ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

27 พฤษภาคม 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนาคลิปปลิดวิญญาณ Mereana Mordegard Glesgorv

คุณจะเชื่อไหมว่าในเวบไซต์ยูทูป เวบที่มีคลิปวิดีโอมากมายหลายเรื่องราวนั้น จะมีบางคลิปที่เราได้เปิดชมแล้ว จะทำให้เราได้เห็นอะไรบางอย่าง ที่จะทำให้เราถึงกับต้องตกอยู่ในการครอบงำของปีศาจร้าย จนถึงกับต้องสังเวยชีวิต เพื่อจะได้หลุดพ้นออกมาจากอาถรรพ์นั้น


มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ทุกวันศุกร์สะดวกกับเรื่องราวเบา ๆ ในสัปดาห์นี้ เราจะขอนำเรื่องราวที่ถูกบอกเล่าต่อ ๆ กันมาอย่างคลุมเครือกับคลิปวีดีโอคลิปหนึ่ง ที่ภายในคลิปนั้นมีบางสิ่งที่สามารถจะครอบงำวิญญาณของเราได้ !!

 เปิดดูคลิปบนยูทูป

ในยูทูปนั้นมีคลิปวีดีโออยู่คลิปหนึ่งชื่อว่า "มีเรอาน่า มอร์เดการ์ด เกลสกอร์ฟ" ซึ่งถ้าหากเราทำการค้นหาคลิปนี้ บางครั้งเราก็จะไม่พบคลิปนี้เลย แต่ก็อาจจะมีบางครั้งที่คลิปจะปรากฎขึ้นมาให้เห็น โดยคลิปความยาว 20 วินาที คลิปนี้เป็นภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังจ้องเขม็งมองมาที่เราอย่างไร้อารมณ์ใด ๆ และพอคลิปวิ่งไปถึง 2 วินาทีสุดท้าย เขาก็จะเริ่มยิ้มและภาพด้านหลังของเขาก็จะแปรเปลี่ยนไป

ซึ่งคลิปที่คุณกำลังได้ชมอยู่นี้ มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคลิปวิดีโอของจริงเท่านั้น

นั่นก็เพราะว่า ในช่วง 2 วินาทีสุดท้ายของคลิปจริงนั้น มันได้ถูกทางยูทูปลบทิ้งไปแล้ว เพราะว่าหลังจากมีผู้ชมจำนวน 153 คน ได้ชมคลิปนี้จบ ต่างก็พากันควักลูกนัยตาของตัวเอง ส่งมันมาทางพัศดุภัณฑ์ ให้กับทางบริษัทแม่ของยูทูปที่อยู่ในซานบรูโน

ว่ากันว่าผู้ชมเหล่านั้นได้พยายามจะฆ่าตัวตายด้วยวิธีการต่าง ๆ นา ๆ  ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าพวกเขาใช้วิธีไหน ถึงได้ส่งลูกนัยตาของตัวเองมาทางพัศดุได้ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาได้ควักลูกนัยตาออกมาแล้วแบบนั้น

นับว่าเรื่องนี้มันก็ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่สามารถจะหาคำตอบได้เลย ซึ่งต่อมาทางยูทูปก็ได้อัพโหลดคลิปนี้คืน แต่ก็อัพโหลดไว้เพียงแค่ 20 วินาทีแรกเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ได้ชมคลิปนี้ในปัจจุบัน ก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่าแท้ที่จริงแล้วในคลิปมันมีอะไรกันแน่

โดยตัวคลิปวิดีโอของจริงนั้นมีพนักงานของยูทูปคนหนึ่งได้ดู และหลังจากที่เขาได้ดูไปเพียง 45 วินาที เขาก็เริ่มกรีดร้องออกมา ซึ่งต่อมาหลังจากที่พนักงานคนนี้สามารถสงบจิตสงบใจลงได้แล้ว เขาเองกลับไม่สามารถที่จะจำได้ว่า สิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นอะไรกันแน่ ?

ส่วนคนอื่น ๆ ที่อยู่ในห้องทำงานเดียวกับเขา ในช่วงที่เขากำลังเปิดดูคลิปนี้อยู่นั้น ต่างก็เล่าว่าช่วงที่พวกเขาได้พยายามจะช่วยปิดคลิปวิดีโอนี้ พวกเขาล้วนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง มันเป็นเสียงที่ทั้งแหลม และสูงมาก แต่ว่าทุกคนนั้นไม่มีใครสักคนที่จะกล้ามองไปที่จอมอนิเตอร์ว่าในนั้นมันมีอะไรกันแน่

และเมื่อพยายามค้นหาว่าใครเป็นผู้อัพโหลดคลิปวีดีโอตัวนี้ ก็ไม่สามารถจะหาที่มาได้ เพราะแม้แต่ IP Address ของผู้อัพโหลด มันก็ไม่ได้ถูกระบบบันทึกเอาไว้ และแม้แต่ตัวจริงของชายในวิดีโอนั้น ก็ไม่มีตัวตนแต่อย่างใดเลย



สำหรับเรื่องราวน่ากลัวนี้ พอมิติที่ 6 ได้อ่านจนจบ ก็รู้สึกได้ถึงความน่ากลัวจากใบหน้าของชายลึกลับ ภายใต้บรรยากาศภาพสีแดงฉานนั้น หรือนี่มันอาจจะเป็นอาถรรพ์จากซาตาน ที่ได้ทำการส่งฑูตนรก ให้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มาเป็นเครื่องมือช่วยล่าวิญญาณของมนุษย์ธรรมดา ๆ อย่างเรา เพื่อนำไปสังเวยให้กับนายของมันกันแน่ ?  ว่าแล้วพวกเราก็ไม่รอช้า มิติที่ 6 ได้พยายามสืบเสาะที่มาของเรื่องราว และคลิปน่ากลัวสยองขวัญชิ้นนี้ ว่ามันจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ชายผู้นี้คือใคร และใครกันแน่ ที่ได้ทำคลิปนี้ขึ้นมา ?

โดยข้อมูลเบื้องต้นจากเรื่องราวที่มิติที่ 6 ได้แปลมาจากต้นฉบับนั้น มันบอกชัดเจนว่าผู้อัพโหลดนั้นไม่มีตัวตน เราก็เลยต้องค้นหาที่มาว่าเรื่องนี้มันถูกเล่าครั้งแรกเมื่อไหร่ และที่ไหนแทน

ในที่สุดมิติที่ 6 ก็ได้พบว่า คลิปสยองขวัญที่ชื่อ "มีเรอาน่า มอร์เดการ์ด เกลสกอร์ฟ" ตัวนี้ถูกอัพโหลดขึ้นบนเวบไซต์ยูทูปครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2008  โดยยูทูปเบอร์ที่ใช้ชื่อว่า "erwilzei (เออวิลเซย์)" ที่มียอดผู้ติดตามเพียง 391 คน แต่มียอดเข้าชมคลิปนี้สูงถึงกว่าหนึ่งล้านห้าแสนวิว โดยผู้อัพโหลดคลิปนี้ไม่ได้ระบุรายละเอียดของคลิปไว้แม้แต่น้อย ซึ่งความยาวของคลิปนี้ยาว 20 วินาที ตามเรื่องราวที่ถูกเล่ามา

คลิปวิดีโอต้นฉบับของ "erwilzei"

เมื่อเราได้ลองค้นไปยังที่มาของเรื่องราวสยองขวัญที่มิติที่ 6 ได้เล่าเอาไว้เมื่อตอนต้น ก็พบว่าคลิปน่ากลัวนี้ได้ถูกสมาชิกยูทูปอีกท่านหนึ่ง นำไปทำให้ยาวขึ้นถึง 2 นาที และได้เขียนเรื่องราวน่ากลัวทั้งหมด เอาไว้ที่บริเวณรายละเอียดของคลิป จนต่อมาทั้งคลิป และเรื่องเล่านี้ก็ได้ถูกนำไปโพสต์ต่อที่เวบไซต์สังคมออนไลน์ชื่อดัง ในหมวดสยองขวัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเวบกระดานข่าว อันเอ็กซ์เพลน มิสเตอรี่ ฟอรั่ม, 4chan’s /x/ board  รวมไปถึงเกิดอีเมล์ลูกโซ่อีกมากมาย แตกแขนงออกไปเป็นภาษาต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

ซึ่งต่อมา การค้นหาความจริงของเรื่องเล่านี้ ก็ได้ถูกนำไปโพสต์ถามตามเวบกระดานถามตอบชื่อดังหลาย ๆ แห่ง เช่น Wiki Answers และ Yahoo Q&A  จนในที่สุดเรื่องราวนี้ก็ได้ถูกนำมาเผยแพร่บนเวบไซต์ "ครีปปี้พาสต้า" และถูกเล่าขานกันมาจนเรียกได้ว่า มันเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าสุดคลาสสิคของความน่ากลัวในโลกไซเบอร์ปัจจุบันกันเลยทีเดียว


และต่อมาหลังจากที่เวบไซต์ "เออร์บัน ดิคชันนารี่" เวบไซต์รวบรวมศัพท์แสลง และภาษาวัยรุ่น ได้เพิ่มนิยามของคำว่า "มีเรอาน่า มอร์เดการ์ด เกลสกอร์ฟ" เอาไว้ในวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 2008  ได้ไม่ถึงเดือน เรื่องราวนี้ ก็ยิ่งถูกแพร่หลายออกไปถึงเวบไซต์ในประเทศรัสเซียอีก คราวนี้มันก็ยิ่งถูกแต่งเติมสีสัน จนเกิดเป็นเรื่องราวที่แทบจะเรียกได้ว่า ถ้าใครไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่แรก ก็จะนึกว่าเรื่องนี้ มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงในประเทศรัสเซียกันเลยทีเดียว


แถมกลุ่มนิยมลัทธิคอนสไพเรซี ธีออรี่ หรือทฤษฎีสมคบคิด ก็ได้กล่าวว่าเรื่องนี้แท้ที่จริงแล้วมันมาจากหน่วยงานลับของสหรัฐอเมริกา ได้สร้างเรื่องขึ้นมาต่างหาก


แล้วชายในคลิปวิดีโอนี้เป็นใครกันแน่ ?

จริง ๆ แล้ว หลังจากที่คลิปต้นฉบับได้ถูกอัพโหลดขึ้นบนเวบไซต์ยูทูป ก็ได้มีผู้อัพโหลดคลิปวีดีโออีกชิ้น เพื่ออธิบายว่าแท้ที่จริงแล้ว เรื่องของมีเรอาน่า มอร์เดการ์ด เกลซกอร์ฟนั้น มันเป็นเพียงเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมา โดยระบุว่าแท้ที่จริงแล้วคลิปนี้ถูกสร้างขึ้นโดยสมาชิกคนหนึ่งของเวบ "eBaumsworld" โดยใช้ภาพถ่ายของแหล่งผู้เชี่ยวชาญประสานงานด้านการตลาด ของบริษัท แอลเอ เบส แอดเวอไทซิ่ง เอเจนซี่ ซึ่งภาพของชายคนนี้ถูกเผยแพร่บนเวบไซต์เกี่ยวกับงานด้านการตลาดในปี ค.ศ. 2004  โดยเวบไซต์ดังกล่าวถูกสร้าง และออกแบบโดย ฮิลแมน เคอร์ติส ซึ่งในเวบไซต์แห่งนี้ได้ระบุตัวตนของชายคนนี้ว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นบล็อกเกอร์ชาวรัสเซีย ที่ชื่อว่า "ไบรอน คอร์เตส" ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ที่เวอร์จินไอร์แลนด์

ไบรอน คอร์เตส ชายผู้อยู่ในคลิป

โดยเรื่องราวน่ากลัวนี้มีผู้วินิจฉัยไว้ว่า มันน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนต์สยองขวัญอย่าง เดอะริงนั่นเอง พอมาถึงตรงนี้ เรื่องราวของ "มีเรอาน่า มอร์เดการ์ด เกลสกอร์ฟ" ก็ถูกนำผู้คนที่รู้ความจริงแล้วเอามาเล่นสนุก ทำเป็นคลิปล้อเลียน และภาพแซวคลิปนี้ออกมาจำนวนมากมาย มาจนถึงทุกวันนี้



มิติที่ 6 ก็เลยอยากจะขอแนะนำว่า เวลามีใครนำเรื่องราวนี้มาเล่ากันในวงสนทนาก็จงอย่าไปพูดอะไร ที่จะทำให้การเล่าเรื่องต้องหยุดชะงักจะดีกว่านะครับ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องเล่าน่ากลัวเพื่อความบันเทิงกันต่อไป ให้กลายเป็นตำนานสนุกสนานแบบนี้จะดีที่สุด


อย่าลืมพบเรื่องราวเบา ๆ กับมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ทุกวันศุกร์สะดวกนะครับ

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา
http://www.creepypasta.com/mereana-mordegard-glesgorv/
http://knowyourmeme.com/memes/mereana-mordegard-glesgorv
http://wiki.answers.com/Q/Is_Mereana_Mordegard_Glesgorv_fake
http://answers.yahoo.com/question/index?qid=20100206183321AArcbCf
http://www.hillmancurtis.com/index.php?/design/aquent_aiga/
http://www.unexplained-mysteries.com/forum/index.php?showtopic=123987
http://www.youtube.com/watch?v=inly68KgOcs&feature=player_embedded
http://www.youtube.com/watch?v=d9up4_N63oI
http://www.urbandictionary.com/define.php?term=Mereana+Mordegard+Glesgorv&utm_source=search-action
http://metrofanzvenigorodskii.narod.ru/mmg.html
http://www.facebook.com/ByronCortez

13 พฤษภาคม 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนารถไฟหายไปในอุโมงค์ 42 ปี


บนโลกใบนี้ มีปริศนาต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย หลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา ล้วนแล้วแต่ต้องการหาคำตอบ ซึ่งมิติที่ 6 ศุกสยองขวัญ ในวันเบา ๆ ศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของรถด่วนขบวนปริศนา ที่ได้หายไปอย่างแปลกประหลาด และต่อมาหลังจากที่มันหายไปนานหลายปี ก็ได้เกิดเรื่องที่ทำให้ทั่วโลกต้องงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมิติที่ 6 อยากให้ทุกท่าน มาร่วมชม ร่วมฟัง และร่วมไขปริศนานี้ไปพร้อม ๆ กัน



หลังจากที่มีผู้ชมหลายท่านได้แนะนำ และสอบถามมิติที่ 6 เกี่ยวกับเรื่องราวของรถไฟที่วิ่งหายเข้าไปในอุโมงค์อย่างไร้ร่องรอย เราก็ได้พยายามค้นหาเรื่องราวปริศนานี้จนพบ ซึ่งเราจะขออ่านโดยไม่มีการตัดทอน หรือดัดแปลงข้อความต้นฉบับให้ท่านได้รับทราบกันก่อน

ภาพประกอบทั้งหมดไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

 ดูบนยูทูป กดที่นี่

เรื่องประหลาดนี้เกิดขึ้นที่ประเทศอิตาลี บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลพากันปิดปากเงียบ ที่ขบวนรถด่วนขบวนหนึ่งพร้อมกับผู้โดยสารหายลึกลับอย่างไร้ร่องรอย ขณะเคลื่อนเข้าไปในอุโมงค์แห่งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๒ แล้วจู่ ๆ โผล่ออกมาอีกในสภาพเดิมทุกอย่าง เมื่อต้นปีนี้ คือ พ.ศ. ๒๕๓๕

ที่ประหลาดยิ่งขึ้น ผู้โดยสารจำนวน ๑๒๐ คน และพนักงานประจำรถ ๓ คน มีอายุเท่ากับวันที่หายเข้าไปในอุโมงค์ไม่มีใครแก่อายุมากขึ้นสักวันเดียว รูปร่างเหมือนเดิมทุกอย่าง และพวกเขายังเชื่อว่า ทุกวันนี้ยังเป็น พ.ศ. ๒๔๙๒ อยู่

รัฐบาลอิตาลีเก็บเรื่องนี้เงียบที่จะพูดถึงขบวนรถด่วนหมายเลข เอฟ ๖๒๖ และยังไม่ยอมพูดถึงว่าเอาขบวนรถนั้นไปไว้ที่ไหนด้วย  ไม่ใช่แต่เพียงเท่านั้น ยังคอยจับตาผู้โดยสารทุกคน เว้นแต่มี ๒ คน ที่เป็นชาวต่างประเทศหลบหนีการสอบสวนไป  ส่วนพนักงานประจำรถ ๓ คน รัฐบาลได้เก็บตัวไว้ในสถานที่หนึ่ง ไม่ยอมเปิดเผยต่อสาธารณชน

ข่าวการหายไปของขบวนรถด่วน เอฟ ๖๒๖ หายลึกลับไป ๔๒ ปี และโผล่กลับมาอีกนั้น แม้ว่าทางการพยายามปิดข่าว แต่หนังสือพิมพ์อิตาลีเกือบทุกฉบับสามารถที่จะติดตามมาเสนอได้ พยานที่ได้รับทราบเหตุการณ์ครั้งนี้เผย ตั้งแต่เริ่มต้นที่ขบวนรถด่วนนี้มีด้วยกัน ๑๓ โบกี้ หายเข้าไปในอุโมงค์รถไฟที่มีความยาว ๑ ใน ๔ ไมล์ อย่างลึกลับไม่ยอมโผล่ออกไปอีกทางหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงปิดอุโมงค์ทำการค้นหา ซึ่งมีทั้งตำรวจ และนักวิทยาศาสตร์ โดยได้ค้นทุกตารางนิ้วแต่ไม่พบร่องรอยแม้แต่น้อยว่า มันหายไปได้อย่างไร รางถึงกับรื้อออกแล้วนำมาวางใหม่ เมื่อค้นหากันไม่พบทำให้หลายคนเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวได้ทำการโจรกรรมโขมยรถด่วนนี้ไป ตามรายงานของ นสพ. อุโมงค์ได้เปิดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ตั้งแต่นั้นมา แม้ว่าจะมีขบวนรถไฟผ่านไปมาเป็นพันขบวนก็ไม่มีอุบัติเหตุอันแปลกประหลาดลี้ลับนั้นเกิดขึ้นอีกเลย

แต่อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ก็มีคนพยายามค้นหาขบวนรถด่วน เอฟ ๖๒๖ แต่ก็พบว่ามีแต่ความว่างเปล่า บางคนถึงกับสรุปว่า รถขบวนนี้ถูกหุ้มห่อด้วยกาลเวลาและเดินทางไปสู่อนาคตอันไกลพ้น

เรื่องราวแบบนี้เคยเกิดขึ้นในสหรัฐ เรืออินเซอร่าซึ่งเป็นเรือคุ้มครองเรือประจัญบานของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา จู่ ๆ ก็หายอย่างลึกลับจากอู่เรือที่ฟิลาเดลเฟียในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่แล้วจู่ ๆ ก็ไปปรากฏตัวที่ฐานทัพเรือนอร์ฟอร์ด ซึ่งทุกวันนี้ยังหาคำตอบไม่ได้

เมื่อรัฐบาลปิดข่าว หนังสืออิตาลีก็พยายามที่จะขุดค้นออกมา ในที่สุดหนังสือพิมพ์โรมเดลี่ที่ขายดีมาก สามารถไปคว้าเอาเทปมาริโอ ฟรานซินี ช่างเครื่องรถไฟขบวนนี้มาตีแผ่ได้ ซึ่งมีดังนี้

"ขณะที่ขบวนรถเคลื่อนเข้าไปในอุโมงค์นั้น ไม่นานนักก็มีหมอกสีขาวหนาลอยฟ่อง สมองรู้สึกปั่นป่วนไปหมด จากนั้นก็หมดสติไม่รู้สึกตัว มาได้สติอีกครั้งหนึ่งเมื่อขบวนรถได้ออกจากอุโมงค์แล้ว เราคิดว่าเวลาคงจะห่างกันไม่ถึงนาทีดี แต่ที่ไหนได้ เมื่อขบวนรถเรากลับมาถึงสถานีโบล้อคน่าถึงได้ทราบว่าได้ห่างกันถึง ๔๒ ปี นี่คือสิ่งเดียวที่เรารู้ "

ผู้โดยสารอื่น ๆ ก็ให้การคล้ายคลึงกันว่า มีหมอกลงจัดเมื่อเวลาเข้าอุโมงค์แล้วก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย ผู้โดยสารขบวนรถด่วน เอฟ ๖๒๖ ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ ๒ คน ที่หลบการให้การคือ อดอล์ฟ โรเนอร์ เป็นชาวเยอรมัน กับมาร์ติน บาร์ตเลตต์ ชาวแอฟริกาใต้ สำหรับโรเนอร์มีนักข่าวอิตาลีได้โทรศัพท์ไปหลอกถาม โดยอ้างว่าเป็นผู้โดยสารรถด่วนนั้นด้วยกัน

โรเนอร์ได้เล่าว่า ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปมาก ตอนที่เขาหายไปพร้อมกับขบวนรถไฟนั้นเขาอายุ ๓๐ ปี มีลูกชายอายุ ๑๐ ขวบ เดี๋ยวนี้ลูกชายผมอายุ ๕๒ ปีแล้ว อ้วนและเป็นโรคหัวใจ ส่วนภรรยาผมก็ย่างเข้า ๗๐ ปีแล้ว กำลังเป็นโรคเบาหวาน ส่วนผมกลับอายุเพียง ๓๐ ปี เท่านั้น เท่ากับเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๒

เรื่องราวเหล่านี้เป็นความลึกลับของโลกที่อธิบายได้ยาก ซับซ้อน น่าอัศจรรย์ใจ ต่อผู้ที่ได้รับฟังเป็นอย่างยิ่ง


หลังจากที่มิติที่ 6 ได้อ่านเรื่องราวของรถไฟปริศนานี้จบ ก็รู้สึกสงสัย และอยากทราบเช่นกันว่า ว่าจริง ๆ แล้ว ในประเทศอิตาลีนั้น ได้เคยมีเรื่องราวเช่นนี้บันทึกไว้หรือไม่ หรือไม่ก็เรื่องราวนี้ได้เคยมีสำนักข่าว หรือเวบไซต์เรื่องราวปริศนาแห่งไหนเคยนำเสนอกันบ้าง เพราะเนื้อเรื่องดังกล่าวมันสุดจะแปลกประหลาดขนาดนี้ จะต้องมีเวบไซต์ต่างประเทศหลายแห่งได้บันทึกเรื่องนี้ไว้แน่ ๆ

ซึ่งข้อสงสัยมากมายนี้ทำให้มิติที่ 6 ได้ตั้งข้อสังเกตเนื้อหาต้นฉบับของรถไฟปริศนา และค้นหาคำตอบเป็นเรื่อง ๆ ไว้ดังนี้


หนังสือพิมพ์ "Rome Daily" (โรมเดลี่) มีจริงหรือเปล่า ?

มิติที่ 6 ได้ลองพิมพ์ชื่อหนังสือพิมพ์ดังกล่าวหลาย ๆ แบบ โดยเริ่มจาก โรม เดลี่, โรม เดลี่นิวส์ จากเวบไซต์กูเกิ้ล ผลออกมาคือ ไม่พบว่าหนังสือพิมพ์ชื่อดังกล่าวมาก่อน ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า ผู้เขียนเรื่องราวนี้ อาจอ่านหรือพิมพ์ชื่อหนังสือพิมพ์ผิดก็เป็นได้ เราจึงข้ามเรื่องนี้ไปยังข้อสังเกตต่อไป


เรื่องราวปริศนานี้ ถูกเปิดเผยครั้งแรกที่ไหน ? และใครเป็นผู้เผยแพร่ที่แท้จริงรายแรก ?

ซึ่งเมื่อมิติที่ 6 ได้พยายามค้นหาอยู่นาน จนในที่สุด ก็พบว่า เรื่องของรถไฟหายไปอย่างปริศนาในอุโมงค์นี้ นอกจากประเทศไทยแล้ว ก็มีบันทึกเป็นภาษาอังกฤษอยู่เพียงในแฟนเพจเฟสบุค "The truth about Aliens and Ufos" ไว้เพียงแห่งเดียว โดยระบุวันที่โพสต์ไว้คือ วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 โดยแฟนเพจดังกล่าว ได้ระบุแหล่งอ้างอิงว่ามาจากเวบไซต์ http://www.ufo-bbs.com/txt1/065.htm  ซึ่งปัจจุบันเวบไซต์แห่งนี้ ได้ปิดให้บริการไปแล้ว

และจริง ๆ ในผลการค้นหานั้น มิติที่ 6 ก็ได้พบว่ามีผู้แชร์เรื่องราวนี้เป็นภาษาอังกฤษอีกแห่ง นั่นคือบนเวบโซเชี่ยลกูเกิ้ลพลัส แต่โพสต์ดังกล่าวก็ได้ถูกลบออกไปแล้วเช่นกัน จึงไม่ถือว่าเป็นแหล่งที่มาอะไรได้ เลยต้องขอข้ามแหล่งอ้างอิงนี้ไป

พอเมื่อเรามาตรวจสอบที่เวบไซต์ของไทย ที่ได้นำเรื่องนี้มาเผยแพร่กันอย่างมากมาย เพื่อหาแหล่งข่าวที่เก่าที่สุดที่ได้นำเรื่องนี้มาเสนอนั้นก็พบว่า เรื่องราวนี้ได้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกที่เวบบล็อก "นานาสาระ $ โหราศาสตร์" ของ อ.ธนเทพ ปฏิพิมพาคม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556  นั่นหมายความว่า เรื่องนี้ได้ถูกแปลเป็นภาษาไทยครั้งแรกหลังจากที่ถูกเผยแพร่จากเวบบอร์ดต่างประเทศเพียงไม่ถึงเดือนเท่านั้นเอง

ภาพที่ถูกอ้างว่าเป็นที่เกิดเหตุ สันนิษฐานว่าถูกสแกนมาจากนิตยสารฉบับหนึ่ง
ที่วางขายตามท้องตลาดในเมืองไทย

โดยเรื่องราวนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก เพราะมันได้ถูกนำไปพูดคุยบนกระดานข่าวของเวบไซต์ "Pantip.com" ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ก่อนที่จะถูกนำเสนอต่อ ๆ ไปอีกหลายแห่ง จนมีผู้คนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่า เรื่องราวนี้มันเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงเรื่องแต่งกันแน่ !!

และเมื่อย้อนกลับไปดูข้อมูลอ้างอิงที่เป็นภาษาอังกฤษที่เหลือเพียงแห่งเดียวจากเฟสบุคนั้นอีกครั้ง ก็สังเกตพบว่า เรื่องราวดังกล่าวถูกพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งสิ้น ผิดกับโพสต์อื่น ๆ บนแฟนเพจแห่งนี้ ที่ใช้การพิมพ์แบบมาตรฐาน และลักษณะสำนวนภาษาที่ใช้ ก็ค่อนข้างจะเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย ง่ายจนเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นสำนวนการเขียน จากนักหนังสือพิมพ์หรือคอลัมนิสต์ใด ๆ และยังสังเกตได้ถึงสำนวนคำซ้ำ ๆ ที่มิติที่ 6 ไม่เคยพบในบทความภาษาอังกฤษที่ไหนมาก่อน นั่นก็คือคำว่า "AS SOON AS..."   เพราะบทความต่างชาติ จะหลีกเลี่ยงคำนี้ ไปใช้คำอื่น ๆ ที่สละสลวยกว่า และสมัยใหม่กว่า ซึ่งสิ่งนี้ได้ทำให้มิติที่ 6 เริ่มรู้สึกไปเองว่า บทความนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมาก่อนด้วยชาวต่างชาติที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษเลย ซึ่งก็เป็นไปได้ว่ามันอาจถูกเขียนขึ้นโดยใครสักคน ที่เกิดในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารหลัก แต่ก็มีความรู้ในการเขียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับสื่อสารได้พอควร


ภาพอุโมงค์ที่รถไฟปริศนานั้นได้วิ่งเข้าไป เป็นอุโมงค์ที่ไหนกันแน่ ?

มิติที่ 6 ได้พยายามใช้ภาพอุโมงค์รถไฟ ที่ถูกอ้างว่าเป็นอุโมงค์ที่เกิดเหตุปริศนานี้ มาค้นหาจากระบบค้นภาพของกูเกิ้ล ก็ไม่พบว่า มีภาพนี้อยู่ในเวบไซต์ต่างประเทศใด ๆ เลย นอกจากเวบไซต์ประเทศไทยเท่านั้น และทุกเวบไซต์ในไทย ล้วนเป็นภาพประกอบข่าวรถไฟนี้ทั้งสิ้น ซึ่งถือว่าแปลกมาก เพราะในต่างประเทศเองก็น่าจะมีการอัพภาพอุโมงรถไฟเก่ากันไว้บ้าง แต่กลับไม่มีภาพนี้เลย


เรือคุ้มครองเรือประจัญบานของอเมริกาที่ชื่อ "อินเชอร่า" นั้นมีจริงหรือไม่ ?

เพื่อความกระจ่าง มิติที่ 6 ได้ทำการตรวจสอบถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการหายไปของ "เรืออินเซอร่า" ที่ถูกอ้างอิงในเรื่องว่า มันก็เคยได้หายไปอย่างปริศนาในลักษณะเดียวกัน ก็พบว่าเรื่องราวดังกล่าวเคยเกิดขึ้นจริงที่ฟิลาเดเฟีย ซึ่งทางกองทัพเรือของอเมริกาก็ได้พบสาเหตุที่เรือลำดังกล่าวหายไปจากจอเรดาห์และได้ออกมาอธิบายกันนานแล้ว

นั่นก็คือ สัญญาณที่ตั้งของเรือลำดังกล่าว ถูกรบกวนจากทุ่นระเบิดแม่เหล็กที่เยอรมันได้วางเอาไว้ในน่านน้ำของอเมริกา ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อเรือได้แล่นผ่านจุดนั้นไป เรดาห์ก็สามารถจับสัญญาณของเรือลำนี้ได้อีกหน และที่แน่ ๆ เรื่องราวจริง ๆ นั้น เรือดังกล่าวนั้นไม่ได้ใช้ชื่อว่า "INSERRA" (อินเชอร่า) แต่มันเป็นชื่อเรือว่า "USS Eldridge" (ยูเอสเอส เอลดริดจ์) ซึ่งแน่นอนว่ามิติที่ 6 ได้พยายามตรวจหาชื่อเรืออินเชอร่าจากทุกช่องทางแล้ว ก็ไม่พบว่ากองทัพเรืออเมริกานั้น เคยมีเรือรบ หรือเรืออื่น ๆ ที่ใช้ชื่อนี้แต่อย่างใด แล้วทำไมชื่อเรืออินเชอร่านี้ ถึงกลับปรากฎอยู่เพียงในเรื่องรถไฟหายปริศนานี้ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษเท่านั้น ?



ชื่อของพยานในเรื่องนี้  มีตัวตนจริงหรือไม่

ในเรื่องรถไฟปริศนานี้ มีพยานที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวอยู่ 3 ท่าน โดยมีการระบุชื่อ และเชื้อชาติไว้ครบถ้วน ซึ่งประเด็นว่าพยานแต่ละคนเป็นชาวอะไร โดยอาศัยการดูชื่อนั้น ไม่สามารถใช้ได้กับทวีปยุโรป เนื่องจากทวีปนี้ มีผู้คนปะปนกันหลายเชื้อชาติในแต่ละประเทศนานแล้ว ดังนั้น มิติที่ 6 จึงขอพุ่งประเด็นไปที่ชื่อ และความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวรถไฟปริศนาเป็นหลักเลยจะดีที่สุด โดย อาศัยชื่อสะกดภาษาอังกฤษจากเรื่องต้นทางภาษาอังกฤษเป็นหลัก ด้วยวิธีการค้นหาจากการใช้ชื่อบุคคล ตามด้วยคำค้น "F626, Eyewithness และ Express rail"  ซึ่งได้ผลการค้นหาออกมาก็คือ


ทั้งเทปมารีโอ้ ฟรานชินี่ หรือ มารีโอ ฟรานชินี่ , อดอล์ฟ โรเนอร์ และมาร์ติน บาร์เลตต์ ล้วนมีชื่อปรากฏอยู่เพียงในเวบไซต์ของไทย และในแฟนเพจเฟสบุคที่เสนอเรื่องราวนี้เป็นภาษาอังกฤษเพียงเท่านั้น โดยไม่ปรากฎบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องใกล้เคียงเลยแม้แต่เวบไซต์เดียว

นั่นหมายความว่า ผู้เขียนข่าวรถไฟหายปริศนาลึกลับนี้ อาจไม่ทราบชื่อเรือที่แท้จริงที่หายไปช่วงการทดสอบในฟิลาเดเฟีย ส่วนชื่อของพยานที่ออกมาเล่าเรื่อง ก็ไม่มีประวัติหรือเรื่องราวอ้างอิงว่าพวกเขา เคยพูดถึงรถไฟสายนี้ในเวบไซต์ หรือเวบสื่ออื่น ๆ แต่อย่างใดบ้างเลย "มิติที่ 6 จึงขอสรุปว่าเรื่องราวนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น"

ซึ่งแน่นอนว่า การค้นหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบเรื่องราวนี้ของมิติที่ 6 เองนั้น เราก็ทำไปเพื่อความบันเทิงของท่านผู้ชมเช่นกันนะครับ โดยเรื่องราวรถไฟหายปริศนานี้ อาจเกิดขึ้นจริงก็ได้ เพียงแต่ว่ารัฐบาลของประเทศอิตาลีเก็บไว้เป็นความลับมาก จนมีข่าวรั่วออกมาถึงประเทศไทยกับเวบบอร์ดยูเอฟโอนั่นเอง

และเช่นเคย เมื่อเราได้ทราบข้อมูลเท็จจริงกันทั้งหมดแล้ว หากใครยกเรื่องราวปริศนารถไฟหายไปในอุโมง 42 ปีนี้ขึ้นมาในวงสนทนา เราก็ควรจะเงียบเฉยไว้ และปล่อยให้เขาเล่าไป โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปหักหน้าใคร ให้เขาเสียความรู้สึกกันจะดีกว่าครับ เพราะว่าความจริงนั้นมันไม่มีสเน่ห์เอาเสียเลย


อย่าลืมติดตามเรื่องราวเบา ๆ จากรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ทุกวันศุกร์สะดวก จากพวกเรามิติที่ 6 กันได้นะครับ

เรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา
http://exastrology.blogspot.com/2013/08/blog-post.html
http://www.dek-d.com/board/view/3063526/
facebook fanpage : The truth about Aliens and Ufos
https://goo.gl/4Cpy8t
G+ : https://goo.gl/8ESwq1
http://www.ufo-bbs.com/txt1/065.htm
http://welcome-to-poltava.com.ua/read/a_ghost_train_makes_trips_over_the_poltava
http://io9.gizmodo.com/5944616/what-really-happened-during-the-philadelphia-experiment
https://en.wikipedia.org/wiki/Philadelphia_Experiment

6 พฤษภาคม 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ไขปริศนา THIS MAN ชายคนนี้



มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ ในวันเบา ๆ วันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปพบกับชายปริศนาคนนี้ ที่มีผู้คนมากมายได้พบเขาในความฝัน มาร่วมตามหาความจริงว่ามันคืออะไรไปพร้อม ๆ กัน


ยามค่ำคืน เมื่อเราได้หลับตาล้มตัวลงนอน และเมื่อร่างกายเริ่มเข้าสู่ภวังค์ เราก็จะเริ่มฝัน บางคนอาจจะฝันว่ากำลังยืนอยู่ในที่ ๆ ไม่เคยไป บางคนอาจจะฝันถึงใครสักคน ที่เราเคยรู้จักได้มาพูดคุยด้วย บางคนฝันว่าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งมันก็แล้วแต่ว่า สมองของเรามันจะพาเราลงลึกไปในโลกความฝันให้บรรเจิดกันเท่าที่จะจินตนาการไปได้แค่ไหน

แต่คุณจะรู้ไหมว่า บนโลกใบนี้ กลับมีผู้คนมากมาย ที่เคยฝันซ้ำ ๆ ถึงหน้าตาของชายคนหนึ่ง ชายลึกลับที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพบหน้าเขามาก่อน ซึ่งการฝันถึงชายคนนี้ มันได้สร้างปรากฎการณ์ที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้น ต้องหาทางรวมตัวกันเพื่อตามหาว่าเขาคือใคร ?

เมื่อช่วงเดือน มกราคม ค.ศ. 2006  ณ นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยของจิตแพทย์ท่านหนึ่ง ได้วาดภาพของชายลึกลับคนหนึ่ง โดยผู้ป่วยรายนี้เธอบอกกับคุณหมอว่า เธอมักจะได้พบชายคนนี้ในฝันของเธอซ้ำ ๆ กันอยู่เสมอ โดยในความฝันนั้น ชายคนนี้จะคอยมาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเธออยู่เสมอ ๆ ซึ่งเธอเองถึงกับสาบานว่า ตัวของเธอนั้น ไม่เคยพบกับชายคนนี้บนโลกความจริงมาก่อนเลย


ซึ่งเมื่อคนไข้รายนี้กลับไป จิตแพทย์ท่านนี้ก็ได้ลืมวางภาพนี้ทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของเขา จนเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ก็มีคนไข้อีกคน ที่ได้มาขอรับการรักษาที่นี่ มาเห็นภาพนี้เข้า แล้วเขาได้บอกกับจิตแพทย์ท่านนี้ว่า ตัวเขานั้นสามารถจำหน้าของชายคนนี้ได้ เพราะเขานั้นเคยฝันเห็นชายคนนี้แวะมาคุยด้วยบ่อย ๆ เช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าคนไข้ชายรายนี้ก็ยืนยันหนักแน่นว่า เขาเองก็ไม่เคยพบเห็นชายคนนี้บนโลกความจริงมาก่อนเช่นกัน

เมื่อจิตแพทย์ได้ฟังเรื่องราวแปลก ๆ นี้จากคนไข้ทั้งสองแบบนั้น เขาจึงตัดสินใจส่งภาพของชายปริศนานี้ไปให้กับเพื่อน ๆ จิตแพทย์ท่านอื่น ๆ โดยเขาขอให้พวกเพื่อน ๆ ของเขาช่วยกันสืบหาว่า มีคนไข้รายไหนเคยฝันเห็นอะไรแบบนี้กันบ้างไหม จนเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน เขาก็ได้รับคำตอบจากเพื่อน ๆ จิตแพทย์กลับมาว่า มีคนไข้อีก 4 คนที่สามารถจำใบหน้าของชายลึกลับคนนี้ได้จากความฝันของพวกเขาเช่นกัน คนไข้ทุกคนล้วนเรียกชายคนนี้ว่า “THIS MAN”


และตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2006  มาจนถึงปัจจุบัน ก็มีผู้คนอย่างน้อย 2,000 คน ที่อ้างว่าพวกเขาเองก็เคยพบกับชายคนนี้อยู่ในความฝันของพวกเขา ซึ่งผู้คนเหล่านี้ ก็ล้วนอาศัยอยู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นลอสแองเจลลิส , เบอร์ลิน , เซา เปาโล , เตหราน , ปักกิ่ง , โรม , บาเซโลน่า , สต็อกโฮล์ม , ปารีส , นิว เดลฮี , มอสโคว และอีกหลาย ๆ แห่ง

ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละคนล้วนไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกัน พวกเขาล้วนไม่เคยได้พบกัน ไม่เคยเจอหน้ากัน และไม่เคยติดต่อกันมาก่อน แต่ทำไมพวกเขากลับเคยพบชายคนนี้อยู่ในความฝันกันถ้วนหน้า และพวกเขา ล้วนไม่เคยมีใครพบกับชายคนนี้บนโลกความจริงเลยแม้แต่คนเดียว

แล้วชายคนนี้แท้จริงเขาคือใครกันแน่ ทำไมหลาย ๆ คนถึงต้องฝันเห็นเขา ?

จากความสงสัยนี้ ได้ผลักดันให้มีการเปิดเวบไซต์ www.thisman.org ขึ้นมา เพราะอยากจะให้ผู้คนอื่น ๆ จากที่ต่าง ที่ได้เคยฝันเห็นชายคนนี้ ได้มาพบปะพูดคุยกัน และช่วยกันปะติดปะต่อว่า ทำไมพวกเขาถึงได้ฝันเห็นชายคนนี้


โดยในเวบไซต์แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างง่าย ๆ ในหัวข้อว่า “เคยฝันเห็นชายคนนี้กันบ้างไหม ?” “ทุก ๆ คืนบนโลกใบนี้ จะมีผู้คนมากกมายฝันเห็นใบหน้านี้”

และในเวบไซต์ยังมีเมนูต่าง ๆ ที่พูดถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวปริศนานี้ รวมทั้งยังได้ยกเอาคำบอกเล่าในฝันของผู้คนบางส่วนมาให้เราได้อ่านกัน ก็อย่างเช่น


บางคนอ้างว่า เขาได้เคยฝันเห็นชายในเงามืดคนนึง ถือรูปภาพใบหนึ่งมาให้เขาดูแล้วถามเขาว่า เขาจำพ่อของตัวเองได้ไหม ? ซึ่งชายในรูปภาพใบนั้นก็คือภาพของชายปริศนาคนนี้นั่นเอง ซึ่งในฝันนั้นเขาตอบกลับไปว่า เขาไม่เคยเห็นหน้าชายคนนี้มาก่อน แถมหน้าของชายคนนี้ก็ไม่ได้เหมือน หรือคล้ายอะไรกับพ่อของเขาเลย ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นในเวลาต่อมาอย่างโล่งใจ ว่าเมื่อกี้เป็นแค่ฝันไป แต่ทว่าในเวลาต่อมา เขากลับได้ฝันต่อจากคราวก่อนว่า เขาได้ยืนอยู่หน้าหลุมศพของพ่อของเขา แต่เขากลับพบว่า รูปถ่ายหน้าหลุมศพพ่อของเขานั้น ได้อันตรทานหายไปเสียแล้ว

บางคนก็เล่าว่า เธอฝันว่าเธอได้เจอรักแรกพบกับชายคนปริศนาผู้นี้ แต่พอมาคิดอีกทีก็พบว่า ชายคนนี้หน้าตาน่าเกลียดจริง ๆ แล้วกลายเป็นว่าเธอกลับได้ฝันเห็นชายคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายหน บางครั้งชายคนนี้ก็มาลูบไล้เธอตั้งแต่หัวจรดเท้า บางครั้งก็มาพูดจาเกี้ยวพาราศีด้วยถ้อยคำอันหวานซึ้ง บางครั้งก็จะนำดอกไม้มาให้เธอ ไม่ก็นำเครื่องประดับเพชรนิลจินดามาให้ แถมชายคนนี้ก็ยังได้พาเธอไปดินเนอร์ ดูพระอาทิตย์ตกที่ชายหาดเสียด้วย

อีกคนก็เล่าว่า เขามักจะฝันว่าเขากำลังบินอยู่เหนือเมืองที่เขาอาศัยอยู่ โดยได้บินไปบินมาอย่างเพลิดเพลิน ได้แอบดูเพื่อน ๆ ที่อยู่ละแวกนั้นไปเรื่อย ๆ อย่างสนุกสนาน จนกระทั่งขณะที่เขากำลังจะบินไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง เขาก็ได้พบกับชายปริศนาคนนี้กำลังบินอยู่ตรงหน้า ซึ่งเหตการณ์แบบในฝันนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่ว่าทุกครั้งที่เขาฝันว่าเขาบินได้นั้น เขาจะต้องได้พบกับชายคนนี้บินไปมาอยู่เสมอ และอักอย่าง ที่เขาได้สังเกตพบในฝันนั้นก็คือ ชายปริศนาคนนี้ ไม่เคยพูดจาอะไรเลยซักคำในความฝันของเขา


และมีอีกคนเล่าว่า เขาได้ฝันเห็นชายคนนี้ครั้งแรกหลังจากที่ทำงานหนักมาทั้งวัน โดยในฝันของเขานั้น เขาได้เดินหลงอยู่ในห้างแห่งหนึ่ง และทันใดนั้น ชายคนนี้ก็ปรากฎตัวขึ้น เขาจึงตัดสินใจที่จะวิ่งหนี แต่ว่าชายคนนี้ก็วิ่งตามเขามาติด ๆ  จนเวลาผ่านไปยาวนานเป็นชั่วโมง ๆ เขาก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่ในเขตสวนเด็กเล่นของห้างแห่งนั้น จากนั้นเขาก็ได้พบชายคนนี้ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า และชายคนนี้ก็ได้ชี้บอกเส้นทางไปยังจุดแคชเชียร์ พอมาถึงตรงนี้ เขาจึงได้ตื่นขึ้นมา และเขายังได้พบกับชายคนนี้ในฝันอยู่อีกหลายครั้ง ซึ่งในทุกครั้งชายคนนี้จะคอยมาชี้บอกทาง ให้เขาสามารถหนีออกมาจากความฝันอยู่เสมอ ๆ

และเรื่องเล่าสุดพิลึกพิลั่นอีกเรื่องจากชายคนหนึ่งเล่าว่า เขาเองนั้นไม่ได้เป็นพวกรักร่วมเพศอะไร แต่ตัวของเขากลับเคยฝันว่า เขานั้นได้เคยปั่มป๊ามกับชายคนนี้อยู่เสมอ ๆ  ซึ่งในความฝันอันบรรเจิดของเขานั้น เขาสารภาพว่าเขาได้ยอมชายคนนี้เสียทุกกระบวนท่า เพราะชายคนนี้ช่างหวานซึ้ง ปฏิบัติการขุดทองจากเหมืองทองของเขาอย่างนุ่มนวลเสียจริง ๆ จนบางครั้ง เมื่อเขาตื่นขึ้นมา เขาก็จะพบว่าตัวเองได้ถึงจุดสุดยอด น้ำท่วมทุ่งกันไปเสียแล้ว


ซึ่งมิติที่ 6 ได้อ่านคำบอกเล่ามาถึงตรงนี้ ก็เริ่มรู้สึกว่า ถ้าท่านผู้ชมอยากทราบรายละเอียดว่ามีใครฝันเห็นอะไรอีกบ้าง ก็ลองไปเข้าเวบไซต์แห่งนี้ แล้วไปหาอ่านเอาเองจะดีกว่านะครับ เพราะเรื่องราวความฝันของแต่ละคนมันชักจะไปกันใหญ่ จนจะเกินเรต 13+ ตามที่มิติที่ 6 เราจะอยากให้เป็นเสียแล้ว

ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องราวของชายคนนี้ ได้ถูกเผยแพร่ออกไปยังโลกอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว จนมีเลียงลือเสียงเล่าอ้างกันว่า แท้ที่จริงแล้ว ใบหน้าของชายคนนี้น่าจะเป็นใบหน้าของพระเจ้า ที่คอยชี้นำมนุษย์ให้เดินถูกทาง คอยให้คำปรึกษากับเหล่าผู้คนที่กำลังหลงทาง รวมถึงการช่วยขุดทองด้วยสินะ

บางคนก็สันนิษฐานว่า ตัวจริงของชายคนนี้ อาจจะเป็นคนที่มีพลังจิตสูงส่ง จนสามารถเจาะเข้าไปยังความฝันของผู้คนมากมาย ราวกับหนังไซไฟเรื่อง “อินเซปชั่น” ยังไงยังงั้น

และก็มีแม้กระทั่งบางคนที่อ้างว่า ชายคนนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นต้นแบบการทดลองเข้าแทรกแซงจิตใจของมนุษย์ โดยน้ำมือของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

ซึ่งหลายคนต่างก็คิดอ่านกันไป ซึ่งมิติที่ 6 เองก็เริ่มจะสับสนว่า แท้ที่จริงแล้วชายคนนี้ มันคืออะไรกันแน่ จนสุดท้าย มิติที่ 6 จึงต้องเริ่มสืบหาที่มาของเวบไซต์ www.thisman.org ให้พบเสียก่อน ซึ่งในที่สุด มิติที่ 6 ก็พบความจริงจนได้ว่า เวบไซต์ thisman.org นั้น มันได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 2009  โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแบบไวรัลชาวอิตาเลี่ยน ชื่อว่า "แอนเดรีย นาเทลล่า" ซึ่งเขาได้เปิดบริษัทชื่อ "กัวริกเลีย มาเก็ตติ้ง" ดำเนินธุรกิจด้านการตลาดแบบไวรัลทุกชนิด ตั้งแต่งานศิลปะ ไปยันงานออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์สินค้า ไปยังกลุ่มเป้าหมายอย่างน่าสนใจมากที่สุดนั่นเอง


ซึ่งเรื่องราวของภาพชายคนนี้ ได้ถูกเผยแพร่จริง ๆ ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2009 ในฐานะเรื่องเล่าสยองขวัญผ่านเวบไซต์สยองขวัญมากมาย ไปจนถึงเวบไซต์ชื่อดังอย่าง เนโทราม่า , ไอโอนาย กิซโมโด , มิสทีเรียส ค็อปปี้พาสต้า , ไปจนถึงเวบไซต์กระดานข่าวอย่าง ยาฮูคิวแอนด์เอ , ฟอรั่มสเตรทโด๊ป และเวบกระดานข่าวชื่อดังอย่าง 4chan ,เรดดิท และ เมต้าฟิลเตอร์ ซึ่งจากข้อมูลที่ถกเถียงกันมากมายในแต่ละแห่งนั้น ได้สรุปข้อเท็จจริงของภาพชายคนนี้ว่า มันเป็นการเล่นตลกทางจิตวิทยาอย่างหนึ่ง ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับทฤษฎีว่าด้วยความฝันของ คาร์ล ยุง  (Carl Jung) โดยวิธีการดังกล่าว มักจะใช้การยกเรื่องราวที่กล่าวถึง หรืออ้างถึงเหตุการณ์ ไม่ก็คน สัตว์ หรือสิ่งของซักอย่างซ้ำ ๆ กัน เพื่อยินยันว่าเหตการณ์ หรือมีคนนั้นคนนี้ ฝันถึงคนนั้นคนนี้จริง ๆ เพื่อให้เราเกิดความคล้อยตามจนเชื่อว่า มันมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นมาจริง ๆ โดยไม่ทันคิดว่ามันมีพิรุธอะไรเลย

ซึ่งความจริงแล้ว หลังจากที่เรื่องราวของชายคนนี้ได้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากเพียงไม่ถึงเดือน เหล่านักสืบแห่งโลกอินเตอร์เน็ต ก็สามารถสืบหาร่องรอยจนพบตัวของแอนเดรีย นูเทลล่า เจ้าของเรื่องที่กุขึ้นมานี้ ซึ่งเมื่อพวกเขาได้สืบลงไปลึก ๆ เข้า ก็ได้พบว่าแท้ที่จริงแล้ว เรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์หนังสยองขวัญของ "บริษัท โกสต์เฮ้าส์พิคเจอร์ จำกัด" เรื่อง "ดีส แมน" ซึ่งเขียนบทและกำกับโดย ไบรอัน เบอรติโน นักสร้างหนังชื่อดังชาวอเมริกันนั่นเอง แต่เมื่อมิติที่ 6 ได้พยายามค้นหาหนังเรื่องนี้ก็กลับไม่พบว่า หนังเรื่องนี้ได้ทำการฉายไปแล้ว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า โครงการหนังเรื่องนี้อาจกำลังอยู่ในช่วงพัฒนา หรือไม่ก็ถูกยกเลิกไปชั่วคราว หรือไม่ก็ถูกยกเลิกถาวรไปแล้ว


ซึ่งการตลาดแนวนี้ในบ้านเราเองก็เคยเกิดขึ้นอยู่บ้าง เช่นเรื่องราวล่าสุดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโปรโมทการขายตุ๊กตาคัสต้อม นั่นก็คือ ปรากฎการณ์ “ลูกเทพ” นั่นเอง หรือแม้กระทั่งเรื่องราวฮิต ๆ ในอดีตอย่างจตุคามรามเทพ ต่างก็ใช้วิธีนี้จนสินค้าฮิตขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนปัจจุบันถึงกับต้องเททิ้งเช่นกัน

และเมื่อความจริงทุกอย่างได้ปรากฎออกมา ก็มีเวบไซต์แนวตลกเบาสมองหลายแห่ง ได้ทำการล้อเลียนมุกแผ่นภาพ ที่ใช้ตามหาคนที่เคยฝันเห็นชายคนนี้ออกมาในแบบต่าง ๆ บ้างก็เล่นมุกว่า ใครคือผู้หญิงคนนี้ ไม่ก็ถามว่า ใครเคยเห็นกบตัวนี้ หรือแม้แต่เล่นเปลี่ยนภาพของชายคนนี้ เป็นมาริโอ้บ้าง เป็นบารัค โอบาม่าบ้าง จนเป็นที่สนุกสนานกันยกใหญ่

สุดท้าย เรื่องราวของภาพชายคนนี้ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในการสร้างเรื่องราวหลอกลวงให้เชื่อ หรือต้มตุ๋นผู้ชมให้สุก ราวกับการต้มเนื้อตุ๋นในหม้อตุ๋นยาจีน จนเนื้อในเปื่อยนุ่มน่าทานกันเลยทีเดียว

ซึ่งมาถึงตรงนี้ มิติที่ 6 ก็อยากให้ผู้ชมช่วยกันแชร์เรื่องราวที่แท้จริงนี้ไปให้เพื่อน ๆ ได้รับทราบ เพื่อจะได้ไม่ถูกล้อกันเล่นว่าเจอมุกเอาท์เข้ากรุ จนต้องแทรกแผ่นดินหนีกันภายหลังนะครับ

หรือไม่ก็ เก็บความจริงนี้กันเอาไว้ แล้วคอยแอบหัวเราะในใจทุกครั้ง ที่มีเพื่อนผู้ตกข่าว นำเรื่องราวนี้มาอำเรา ให้เราแอบอำกลับกันเสียบ้าง น่าจะสนุกสนานไม่ใช่น้อย

แล้วอย่าลืมติดตามเรื่องราวต่าง ๆ จากรายการ ศุกร์สยองขวัญ ทุกวันศุกร์สะดวก จากพวกเรา มิติที่ 6 กันได้ทุกสัปดาห์นะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดี



แปล/เรียบเรียง นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา
http://www.guerrigliamarketing.it/
http://www.viralnova.com/this-man/
http://io9.gizmodo.com/5388286/why-are-thousands-of-people-dreaming-about-this-man
http://knowyourmeme.com/memes/this-man-ever-dream-this-man