ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 เปิดปม คดีฆาตกรรมปริศนา ลิซ่า โฮล์ม !!?




ช่วงประมาณเดือนมิถุนายนจนถึงปลายปี ค.ศ. 2015 เว็บไซต์หลายแห่งในต่างประเทศได้พูดถึงคดีปริศนาคดีหนึ่ง มันเป็นคดีฆาตกรรมที่ถูกนำไปผูกกับคลิปยูทูปคลิปสุดท้ายของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ศพถูกพบหลังจากวันที่เธอได้โพสต์คลิปนี้ไป 13 วัน


มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาท่านผู้ชมไปพบกับคดีที่ถูกพูดถึงอย่างมากคดีหนึ่ง ว่ากันว่ามันเป็นคดีปริศนาที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ ว่าแท้ที่จริงแล้ว..มันคืออะไร ? และมันจะเกี่ยวข้องอะไรกับคลิปปริศนาที่เธอได้โพสต์ไว้ก่อนจะเสียชีวิตหรือไม่ ?

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2015 เว็บไซต์เรดดิตได้มีสมาชิกชื่อ PansarSWE เปิดประเด็นลงในหมวด /r/creepy พูดถึงคดีปริศนาคดีหนึ่ง โดยตั้งหัวข้อพูดถึงกรณีเด็กสาวชาวสวีเด็นเสียชีวิตหลังจากโพสต์คลิปวิดีโอปริศนาลงในช่องยูทูปของเธอไปแล้ว 13 วัน โดยช่องดังกล่าวนั้นใช้ชื่อและนามสกุลเดียวกับเธอนั่นก็คือ ลิซ่า โฮล์ม

"ลิซ่า โฮล์ม"

ลิซ่า โฮล์ม สาวน้อยอายุ 17 ปี เธอหายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2015 และถูกพบอีกครั้งในสภาพเป็นศพเมื่อวันที่ 12 เดือนเดียวกัน โดยกระทู้ในเว็บไซต์เรดดิทนั้น ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรไว้มากกว่านี้ และมันก็ได้ทำให้สมาชิกหลาย ๆ คนให้ความสำคัญไปที่คลิปสุดท้ายบนเว็บไซต์ยูทูปของเธอ ซึ่งคลิปดังกล่าวนั้นถูกอัพโหลดไว้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ชื่อคลิปว่า “13” โดยในคลิปดังกล่าวเป็นคลิปนาฬิกาจับเวลากำลังนับถอยหลังตั้งแต่ 1 นาที และจบคลิปไปในช่วงนับถอยหลังถึงวินาทีที่ 50

ทุกคนต่างก็บอกว่าเธอเสียชีวิตหลังจากคลิปนี้ถูกอัพโหลดไป 13 วัน แต่ถ้าเรานับวันกันจริง ๆ เธอน่าจะเสียชีวิตไป 14 วันถึงจะถูกต้อง แต่อาจจะเพราะชื่อคลิปที่เธอตั้งไว้ว่า 13 นั้น มันน่าจะดูเข้าท่ากว่าที่จะบอกว่าเธอเสียชีวิตเมื่อผ่านไป 13 วัน และมันจะได้ทำให้เรื่องราวการเสียชีวิตของเธอดูเป็นปริศนา ที่เกี่ยวข้องกับอาถรรพ์หมายเลข 13 ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะหลังจากที่กระทู้บนเว็บไซต์เรดดิทถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีการนำเรื่องราวการเสียชีวิตของลิซ่า โฮล์ม มาเล่าต่อกันในรูปแบบของคดีฆาตกรรมที่น่าจะเกี่ยวข้องกับอาถรรพ์หมายเลข 13 โดยเรื่องราวของเธอถูกตัดจบอยู่ที่ มันเป็นคดีที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ ตลอดปี ค.ศ. 2016 ที่ผ่านมา

แต่แท้ที่จริงแล้วคดีของเธอมันคืออะไรกันแน่ ? ลิซ่า โฮล์มเป็นใคร ? เธอถูกใครฆ่า ? และคลิปยูทูปที่ถูกพูดถึงนั้น มันเกี่ยวข้องอะไรกับการเสียชีวิตของเธอหรือไม่ ?

หลังจากมิติที่ 6 ได้พูดคุยกับท่านผู้ชมที่ยกเรื่องราวนี้มาสอบถาม เราก็ได้ค้นหาข้อมูลจากหลาย ๆ แห่ง และพบว่าคดีฆาตกรรมลิซ่า โฮล์มนั้นไม่ได้ถูกทิ้งให้กลายเป็นคดีปริศนาเพราะหาคำตอบไม่ได้แต่อย่างใด และเรื่องราวต่อไปนี้มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ตั้งแต่วันที่เธอหายตัวไป

ลิซ่า โฮล์ม เป็นเด็กสาววัยรุ่นชาวสวีเด็น อายุ 17 ปี เธอคือเด็กวัยรุ่นธรรมดา ๆ มีนิสัยขี้อาย และไม่ค่อยชอบพูดคุยกับคนแปลกหน้า เธอทำงานพิเศษช่วงซัมเมอร์เป็นพนักงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านกาแฟและเบเกอรี่ชื่อคาฟีพาโครสเตร็ท ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบลอมเบิร์กจังหวัดเวสตาย็อตตาแลนด์ ประเทศสวีเด็น (Blomberg, Västra Götalands Län, Sweden) เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10:00น. - 18:00น. โดยในวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2015 นั้น มีพยานพบเห็นครั้งสุดท้ายว่าเธอมาทำงานที่ร้านกาแฟแห่งนี้ตามปกติ โดยในวันดังกล่าวหลังจากที่ลิซ่าปิดร้านเสร็จในเวลา 18:23น. เธอได้ส่งข้อความจากโทรศัพท์มือถือของเธอ เพื่อบอกกับพ่อแม่ที่รออยู่ที่บ้านในเมืองสโควฟเด (Skovde) ในจังหวัดเดียวกัน โดยเธอพิมพ์บอกพวกท่านว่า ตอนนี้เลิกงานแล้วและเธอกำลังจะขี่จักรยานยนต์กลับบ้าน

"ร้านกาแฟคาฟีพาโครสเตร็ท" ที่ลิซ่าหายตัวไป

แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานผิดปกติ เธอก็ยังกลับมาไม่ถึงบ้านเสียที นั่นจึงทำให้พ่อของลิซ่า ตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์วิ่งออกจากบ้านไปตามเส้นทางสู่ร้านกาแฟด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากเขารู้ดีว่าลิซ่าลูกสาวของเขายังขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เก่ง โดยเขาเองก็คาดาว่าน่าจะพบลิซ่ากำลังขี่มอเตอร์ไซค์สวนทางกลับมาในระหว่างทางแน่ ๆ จนกระทั่งพ่อของเธอวิ่งไปถึงร้านกาแฟ เขาถึงได้พบว่ามอเตอร์ไซค์ของเธอยังคงจอดอยู่โดยที่ตัวรถยังมีกุญแจเสียบคาเอาไว้ นั่นจึงทำให้พ่อของลิซ่าลงจากรถแล้วเดินค้นหาเธอรอบร้าน จนถึงเวลา 21:47น. พ่อของเธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าตำรวจ ว่าลูกสาวของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ

หลังจากแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยสุนัขดมกลิ่นก็รีบค้นหาตัวของลิซ่าตั้งแต่บริเวณตัวร้านกาแฟแห่งนี้ไปพร้อม ๆ กับเจ้าหน้าที่อีกส่วน ที่ช่วยออกตามหาเธอในบ้านของเพื่อน ๆ หน่วยสุนัขตำรวจพยายามค้นหาเธอตั้งแต่บริเวณร้านกาแฟ ไปจนถึงโรงนาขนาดใหญ่ที่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ แต่พวกเขาก็ไม่พบร่องรอยของเธอเลยแม้แต่น้อย

จนการค้นหาผ่านพ้นข้ามคืนไปถึงวันจันทร์เจ้าหน้าที่ก็พบหลักฐานชิ้นแรก โดยชายคนหนึ่งได้นำมันมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งสิ่งที่ชายคนนี้พบนั้นมันก็คือถุงมือข้างหนึ่งของใครบางคน หลังจากการตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบว่ามันเป็นของของลิซ่า โฮล์มแน่ ๆ โดยในตอนแรกนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าชายคนนี้เป็นเพียงพนักงานที่ทำงานอยู่ในฟาร์มมาร์ทอร์ฟ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่ และการที่เขานำหลักฐานชิ้นสำคัญชิ้นนี้มาให้ มันก็ทำให้ตำรวจไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรในตัวเขา และทำการสืบหาลิซ่ากันอย่างเต็มที่ต่อไป

พอย่างเข้าวันอังคารที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 2015 หน่วยค้นหาอีกหน่วยที่แยกออกมาตรวจสอบบริเวณทางเดินเล็ก ๆ ก็พบหลักฐานเพิ่มเติม พวกเขาพบโทรศัพท์มือถือ ใบเสร็จ รายการอาหาร รวมไปถึงแผ่นป้ายโปรโมชั่นพร้อมกล่องบรรจุของร้านกาแฟที่ลิซ่าทำงานอยู่ตกกระจายอยู่ตามทางเดินแถวนั้น ซึ่งของทุกอย่างได้รับการยืนยันว่ามันเป็นของที่ลิซ่านำติดตัวใส่กระเป๋าเอาไว้

จนเวลาผ่านมาถึงวันที่ 10 มิถุนายน การค้นหาได้เพิ่มกองกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยกันออกค้นหาไปทางทิศใต้และตะวันออกของตัวร้านกันต่อไป

หน่วยค้นหาคนหายของประเทศสวีเดน ได้ส่งอาสาสมัครจำนวนหนึ่งมาช่วยค้นหาด้วยอีกแรง จนเวลาผ่านไปถึงช่วงตอนเย็นวันนั้น พวกเขาก็พบกับโรงนาอีกแห่งหนึ่ง และที่นี่พวกเขาก็ได้พบกับเอกสารเพิ่มเติม มันคือใบขับขี่และพวงกุญแจของใครสักคน ซึ่งหลังจากตรวจสอบหมายเลขประจำตัวที่ปรากฏอยู่ในใบขับขี่แล้ว เจ้าหน้าที่ก็พบว่ามันเป็นของลิซ่า โฮล์ม ส่วนพวงกุญแจนั้นก็คือลูกกกุญแจสำรองของมอเตอร์ไซค์ที่ลิซ่าน่าจะเก็บไว้คู่กับใบขับขี่นั่นเอง

หลังจากพบหลักฐานต่าง ๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มตั้งสมมติฐานหาตัวคนร้าย โดยพวกเขาคาดว่าคนร้ายนั้นน่าจะรู้จักกับลิซ่าอยู่บ้าง โดยในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พวกเขาจึงเริ่มออกสืบสวนตามหาผู้ต้องสงสัยไปพร้อม ๆ กับการตามหาตัวของลิซ่า ด้วยการออกสืบหาตั้งแต่ฟาร์มมาทอร์ฟเรื่อยไปจนถึงบริเวณบ้านเรือนในบล็อมเบิร์กที่อยู่ในรัศมีสองสามกิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ ว่ามีใครหายตัวไปโดยไม่มีเหตุอันควรอีกหรือไม่

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังค้นหาอยู่นั้น ก็มีคนสองคนขับรถวิ่งเข้ามาในฟาร์มมาร์ทอร์ฟ โดยพวกเขาได้เข้ามาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า มีชายคนหนึ่งหายตัวไปหลังจากวันเกิดเหตุ ซึ่งพวกเขาคิดว่าชายคนนี้ดูน่าสงสัยมาก จึงได้ตัดสินใจเดินทางมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบเอาไว้

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความเรียบร้อย พวกเขาก็ค้นหากันต่อจนถึงบริเวณซากรถเก่าที่ถูกจอดทิ้งไว้ในฟาร์มมาร์ทอร์ฟแห่งนี้ แล้วพวกเขาก็พบเสื้อแจ็กเก็ตกับหมวกกันน็อคของใครบางคนถูกทิ้งอยู่ในซากรถคันดังกล่าว จนเมื่อเจ้าหน้าที่นำหลักฐานมาตรวจสอบพวกเขาก็พบว่ามันเป็นของลิซ่า โฮล์มเช่นกัน นั่นจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มกำลังในค้นหาเธอไปทั่วฟาร์มมาทอร์ฟแห่งนี้ทันที และในเย็นวันนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้พบกับศพของลิซ่า โฮล์ม ถูกซ่อนอยู่ในตู้เก็บเครื่องมือภายในโรงนาที่อยู่ห่างออกไปจากซากรถเก่าไปเพียง 20 เมตร เท่านั้น

ตู้ที่พบร่างไร้วิญญาณของเธอ

หลังจากศพของลิซ่า โฮล์มถูกส่งไปชันสูตรที่นิติเวช เจ้าหน้าที่ก็แจ้งผลการตรวจสอบออกมาว่า ลิซ่า โฮล์มน่าจะเสียชีวิตโดยการถูกอะไรบางอย่างรัดคอ ไม่ก็ถูกของมีคมแทงจนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระบุชี้ชัดได้เนื่องจากเธอถูกกระทำทั้งสองอย่างในเวลาใกล้เคียงกัน

แต่ถึงจะสรุปสาเหตุการตายยังไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถตรวจพบ DNA ที่น่าจะเป็นของคนร้ายได้จากศพของเธอ และในจุดเกิดเหตุรวมไปถึงเสื้อผ้าของลิซ่านับสิบจุด โดยผลการตรวจก็บ่งชี้ออกมาว่า DNA ทั้งหมดมาจากคนร้ายเพียงคนเดียว และโชคก็ยังเข้าข้างเจ้าหน้าที่เพราะหลังจากที่นำผล DNA ไปตรวจสอบในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์แล้ว รหัสพันธุกรรมของคนร้ายก็ไปตรงกับชายผู้ถือสัญชาติลิธัวเนีย อายุประมาณ 35 ปี ชายคนเดียวกันกับที่ส่งถุงมือของลิซ่าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชายคนนี้ก็คือ เนอริจุส  บิเลวิชิอุสนั่นเอง




 
"ถุงมือ" ที่คนร้ายนำมาให้ตำรวจ และของที่พบในที่เกิดเหตุ

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเนอริจุสได้ นั่นจึงทำให้พวกเขาสามารถค้นหาและควบคุมตัวได้แทบจะทันที

เพียงแต่ในช่วงการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เนอริจุสกลับให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยเขาย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนร้าย วันนั้นเขานอนหลับทั้งวันและยังมีพยานที่จะช่วยยืนยันที่อยู่ช่วงเวลาเกิดเหตุอีกด้วย และคราบเลือดของเขาที่ถูกพบในบริเวณจุดพบศพนั้นมันเกิดจากการที่เขาได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน

พอเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำตอบแบบนี้ ก็รู้ทันทีว่าเนอริจุสนั้นไม่ยอมรับสารภาพง่าย ๆ แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามปฏิเสธอย่างไร มันก็ยังมีหลักฐานเด็ดอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่อยู่ดี และสิ่งนี้มันก็ได้ทำให้เจ้าหน้าที่สอบสวนตัดสินใจยื่นคดีขึ้นสู่ชั้นศาล แม้เนอริจุสจะยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้ทำก็ตาม

พอเนอริจุสถูกนำตัวขึ้นศาลในวันแรกอัยการก็เริ่มเบิกความกล่าวหาเนอริจุสว่า เขาคือผู้ที่เรียกลิซ่า โฮล์มในขณะที่เธอกำลังจะสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน จากนั้นเขาก็จับตัวลิซ่าขึ้นรถและสังหารเธอในโรงนาที่เจ้าหน้าที่พบหลักฐานใบขับขี่ พอสังหารเสร็จเนอริจุสก็อุ้มศพของลิซ่าโยนขึ้นรถขับกลับมายังฟาร์มมอร์ทอร์พ เพื่อนำศพของเธอไปซ่อนในตู้เก็บเครื่องมือ

จากนั้นทนายของเนอริจุสได้ค้านคำกล่าวหานี้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนี้มันเกิดมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมโนเอาเองว่าเนอริจุสเป็นฆาตกร ซึ่งถือว่าเป็นการด่วนตัดสินจนเกินไป แถมคนที่เอาถุงมือของลิซ่าส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมันก็คือเนอริจุสไม่ใช่หรือ ? ถ้าเขาเป็นคนร้ายเขาจะทำแบบนั้นไปทำไม ? สู้อยู่เงียบ ๆ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ไม่พบอะไรเลย มันจะไม่ง่ายกว่าหรือเปล่า ?

ส่วนการพิจารณาคดีในวันที่สองนั้น พอถึงตาเนอริจุสขึ้นให้การเขาก็บอกกับศาลว่า จริง ๆ แล้วในวันดังกล่าวมันเป็นวันหยุดของเขา เขาใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการนอนพักผ่อน และช่วงเวลาทุ่มครึ่งของวันนั้นเขามีหลักฐานหยานยืนยันคือแม่ของเขาที่ได้พูดคุยกันผ่านโปรแกรมสไกป์ และตัวของเขานั้นไม่เคยพบกับลิซ่ามาก่อน จะเคยเห็นก็เพียงภาพถ่ายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น และตัวเขาเองก็เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ลิซ่าเป็นอย่างดีเพราะเขาก็เป็นพ่อคนเช่นกัน

พออัยการงัดหลักฐานเด็ดเป็นผล DNA ที่พบบนเสื้อผ้าและเส้นผมของศพ เนอริจุสก็ตอบว่าในฟาร์มมันก็มีเลือดเขาเลอะอยู่ไปทั่วนั่นแหละ เพราะเขาได้รับบาดเจ็บจากการทำงานอยู่บ่อย ๆ เท่านั้นเอง

และเมื่ออัยการพูดถึงภาพลามกจำนวนมากที่ถูกพบในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเนอริจุส ว่ามันก็น่าจะเป็นพื้นฐานของผู้มีจิตวิปริตที่มีความต้องการทางเพศสูง จนอาจสามารถออกไปก่อเหตุข่มขืนจริง ๆ ได้ ทนายของเนอริจุสก็ได้ค้านในข้อกล่าวหานี้ว่า มันไม่ใช่สิ่งผิดปกติเพราะการมีของอะไรแบบนี้เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ผู้ชายต่างหาก ซึ่งศาลก็รับฟังในเหตุผลนี้

สุดท้ายอัยการจึงได้กล่าวปิดคดี ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันก็มาจากความต้องการทางเพศอย่างรุนแรงของเนอริจุส ที่ได้กระทำต่อเด็กสาวอายุเพียง 17 ปี โดยวางแผนการมาอย่างดี และขอให้ศาลพิจารณาโทษสูงสุดให้กับฆาตกรคนนี้ เพื่อมอบความยุติธรรมให้กับลิซ่า

ส่วนพ่อของลิซ่าที่มานั่งดูการพิจารณาคดีอยู่ตลอดก็ได้บอกกับนักข่าวว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในศาลมันก็คือส่วนหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม แต่เขาไม่ชอบช่วงเวลานี้เอาเสียเลย และยังได้ยืนยันว่าลูกสาวของเขานั้นเป็นคนขี้อายและไม่มีทางไว้ใจคนแปลกหน้าจนไปไหนมาไหนด้วยอย่างแน่นอน

ในที่สุดวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ศาลชั้นต้นก็พิพากษาโทษให้เนอริจุส บิเลวิชิอุส ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยจะไม่ได้รับสิทธิในการขออภัยโทษใด ๆ ตลอดกาล

ต่อมาเนอริจุสได้ยื่นขออุทธรณ์ต่อศาลและยังคงยืนยันว่าตัวเองนั้นไม่ได้ทำ โดยยืนกรานในพยานและหลักฐานที่อยู่ของตัวเองเช่นเดิม และพยายามชี้นำศาลว่า DNA ที่พบในโรงนาแห่งนั้นมันใช้ไม่ได้ เนื่องจากเขาเคยได้รับบาดเจ็บจนเลือดตกยางออกระหว่างทำงานในที่แห่งนั้นอยู่บ่อยครั้ง มันคงอาจไปติดอยู่บนตัวของศพในช่วงที่คนร้ายตัวจริงกำลังทำการเคลื่อนย้ายร่างของเธอก็เป็นได้

นั่นจึงทำให้ทางอัยการต้องแจงรายละเอียดให้ศาลอุทธรณ์ทราบอีกครั้งว่า DNA ที่ถูกพบบนตัวของลิซ่านั้น มันติดอยู่ตามเสื้อผ้าชุดชั้นในรวมไปถึงไรเส้นผมของเธอ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดจากศพของเธอไปโดนกับคราบเลือดเก่าของคนเนอริจุส เพราะการที่คราบเลือดของคนร้ายจะประทับอยู่บนตัวของผู้เสียชีวิตได้ มันต้องเกิดจากเลือดสด ๆ เท่านั้น และเมื่อผล DNA มันบ่งชี้มาที่ตัวของเนอริจุสมันก็ย่อมหมายความว่า เขานั้นก็คือคนร้ายตัวจริงอย่างแน่นอน !



คราบเลือดที่ติดอยู่ในที่ต่างๆ จำนวนมาก

จากนั้นอัยการจึงได้งัดไม้ตายใหม่มาใช้ โดยขอเบิกตัวพยานปากสำคัญขึ้นให้การกับศาล ซึ่งพยานคนนี้ยืนยันว่าในช่วงก่อนที่ลิซ่าจะเสียชีวิต เขาเห็นเนอริจุสพูดคุยกับเธอในช่วงระหว่างที่เธอกำลังวิ่งจ็อกกิ้ง บนถนนที่เชื่อมจากตำบลคาลบีไปจนถึงเมืองบล็อมเบิร์ก โดยพยานจำได้ว่าเนอริจุสได้เข้าไปถามทางกับเธอเพื่อจะเดินทางไปยังอำเภอมิเดลพลานา ซึ่งลิซ่าเองก็ได้ใช้มือถือของเธอเปิดแผนที่ให้เนอริจุสดู โดยพยานเห็นเนอริจุสพยายามขอให้ลิซ่าขึ้นรถของเขาเพื่อช่วยนำทาง ซึ่งในตอนนั้นลิซ่าเองก็น่าจะสังเกตเห็นพิรุธเธอจึงตัดสินใจวิ่งหนี และสิ่งนี้ก็คือหลักฐานสำคัญที่หักล้างคำให้การของเนอริจุสที่บอกกับศาลว่า เขาไม่เคยพบกับลิซ่ามาก่อน

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับภาพลามกภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเนอริจุส รวมไปถึงร่องรอยการสาวแหนที่พ่นเลอะเทอะอยู่ทั่วบริเวณโรงนาซึ่งเป็นที่ทำงานของเขานั้น ทางศาลอุทธรณ์ไม่ได้นำมาใช้เป็นข้อมูลร่วมในการพิจารณาคดีแต่อย่างใด เพราะเพียงแค่หลักฐาน DNA ที่พบบนตัวของลิซ่า รวมไปถึงพยานบุคคลมันก็น่าจะมากพอกับการตัดสินคดีแล้ว

สถานที่เกิดเหตุทั้งหมด

ในที่สุดศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษายืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแก่เนอริจุสอีกครั้ง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016

โดยศาลอุทธรณ์ได้พุ่งประเด็นถึงแรงจูงใจที่ทำให้เนอริจุสลงมือก่อเหตุฆาตกรรมเด็กสาวอายุ 17 ปีว่า มันเป็นเพราะความต้องการทางเพศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าจะให้ศาลพิจารณากันแบบรวบรัดตัดความ เนอริจุสสมควรได้รับโทษประหารเสียด้วยซ้ำ เพราะพฤติกรรมทุกอย่างมันบ่งบอกชัดเจนว่าเขาวางแผนการนี้มาอย่างดี ขนาดลิซ่าที่รู้ตัวว่าชายคนนี้น่าจะคิดร้ายเขาก็ยังหาทางทำร้ายเธอจนสำเร็จได้แบบนั้น

ต่อมาในวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2016 เนอริจุสก็ได้ขอให้ศาลฏีกาพิจารณาคดีนี้อีกครั้ง โดยครั้งนี้ศาลได้ยอมให้ทางอัยการนำหลักฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเนอริจุสมาใช้ร่วมในการพิจารณาคดี รวมถึงการระบุจุดที่พบ DNA ของเขาบนเสื้อผ้าชุดชั้นในและเส้นผมของเหยื่อโดยละเอียดมากกว่าเดิม โดยอัยการพยายามชี้ให้ศาลเห็นว่า เนอริจุสตั้งใจสังหารลิซ่าอย่างเหี้ยมโหดแน่นอน

จนถึงวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ศาลสูงสุดก็ยังคงพิพากษายืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแก่เนอจิรุส บิเลวิชิอุส ตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นั่นเอง


ต่อมาในวันที่ 4 กรกฎาคมปีเดียวกัน ก็ได้มีการประกาศออกมาว่า ตอนนี้เนอริจุส บิเลวิชิอุส ถูกย้ายตัวไปขังในเรือนจำโนร์ทาลิเย (Norrtälje) ซึ่งถือเป็นสถานกักกันที่มีความเข้มงวดสูงสุดของประเทศสวีเดนเพื่อชดใช้กรรมที่ตัวของเขาได้ก่อเอาไว้กันต่อไป

ส่วนกรณีคลิปที่เธออัพโหลดเอาไว้ในเว็บไซต์ยูทูปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ให้ความสำคัญใด ๆ ซึ่งถ้าเราสังเกตที่คลิปดังกล่าวนั้นให้ดี ๆ เราจะพบโลโก้ของเว็บไซต์แห่งหนึ่งปรากฏอยู่ใต้เลขเวลาที่นับถอยหลัง โดยโลโก้นั้นระบุว่ามันคือเว็บไซต์ VJWORLD.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์จำหน่ายภาพเคลื่อนไหว หรือที่เราเรียกกันว่าฟุตเทจ ที่คนในวงการตัดต่อวิดีโอนิยมซื้อไปใช้ เพื่อประกอบการทำงานของตัวเอง ซึ่งทางเว็บไซต์ดังกล่าวได้อัพโหลดคลิปตัวอย่างไว้ที่เว็บไซต์ยูทูปชาแนล VJWorldTube ในคลิปชื่อ 1 Minute Countdown Clock Timer

โดยเธอได้โพสต์เอาไว้เพียง 10 วินาทีแรกของคลิปเท่านั้น ส่วนที่มีผู้ให้ข้อสังเกตว่าเธอได้อัพโหลดคลิปค้างไว้อีกคลิปหนึ่งนั้น เราคงไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ใด ๆ เพราะมันเป็นเพียงแผนที่ของเมืองที่เธออาศัยอยู่ มันอาจเป็นเส้นทางการวิ่งจ็อกกิ้งของเธอหรืออาจจะไม่มีอะไรเลยก็เป็นได้ เพราะคลิปที่ถูกซ่อนไว้นั้นถูกอ้างว่า มีแฮ็กเกอร์สามารถเจาะเข้าไปดู ซึ่งมันก็อาจจะเป็นเพียงเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาจากนักแต่งนิยายในอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

ดังนั้นการเสียชีวิตของลิซ่าจึงเป็นคดีปริศนาเฉพาะกับผู้ที่ต้องการให้มันเป็น ซึ่งก็คงไม่ใช่สำหรับเหล่าวัยรุ่นชาวสวีเดนอย่างแน่นอน เพราะหลังจากข่าวการเสียชีวิตของเธอถูกเสนอตามสื่อในประเทศ เหล่าวัยรุ่นมากมายต่างนำภาพของเธอมารวบรวมทำเป็นคลิปไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์นี้ โดยทุกคลิปล้วนถูกทำเอาไว้ในภาษาสวีดิช และด้วยกำแพงของภาษานั่นจึงทำให้ข่าวการพิจารณาคดีของเธอไม่ได้ถูกนำเสนอออกมาภายนอกประเทศเลย จนกระทั่งถึงช่วงปลายปี ค.ศ. 2016 สื่อภาษาอังกฤษจึงเริ่มนำข่าวผลการพิจารณาคดีนี้มานำเสนอ โดยไม่ได้นำเรื่องราวคลิปปริศนามาเป็นตัวขายข่าวแต่อย่างใด

มิติที่ 6 เองก็พบกับรายละเอียดของคดีนี้ในตั้งแต่ช่วงก่อนพบศพ จนถึงช่วงจบการพิจารณาคดีจริง ๆ จากเว็บไซต์วิกิพีเดียของประเทศสวีเด็น รวมไปถึงเว็บไซต์ข่าวที่ใช้ภาษาสวีดิชทั้งหมด ดังนั้นหากมีข้อมูลใด ๆ คลาดเคลื่อนทางรายการก็ขอน้อมรับความผิดพลาดทั้งหมดมา ณ ที่นี้

ซึ่งจากคดีนี้ก็ทำให้เราพบว่า ในขณะที่อีกประเทศหนึ่งกำลังสนุกสนานอยู่กับการสร้างปริศนาจากคดีฆาตกรรม อีกด้านที่เป็นต้นทางของเรื่องราวนั้นกลับพยายามสืบสวนสอบสวนคดีจนพบตัวคนร้ายไปนานแล้ว ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นเสมอมาตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน

เพียงแต่สิ่งสำคัญที่มิติที่ 6 อยากให้ท่านผู้ชมให้ความสำคัญไปที่การพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก พยายามอย่าเปิดโอกาสให้คนร้ายด้วยการอยู่เพียงลำพังในเวลากลางคืน เพราะขนาดในคดีของลิซา โฮล์มที่เกิดขึ้นในชวงหัวค่ำ คนร้ายก็ยังสบโอกาสก่อเหตุได้ง่าย ๆ เพราะสุดท้ายชีวิตของเรามันก็อยู่ที่ตัวเราต้องดูแลตัวเอง ให้สามารถรอดพ้นจากฆาตกรโรคจิตกันอยู่ดี


หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา :
Wikipedia Se - Mordet på Lisa Holm
The Local Se - Prosecutors quiet about Lisa Holm death cause
The Local Se - Life in prison for man who killed Swedish teen
Youtube - TRUCKFIGHTERS - Calm Before The Storm (OFFICIAL VIDEO)
Youtube - Mordet på Lisa Holm - här är allt som hänt - Nyheterna (TV4)
Youtube - VJWorldTube Channel
Reddit - 17-year old Swedish girl, Lisa Holm, dissapears.Thirteen days earlier a youtube video named ''13'' that shows a countdown is uploaded from a channel called ''Lisa Holm''