ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

มิติที่ 6 "บิลลี่ มิลลิแกน" อาชญากรผู้มีบุคลิกภาพต่างกันถึง 24 บุคลิก


มนุษย์เราทุกคนนั้นล้วนมีด้านต่าง ๆ มากมายหลายแบบ บางคนเห็นกันอยู่ว่าเป็นคนดี แต่กลับมีด้านมืดอันน่ากลัว บางคนเห็นชัด ๆ ว่าเป็นผู้ร้าย แต่กลับมีอีกด้านที่อ่อนโยนเหมือนคนจิตใจดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็แล้วแต่ช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั้น ว่ามันจะสามารถส่งผลกับสภาพความคิดและจิตใจของเขาแค่ไหน ?
มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาท่านผู้ชมไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อไปรู้จักกับชีวิตของอาชญากรคนหนึ่ง ชายผู้ต้องหาในคดีข่มขืนและลักพาตัวหลายคดี มีพยานและหลักฐานระบุความผิดชัดเจนทุกการกระทำ แต่แล้วทำไมศาลของประเทศที่เรียกได้ว่ามีความยุติธรรมสูงสุด กลับไม่สามารถเอาผิดกับชายคนนี้ในฐานะอาชญากรได้เลย !!!

"บิลลี่ มิลลิแกน" (13 ก.พ. 1955 - 12 ธ.ค. 2014)

ย้อนกลับไปในยุคช่วงปี ค.ศ. 1950 “โดโรธี มิลลิแกน” หญิงสาวบ้านนาจากฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐโอไฮโอ เธอพบรักกับสามีคนแรกที่แลนคาสเตอร์ ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ได้ไม่นานทั้งคู่ก็มีอันต้องเลิกรากันไป

โดโรธีจึงตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตตัวเอง อพยพมาอยู่ที่ไมอามีในรัฐฟลอริด้า และที่นี่เธอก็ได้เริ่มทำงานเป็นนักร้อง ร้องเพลงอยู่ตามร้านในย่านนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้มาพบรักอีกครั้งกับจอห์นนี่ มอร์ริสัน หนุ่มโสดนักประวัติศาสตร์ นั่นจึงทำให้ทั้งสองตัดสินใจคบหาและใช้ชีวิตร่วมกัน


คบหากันอยู่ได้ไม่นาน โดโรธีก็ได้ให้กำเนิดบุตรคนแรกกับจอห์นนี่ เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ. 1953 ชื่อว่าจิม มิลลิแกน ถัดมาอีก 2 ปี ทั้งคู่ก็ได้ลูกชายคนที่สองในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 เด็กคนนี้ชื่อว่าวิลเลียม สแตนลี มิลลิแกน ซึ่งใคร ๆ ต่างก็เรียกเขาว่า "บิลลี่ มิลลิแกน" และปีต่อมาทั้งโดโรธีและจอห์นนี่ก็ได้ลูกสาวตามมาอีกคนในช่วงเดือนธันวาคม ค.ศ. 1956 ชื่อว่าแคธี่ โจ มิลลิแกน

ครอบครัวมิลลิแกน จิม(พี่ชาย), แคธี่ โจ(น้องสาว), บิลลี่ และโดโรธี(มารดา)


โดยตอนนั้นจอห์นนี่ มอร์ริสันที่อายุ 36 ปี เริ่มทำตัวแย่ลงเรื่อย ๆ จอห์นนี่เป็นหนี้การพนันและติดเหล้าอย่างหนัก ถึงขนาดต้องไปเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการพิษสุราเรื้อรัง เขาเคยคิดจะฆ่าตัวตายแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะหลังจากที่กินยานอนหลับผสมกับเหล้าจนนอนสลบใกล้ตายอยู่นั้น โดโรธีได้เข้ามาพบและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันเวลา


แต่แล้วในที่สุดเมื่อถึงวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1959 จอห์นนี่ก็ฆ่าตัวตายสำเร็จ เขารมแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์ตนเองจนเสียชีวิต ปล่อยให้โดโรธีต้องอยู่ดูแลลูกทั้งสามคนต่อไปเพียงลำพัง


หลังจากสามีหนีเอาตัวรอดไปนั้น โดโรธีจึงตัดสินใจหอบลูก ๆ ทั้งหมดออกจากไมอามี่ และกลับไปยังแลนคาสเตอร์ที่โอไฮโอ จนผ่านไปสามปีโดโรธีก็แต่งงานใหม่กับชาลเมอร์ มิลลิแกน ชายหนุ่มอายุ 35 ปีที่เพิ่งจะหย่าร้างกับภรรยา ซึ่งแน่นอนว่าเขากับเบอร์นิซภรรยาคนเก่าก็มีลูกสาวอยู่สองคน คนหนึ่งเธอชื่อชาลล่า อายุเท่า ๆ กับบิลลี่ มิลลิแกน ส่วนอีกคนนั้นออกไปทำงานเป็นพยาบาลแล้ว

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องราวของพ่อและแม่ของชายคนนี้ ลูกชายคนที่สองของโดโรธี เด็กน้อยที่มักจะแสดงอุปนิสัยแปลกประหลาดออกมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เด็กชายที่ต่อมาใครจะไปรู้ได้ว่า เขาจะก่อคดีข่มขืนหญิงสาวไปถึงสามรายโดยไม่ได้รับความผิดอะไรเลย !!!

"บิลลี่ มิลลิแกน" ในวัยเด็ก


หลังจากที่บิลลี่ มิลลิแกนได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี ค.ศ. 1955 และมีชีวิตดำเนินมาแบบผิดปกติ โดยที่ไม่มีใครในครอบครัวสังเกตว่าสิ่งที่เขากระทำออกมาในบางช่วงเวลานั้น มันมาจากสภาพจิตใจที่ผิดปกติของเขา ได้แสดงตัวตนออกมาเพื่อรับมือกับปัญหาจากการมีพ่อเลี้ยงใจร้าย ซึ่งในช่วงหลังจากที่เขาถูกตำรวจจับและถูกตรวจสอบสภาพจิตใจในขั้นตอนการสอบสวนนั้น จิตแพทย์พบว่าบิลลี่เริ่มมีบุคลิกภาพของคนอื่นอยู่ในตัวมาตั้งแต่ช่วงที่เขาอายุได้ 5 ปีแล้ว


โดยแดเนียล คียส์ ผู้รวบรวมข้อมูลของบิลลี่ มิลลิแกนได้ระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวบิลลี่เริ่มมีบุคลิกภาพของคนอื่นเพิ่มเข้ามาอยู่ในตัวมากขึ้นตามช่วงอายุที่ผ่านไป โดยสามบุคลิกแรกที่ถูกพบนั้นก็คือ เด็กชายอีกคนที่ไม่รู้ว่าชื่ออะไร อีกบุคลิกก็เป็นเด็กหญิงอายุ 3 ขวบที่ชื่อคริสทีน และชอว์นซึ่งเป็นบุคลิกของเด็กหูหนวกอายุ 4 ขวบ ซึ่งแต่ละบุคลิกจะปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อบิลลี่ต้องตกอยู่ในเหตุการณ์ตึงเครียดต่าง ๆ กัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญปัญหาดังกล่าวให้ผ่านพ้นไป ท่ามกลางความงุนงงของพ่อแม่ เพื่อน และคนรอบข้าง


ในปี ค.ศ. 1975 นั้น บิลลี่ถูกจับเข้าคุกเลบานอนคอเรคชันแนลอินสติติวชั่นในรัฐโอไฮโอ ด้วยข้อหาข่มขืนและปล้นอาวุธปืน โดยต่อมาในช่วงต้นปี ค.ศ. 1977 บิลลี่ก็ได้รับทัณฑ์บนออกมาเป็นอิสระ โดยแลกกับการต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้กระทำผิดในคดีอาชญากรรมทางเพศของกรมตำรวจ


ผ่านมาถึงช่วงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน บิลลี่ก็ถูกจับตัวอีกครังในข้อหาข่มขืนนักศึกษาสาว 3 รายภายในมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ โดยหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุนั้น นอกจากรอยนิ้วมือของบิลลี่ในรถของเหยื่อ ก็ยังมีคำให้การของเหยื่อรายหนึ่งบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตอนที่เธอพบกับบิลลี่ครั้งแรกนั้น เขาดูเหมือนกับเด็กหญิงอายุ 3 ขวบมากกว่าจะเป็นผู้ชาย


จากการเข้าตรวจค้นในบ้านพักของเขา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พบกับอาวุธปืนจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ นั่นจึงทำให้ทัณฑ์บนของเขาสิ้นสุดลง บิลลี่ถูกระบุว่ามีความผิดในข้อหาลักพาตัว 3 กระทง ข้อหาโจรกรรม 3 กระทง และข้อหาข่มขืนกระทำชำเราอีก 4 กระทง โดยศาลพิพากษาให้เขาต้องถูกจองจำที่สถานกักกันในรัฐโอไฮโอเพื่อชดใช้ในสิ่งที่เขาได้กระทำเอาไว้


ในช่วงเตรียมตัวต่อสู้ในชั้นศาลนั้น บิลลี่ได้รับการตรวจสอบสภาพทางจิตจาก ดร. วิลลิส ซี ดริสโคลล์ โดยแพทย์ผู้นี้ได้ระบุว่า บิลลี่นั้นน่าจะป่วยเป็นจิตเภทชนิดฉับพลัน นั่นจึงทำให้บิลลี่ต้องถูกตรวจสอบอีกครั้งโดยนักจิตวิทยาชื่อโดโรธี เทอร์เนอร์ แห่งศูนย์การแพทย์โคลัมบัสตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐโอไฮโอ


โดยในช่วงระหว่างการตรวจสอบนั้น ดร.โดโรธี ก็ได้ผลสรุปออกมาว่า บิลลี่นั้นมีอาการของผู้ป่วยโรคจิตประเภทหลายบุคลิก ซึ่งนั่นก็ทำให้ในช่วงการต่อสู้คดีที่ชั้นศาลนั้น ทนายได้ใช้ผลสรุปนี้มายืนยันกับศาล และมันก็ได้ทำให้บิลลี่ได้รับการพิจารณาให้ไปฟื้นฟูสภาพจิตใจก่อนจะพิจารณาคดีกันต่อไป
หลังจากนั้นบิลลี่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลของรัฐบาลอยู่หลายแห่ง อย่างเช่นในโรงพยาบาลเอเธนนั้นบิลลี่ฟ้องศาลว่า เขาไม่ได้รับความช่วยเหลือเท่าที่ควร โดยในช่วงที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ มีรายงานระบุออกมาว่า บิลลี่ได้แสดงบุคลิกภาพออกมาต่างกันถึง 10 แบบ


โดย 1 ใน 10 บุคลิกนี้ก็มีอยู่คนหนึ่งบอกว่าตัวเองนั้นเป็นจิตแพทย์เสียด้วย โดยภายหลังก็ได้มีการระบุเพิ่มบุคลิกภาพ ที่พบจากตัวบิลลี่อีกเข้าไปอีกถึง 14 แบบ และทั้ง 14 แบบหลังนี้ ก็ถูกระบุว่าเป็นบุคลิกภาพที่ไม่พึงปรารถนาของสังคม โดยใน 10 บุคลิกภาพแรกนั้น ได้แก่
  1. วิลเลี่ยม สแตนลีย์ มิลลิแกน หรือบิลลี่ มิลลิแกน ตัวของเขานั่นเอง
  2. อาเธอร์ ชายหนุ่มผู้ดีอังกฤษ กับบุคลิกภาพที่เชี่ยวชาญในภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้เกี่ยวกับยารักษาโรค โดยเฉพาะด้านโลหิตวิทยา โดยบุคลิกตอนเป็นอาเธอร์นี้ได้ถูกระบุว่าเขามีด้านมืดที่ไม่พึงประสงค์อยู่ด้วย
  3. เรเกน วาดาสโควินิช เป็นบุคลิกภาพที่มีฉายาว่า “ประตูแห่งความเกลียดชัง” ชื่อของเขามาจากคำว่า "Rage Again" หรือแปลว่า “โกรธอีกแล้ว” ซึ่งเรเกนนั้นได้ระบุตัวตนว่าเขาคือคนยูโกสลาเวีย พูดจาสำเนียงแบบชาวสลาฟ สามารถพูดและเขียนภาพษาเซอร์เบียได้ในระดับที่เรียกว่าเชี่ยวชาญ อีกทั้งยังสามารถควบคุมสถานการณ์เลวร้ายต่าง ๆ ได้ดี แต่บุคลิกภาพนี้ก็ยังมีอีกด้านที่ทำให้เขาต้องถูกแบ่งไปอยู่ในบุคลิกที่ไม่พึงประสงค์เช่นกัน เพราะเขาได้ออกมายอมรับว่าเคยออกปล้นทรัพย์เพื่อเอาเงินมาใช้ดูแลครอบครัว แต่ก็ไม่เคยก่อคดีข่มขืนเพราะว่าเขาทำไม่เป็น
  4. อัลเลน เป็นบุคลิกของคนเจ้าเล่ห์และเป็นนักเจรจา เขาเป็นบุคลิกที่มีความสามารถในการพูดระดับโลก มีความสามารถในการตีกลองและวาดรูปคน เป็นคนถนัดขวาและเป็นเพียงบุคลิกภาพเดียวที่สูบบุหรี่
  5. ทอมมี่ เขาคือนักหลบหนี มีบุคลลิกภาพคนละเรื่องกับอัลเลน ทอมมี่มีความสามารถในการเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน และมีความเป็นเลิศในด้านไฟฟ้าอิเล็คทรอนิคส์ เขาเป็นนักวาดภาพวิวทิวทัศน์ที่เก่งกาจ
  6. แดนนี่ เขาคือบุคลิกภาพของคนขี้กลัว เขากลัวผู้คนโดยเฉพาะผู้ชาย เขาคือนักวาดภาพสิ่งมีชีวิต และไม่เคยวาดภาพทิวทัศน์เลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยบุคลิกภาพนี้ได้ปรากฏออกมาตอนที่ชาลเมอร์ พ่อเลี้ยงของเขาสั่งให้เขาขุดหลุมศพเพื่อฝังร่างตัวเอง
  7. เดวิด เขาคือเด็กอายุ 8 ขวบ ฉายา “ประตูแห่งความเจ็บปวด” เขามักจะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อมอบความเจ็บปวดให้กับใครก็ได้ที่เขาต้องการ
  8. คริสทีน เธอคือบุคลิกภาพของเด็กหญิงอายุ 3 ขวบ เธอมักจะหลบไปยืนอยู่แถวมุมใดมุมหนึ่งในโรงเรียนเสมอ ยามที่บิลลี่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เธอมีความบกพร่องในทักษะการเรียนรู้ แต่เธอก็ได้บุคลิกอาเธอร์คอยช่วยสอนพูดและเขียนภาษาอังกฤษให้เสมอ และเธอเองก็ยังได้บุคลิกภาพของเรเกน คอยปกป้องดูแลด้วยความเอ็นดูเสมอมา
  9. คริสโตเฟอร์ บุคลิกภาพนี้แสดงออกมาเป็นพี่ชายของคริสทีน เขาสามารถเป่าฮาโมนิก้าได้ และมันก็มีเพียงเท่านี้
  10. อาดาลาน่า เธอคือบุคลิกของหญิงเลสเบี้ยน ชอบทำอาหารและทำความสะอาดบ้าน ชอบแต่งบทกวี โดยทนายของบิลลี่ มิลลิแกนระบุว่า อาดาลาน่านั้นเคยถูกข่มขืน โดยที่บิลลี่ไม่เคยรู้มาก่อนอีกด้วย


"บิลลี่" ในขณะเป็นนักวาดภาพ

ภาพวาดของบิลลี่ ที่วาดตัวเองใน 7 บุคลิก (อัลเลน, ทอมมี่, อาเธอร์, อาดาลาน่า, คริสทีน, เรเกน และเควิน)

ส่วนบุคลิกภาพที่ถูกระบุว่าเป็นส่วนที่ไม่พึงปรารถนานั้น นอกจากเรเกนและอาร์เธอร์แล้ว บุคลิกภาพในส่วนนี้ได้ถูกเปิดเผยขึ้นมาหลังจากที่บิลลี่ มิลลิแกน ถูกส่งตัวไปยังตรวจสอบที่โรงพยาบาล ได้แก่
  1. ฟิล นักเลงหัวไม้ เขาเคยออกมาวางแผนในการก่ออาชญากรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบางคดี และพูดสำเนียงบรู๊คลิน
  2. เควิน เป็นบุคลิกของนักก่ออาชญากรรม เขาเคยออกมาช่วยวางแผนในการปล้นร้านขายยาแห่งหนึ่ง
  3. วอลเทอร์ บุคลิกนี้เป็นคนออสเตรเลีย เขาเรียกตัวเองว่า “นักล่าเกมใหญ่” มีสัมผัสพิเศษในการคำนวนทิศทาง และมักจะออกมาทำหน้าที่เป็นนักสืบ ซึ่งสาเหตุที่เขาถูกจำแนกมาอยู่ในส่วนไม่พึงประสงค์นี้ มันก็เพราะเขาเคยยิงและฆ่าอีกาตัวหนึ่งมาก่อน
  4. เอพริล บุคลิกภาพนี้เคยออกมายุยงให้บุคลิกชื่อเรเกน สังหารชาลเมอร์พ่อเลี้ยงของบิลลี่ แต่โชคดีที่อาเธอร์ออกมาพูดห้ามไว้ได้ทันในวินาทีสุดท้าย
  5. แซมมวล เขาคือบุคลิกภาพของชาวยิว และเป็นเพียงคนเดียวที่เชื่อในพระเจ้า แต่สาเหตุที่เขาถูกระบุอยู่ในส่วนไม่พึงประสงค์นั้น มันก็เป็นเพราะเขาเคยแอบนำภาพวาดของคนอื่นไปขาย
  6. มาร์ค คือม้าสำหรับใช้ทำงาน เขามักจะถูกเรียกว่า “ซอมบี้” เพราะมักจะทำอะไรไม่ได้อย่างที่ตัวเองพูดเสมอ และยามที่เขาเบื่อหน่ายในชีวิต มาร์คก็มักจะไปยืนพิงกำแพงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
  7. สตีฟ คือนักต้มตุ๋นในคราบตัวตลก สตีฟไม่เคยยอมรับว่าเขาคือคนของรัฐ โดยสาเหตุที่เขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม่พึงปรารถนา มันก็เป็นเพราะว่ามุกตลกที่เขาแสดงออกมา มักจะสร้างปัญหาให้กับครอบครัวอยู่เสมอ
  8. ลี เขาคือพวกขี้แกล้งและชอบเล่นมุกตลกที่มักจะทำให้ครอบครัวต้องมีปัญหาอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าบุคลิกภาพนี้ไม่เคยสำนึกผิดในการกระทำของตัวเองเลยสักครั้ง
  9. เจสัน คือวาล์วเปิดปิดท่อความดัน เขามักจะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อสร้างความเครียดให้กับครอบครัว และเช่นกันว่าบุคลิกภาพนี้ได้สร้างปัญหามากมายกับพ่อเลี้ยงและแม่ของเขาอยู่เสมอ
  10. บ็อบบี้ บุคลิกของหนุ่มช่างฝัน มุ่งมั่นที่จะออกไปแสวงหา เขาคือหนุ่มผู้รักษ์โลก เหลาะแหละ ไร้ความทะเยอทะยาน และไม่ยอมรับในความจริงที่ตัวเองเป็น
  11. ชอว์น เขาเป็นเด็กหูหนวกอายุ 4 ปี ชอบส่งเสียงเอะอะทุกครั้งที่ตัวเองปวดหัว เขาถูกระบุให้ไปอยู่ในส่วนไม่พึงปรารถนา ก็เพราะว่าพอบุคลิกภาพนี้ปรากฏออกมาทีไร เขาก็มักจะกลายเป็นพวกไร้ประโยชน์ทุกที
  12. มาร์ติน เขาคือบุคลิกภาพของคนหน้าไหว้หลังหลอก เขามักจะบอกว่ามาจากนิวยอร์ก สิ่งไหนที่เขาต้องการเขาจะต้องได้มันมาโดยไม่ต้องซื้อหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
  13. ทีโมธี ทำงานอยู่ในร้านดอกไม้ เขาทำงานอยู่ที่นี่จนกระทั่งไปพบกับหนุ่มเกย์อีกคนคอยมาส่งสายตาหยาดเยื้ม เพียงเท่านั้นทีโมธีก็กลับมาเป็นบิลลี่ มิลลิแกนคนเดิมในทันที
  14. คุณครู บุคลิกภาพนี้ถือเป็นเพียงบุคลิกเดียวที่พาชีวิตของบิลลี่ไปในทางที่ดี เขาคือผลลัพธ์ของทั้ง 24 คน ที่หล่อหลอมรวมตัวเป็นบุคลิกภาพนี้ และยังเป็นเพียงบุคลิกภาพเดียวที่สามารถจดจำการกระทำของบุคลิกภาพอื่น ๆ ได้ทั้งหมด ซึ่งบุคลิกภาพนี้ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม่พึงปรารถนาแต่อย่างใด

ต่อมาบิลลี่ มิลลิแกนก็ได้รับการดูแลรักษาจากนักจิตวิทยาชื่อเดวิด คอล ซึ่งเป็นท่านเดียวกันกับที่พบบุคลิกภาพอีก 14 แบบของเขานั่นเอง
"เดวิด คอล" นักจิตวิทยาที่รักษาบิลลี่

หลังจากการรักษาฟื้นฟูสภาพจิตใจอยู่หลายปี บิลลี่ก็ถูกปล่อยตัวออกมาในปี ค.ศ. 1988 และถูกจับตัวกลับไปรักษาอีกครั้งที่ศูนย์การแพทย์ของศาลโอไฮโอ ในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1991 ต่อมาในปี ค.ศ. 1996 บิลลี่ก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งที่นี่เขาได้ก่อตั้งบริษัทสตอร์มี่ไลฟ์โปรดักชั่นเพื่อจะสร้างหนังสั้น เพียงแต่เขานั้นไม่เคยได้สร้างขึ้นมาสักเรื่อง โดยต่อมาบิลลี่ก็ค่อย ๆ ถูกลืมเลือนไปจากผู้คนที่เคยรู้จัก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าช่วงที่บิลลี่บอกว่าจะทำหนังสั้นนั้น มันเป็นเพียงบุคลิกภาพที่ 25 ของเขาหรือเปล่า


แต่ไม่ว่าชีวิตของเขาจะมีกี่บุคลิก บิลลี่ มิลลิแกนก็เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 2014 ที่สถานดูแลผู้สูงอายุโคลัมบัส ในวัย 59 ปีนั่นเอง


เรื่องราวชีวิตโดยละเอียดของบิลลี่ มิลลิแกนนั้น ถูกแดเนียล คียส์นำไปถ่ายทอดลงเป็นตัวอักษรในหนังสือชื่อ “The Minds of Billy Milligan” เมื่อปี ค.ศ. 1981 และถูกนำมาเขียนลงเป็นหนังสืออีกครั้งในชื่อ “The Milligan Wars” โดยเล่มที่สองนี้ถูกจัดพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1994 ไต้หวันเมื่อปี ค.ศ. 2000 และฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 2009 โดยไม่ได้รับการตีพิมพ์ในประเทศสหรัฐแต่อย่างใด

ส่วนในภาพยนต์นั้น ก็ได้เจมส์ คาเมรอน และท็อดด์ กราฟฟ์ ร่วมกันสร้างในช่วงปี ค.ศ. 1990 ชื่อเรื่อง “A Crowded Room” แต่ก็มีปัญหาเรื่องการจ่ายค่าตัวนักแสดงและค่าลิขสิทธิ์ สุดท้ายตัวหนังก็ถูกฟ้องและถูกยกเลิกไป
จนต่อมาในปี ค.ศ. 2014 ผู้กำกับโจเอล ชูแมคเกอร์ และเดวิด ฟิงเกอร์ ก็ได้ร่วมกันสร้างหนังชื่อ “The Crowded Room” ขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้ก็ได้พระเอกอย่างลีโอนาโด ดิคราปิโอ มาแสดงเป็นตัวเอก และเรื่องนี้ก็ได้ทำให้ชีวประวัติของบิลลี่ มิลลิแกน ถูกพูดถึงกันมากขึ้นอีกครั้ง แต่สุดท้ายตัวภาพยนต์ก็กลับไม่ได้กำหนดวันออกฉายเสียที และปัจจุบันเวบไซต์ IMDB.COM ก็ได้ลบชื่อภาพยนต์ออกจากระบบฐานข้อมูลไปแล้ว

ใน ค.ศ. 2017 นี้ ผู้กำกับหนังแนววิทยาศาสตร์สยองขวัญทุนต่ำอลังการอย่างเอ็มไนท์ ชยามาลาน ก็ได้นำเค้าโครงของคนหลายบุคลิกของบิลลี่ มิลลิแกน มาสร้างเป็นภาพยนต์แนวที่เขาถนัด ในชื่อเรื่อง “Spilt” ซึ่งในขณะที่มิติที่ 6 กำลังจัดทำข้อมูลอยู่นี้ ที่ประเทศไทยก็เพิ่งจะนำเข้ามาฉายเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมานี้เอง


ตัวอย่างภาพยนต์ “Spilt” ฉายเมื่อ 19 มกราคม 2560

หนังสือ
  • The Minds of Billy Milligan (1981) โดยแดเนียล คียส์
  • The Milligan Wars พิมพ์ที่ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1994 ไต้หวัน ในปี ค.ศ.2000 และฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 2009

   

ภาพยนต์
  • A Crowded Room (1990s) เขียนบทโดยเจมส์ คาเมรอน และท็อดด์ กราฟฟ์ (ถูกฟ้องจนต้องยกเลิกไป)
  • The Crowded Room (2014) กำกับโดยโจเอล ชูแมคเกอร์ และเดวิด ฟิงเกอร์ นำแสดงโดยลีโอนาโด ดิคาปริโอ (ถูกยกเลิกไปเช่นกัน)
  • Anniyan (2005) ภาพยนต์ภาษาทมิฬ ใช้บางส่วนในชีวิตของบิลลี่ มิลลิแกนมาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนต์
  • Split (2017) ภาพยนต์ที่ใช้พล็อตหลายบุคลิกภาพของบิลลี่ มิลลิแกน โดยเอ็มไนท์ ชยามาลาน

โปสเตอร์ภาพยนต์ "Anniyan" (2005)
ภาพยนต์ "Split" (2017) โดยเอ็มไนท์ ชยามาลาน

โดยเรื่องราวชีวิตของบิลลี่ มิลลิแกน ชายผู้มีบุคลิกภาพถึง 24 แบบอยู่ในตัวคนนี้ ถ้าเราจะมองให้ดี ๆ มันก็คือตัวตนที่ตัวเขาสร้างขึ้นมา เพื่อแทนอารมณ์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่บิลลี่ต้องประสบปัญหาอยู่ใน ณ ขณะนั้น

เราเองที่เป็นคนดี ๆ มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ก็น่าจะเคยมีสักครั้งหรือหลายครั้งที่ต้องตกอยู่ในภาวะเครียด หรืออยู่ในสถานการณ์บางอย่างที่ต้องการความกล้าหาญในการตัดสินใจ ซึ่งแต่ละสิ่งที่เราทำลงไปนั้น มันก็น่าจะมีหลายอย่างที่พอเรามองย้อนกลับมาแล้วนึกขำ ว่าจริง ๆ เราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น หรือเราไม่น่าจะทำแบบนั้นได้
ซึ่งใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่ทำให้เราต้องทำแบบนั้นไป มันก็อาจจะเป็นบุคลิกภาพอื่น ๆ ของเราที่ถูกซ่อนไว้ ได้ออกมาช่วยเหลือเราเพื่อให้เราสามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไป เพียงแต่อย่างไรแล้ว มิติที่ 6 ก็อยากจะฝากท่านผู้ชมให้ช่วยระลึกว่า ไม่ว่าเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดแค่ไหน ก็ขอจงอย่าได้ปลดปล่อยบุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์ ให้ออกมาก่อเหตุร้ายที่ไม่พึงปรารถนาแบบชายคนนี้ จะดีเป็นที่สุด... “บิลลี่ มิลลิแกน”



หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลก์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี


เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา : Wikipedia - Billy Milligan