ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนา ผียายสปีด !!!



ในยามวิกาล มันคือเวลาที่คนปกติทั่วไปนั้น สมควรจะต้องอยู่ที่ภายในบ้าน เพื่อจะได้พักผ่อนหลังจากกการทำงานหนักทั้งวัน แต่มันก็มีบางครั้งเช่นกัน ที่เราอาจมีความจำเป็นจะต้องออกมาทำธุระข้างนอกในช่วงเวลานี้อย่างไม่เต็มใจ ยิ่งถ้าสถานที่ ๆ คุณจะต้องเดินทางผ่านนั้น มันมีเรื่องราวตำนานสุดสยองขวัญที่เล่าต่อกันมาอย่างหนาหูด้วยแล้วล่ะก็

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาท่านเดินทางไปที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาของประเทศไทย เพื่อไปพบกับตำนานของผีตนหนึ่ง ผีที่ทำให้เหล่าผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนบริเวณนั้น ต้องขวัญผวากับการปรากฏตัวของมัน ว่าแท้ที่จริงแล้ว มันคืออะไรกันแน่ !!!
เปิดชมบนยูทูป
ก่อนที่มิติที่ 6 จะเล่าเรื่องราวต่อไปนี้ เราขอชี้แจงกับท่านผู้ชมให้ทราบกันก่อนว่า เราได้รวบรวมข้อมูลเรื่องราวนี้มาจากหลายแห่ง ซึ่งในแต่ละแห่งก็มีรายละเอียดต่างกันออกไปบ้าง โดยก่อนที่เราจะไปค้นหาคำตอบของที่มานั้น มิติที่ 6 จะขอเล่าเรื่องราวตำนานนี้ ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบกันก่อน โดยตำนานนั้นมีอยู่ว่า


ผียายสปีด คือตำนานเรื่องราวสยองขวัญที่ถูกเล่าต่อกันมา จากกลุ่มวัยรุ่นในอำเภอหาดใหญ่ ที่ว่ากันว่า ใครก็ตามที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณซอยเปลี่ยวแห่งนั้นด้วยความเร็วสูง ก็จะต้องได้พบกับผียายสปีดคอยวิ่งตามพวกเขาไป จนกว่าเจ้าของรถจะสามารถหนีรอดออกไปจากบริเวณดังกล่าวได้
ยามค่ำคืนในซอยเปลี่ยวดังกล่าว
จากปากคำของผู้ที่เคยเจอกับผียายสปีดนั้น ต่างก็บรรยายลักษณะของคุณยายเอาไว้ว่า ผียายสปีดมีลักษณะเป็นหญิงชรา เส้นผมบนศีรษะของคุณยายทุกเส้นก็หงอกขาวโพลนจนเห็นได้ชัดในที่มืด และถ้าหากผียายสปีดสามารถเข้ามาใกล้กับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้แล้วล่ะก็ เธอจะแลบลิ้นออกมาจนยาวเป็นเมตร และก็มีบางรายที่จะถูกผียายสปีดกระโจนขึ้นมาเกาะหลังคนขี่จักรยานยนต์ เพื่อให้พวกเขาเกิดความตกใจจนทำอะไรไม่ถูกอีกด้วย ซึ่งถ้าเขาเหล่านั้นยังพอจะประคองสติจนสามารถขับขี่หนีออกมาจากบริเวณนั้นได้ ผีคุณยายก็จะหายไป แต่ถ้าไม่นั่นก็อาจหมายความว่า เหยื่อเคราะห์ร้ายอาจจะต้องเกิดอุบัติเหตุจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

และเมื่อมีการสอบถามถึงที่มาของผียายสปีดกับผู้คนในท้องที่ ก็มีหลายคนที่ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ก็มีบางคนเช่นกัน ที่สามารถยืนยันการมีอยู่จริงของผีคุณยาย และยังจำเรื่องราวความเป็นมาของผียายสปีดได้
ภาพที่ถูกใช้ประกอบการเล่าเรื่องผียายสปีดตามเวบต่าง ๆ

พวกเขานั้นล้วนเล่าถึงที่มาของผียายสปีดว่า ในสมัยก่อนนั้นที่ซอยแห่งนี้มีหญิงชราคนหนึ่ง ได้เกิดอุบัติเหตุถูกมอเตอร์ไซค์ชนเข้าอย่างแรง จนลำตัวของคุณยายขาดออกจากกันเป็นสองท่อน ซึ่งแน่นอนว่า คุณยายคนนั้นก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที และเป็นรู้ ๆ กันว่าการเสียชีวิตในลักษณะนี้ มันจะทำให้วิญญาณผู้ตายไม่สามารถไปเกิดได้ และสิ่งนี้ก็จะทำให้วิญญาณของคุณยายต้องกลายเป็นผีตายโหง คอยเฝ้าล้างแค้นผู้คนที่ขับขี่จักรยานยนต์ผ่านไปมาในจุดเกิดเหตุ ให้ได้รับอุบัติเหตุกันมาตั้งแต่วันนั้น

ซึ่งในช่วงแรก ๆ นั้นว่ากันว่า กลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนที่เรียกได้ว่าเป็นเป้าหมายของผียายสปีดนั้นก็คือ พวกเหล่าวัยรุ่นที่เราเรียกกันในสมัยนี้ว่าพวกเด็กแว้น และสก๊อยนั่นเอง แต่ในระยะเวลาต่อมา ก็มีผู้คนทั่วไปได้พบกับผียายสปีดโดยพร้อมหน้ากัน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ขับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีกด้วย

อีกทั้งบริเวณดังกล่าวก็ยังเป็นซอยเปลี่ยว ที่มีสำนักสงฆ์ขนาบอยู่สองข้างทาง และในจุดที่ลึกเข้าไปก็ยังเป็นป่าที่รกร้าง ที่ในอดีตนั้นเคยเป็นป่าช้าของสำนักสงฆ์โคกนาว ซึ่งเคยมีการฝังศพผู้คนจำนวนมากไว้ภายในที่แห่งนี้

อย่างไรก็ดี ว่ากันว่าประมาณเจ็ดสิบปีก่อนนั้น สำนักสงฆ์โคกนาว หรือวัดโคกนาวนั้น ก็มีประวัติที่มาอันน่าสยดสยองเช่นกัน โดยเล่ากันว่า นอกจากที่แห่งนี้จะเป็นป่ารกชัฏแล้ว ก็ยังเป็นทางผ่านของน้ำป่าในฤดูน้ำหลากอีกด้วย ซึ่งเมื่อถึงเวลาดังกล่าว น้ำป่าก็จะไหลบ่าเข้ามา เซาะผืนดินแห่งนั้นจนทำให้ศพที่ยังไม่ได้ถูกฝัง ต้องถูกน้ำพัดลอยไป บ้างก็ลอยไปติดกับต้นไม้ จนทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ซากชิ้นส่วนของศพที่ห้อยอยู่นั้น ก็จะตกลงมาบนพื้น และส่วนที่ยังติดอยู่ตามกิ่งไม้นั้น ก็จะเริ่มเน่าจนน้ำเหลืองหยดไหลตกลงมา ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่ เป็นที่น่าสยดสยองอย่างยิ่ง จนชาวบ้านล้วนขนานนามที่แห่งนี้ว่า “โคกเน่า” ซึ่งต่อมา มันก็ถูกเรียกชื่อเพี้ยนกันมา จนกลายมาเป็นโคกนาวในปัจจุบัน
วัดโคกนาวในปัจจุบัน มีประวัติความเป็นมาน่ากลัวกว่าผียายสปีดมาก
ทุกวันนี้ ถ้าหากว่าใครอยากจะทราบเรื่องราวของผียายสปีด แล้วเดินทางมายังซอยแห่งนี้ เพื่อหวังว่าจะสอบถามความจริงนั้นก็จะรู้กันดีว่า ตอนนี้ไม่มีใครรู้เรื่องของคุณยายกันอีกต่อไปแล้ว นั่นก็เป็นเพราะว่า เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า สถานที่ดังกล่าวก็ได้เปลี่ยนไปมาก โดยในตอนนี้ได้มีห้างสรรพสินค้ามาตั้งอยู่ใกล้ ๆ และมีผู้คนมาอาศัยอยู่มากขึ้น จนอาจจะเป็นไปได้ว่า ตอนนี้วิญญาณของผีคุณยายสปีดก็อาจจะสูญสลายหายไปตามกาลเวลา ไม่ก็อาจเดินทางข้ามภพข้ามชาติ เพื่อไปเกิดใหม่แล้วก็เป็นได้


--------จบ--------


หลังจากที่มิติที่ 6 ได้เล่าตำนานของผียายสปีดให้ท่านผู้ชมได้ทราบกันแล้ว เราก็เกิดความสงสัยในหลาย ๆ อย่าง เกี่ยวกับองค์ประกอบอันซับซ้อนของเรื่องราว ที่ไม่ได้พูดถึงประวัติของผียายสปีดเพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากนี้ ในตำนานก็ยังได้พ่วงเอาเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ในซอยเปลี่ยวดังกล่าว ที่อยู่ใกล้กับวัดโคกนาว หรือวัดโคกเน่าที่มีอยู่จริง ๆ มาเพิ่มความน่ากลัวให้กับเรื่องราวนี้กันอีกด้วย

แล้วผียายสปีดนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ? ถ้ามีจริง คุณยายเป็นใคร ? และถ้าผีคุณยายไม่มีจริง เรื่องราวนี้มันถูกใครแต่งขึ้นมากันแน่ ? และพวกเขาเหล่านั้น แต่งเรื่องผียายสปีดนี้ขึ้นมาเพราะอะไร ?

มิติที่ 6 ได้พยายามสืบค้นหาจุดเริ่มต้นเรื่องราวของผียายสปีด ว่าแท้ที่จริงแล้ว เรื่องราวนี้มันได้ถูกเริ่มต้นมาจากการเล่าเรื่องน่ากลัวสยองขวัญในรายการช็อคเอฟเอ็ม ของดีเจกูรูเรื่องสยองขวัญชื่่อดัง คุณกพล ทองพลับ หรือพี่ป๋องเดอะช็อค ที่ปัจจุบันนอกจากจะเป็นผู้ดำเนินรายการเดอะช็อคของสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 101 อาร์อาร์วันแล้ว ก็ยังเป็นพิธีกรในรายการคนอวดผี ที่โด่งดังในช่องเวิร์คพอยท์อีกด้วย
พี่ป๋อง กพล ทองพลับ สุดยอดกูรูเรื่องราวสยองขวัญ

โดยเรื่องราวของผียายสปีดนี้ ได้ถูกเล่าครั้งแรกเมื่อสมัยที่รายการเดอะช็อคยังดำเนินรายการอยู่ที่สถานี X Radio ในชื่อ Shock FM โดยผู้เล่านั้นใช้ชื่อว่าคุณ ศรันย์ ซึ่งมิติที่ 6 คาดว่าช่วงเวลาที่เรื่องเล่านี้ถูกเล่าครั้งแรกนั้น น่าจะตรงกับช่วงปี พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2545 ก่อนที่รายการช็อคเอฟเอ็มจะย้ายสถานีไปที่แห่งใหม่

และท่ามกลางความเก่าของเรื่องราวที่ผ่านมานานกว่า 14 ปี มันก็ยิ่งทำให้การตามหาที่มาจริง ๆ นั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากค่อนข้างมาก จนกระทั่งมิติที่ 6 เองก็ไม่พบร่องรอยเพื่อสืบข้อมูลต่อไปอย่างไรได้ แต่แล้วเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559 ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนั้น ก็มีสมาชิกเฟสบุคผู้ชมรายการมิติที่ 6 ชื่อคุณ Spectra Vondergeist  ได้ให้ข้อมูลที่เป็นเบาะแสสำคัญกับรายการมิติที่ 6 ว่า เธอได้อ่านพบมาว่า เคยมีคนเปิดเผยความจริงของเรื่องราวผียายสปีดมาก่อน ซึ่งสิ่งนี้ได้ทำให้เราสามารถจับจุดค้นหาที่มาได้จากคำบอกเล่านี้

มิติที่ 6 เองก็เกือบจะหาที่มาไม่ได้ 
ซึ่งเราก็พบที่มาของเบาะแสดังกล่าว จากโพสต์ของแฟนเพจฟักโกสต์ เพจเปิดโปงเรื่องราวงมงายแนวฮาร์ดคอร์ โดยผู้ที่โพสต์นั้นใช้ชื่อว่าคุณสมเจต ได้โพสต์ข้อความเอาไว้เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558 ซึ่งมีใจความว่า เขาและเพื่อน ๆ  ก็คือคนที่แต่งเรื่องของผียายสปีด เพื่อไว้สำหรับใช้หลอกกลุ่มนักศึกษาน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามห้างโลตัส ที่ด้านหลังของห้างติดอยู่กับซอยเปลี่ยวดังกล่าว ซึ่งพวกเขาได้แต่งเรื่องนี้กันไว้ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2541 ถึง พ.ศ. 2542

โดยคุณสมเจตยังได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า เขาและเพื่อน ๆ รุ่นพี่หลายคนได้ช่วยกันแต่งเรื่องนี้ โดยนำเค้าโครงเรื่องราวมาจากการ์ตูนในนิตยสารซีคิดส์ ชื่อเรื่องนูเบ มืออสูรล่าปีสาจ ตอนผียายสปีด มาดัดแปลงเล่ากันใหม่ เพื่อให้เหล่ารุ่นน้องกลัวกันขำๆ แต่มันก็กลับกลายเป็นว่า เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า เรื่องราวนี้กลับถูกเล่าปากต่อปากไปกันใหญ่ เลยเถิดไปจนมีคนนำไปเล่าในรายการช็อคเอฟเอ็ม จนภายหลังแม้คุณสมเจตจะเฉลยที่มาเรื่องนี้ให้ผู้คนทั่วไปได้รับทราบความจริง มันก็กลับกลายเป็นว่า ไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เขาพูดเลย แถมยังหาว่าเขาโกหกอีกด้วย และยังได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ถ้าไม่เชื่อให้ลองไปค้นหาจากการ์ตูนเรื่องนูเบ มืออสูรล่าปีศาจดูก็ได้

เบาะแสใหญ่ที่มิติที่ 6 ได้รับจากคุณ Spectra Vpndergeist
“แอดมินฟักโกสต์ครับ มีเรื่องงมงายเรื่องนึงอยากจะเล่าอยากแชร์มากครับแอดมิน เรื่องยายสปีดที่โด่งดังที่ซอยวัดโคกนาว ข้างโลตัสตรงข้าม มอ. หาดใหญ่ครับ มุขนี้พวกผมเรียน มอ. แต่งเรื่องนี้เองเอาไว้หลอกเด็กๆ ตอนรับน้องแล้วลือกันต่อๆ ไปจนดัง มุขกากๆ เอามาจากซีคิดส์ เรื่องนูเบมืออสูรล่าปีศาจ ตอนยายสปีดครับ แต่งกันจากพี่ๆ เพื่อนหลายๆ คนเอาไว้หลอกเด็กเฟรชชี่ ราวๆ ปี พ.ศ. 2541 ถึง พ.ศ. 2542 ทุกวันนี้พอไปเล่ากลับ แม่งไม่มีใครเชื่อหาว่าผมโกหกอีก แอดมินลองไปหาอ่านนูเบตอนนั้นดู”

เมื่อมิติที่ 6 ได้สืบประวัติของคุณสมเจตแล้ว เราก็พบว่าคุณสมเจตนั้นเคยศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยดังกล่าวจริง และปีที่คุณสมเจตกล่าวอ้างว่าเขาและรุ่นพี่ได้เล่าเรื่องนี้ในปี พ.ศ. 2541 ถึง พ.ศ. 2542 นั้น มันก็ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่รายการวิทยุช็อคเอฟเอ็มยังคงออกอากาศอยู่อีกด้วย นั่นจึงทำให้มิติที่ 6 ต้องพุ่งประเด็นไปที่หนังสือการ์ตูนเรื่องนูเบ มืออสูรล่าปีศาจ ที่เคยลงตีพิมพ์ในนิตยาสาร C-Kids นั้นว่า การ์ตูนเรื่องนี้มีจริงหรือไม่ ? และถ้ามีจริง เรื่องราวของผียายสปีดนั้นอยู่ในตอนที่เท่าไหร่กันแน่ ?
คุณสมเจตน์ เคยศึกษาที่ PSU (มอ.หาดใหญ่) จริง
โดยนิตยสารการ์ตูน C-Kids นั้น ก็คือนิตยาสาร C-Kid Express ในปัจจุบัน ที่เพิ่งจะประกาศปิดตัวไปเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา และยังพบว่าในช่วงนั้น ก็มีการ์ตูนเรื่องนูเบมืออสูรล่าปีศาจ เป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับต้น ๆ ลงนำเสนออยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ถึง พ.ศ. 2542 จริง ๆ เช่นกัน

มิติที่ 6 ได้ลองค้นหาตอนที่นำเสนอเรื่องราวของผียายสปีด จากหนังสือรวมเล่มของการ์ตูนซีรีย์ชุดนี้ มิติที่ 6 ก็พบว่า ในการ์ตูนเรื่องดังกล่าวนั้น มีตอนที่ชื่อว่า คุณยายเครื่องเจ็ท ที่มีเนื้อเรื่องพูดถึงผีคุณยายคนหนึ่ง ที่จะคอยไล่ตามหลอกหลอนผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาในบริเวณที่ผีคุณยายคนนี้ออกอาละวาด ด้วยการวิ่งตามรถของเหยื่อไปเรื่อย ๆ จนเมื่อเหยื่อหันหลังมาพบกับคุณยายเครื่องเจ็ทเข้า เหยื่อก็จะไม่สามารถหันหน้ากลับมามองข้างหน้าได้ จนสุดท้ายพวกเขาก็จะต้องประสบอุบัติเหตุร้ายแรง และคนที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุนั้น ก็ได้กลับมาเล่าเรื่องราวที่พวกเขาพบ  โดยตอนดังกล่าวนั้น ได้ถูกนำเสนออยู่ในการ์ตูนเรื่องนี้ ในเล่มที่ 18 ตอนที่ 157 หน้า 153 นั่นเอง

นูเบ มืออสูรล่าปีศาจเล่มดังกล่าว และตอนดังกล่าว

ซึ่งมิติที่ 6 ก็อยากจะบอกกับท่านผู้ชมว่า สิ่งที่มิติที่ 6 พบมานี้ ก็เป็นเพียง 1 ในข้อมูลที่มีหลักฐานยืนยันที่มาของเรื่องราวตำนานผียายสปีดนะครับ ซึ่งที่มาของเรื่องจริง ๆ มันก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้ เพียงแต่ว่า ถ้าเรื่องที่คุณสมเจตเล่ามานั้นเป็นความจริง นั่นก็หมายความว่า ตำนานผียายสปีดที่กลายเป็นเรื่องเล่าสุดสยองขวัญกันมานับสิบปีนั้น แท้ที่จริงแล้วมันก็มีที่มาจากการ์ตูนแอคชั่นสยองขวัญเท่านั้นเอง แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของท่านผู้ชมด้วยเช่นกันว่า ท่านผู้ชมมีความเห็นว่าอย่างไร

เพราะอย่างน้อยเรื่องราวของผีคุณยายสปีด ก็ทำให้เหล่าวัยรุ่นที่อยู่ในวัยคึกคะนอง ขับขี่จักรยานยนต์กันแบบไม่สนใจความปลอดภัย หันมามองรอบตัวกันบ้าง เพื่อจะได้ไม่ต้องพบกับผีคุณยายสปีดกำลังลอยตามรถของพวกเขากันมาหรือเปล่า ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นเช่นกัน
ยังไงตำนานผียายสปีด ก็มีข้อดีอยู่ครับ

เพียงแต่ว่า ถ้าผีคุณยายมีจริง แล้วเราจำเป็นจะต้องเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวขึ้นมา เราก็อาจจะได้พบกับท่าน พอถึงตรงนั้น ก็อย่าลืมคว้าโทรศัพท์ถ่ายคลิปมาฝากรายการมิติที่ 6 กันด้วยนะครับ 

อย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ พร้อมกับค้นหาที่มาของมันกันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนท์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี
มิติที่ 6 ขอขอบคุณข้อมูลสำคัญจากสมาชิกแฟนเพจมาก ๆ ครับ

เรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา
Facebook - มิติที่ 6 , ฟักโกสต์ , คุณสมเจตน์ , C-Kids Express
Wikipedia - เดอะช็อค , มืออสูรล่าปีศาจ , ซีคิดส์

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 LIVE Streaming !!! สดครั้งที่ 6 (27-9-2559)




LIVE Streaming!!! มิติที่ 6 สดครั้งที่ 6 ครั้งนี้นอกจากจะอัพเดตเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงตอบคำถามจากหลังไมค์ยาวๆ จุใจกันไปเลยครับ
  1. คลิปข่าวพบยูเอฟโอในประเทศมาเลเซีย
  2. ข่าวอเมริกายิงยูเอฟโอ
  3. ปริศนาครอปเซอร์เคิล
  4. ยูเอฟโอปริศนาใต้ทะเลบอลติก
  5. คลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาว
  6. ยูเอฟโอตกที่เมืองจีน หรือไชนิสรอสเวลล์
  7. เหตุการณ์จากผู้ถูกมนุษย์ต่างดาวจับไปติ๊ดชึ่ง
  8. ข่าวการพบซากยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวที่เกาะหงส์
เปิดชมบนยูทูป


คลิปข่าวพบยูเอฟโอในประเทศมาเลเซีย

เรื่องนี้ถูกท่านผู้ชมสอบถามกันมาทางคอมเมนท์และข้อความบนเฟสบุคแฟนเพจของมิติที่ 6 กันหลายท่านพร้อม ๆ กันในวันเดียวเลยครับ โดยในข่าวนั้นอ้างว่า ช่องข่าวทีวีของประเทศมาเลเซียได้นำเสนอคลิปยูเอฟโอลำขนาดใหญ่บินอยู่เหนือน่านฟ้าของที่นั่น ตามคลิปนี้ครับ



มิติที่ 6 เห็นครั้งแรกก็ตกใจว่ามันมีเรื่องขนาดนี้เกิดขึ้นมา แล้วทำไมไม่มีข่าวออกทางสำนักข่าวของไทยเลยนะ ก็เลยค่อย ๆ ค้นหากันไปจนในที่สุดก็พบความจริงว่า มันเป็นคลิปที่ถูกดาวน์โหลดมาจากช่องยูทูปซึ่งเป็นช่องของนักทำคอมพิวเตอร์กราฟิคอิสระในแคลิฟอร์เนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า แมนเบิร์ด12000 โดยในช่องของเขานั้น เราจะพบคลิปยูเอฟโอลำนี้อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยซอฟท์แวร์สร้างภาพยนต์สามมิติครับ โดยคลิปที่ถูกคนมาเลเซียเอามาตัดต่อเล่นนั้น ก็คือคลิปนี้ครับ


คลิปต้นฉบับก่อนถูกนำไปกลับด้านซ้ายไปขวา

ซึ่งคนมาเลเซียเขานำคลิปนี้มาเล่นย้อนหลัง แถมยังกลับด้านซ้ายไปขวา เพื่อให้ยูทูปไม่สามารถจับหาการละเมิดลิขสิทธิได้ครับ ท่านผู้ชมลองเข้าไปชมทุกคลิปของเขาได้ที่ช่องแมนเบิร์ด12000 นะครับ จะว่าไปทุกคลิปของคุณแมนเบิร์ดนี่ ก็ตั้งชื่อไว้ล่อเป้าคนที่ชอบแนวยูเอฟโอเหมือนกันนะครับ



-------------------------

ข่าวอเมริกายิงยูเอฟโอ




สำหรับเรื่องกองทัพของอเมริกาไล่ยิง UFO นี้ มิติที่ 6 ไม่แน่ใจนะครับว่าคลิปไหน แต่ถ้าจะให้ทายก็น่าจะเป็นคลิปที่ถูกโพสต์ในเพจยูไลค์ ที่นำเสนอคลิปที่อ้างว่าเป็นทหารอเมริกา ยิงปืนใส่ยูเอฟโออันนี้นะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผู้บรรยายได้เข้าไปในช่อง Section 51 ซึ่งเป็นช่องที่อัพโหลดคลิปต้นทางนะครับ แล้วเราก็พบว่า คลิปทั้งหมดของช่องนี้ เป็นคลิปเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับยูเอฟโอ และเอเลี่ยนในรูปแบบต่าง ๆมากมาย ซึ่งคลิปในยูไลค์นั้นก็น่าจะเป็นการยิงยูเอฟโอในซีเรียครับ แต่ทุกคลิปมันดูแล้วก็สรุปได้ว่าเป็นคลิปที่ถูกตัดต่อขึ้นมาทั้งหมดนะครับ สาเหตุที่ผู้บรรยายต้องบอกแบบนั้นก็เพราะว่า ในส่วนของรายละเอียดของช่อง เขาบอกกับเราว่า เขานำคลิปนี้มาจากแหล่งต่างๆ เพื่อความบันเทิงเท่านั้น และบางคลิปมีลิขสิทธิ์ ซึ่งถ้ามันเป็นภาพจริง มันก็ไม่ควรจะมีลิขสิทธิ์นะครับ นี่แสดงว่ามันมีผู้สร้างคลิปขึ้นมา โดยในความเห็นที่ช่องนี้ก็มีบางท่านบอกกันตรง ๆ ว่า รู้ทั้งรู้ว่าเป็นของปลอม แต่มันก็เยี่ยมจริง ๆ เลย ใช่ครับ ทุกคลิปนั้น ถูกสร้างขึ้นมาได้เยี่ยมมากครับ



-------------------------

ปริศนาครอปเซอร์เคิล



อันนี้มิติที่ 6 ขอพูดเรื่องครอปเซอร์เคิลกันสักนิดครับ เพราะมีท่านผู้ชมสอบถาม และขอเรื่องนี้กันมามากมาย แต่เนื่องจากมันก็เป็นปริศนาที่เรียกได้ว่า คนเชื่อ เขาก็เลือกจะเชื่อ และคนไม่เชื่อ ก็เลือกที่จะมองว่ามันไม่จริงนะครับ

ครอปเซอร์เคิลนั้นถือเป็นปรากฏการที่มักจะเกิดในไร่ ไม่ก็ทุ่งข้าวของชาวนาชาวไร่ของต่างประเทศกันเป็นส่วนใหญ่ครับ แต่ที่พบกันบ่อย ๆ กลับเป็นในประเทศอังกฤษเสียส่วนมาก โดยลักษณะของมันจะปรากฏเป็นรูปทรงเรขาคณิต สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือวงกลม เรียงร้อยกันเป็นรูปร่างสวยงาม แต่ที่มันเป็นปริศนาขึ้นมาก็เพราะมันปรากฏขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืนนี่แหละครับ



ส่วนครอปเซอร์เคิลที่เรียกได้ว่าเกิดขึ้นครั้งแรกบนโลก ที่ถูกค้นพบนั้นมันก็คือครอปเซอเคิลในปี ค.ศ. 1678 แต่รายละเอียดก็ค่อนข้างจะคลุมเคลือครับ แต่ก็ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกเอาไว้

ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1686 ก็มีข่าวพบครอปเซอร์เคิลอีกในประเทศอังกฤษ แต่สุดท้ายคุณอีริควอน ดานิเกน ก็ออกมายอมรับว่าเขาเป็นสร้างมันขึ้นมา แต่กว่าจะยอมรับก็ปาไปถึงปี ค.ศ. 1991 แล้วครับ

พอปี ค.ศ. 1880 ก็มีนักวิทยาศาสตร์ชื่อคุณจอห์น แรนแคพรอน ได้พูดถึงการพบครอปเซอร์เคิลว่า บางทีมันอาจจะเกิดจากพายุหมุนสร้างมันขึ้นมาก็ได้ แต่เรื่องนี้มันก็ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คนครับ เพราะรูปร่างของเจ้าครอปเซอร์เคิลนั้น มันดูเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าถูกพายุแน่ ๆ

จอห์น แรนแคพรอน

ซึ่งจากนั้นเป็นต้นมา ก็มีการค้นพบครอปเซอร์เคิลมาตลอดครับ ไม่ว่าจะเป็นที่แถวสตุ๊กตัน ใกล้ ๆ กับชิเชสเตอร์ ในปี ค.ศ. 1932 และในไร่ข้าวโพดที่วิลท์เชียร์ปี ค.ศ. 1963

ซึ่งที่มันบูมกันจริง ๆ จัง ๆ นั้นก็น่าจะเป็นในปี ค.ศ. 1970 เพราะช่วงนี้มีการพบครอปเซอร์เคิลเป็นจำนวนมากมาย ยาวนานมาจนถึงช่วงปี ค.ศ. 1980 กันเลยทีเดียว ซึ่งสถานที่พบก็เป็นแถวแฮมเชียร์ และวิลท์เชียร์ในประเทศอังกฤษ ที่ต่อมาก็มีคนออกมายอมรับว่าพวกเขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา นั่นก็คือคุณดุ๊ก บาวเวอร์ และคุณเดฟ ชอร์ลี่ ครับ โดยเขาใช้เชือกและไม้ เป็นอุปกรณ์ในการทำ

ข่าวเปิดเผยการสร้างครอปเซอร์เคิลของสองผู้เฒ่า

แต่ทีนี้เรื่องมันก็ไม่จบครับ เพราะว่าในเวลาต่อมามันก็ยังมีครอปเซอร์เคิลเกิดขึ้นมาในชั่วเวลาข้ามคืนขึ้นอีกมากมายหลายแห่ง และบางแห่งก็ยังตรวจพบสารกัมมันตรังสีอีกด้วย

ทีนี้ในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งเป็นปีที่มีโอลิมปิกในประเทศอังกฤษ มันก็ได้มีครอปเซอร์เคิลรูป 5 ห่วงโอลิมปิกเกิดขึ้นมาที่ สนามบินฮิทโทรล กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษครับ

ครอปเซอร์เคิลโอลิมปิก

หลังจากนั้นมา นอกจากครอปเซอร์เคิลจะเป็นปริศนาลึกลับที่ทำให้คนเชื่อ และคนไม่เชื่อในยูเอฟโอ ถึงกับต้องห้ำหั่นกันว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม มันก็ได้กลายเป็นงานศิลปะไปแล้วเช่นกัน โดยครอปเซอร์เคิลที่เกิดขึ้นในภายหลังนั้น ก็เริ่มจะสวยงามขึ้น และซับซ้อนขึ้น ภายใต้กรอบการสร้างให้เสร็จภายในข้ามคืน และก็ยังถูกใช้ในการประชาสัมพันธ์สินค้า อย่างในทุ่งหญ้าที่สวีเดนถึงกับใส่ราคาสินค้าไว้ด้วย

ลวดลายเริ่มสวยงามมากขึ้น
ครอปหนอนชาเขียว !!!
ครอปคิตตี้ !!!
ครอปอุโฮะ !!!
ซึ่งยังไงปริศนาครอปเซอร์เคิลวันนี้ มันก็ได้เอื้อประโยชน์ให้กับหลาย ๆ ฝ่ายไป ท่ามกลางการถกเถียงที่เรียกได้ว่ายังไม่มีข้อสรุปในทุกวันนี้ครับ



-------------------------

ยูเอฟโอปริศนาใต้ทะเลบอลติก



สำหรับเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า เดอะบอลติคซีอโนมาลี่ หรือความผิดปกติใต้ทะเลบอลติคครับ โดยเรื่องนี้มันได้กลายเป็นที่ถกเถียงกันขึ้นมาหลังจากที่ทีมสำรวจใต้ทะเลชื่อ โอเชี่ยน เอ็กซ์ ของประเทศสวีเดน ภายใต้การนำของคุณปีเตอร์ ลินเบิร์ก เขาได้อ้างว่า ในขณะที่พวกเขากำลังทำการสำรวจหาสมบัติเรือแตกจากใต้ทะเลบอลติคในช่วงแถว ๆ รอยต่อของประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ด้วยเครื่องสแกนโซน่า ออกมาเป็นภาพของวัตถุปริศนา รูปร่างมันดูยังไง ๆ ก็เป็นยูเอฟโอชัด ๆ ครับ แต่ด้วยเพราะจุดที่พบนั้น มีรอยลากอยู่ใต้ท้องทะเลยาวกว่า 300 เมตร ด้วย และมันอยู่ลึกลงไปถึงกว่า 91 เมตร  ซึ่งคนทั่ว ๆ ไปไม่สามารถจะลงไปดูได้ง่าย ๆ เขาก็เลยไม่ได้ลงไปดู และก็ได้นำภาพผลสแกนนั้นมาเผยแพร่ต่อผู้คน จนกลายเป็นข่าวใหญ่สำหรับผู้ที่สนใจในด้านยูเอฟโอกันมากมายในช่วงเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2011

ภาพวัตถุชิ้นแรกที่ยังถกเถียงกันอยู่

รายละเอียดคร่าว ๆ ของมันก็คือ วัตถุคล้าย ๆ หินทรงกลม ขนาดประมาณ 60 ตารางเมตรครับ ถือว่าใหญ่พอตัวเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากนั้นมาก็มีศิลปินทำภาพซีจีของเจ้าสิ่งนี้ออกมากันมากมาย จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องราวของยูเอฟโอไปจริง ๆ

ตัวอย่างภาพที่ถูกศิลปินสร้างขึ้น แต่ถูกเข้าใจว่าเป็นของจริงไปแล้ว

และจริง ๆ ทีมของคุณปีเตอร์นั้นพบสิ่งผิดปกติใต้ทะเลบอลติคอยู่ 2 จุดครับ ไม่ใช่จุดเดียว แต่เขาเลือกที่จะนำภาพแรกออกมา แต่ภาพที่ 2 เอาเก็บไว้ แต่ภาพที่ 2 ก็ได้ถูกนำมาเปิดเผยในภายหลัง โดยมีหลายแห่งพยายามวิเคราะห์ว่าทั้งสองชิ้น มันน่าจะเป็นของชิ้นเดียวกันมาก่อนครับ ซึ่งพอเอามาต่อกัน มันกลับดูไม่เหมือนยานอวกาศแล้วครับ มีบางคนที่ไม่เชื่อว่ามันเป็นยูเอฟโอก็มองว่ามันคือส่วนของเรือที่ขาดออกจากกัน แต่มันก็ยังคลุมเครือมาก ๆ เพราะภาพที่สองนั้น ดูไม่ค่อยรู้เรื่องเลยว่าคืออะไร

ภาพจากเครื่องสแกนทั้ง 2 ด้าน เปิดเผยให้เห็นวัตถุอีกชิ้น !

แต่แล้วปีต่อมา ปริศนาต่างๆ ก็ได้ถูกรายการสารคดีชื่อ THE MYSTERY BENEATH ในตอน Baltic Sea UFO ได้นำทีมโอเชียนเอ็กซ์ที่ค้นพบนี่แหละ ให้มาเป็นหัวหน้าทีมในการค้นหาความจริงว่าใต้น้ำนั้นมีอะไร ซึ่งก็ได้นักประดาน้ำลึกมาช่วยกันลงไปถ่ายภาพใกล้ ๆ ของเจ้านี่ขึ้นมา และที่สำคัญคือ นักประดาน้ำลึกชื่อคุณสเตฟาน ได้สัมผัสพื้นผิวของมัน แล้วขึ้นมาบอกเล่าอีกด้วย

สีหน้าอันแสนกังวลของคุณสเตฟานก่อนจะเล่าสิ่งที่เขาสัมผัส

ซึ่งคุณสเตฟานบอกว่า เขาจับมันแล้ว มันมีลักษณะเหมือนคอนกรีต หรือหินมากกว่าจะเป็นวัสดุแปลกปลอมใด ๆ ครับ แต่ภาพที่เขาถ่ายได้มันก็ยังมีปริศนาแปลกประหลาดเพิ่มขึ้นมาอีก 2 อย่าง ก็คือเจ้าวัตถุนี้มันมีกองหินคล้ายวงแหวน และมีช่องเหมือนหน้าต่างสี่เหลียมอีกด้วย ซึ่งก็มีการตีความกันไปต่าง ๆ นา ๆ ว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่กับเจ้าวัตถุคล้ายยูเอฟโอชิ้นนี้ มันก็น่าจะเป็นอุกาบาตที่ตกลงมายังทะเลแห่งนี้ครับ นั่นจึงเป็นเหตุให้เราเห็นร่องรอยมันไหลครูดไปกับท้องทะเลเป็นทางยาวขนาดนั้น

ซึ่งแท้ที่จริงมันจะเป็นอะไรก็ตามนะครับ ไม่ว่าจะเป็นยูเอฟโอจริง ๆ หรือเป็นเพียงแค่อุกาบาตที่ตกลงมา หรือจะเป็นเพียงซากเรืออัปปางที่กลายสภาพจากไม้กลายเป็นหิน นี่ก็ถือเป็นการอัพเดตข้อมูลของเจ้าวัตถุลึกลับนี้ครับ

ภาพจากโซน่าภาพแรกที่ปรากฎเป็นกรอบสี่เหลี่ยมปริศนา 

ภาพจากเครื่องสแกนโซน่าใหม่ที่ดูใกล้เคียงกับท่อนไม้กลายเป็นหิน

จะว่าไป ทีมโอเชียนเอ็กซ์ก็ออกมายอมรับเรื่องหนึ่งครับ นั่นก็คือเจ้าผลสแกนโซน่านั้น มันเกิดจากเครื่องไม้เครื่องมือที่เก่า และราคาถูกมาก ภาพที่ได้ในตอนแรก มันอาจจะไม่ได้มีรูปร่างอย่างที่เห็นก็เป็นได้ซึ่งเราก็คงต้องดูอัพเดตกันต่อไปนะครับว่ามันจะมีข้อมูลอะไรที่ทราบเพิ่มขึ้นมาอีก หรือถ้าท่านผู้ชมท่านใดทราบว่ามีอัพเดตมากกว่านี้ ก็สามารถแจ้งให้ทราบได้ครับ



-------------------------

คลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาว

สำหรับคลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวนี้ จริงๆ มันมีหลายคลิปครับ แต่ที่เราจะพูดถึงในมิติที่ 6 วันนี้ มันก็คือคลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวที่ถูกอ้างว่า มันคือการผ่าตัดศพมนุษย์ต่างดาวที่เก็บกู้มาจากซากยานอวกาศที่ถูกพบในรอสเวลล์ นิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1947 โดยเจ้าของคลิปก็คือคุณเรย์ ซานติลินี่ อ้างว่าเขาไปซื้อมันมาจากช่างภาพในแอเรีย 51



ซึ่งคลิปนี้ได้ถูกสถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์ นำมาออกอากาศเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1995 และฉายซ้ำอีกครั้งในเดือนถัดมา ซึ่งมันก็ทำให้เกิดการถกเถียงกันเป็นอย่างมากในช่วงนั้นครับ และในประเทศไทยเองก็ได้มีรายการชื่อว่า เรื่องจริงที่เหลือเชื่อ ได้นำมาออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เมื่อนานมาแล้ว โดยได้พูดเช่นเดียวกันว่ามันดูเหมือนจริงเป็นอย่างมาก และอ้างว่ามีผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์จากในคลิปว่า อุปกรณ์ประกอบภายในคลิป และการผ่าตัดนี้ มันดูสมจริงจนเรียกได้ว่าคลิปนี้คือของจริง

แต่ทีนี้เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้ามาจนถึงปี ค.ศ. 2006 มันก็ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำอีกในช่องทางต่าง ๆ จนมีอีเวนท์เปิดตัวหนังล้อเลียนเรื่องคลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวขึ้นมา กำกับโดยคุณจอห์นนี่ แคมพ์เบล และเขียนบทโดยคุณวิลเลี่ยม เดวี่ ซึ่งเนื้อเรื่องก็ออกแนวล้อเลียนตลก ๆ ว่าเรย์ ซานติลินี่ ที่แสดงโดยแอนท์ แมคพาทลีนนั้นผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวนี้ยังไง แล้วมันก็ได้ทำให้เกิดกระแสเรื่องนี้กลับขึ้นมาอีกครั้ง

โปสเตอร์ภาพยนต์ล้อเลียนคลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาว

ในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2006  ซึ่งมันก็เป็นวันก่อนที่ภาพยนต์ล้อเลียนเรื่องนี้จะถูกฉาย ก็มีรายการเอียมอนน์อินเวสติเกต ตอนผ่าตัดมนุษย์ต่างดาว โดยคุณเอียมอนน์ โฮล์ม ได้เชิญคุณเรย์ ซานติลินี่ เจ้าของฟุตเทจ และแกรี่ โชฟิลด์ซึ่งเป็นผู้กำกับตัวจริงของคลิปนี้ มานั่งสอบสวนในรายการ ซึ่งทั้งสองท่านก็ได้ตัดสินใจบอกความจริงว่า คลิปนี้มันเป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่ได้ซื้อมาจากกองทัพอย่างที่ตัวเองบอกมาตั้งแต่แรก ซึ่งคุณเรย์ ซานติลินี่กลับทิ้งปริศนาไว้อีก เพราะเขาบอกว่า ที่เขาพูดว่ามันถูกสร้างขึ้นมาใหม่ก็เพราะว่า เขาเคยเห็นฟุตเทจของจริงมาจำนวนหนึ่งจริง ๆ นะ โดยเขาใช้คำพูดว่า “ไม่กี่เฟรม” นั่นก็เลยกลายเป็นว่า เรื่องนี้มันเป็นเพียงคลิปหลอกลวง แต่ก็ยังมีปริศนาค้างอยู่เพราะคำว่า เคยเห็นของจริงมาก่อนนี่แหละครับ

แกรี่ โชฟิลด์ (ซ้าย) และ เรย์ ซานติลินี่ (ขวา)

ซึ่งจริง ๆ มิติที่ 6 ก็ไม่รู้จะฟันธงยังไง เพราะคุณเรย์เองก็พูดความจริงแบบกั๊ก ๆ ไปแบบนั้น แล้ววันหนึ่ง มิติที่ 6 ก็พบคลิปที่คาดว่ามันน่าจะเป็นเจ้า “ไม่กี่เฟรม” ของคุณเรย์ โดยในคลิปจะเห็นว่ามุมมองของกล้องนั้น คล้ายกับคลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาวมาก แต่มันก็คมชัดสมกับเป็นภาพยนต์ที่ถูกถ่ายจากฟิล์มจริง ๆ มากกว่าของคุณเรย์ที่ดูเหมือนการถ่ายทำจากกล้องวิดีโอเทปครับ ซึ่งคลิปนี้คือการชันสูตรมัมมี่ของจักพรรดิ์เมืองจีนในรายการสารคดีครับ ก็ไม่รู้ว่าจะใช่เจ้า “ไม่กี่เฟรม” ของคุณเรย์หรือเปล่า ก็แล้วแต่ครับ เพราะอันนี้มิติที่ 6 บังเอิญไปพบมาเท่านั้นเอง ไม่ได้มีการยืนยันอะไรครับ

คลิปที่ "เรย์ ซานติลินี่" คาดว่าเป็นตัวอย่างคลิปผ่าตัดมนุษย์ต่างดาว (วินาทีที่ 21.50)

ดูคล้ายมากแต่ก็ไม่สามารถฟันธงได้ครับ



-------------------------

ยูเอฟโอตกที่เมืองจีน หรือไชน่ารอสเวลล์



เรื่องนี้มันเริ่มต้นมาจากหนังสือชื่อเดอะไชนิสรอสเวล โดยในหนังสือนั้นได้พูดถึงนักโบราณคดีของประเทศจีนชื่อฉู่เหวินหมิง ที่เขาได้รับแผ่นจานหินประหลาดในถ้ำชื่อไป่เอียนเหอซาน โดยมันมีเรื่องบันทึกไว้ว่านักโบราณคดีได้พบมันหลังจากเกิดแสงประหลาดที่คาดว่าน่าจะเป็นยานอวกาศร่อนตกลงมาที่นั่น และมนุษย์ต่างดาวบนยานลำนั้นก็ไม่สามารถจะซ่อมยานได้ จึงต้องจำเป็นมาใช้ชีวิตบนโลกของเรา โดยพวกเขาเรียกตัวเองว่าชาวโดรปา

แผ่นจานโดรป้า

ซึ่งการใช้ชีวิตของพวกเขานั้น ต้องคอยหลบหนีการตามล่าของชาวฮั่นของจีนกันอยู่นาน และปัจจุบันพวกเขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่ โดยมีลักษณะเหมือนคนรูปร่างเล็กมาก ๆ นั่นเอง

โดยเรื่องราวนี้ยังได้ถูกผูกไปยังทฤษฎีสมคบคิดของจีนด้วยว่า หลักฐานของแผ่นจานโดรปานั้น มันได้หายไปอย่างลึกลับ หลังจากที่คุณเอิร์นเนส เวกเนอร์ วิศวกรชาวออสเตรีย ได้เจ้าไปพบเจ้าจานโดรปาที่พิพิธภัณฑ์บันโปในชานซี โดยเขาบอกว่ามันไม่ได้เพียงแค่หายไป แต่เจ้าหน้าที่ที่นั่นก็หายไปอย่างปริศนา ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากทางการของจีนในยุคคอมมิวนิสต์ได้จับพวกเขาไป

หาซื้อได้ตามร้านหนังสือบ้านเราเช่นกันครับ

จริง ๆ ก็ยังมีรายละเอียดอยู่อีกมากมายครับ แต่มิติที่ 6 ขอข้ามไปบ้าง เพราะสุดท้ายผู้ที่รวบรวมเขียนหนังสือเดอะไชนิสรอสเวลล์ นั่นก็คือคุณเดวิด อกามอน หรือเดอวิด เอกามอน ชาวเยอรมัน ได้ออกมายอมรับว่ากับนิตยสาร  Fortean Times ว่าเขาเขียนมันขึ้นมาจากจินตนาการเท่านั้น ซึ่งแทนที่เรื่องราวมันจะจบลงไปด้วยดี แต่กลายเป็นว่า ผู้ที่เชื่อเรื่องยูเอฟโอตกในจีนบางส่วน ก็ยังคงเชื่อว่ามีชาวโดรปาอยู่จริงๆ และเชื่อว่าคุณเดวิด อกามอน นั้นน่าจะถูกทางการของเยอรมัน หรือไม่ก็ทางการของจีน ทำการข่มขู่และบังคับให้เขาออกมาปฏิเสธเรื่องราวนี้ ให้เหล่าผู้คนที่กำลังเชื่ออยู่นั้นเกิดความสับสน ซึ่งมิติที่ 6 เอง ก็อยากให้ท่านผู้ชมใช้วิจารณญาณกับเรื่องนี้ให้ดี ๆ ครับ ว่ามันจะเป็นไปในรูปแบบไหนได้บ้าง เพราะว่าถ้าคุณเดวิดถูกข่มขู่ มันก็แปลว่ามียูเอฟโอตกจริง แต่ถ้าเขาไม่ได้ถูกข่มขู่แล้วออกมาพูดแบบนี้ มันก็น่าจะเป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเชิงสารคดีเท่านั้นเองครับ



-------------------------

เหตุการณ์จากผู้ถูกมนุษย์ต่างดาวจับไปติ๊ดชึ่ง



อันนี้ขำ ๆ นะครับ มีผู้ชมสอบถามเรื่องเหตุการที่มีหญิงสาวมากมาย ถูกจับตัวไปบนยูเอฟโอ จากนั้นก็ถูกมนุษย์ต่างดาวจับข่มขืน บางคนก็ยืนยันว่าเธอมีลูกกับมนุษย์ต่างดาวด้วย และยังมีการเสนอภาพวาดมนุษย์ต่างดาวฝีมือของพวกเธอให้เราได้ดู ซึ่งเรื่องนี้มิติที่ 6 ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดจะดีกว่าครับ เพราะมันมีมากมายหลายคนมาก เอาแค่รวม ๆ แล้วกันว่า มีหญิงสาวถูกจับไปทำแบบนั้น และพวกเธอก็รอดกลับมาเล่าให้ฟัง เพียงแต่แหล่งข่าวนั้นมาจากสำนักพิมพ์ข่าวแนวบันเทิงของอังกฤษ ชื่อว่า mirror.co.uk และ thesun.co.uk เช่นเคยครับ



-------------------------

ข่าวการพบซากยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวที่เกาะหงส์

จังหวัดสงขลา(ตามข่าว) ในปี ค.ศ. 2005 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดสึนามิในเมืองไทยครับ ซึ่งถ้าเราจำกันได้ในช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่ส่วนภาคใต้ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่ม จนมีผู้คนล้มตายไปเป็นหลักหมื่น



แต่ข่าวนี้มันมาแดงขึ้นเพราะรายการบอกเก้าเล่าสิบ ได้นำอาจารย์เทพนม เมืองแมน นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทยออกมาเปิดเผยเรื่องราวนี้ โดยมิติที่ 6 ขอไม่พาดพิงอาจารย์เทพนมมากไปกว่านี้นะครับ แต่เราจะขอเข้าไปที่เนื้อข่าวเลย นั่นก็คือมันเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ชื่อ "วิคลี่เวิร์ลด์นิวส์" ที่กว่ามิติที่ 6 จะหาข่าวนี้พบก็เรียกได้ว่า ไปเจอตอนแทบจะสิ้นหวังในห้องสมุดกูเกิลที่เขาได้สแกนเก็บไว้ครับ

ปกหนังสือพิมพ์ Weelky World News ฉบับวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2005

โดยข่าวนี้ปรากฏอยู่ในพาดหัวหน้าแรก และมีรายละเอียดอยู่ที่หน้า 24 และ 25 ของเล่มครับ เนื้อข่าวพูดถึงกองทัพไทย สามารถกู้ซากยูเอฟโอได้ที่เกาะหงส์ และยังพบว่าภายในนั้นนอกจากจะพบซากมนุษย์ต่างดาวนอนตายแล้ว ก็ยังพบคุณเวนดี้ คาร์พสเดล อายุ 27 ปี ในสภาพกำลังถูกพันธนาการอยู่บนที่นอนภายในยานอวกาศ และในข่าวก็ยังได้นำภาพถ่ายดังกล่าวออกมายืนยันด้วยครับ โดยเขาบอกว่ามันเป็นภาพจากทางการประเทศไทยเลยทีเดียว

ข่าวยูเอฟโอตกในหน้า 24 และ 25

แต่ทีนี้เราก็พยายามค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีสำนักข่าวไหนนำเรื่องนี้มาเสนอบ้างไหม ก็ไม่พบว่ามีสำนักไหนเสนอกันเลยครับ เราจึงต้องเช็คว่าหนังสือพิมพ์วิคลี่นิวส์เน็ตเวิร์คนี้แท้ที่จริงมันเป็นหนังสือพิมพ์แบบไหน ด้วยการลองอ่านข่าวอื่น ๆ ดู ก็พบกับพาดหัวข่าวอย่างเช่น การค้นพบส้วมชักโครกแห่งเบอร์มิวด้า ใครมานั่งก็จะถูกดูดหายตัวไป และข่าวสาวลูนี่แต่งงานกับเงาตัวเองในกระจก.. อืม…จบข่าวก็แล้วกันนะครับ

ข่าวหน้า 23 ที่น่าจะบอกอะไรเราได้มากมาย


-------------------------

หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนท์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
-----------
Facebook : https://facebook.com/Mitithee6/
Website : http://mitithee6.blogspot.com/
Twitter : https://twitter.com/mitithee6
Google+ :https://goo.gl/DFmJmz

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ รวม 17 ตำนาน "บลัดดี้ แมรี่" กับพิธีกรรมเรียกผีสาวในกระจกสุดสยองขวัญ !!!



คุณเคยยืนอยู่ในห้องมืด ๆ กันบ้างไหม ? แล้วในห้องมืด ๆ นั้น คุณเห็นกระจกใบนั้นหรือเปล่า ? ลองเดินไปที่หน้ากระจกสิ จากนั้นก็จงเอ่ยชื่อของเธอออกมา !!!

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะรวบรวมเรื่องราวตำนานเรื่องหนึ่งที่ท่านผู้ชมได้ขอกันมาอย่างมากมาย เกี่ยวกับหญิงสาวในกระจกคนนั้น ว่าแท้ที่จริงแล้ว มันคืออะไรกันแน่ !!
ตามตำนานเล่าขานกันว่า ถ้าคุณถือเทียนเล่มนึง แล้วเดินเข้าไปยืนอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ จากนั้นให้ลองพูดชื่อของเธอ “บลัดดี้ แมรี่” ที่หน้ากระจกสามครั้งติด ๆ กัน ซึ่งแน่นอนว่าใครที่จะพูดอะไรแบบนี้ เขาจะต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะว่ามันคือพิธีกรรมเรียกวิญญาณของผีสาวบลัดดี้ แมรี่ ให้ปรากฏใบหน้าออกมานั่นเอง

ซึ่งถ้าคุณลองทำแล้วเกิดไปเห็นใบหน้าของเธอในกระจกขึ้นมา มันอาจจะส่งผลกับตัวคุณดังนี้
  • ดวงตาของคุณจะถูกกระชากออกมาจากใบหน้าอย่างสยดสยอง
  • ศพของคุณจะถูกข่วนไปทั่วทั้งตัว ตั้งแต่ใบหน้าจรดลงไปถึงปลายเท้า
  • วิญญาณของคุณจะถูกดูดกลืนเข้าไปเป็นผีในกระจกตราบจนชั่วนิรันทร์
  • นั่นหมายความว่า คุณจะต้องตายอย่างทนทุกข์ และทรมาน



ตำนานที่ 1
ตามประวัติศาสต์ของการเล่นบลัดดี้ แมรี่นี้ มันเริ่มจากการผสมผสานระหว่างบทสวดมนต์ กับตำนานพื้นเมืองของผู้คนทางแถบประเทศอังกฤษ ที่กล่าวถึงบลัดดี้ แมรี่ แม่มดมนต์ดำที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 100 ปี ก่อน


ตำนานที่ 2
ซึ่งต่อมาเรื่องเล่าของบลัดดี้ แมรี่นั้น ก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น โดยเล่าถึงหญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ต้องประสบอุบัติเหตุถูกรถชน และใบหน้าของเธอนั้นถูกกระแทกอย่างแรงจนกลายเป็นบาดแผลสุดสยดสยองและเสียชีวิตไป  หลังจากนั้นมาเธอก็กลับมาปรากฏตัวขึ้นในบานกระจก พร้อมกับใบหน้าอันสยดสยองนั้น ทุกครั้งที่มีคนเรียกชื่อของเธอ 




ตำนานที่ 3
นอกจากชื่อบลัดดี้ แมรี่แล้ว ก็ยังมีบางแห่งเรียกเธอว่า “แมรี่ เวิร์ธ” ซึ่งก็เป็นชื่อที่ถูกอ้างว่า กลุ่มผู้ไล่ล่าแม่มดแห่งซาเล็มเป็นผู้ตั้งชื่อให้


ตำนานที่ 4 แมรี่ ทูดอร์
ส่วนตำนานบลัดดี้ แมรี่ เรื่องที่ 4 นั้น ก็เป็นเรื่องที่ถูกนำมาจากประวัติศาสตร์ของอังฤษ ที่พูดถึง “ควีนแมรี่ ทูดอร์” ว่ากันว่าชื่อของพระนางนั้นน่าจะเป็นต้นฉบับของตำนาน “แมรี่ เวิร์ธ” และ “บลัดดี้ แมรี่” โดยตามประวัติแล้ว ควีนแมรี่ ทูดอร์ นั้นมีชื่อเรียกขานเป็นที่รู้จักกันว่าบลัดดี้แมรี่จนติดปาก เพราะในสมัยของพระนางนั้น เธอได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง กวาดล้างทำลายเหล่าผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ ด้วยการจับพวกเขามาเผาไฟ ตลอดช่วงรัชสมัยที่เธอครองราชย์อยู่

ราชินี แมรี่ ทูดอร์

และสาเหตุที่พระนางต้องทำแบบนั้น มันก็เพียงเพราะว่าพระนางเป็นคาธอลิค และไม่สามารถจะมีลูกได้เนื่องจากพระนางต้องแท้งลูกไปถึงสองครั้งสองครา และนอกจากชื่อของพระนางแมรี่ถูกนำมาใช้ในตำนานผีบลัดดี้ แมรี่แล้ว เรื่องราวการมีลูกไม่ได้ของเธอนี้ ก็ได้ถูกนำมาแต่งเป็นเพลงล้อเลียนในสมัยนั้นในชื่อเพลง “ฉันเป็นคนขโมยลูกของเธอ” อีกด้วย


ตำนานที่ 5 แมรี่ เวิร์ธ
ว่ากันว่าชื่อของ “แมรี่ เวิร์ธ” นั้น ก็คือชื่อของแม่มดคนหนึ่ง ที่เคยอาศัยอยู่ในย่านชิคาโกสมัยสงครามโลก โดยตำนานเล่าไว้ว่า เธอมักจะแอบจับตัวผู้คนมาเป็นทาส แล้วจับพวกมาเขาล่ามโซ่ขังเอาไว้ในยุ้งฉาง จากนั้นก็จะทยอยนำเหล่าทาสพวกนั้น มาทำเป็นเครื่องสังเวยในพิธีมนต์ดำของเธออยู่เสมอ และต่อมาพวกชาวบ้านก็สามารถล้อมจับเธอไว้ได้ จากนั้นชาวบ้านก็จับเธอเผาทั้งเป็น และนำซากศพของเธอไปฝังไว้ที่สุสานเซนต์แพททริคในเวลาต่อมา

แมรี่ เวิร์ธ
ตำนานที่ 6 แมรี่ เวิร์ธธิงตัน
ว่ากันว่าในช่วงปี ค.ศ. 1960 นั้น มีหญิงสาวรูปงามนาม “แมรี่ เวิร์ธธิงตัน” ผู้แสนจะไร้เดียงสา เธอมักจะจ้องมองดูเงาของตัวเองในกระจกอยู่เสมอ วันหนึ่งเธอได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียโฉม และหลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครอยากจะมองหน้าเธอเลย ซึ่งแม้แต่ตัวของเธอเอง ก็ยังไม่สามารถที่จะทนมองหน้าตัวเองได้ จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากที่เธอได้เห็นใบหน้าตัวเองในกระจกโดยบังเอิญ มันทำให้เธอตกใจและเศร้าใจเป็นอย่างมาก จนในที่สุดเธอก็ฆ่าตัวตายไป

แมรี่ เวิร์ธธิงตัน
ตำนานที่ 7 แมรี่ เวลส์
“แมรี่ เวลส์” นั้นคือสาวน้อยผู้โชคร้าย เธอประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกวิ่งแหกโค้งมาชน ทั้ง ๆ ที่เธอยืนอยู่บนทางเท้าแท้ ๆ และที่ใบหน้าของเธอนั้น ก็ถูกกระแทกจนเป็นแผลน่าสยดสยอง ซึ่งถ้าใครอยากจะเห็นใบหน้าของเธอ ก็จงเรียกเธอมาด้วยประโยคที่ว่า “ฉันเชื่อในตัวเธอนะ แมรี่ เวลส์”


ตำนานที่ 8 อลิซเบธ บาโธรี่
อีกหนึ่งตำนานที่น่าจะเกี่ยวของกับบลัดดี้ แมรี่นั้น ก็คือเรื่องของหญิงสูงศักดิ์ชาวฮังกาเรียนนามว่า “อลิซเบธ บาโธรี่” เธอมีชิวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1560 จนถึงปี ค.ศ. 1614 และเป็นที่รู้จักกันในนาม “เคาเตสแดรกคิวล่า” หรือ “บลัดดี้ เคาเตส” นั่นก็เพราะว่าเธอมีความเชื่อว่า การฆ่าและทรมานเหล่าหญิงสาวเพื่อรีดเอาโลหิตของพวกเธอมาอาบนั้น มันจะทำให้เธอสามารถคงความเป็นสาวเอาไว้ได้ตลอดกาล

อลิซเบธ บาโธรี่

ซึ่งความเชื่อนี้มันได้ทำให้เธอจับหญิงสาวมากมายกว่า 600 คน มาทรมานด้วยเครื่องมือที่เธอคิดค้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เหล็กเขี่ยไฟจี้ จับขังใส่ไอรอนเมเด็น หรือโลงเหล็กที่ข้างในเต็มไปด้วยหนาม ใช้เข็มทิ่มแทง ใช้ดาบ และจับแช่แข็ง



และสุดท้าย อลิซเบธ บาโธรี่ ก็ถูกจับ และถูกพิพากษาให้ขังเธอเอาไว้ในห้องปิดตาย ภายในปราสาทของเธอเองที่สโลวาเกีย ซึ่งถึงแม้ว่าชื่อของเธอจะไม่ใช่แมรี่ แต่สิ่งที่เธอทำมันก็ถูกเล่าขานเป็นตำนานกันต่อมา ซึ่งในอนาคต มิติที่ 6 จะเจาะลึกถึงประวัติของเธอให้ท่านผู้ชมทราบโดยละเอียดกันอีกทีครับ


ตำนานที่ 9 แมรี่ เวเธอร์บี
“แมรี่ เวเธอร์บี” คือหญิงสาวที่ถูกสามีใช้ของมีคนแทงจนเสียชีวิต ว่ากันว่าถ้าเราเข้าไปอยู่ในห้องมืด ๆ สักห้อง แล้วเอ่ยชื่อเธอสักสามครั้ง ใบหน้าที่ถูกมีดกรีดจนเหวอะหวะของเธอจะปราฎขึ้นมาในกระจก และเธอจะไล่ตามฆ่าเราด้วยมีดอันชุ่มเลือดจนกว่าเธอจะทำสำเร็จ


ตำนานที่ 10 แมรี่ ลูว์
“แมรี่ ลูว์” นั้นคือเด็กสาวที่มีชีวิตอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงปี ค.ศ. 1950  เธอคือดาวเด่นในงานพร็อม แต่ว่าก็มีบางคนตัดสินใจแกล้งเธอด้วยการใช้ดอกไม้ไฟยิงใส่ไปที่กระโปรงของเธอ จนในที่สุดแมรี่ ลูว์ ก็ถูกเผาทั้งเป็นจนเสียชีวิตไป

แมรี่ ลูว์
ตำนานที่ 11 แมรี่ จอห์นสัน
“แมรี่่ จอห์นสัน” นั้นเป็นแม่มดที่ถูกเผาทั้งเป็น ในช่วงยุคสมัยการไล่ล่าแม่มด ถ้าใครอยากจะเรียกเธอออกมาก็จงรวมตัวกัน จากนั้นก็ให้ทุกคนนั่งจับมือกันล้อมเป็นวงภายในห้องมืดสนิท แล้วพูดประโยคว่า “จงมาเถิด แมรี่ จอห์นสัน” ซ้ำ ๆ ไปพร้อม ๆ กัน แล้วเราจะเห็นแสงไฟสลัว ๆ ปรากฏขึ้นที่เหนือศีรษะของเพื่อนเราคนหนึ่ง


ตำนานที่ 12 เฮลล์ แมรี่ (Hell Mary)
“เฮลล์ แมรี่” นั่นก็คือชื่อเรียกที่ถูกแผลงมาจากชื่อของ เฮลล์ แมรี่ (Hail Mary) หนึ่งในตำนานที่ว่ากันว่า ถ้าเราเข้าไปอยู่ในห้องมืด ๆ สักห้อง จากนั้นก็จ้องไปที่กระจก แล้วเรียกชื่อของเธอว่า “เฮลล์ แมรี่...” ติดต่อกัน 7 ครั้ง กระจกตรงหน้านั้นก็จะกลายเป็นสีเลือด และเราจะเห็นใบหน้าของซาตานปรากฏออกมา


ตำนานที่ 13 มาดาม สวาร์ตา
ในประเทศสวีเดนจะมีตำนาน “มาดามสวาร์ตา” หรือ “มาดามสีดำ” อยู่เรื่องหนึ่ง เล่าขานกันว่าเธอจะปรากฏตัวออกมาที่หน้ากระจกเมื่อคุณพูดว่า “ฉันไม่เชื่อเธอหรอก มาดามสวาร์ตา” เป็นจำนวน 12 ครั้ง ติดกัน โดยว่ากันว่าหน้าตาและผิวหนังของเธอนั้นเป็นสีดำสนิท มีเส้นผมสีเขียว มีฟันสีแดง และนัยน์ตาสีเหลือง

มาดาม สวาร์ตา
ตำนานที่ 14 ควีนโพดำ (Queen of Spades)
และก็ยังมีตำนานควีนโพดำ หรือ “ควีนออฟสเปด” หรือ “ดามา พิคา” นั้นก็คือบลัดดี้ แมรี่ในเวอร์ชั่นของชาวรัสเซียนั่นเอง

ดามา พิคา บลัดดี้ แมรี่แห่งรัสเซีย
ตำนานที่ 15 เวโรนิคา
และตำนานเวโรนิคาก็เช่นกัน มันก็คือเรื่องราวของบลัดดี้ แมรี่ในเวอร์ชั่นของชาวสเปน


ตำนานที่ 16 คุจิซาเกะ อนนะ
“คุจิซาเกะอนนะ” หรือ “ผีสาวปากฉีก” ก็คือตำนานผีของประเทศญี่ปุ่น ที่ท่านผู้ชมสามารถแวะชมเรื่องราวของเธอได้ในมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ตอนไขปริศนาตำนานผีสาวปากฉีก คุจิซาเกะ อนนะ ที่ได้นำเสนอกันไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางต่างประเทศก็ถือว่าเธอคือบลัดดี้ แมรี่ในเวอร์ชั่นของคนญี่ปุ่น



ตำนานที่ 17 แคนดี้แมน
และปิดท้ายด้วยตำนานแคนดี้แมน อดีตทาสหนุ่มที่ชื่อว่า “แดเนียล รอบิเทลล์” ผู้หลงรักลูกสาวของนายทาสตัวเอง และต่อมาเขาก็ถูกเจ้านายจับได้ จนเขาถูกไล่ล่าหนีออกไปนอกเมือง แต่สุดท้ายเขาก็ถูกตามล่าตัวจนพบและตัดข้อมือของเขาด้วยเลื่อย จากนั้นเขาก็ถูกโยนร่างเข้าไปในกองรังผึ้ง แดเนียลร้องโหยหวลอย่างเจ็บปวดต่อหน้ากลุ่มผู้ไล่ล่าที่กำลังยืนดูอย่างสะใจ และพูดจาเยาะเย้ยเขาว่า “ดูเจ้าแคนดี้แมนนั่นสิ”

จนในที่สุดแดเนียลทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตไป ซึ่งก่อนตายแดเนียลได้สาปแช่งเอาไว้ว่า ถ้าเขาตายไปแล้วใครเรียกชื่อเขาว่าแคนดี้แมน เป็นจำนวน 5 ครั้ง ติดต่อกันที่หน้ากระจก เขาจะกลับมาล้างแค้นมันผู้นั้น

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ใครที่อยากลองดีเรียกชื่อแคนดี้แมน 5 ครั้งที่หน้ากระจกล่ะก็ แคนดี้แมนก็จะปรากฏตัวออกมาที่ข้างหลังของเรา ถึงตรงนั้นเขาก็จะใช้มือตะขอของเขาสังหารเราทันที  ซึ่งตำนานนี้ ถือว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานบลัดดี้แมรี่เช่นกัน


แล้วถ้าเราอยากเล่นบลัดดี้ แมรี่บ้างล่ะ จะต้องทำอย่างไร ?

เราต้องการเทียน 1 เล่ม คนใจกล้า 1 คน และห้องขนาดใหญ่  1 ห้อง ที่มีกระจกบานใหญ่สัก 1 บาน
จากนั้นก็ปิดไฟแล้วจุดเทียนถือเอาไว้ ทีนี้ก็ให้ยืนอยู่หน้ากระจกแล้วค่อยๆ เอ่ยคำว่า...

“บลัดดี้ แมรี่... บลัดดี้ แมรี่ ...บลัดดี้ แมรี่...”

แล้วก็ลองรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ให้หมุนรอบตัวสักสามรอบ จากนั้นก็กลับไปมองที่กระจก แล้วเราอาจจะได้เห็นใบหน้าอันสยดสยองของเธอ



ลองดูกันได้ถ้าท่านผู้ชมกล้าพอ แล้วก็อย่ามาโทษรายการมิติที่ 6 นะครับ ถ้าเกิดวิญญาณของคุณถูกดูดเข้าไปในกระจก ตลอดกาล

อย่าลืมติดตามชม มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ที่จะนำมาเล่าพร้อมกับที่มาของมัน กันได้ทุกวันศุกร์สะดวกนะครับ และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนท์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี



เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา Story for Kids - Bloody Mary the Legend