักของเขาในเมืองอีเลฟเฟนบิวท์ซีเอร่าเคาน์ตี้รัฐนิวเม็กซิโก

"ซินเธีย ไวเกิล" ผู้พบกับความอัปยศไปตลอดชีวิต

ตลอด 3 วันที่ซินเธียถูกจองจำอยู่ในกล่องของเล่นใบนี้ เธอทั้งถูกเดวิดข่มขืน ทารุณกรรมสารพัดรูปแบบ ยากเกินกว่าจะบรรยายออกมาให้ครบถ้วนได้ และนอกจากเธอจะถูกกระทำอย่างทารุณแล้ว เดวิดยังบังคับให้เธอเสพยาบางอย่าง เพื่อให้เธอไม่สามารถดิ้นรนขัดขืนต่อการกระทำอันโหดร้ายของเดวิดได้

โดยสามวันต่อมา วันนั้นตรงกับวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 1999 ซินเธียสบโอกาสช่วงเวลาที่เดวิดออกไปทำงาน ตอนนั้นเธออยู่ในสภาพถูกจองจำด้วยโซ่ที่ผูกล่ามเอาไว้ แต่มันก็เป็นเพียงโอกาสเดียวที่น่าจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง เธอพยายามเอื้อมมือไปหยิบลูกกุญแจที่ซินดี้แฟนผู้สมรู้ร่วมคิดของเดวิด ลืมวางทิ้งไว้บนโต๊ะใกล้ๆ กัน เพราะตัวเองต้องรีบออกไปรับโทรศัพท์ในห้องข้างๆ พอซินเธียคว้าลูกกุญแจมาได้เธอก็รีบจัดการไขกุญแจออกทันที แต่ยังไม่ทันไรซินดี้ก็กลับเข้ามาเห็นพอดีอีก นั่นจึงทำให้ทั้งคู่ต่อสู้กันราวกับฉากหนึ่งในภาพยนต์แอคชั่นเลยทีเดียว

เพราะในขณะที่กำลังวุ่นวายอยู่นั้น ซินดี้ก็คว้าเอาโคมไฟมาประเคนใส่หัวของซินเธียจนแตก แต่ซินเธียที่ตอนนี้ไม่มีกุญแจล่ามโซ่ไว้แล้วก็คว้าเหล็กสำหรับแทงน้ำแข็งมาเสียบเข้าที่คอของซินดี้ทันที นั่นจึงทำให้ซินดี้หมดแรงล้มลงไปกองกับพื้น ส่วนซินเธียก็รีบฉวยโอากาสนี้หนีรอดออกมาจากเจ้ากล่องนรกไปได้ ทั้งๆ ที่ตัวของเธอนั้นยังคงอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า และที่คอของเธอก็ยังคงมีปลอกคอล่ามโซ่เหล็กคาอยู่แบบนั้น

ซินเธียวิ่งหนีมาจนถึงถนน เธอร้องขอความช่วยเหลือมาจนพบกับชาวบ้านคนหนึ่ง และเธอก็ได้รับการช่วยเหลือก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของการตามล่าตัวเดวิดและพรรคพวกของเขามาดำเนินคดีนั่นเอง

หลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามจับตัวเดวิด ปาร์กเกอร์ เรย์ และซินดี้ เฮ็นดี้มาได้ ทั้งสองรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพวกเขาได้จับตัวซินเธียมากักขังทารุณกรรมจริง ส่วนยาที่บังคับให้ซินเธียเสพนั้นมันก็คือเฮโรอีน

พอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในรถเทรลเลอร์ของเดวิด พวกเขาก็ถึงกับตะลึงกับเครื่องไม้เครื่องมือมากมาย ที่ไม่คิดว่าจะมีใครที่ไหนจะสามารถสะสมอุปกรณ์วิปริตวิตถาร เพื่อเอาไว้ใช้ในกิจการทางเพศได้มากมายขนาดนี้ นั่นจึงทำให้เดวิดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทารุณกรรมซินเธีย ไวกิล และนำตัวไปฝากขังเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ต่อมาข่าวการจับกุมตัวทั้งสองก็ถูกสื่อต่างๆ นำไปตีข่าว และมันก็ได้ทำให้มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อแองเจลิก้า มอนทาโน่  เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยรายละเอียดการถูกกระทำทารุณกรรมคล้ายๆ กับคดีของซินเธีย ไวกิล โดยเธอบอกว่าตัวเองนั้นถูกจับไปก่อนคดีของซินเธียเพียงไม่กี่วันแต่ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ให้ความสำคัญในคดีของเธอและไม่ได้คิดจะสืบสวนความจริงให้กระจ่างแต่อย่างใด

"แองเจลิก้า มอนทาโน่"

ในขณะที่เจ้าที่ตำรวจอีกฝั่งได้เข้าตรวจค้นภายในกล่องของเล่นของเดวิดกันต่อ พวกเขาได้พบกับวิดีโอบันทึกผลงานทารุณกรรมเหยื่อของเขาชิ้นหนึ่ง ที่ถูกถ่ายทำเอาไว้ในช่วงปี ค.ศ. 1996 เช่นเดียวกัน ภายในบันทึกนั้นปรากฏภาพหญิงสาวคนหนึ่ง เธอมีตำนิเป็นรอยสักที่ข้อเท้า ซึ่งมันได้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบไปจนพบว่าเธอก็คือเคลลี่ การ์เรตต์ และยังคงมีชีวิตอยู่ที่โคโลราโด นั่นจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเธอมาสอบสวน โดยเคลลี่ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า

"เคลลี่ การ์เรตต์"

วันนั้นตรงกับวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1996 เธอทะเลาะกับสามีก่อนที่จะออกไปเที่ยวในเวลากลางคืน วันนั้นลูกสาวของเดวิดชื่อเกลนด้า จีน หรือเจสซี่ เรย์ ซึ่งเป็นเพื่อนของเคลลี่ ได้พาเธอไปที่บลูวอเธอร์ซาลูน มันเป็นสระน้ำภาคค่ำที่อยู่ภายในคลับสปาทีออร์ซี และสั่งเบียร์มาให้เธอดื่มจนเมา พอขากลับเธอเดินไปที่จอดรถ เธอก็ถูกเดวิดลอบทำร้ายจากทางด้านหลังจนสลบ จากนั้นเธอก็ถูกนำตัวไปขึ้นรถเทรลเลอร์ จับใส่ปลอกคอล่ามโซ่เหมือนสุนัข เดวิดข่มขืนทั้งๆ ที่เธอยังสลบอยู่ พอเธอฟื้นขึ้นมาเธอก็ถูกบังค้บให้เสพยา สลับกับการข่มขืนต่อเนื่องติดกันถึง 2 วันจนหนำใจ

ต่อมาเดวิดก็ตัดสินใจใช้มีดปาดคอของเคลลี่แล้วโยนร่างของเธอทิ้งไว้ข้างทางแถวคาบาลโล่ ซึ่งโชคยังดีที่จริงๆ แล้วเธอยังคงมีชีวิตอยู่ และมีพลเมืองดีผ่านมาพบนำตัวเธอโรงพยาบาล โดยในตอนนั้นเธอพยายามเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทั้งสามีและเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ แต่ก็กลายเป็นว่าไม่มีใครเชื่อว่าเธอโดนทำร้ายแบบนั้นมาจริงๆ เพราะสามีนั้นเชื่อว่าเคลลี่น่าจะแอบไปมีกิ๊กตั้งแต่คืนที่ทะเลาะกันกับเขาและยังขอหย่ากับเธอ แถมคดีที่เธอแจ้งความนั้นก็ยังถูกเก็บเข้าแฟ้มปิดตายอีก นั่นจึงทำให้เธอต้องย้ายหนีความอัปยศกลับไปอาศัยอยู่กับคุณแม่ที่โคโลราโด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบกับเธออีกครั้งเพราะวิดีโอเทปหลักฐานม้วนนั้นนั่นเอง

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่ากรณีของเคลลี่ การ์เรตนี้ เดวิดน่าจะต้องการใช้มีดปาดคอสังหารเธออย่างแน่นอน ถ้าเคลลี่เสียชีวิตไปตั้งแต่วันนั้นเดวิดก็คือฆาตกรดีๆ นี่เอง

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนก็ใช้คำให้การของเคลลี่ตามจับกุมตัวตัวผู้สมรู้ร่วมคิดกับเดวิดคนอื่นๆ มาได้อีก 2 คน ซึ่งนั่นก็คือเกลนด้า จีน หรือเจสซี่ เรย์ ลูกสาวของเดวิด และเดนนิส รอย ยานซี่ ซึ่งตัวของเดนนิสนั้นได้รับสารภาพว่าเขาร่วมมือกับเดวิดลักพาตัวอดีตแฟนสาวของตัวเองมาทารุณกรรมอยู่ในกล่องของเล่น ก่อนที่จะสังหารเธอทิ้งด้วยการใช้เชือกรัดคอของเธอจนเสียชีวิตอีกด้วย

"เจสซี่ เรย์" และ "เดนนิส รอย ยานซี่" ผู้ร่วมขบวนการ

กลับมาที่การสอบปากคำเดวิด ตัวของเขาเองได้รับสารภาพว่าเขาเคยมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนหนึ่งชื่อบิลลี่ บาวเวอร์ อดีตหุ้นส่วนธุรกิจ แต่สุดท้ายเดวิดก็ได้สังหารบิลลี่ไปเรียบร้อยแล้ว

พอสอบสวนแล้วพบว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดหลายคนขนาดนี้ ทางเอฟบีไอจึงเข้ามาสนับสนุนการสืบสวนทันที โดยส่งเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบทุกๆ อย่างของเดวิด แต่ก็กลับกลายเป็นว่าหลังจากการสอบสวนหญิงสาวหลายรายที่น่าจะเป็นเหยื่อทารุณกรรมของเดวิดนั้น พวกเธอกลับไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายหรือแม้แต่จะแน่ใจว่าตัวเองถูกทำร้ายกันได้เลย

นั่นก็เป็นเพราะเดวิดเองได้ป้องกันไม่ให้เหยื่อของเขาสามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ด้วยการบังคับให้เหยื่อกินยาลบความจำ โดยเขาได้บันทึกเสียงช่วงเวลาดังกล่าวเอาไว้กับเหยื่อรายหนึ่ง ในเทปม้วนนั้นได้ยินเสียงเดวิดระบุว่ายาดังกล่าวก็คือโซเดียม เพ็นโทธัล และฟีโนบาร์บิโทล โดยในช่วงที่เอฟบีไอสอบสวนหญิงคนหนึ่งนั้น เธอบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอไม่แน่ใจว่าถูกทำร้ายหรือเปล่า เธอจำได้แค่ว่าเคยฝันร้าย แต่พอได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอไปพักหนึ่ง เธอก็เริ่มจำเหตุการณ์เลวร้ายที่เธอลืมไปแล้ว ขึ้นมาได้ทีละนิด ซึ่งสิ่งนี้ก็ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานเพื่อมัดตัวเดวิดได้เลย

นั่นจึงทำให้ต่อมาเดวิดได้ถูกส่งตัวขึ้นพิจารณาคดีไปเพียง 3 คดี โดยคดีแรกก็คือคดีทารุณกรรม ซินเธีย ไวกิล คดีที่สองคือคดีของ แองเจลิก้า มอนทาโน และคดีที่สามก็คือคดีของเคลลี่ การ์เรตต์ นับข้อหารวมแล้วทั้งสิ้น 12 กระทง โดยในช่วงพิจารณาคดีนั้น แองเจลิกา มอนทาโน่ได้เสียชีวิตไปก่อนการพิจารณาคดีของเธอเพราะทานยาเกินขนาด นั่นจึงทำให้คดีของเธอไม่ได้รับการพิจารณาต่อ

ในปี ค.ศ. 1999 เดนนิส รอย ยานซี่ ก็ถูกศาลพิพากษาในคดีฆาตกรรมมาร์รี ปาร์กเกอร์อดีตแฟนของตัวเองภายในบ้านของเดวิด ส่วนซินดี้ เฮ็นดี้แฟนสาวของเดวิดก็ได้รับโทษจำคุก 36 ปี ในข้อหาร่วมกันก่ออาชญากรรมทางเพศ

ช่วงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ในวันพิจารณาคดีของเดวิดวันสุดท้าย แมรี่ เอลเลน โอทูล เจ้าหน้าที่พิเศษเอฟบีไอในเวอร์จิเนีย ได้ขึ้นเบิกความผลการสืบสวนบริเวณบ้านและรถเทรลเลอร์ของเดวิดว่า เธอพบว่าเขาได้ดัดแปลงรถเทรลเลอร์ให้กลายเป็นกล่องของเล่น ที่ภายในเต็มไปด้วยอุปกรณ์วิปริตรวมไปถึงภาพวาดลามกมากมาย และสรุปว่าเดวิดนั้นเป็นอาชญากรเซ็กซ์ซาดิสม์

ภายในกล่องของเล่นใบนี้มีอุปกรณ์หลายอย่างถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ ซึ่งคนแถวนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนองตัณหาของเดวิดตั้งแต่เมื่อไหร่

ในส่วนเหยื่อเคราะห์ร้ายที่เดินทางมาถึงศาล ตั้งแต่ช่วงก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้นนั้น เคลลี่ การ์เรตต์จับมือกับซินเธีย ไวกิล และร้องไห้ออกมาตลอดเวลา เธอต้องการให้เดวิดติดคุกนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอบอกว่าเจ้าโรคจิตคนนี้มันจะต้องหาเพื่อนในคุกไม่ได้สักคน และเธอหวังว่าเดวิดจะต้องถูกจับขังทรมานเช่นเดียวกันกับที่เธอ และเหยื่อคนอื่นๆ ที่ถูกกระทำ

ด้านเคลลี่ การ์เรตต์บอกว่า เธอนั้นไม่ใช่เหยื่อแต่เธอเป็นเพียงผู้รอดชีวิต โดยแม่ของเคลลี่พูดว่า ลูกสาวของเธอยังคงมีกำลังใจที่ดีเพียงแต่เคลลี่สูญเสียความมั่นใจในชีวิตไปหมดสิ้นแล้ว เธอไม่เคยเห็นเคลลี่ยิ้ม ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะเดวิดคนนี้ จะมีเพียงแต่ลูกๆ ของเคลลี่เท่านั้นที่ยังทำให้เธอยังคงอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

คุณย่าของซินเธีย ไวกิลบอกว่า เดวิดนั้นมันไม่ใช่คน และอยากจะถามเดวิดว่า ถ้าลูกสาวของเขาโดนแบบนี้บ้างจะรู้สึกอย่างไร เพราะหลานของเธอต้องตกอยู่ในฝันร้ายทุกคืน เดวิดไม่ได้ทำร้ายเพียงแค่เธอ แต่ทำร้ายทุกคนในครอบครัวของเธอ ทุกวันนี้เธอเฝ้าสวดภาวนาให้ชีวิตที่เหลือของเดวิดต้องพบกับซาตานและถูกเผาผลาญด้วยไฟนรกไปตลอดกาล

ส่วนซินเธียเองก็บอกว่ารอยสักของเธอมันสามารถลบออกได้ แต่รอยแผลในใจมันไม่มีวันหาย เธอเห็นว่ามันไม่มีการลงโทษใดที่จะสามารถชดเชยกับสิ่งที่เธอได้รับ เธอกลัวการถูกผูกห้อยเอาไว้ในที่มืดๆ เป็นอย่างมาก เธอหวังว่าเดวิดจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ภายในห้องขัง และต้องถูกกระทำแบบเดียวกันกับที่เธอได้ประสบมา

พอกลับมาดูที่เดวิดนั้น เขานั่งฟังทุกอย่างโดยไม่แสดงอาการใดๆ จนเมื่อเขาได้โอกาสก็พูดกับศาลว่า รอบตัวของเขานั้นไม่มีใครอยู่ข้างเขาเลยนอกจากทนาย และบอกกับศาลว่าทุกคนล้วนพูดโกหกตีไข่ใส่ความเขากันทั้งสิ้น


เดวิดบอกว่าเขาเพิ่งจะรับทราบว่าลูกสาวของเขานั้นน่าจะได้รับการปล่อยตัวในอนาคตก็จริง แต่ตอนนี้เขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งบ้าน ทั้งรถ และเงินทอง รวมไปถึงสุขภาพของตัวเอง โดยในช่วงตั้งแต่ถูกจับมาสองปีครึ่งนี้ เขาได้รับอนุญาตให้อ่านไบเบิล และได้พูดคุยกับพระเจ้าเท่านั้น ตอนนี้เขามีชีวิตอยู่ภายใต้อุ้งมือของตัวเอง เขาไม่สามารถจะเปลี่ยนอดีตใดๆ ได้ และสิ่งที่ทำได้ตอนนี้ มันก็มีเพียงแค่คำขอโทษเท่านั้น

แต่สุดท้ายเดวิดก็ถูกศาลพิจารณาให้ได้รับโทษจำคุก 224 ปี มีความผิดในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวทรมานทางเพศต่อผู้เสียหายจำนวน 3 ราย


ส่วนเกลนด้า จีน หรือเจสซี่ เรย์ ลูกสาวของเขา ได้รับโทษจำคุก 9 ปี แต่ห้าปีต่อมาเธอก็ได้รับทัณฑ์บนปล่อยตัวออกมาเป็นอิสระ และถูกเจ้าหน้าที่ติดตามควบคุมความประพฤติตลอดเวลา

ในวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 เดวิดถูกส่งตัวไปยังเรือนจำลีเคาน์ตี้ในรัฐนิวเม็กซิโก เพื่อสอบสวนคดีเพิ่มเติม แต่เขากลับเสียชีวิตไปด้วยอาการหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะเดินทางไปถึงที่หมาย นั่นแปลว่าเดวิดนั้นเสียชีวิตหลังจากถูกพิจารณาโทษสูงสุดไปเพียง 8 เดือน ถูกขังอยู่ในคุกเพียง 3 ปีเท่านั้น

ในปี ค.ศ. 2010 เดนนิส ยานซี่ ผู้ร่วมก่อเหตุก็ได้ขอยื่นอุธรณ์คดี หลังจากที่ถูกขังคุกไปแล้ว 11 ปี และได้รับการปล่อยตัวออกมาในปี ค.ศ. 2011 โดยเขาจะต้องทำงานบริการสังคมชดใช้กรรมจนกว่าจะพ้นกำหนดโทษ

ว่ากันว่าเดวิดนั้นน่าจะก่อเหตุกับเหยื่อมาแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ราย เพียงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหาหลักฐานมาดำเนินคดีกับเขาได้เพียง 3 คดี มีผู้คนมากมายรู้สึกว่าเดวิดยังได้รับโทษไม่สาสมกับสิ่งที่เขาได้ก่อเอาไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไร คดีของเดวิด ปาร์กเกอร์ เรย์ ก็กลายเป็นตำนานได้รับสมญานามว่า “นักฆ่ากล่องของเล่น” หรือ “ทอยบ็อกซ์คิลเลอร์” ที่ต่อมาก็มีอาชญากรบางคนนำพฤติกรรมซาดิสม์ของเดวิด มาใช้เลียนแบบเพื่อทำทารุณกรรมกับเหยื่อ โดยมิติที่ 6 จะนำมาเสนอให้ได้รับชมกันในโอกาสต่อไป

แต่สำหรับคดีนี้ มิติที่ 6 ก็อยากจะฝากข้อคิดเกี่ยวกับการออกไปเที่ยวในยามค่ำคืน การคบหาเพื่อนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า หรือแม้แต่การเดินทางไปไหนเพียงคนเดียวว่า มันไม่เคยมีความปลอดภัยที่แท้จริงอยู่บนโลกใบนี้ และถ้าหากเกิดเหตุร้ายขึ้นมา ทุกอย่างมันก็แล้วแต่ดวงชะตาของเรา ว่าจะรอดชีวิตกลับมาหรือจะหายตัวไปตลอดกาล ดังนั้นโปรดระลึกไว้เสมอว่า มีเพียงตัวเราที่จะสามารถป้องกันอันตรายให้กับตัวเอง เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปจนถึงวันสุดท้ายจริงๆ


หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่างๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
1 มีนาคม 2560

ที่มา
Wikipedia - David Parker Ray
Criminal Minds - David Parker Ray
Murderpedia - David Parker Ray

แท็ก : เดวิด ปาร์กเกอร์ เรย์, David Parker Ray, นักฆ่ากล่องของเล่น, The Toy Box Killer, ทอยบ็อกซ์, กล่องของเล่น