ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ "ไอช่า" กับคำสาปสยองขวัญในภาพถ่าย !!!



คุณเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับคำสาปกันมาบ้างใช่ไหม ? แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า ? เรื่องของคำสาปในภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เธอได้สาปแช่งเอาไว้ก่อนตายว่า ถ้าใครได้เห็นภาพของเธอเข้า มันผู้นั้นจะต้องเสียชีวิตอย่างเดียวกันกับที่เธอเคยเป็น !!!
มิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ ในวันศุกร์สะดวกสัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาในประเทศมาเลเซีย เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งกับคำสาปที่เธอได้ฝังเอาไว้ในรูปถ่าย ว่าเรื่องนี้ มันจะสามารถทำให้เรารู้สึกกลัวกันได้หรือไม่ !!!

เปิดชมบนยูทูป

โดยเรื่องราวนั้นมีอยู่ว่า...

ภาพประกอบเท่านั้น

"ไอช่า" เธอคือสาวชาวบ้านจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ในชนบทของประเทศมาเลเซีย โดยเมื่อประมาณช่วงปี ค.ศ. 1984 ไอช่าได้ตัดสินใจอพยพไปทำงานในโรงงานที่กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงอันศิวิไลซ์ที่มันน่าจะทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นกว่านี้


เพียงแต่ตัวของไอช่านั้น เธอมีโรคประหลาดที่ชื่อว่า "โฟโต้โฟเบีย" ซึ่งมันทำให้ดวงตาของเธอไวต่อการสัมผัสกับแสงสว่างมากกว่าคนทั่วไป และเมื่อทุกครั้งที่สายตาของเธอต้องบังเอิญไปเจอกับแสงสว่างเข้า มันก็จะทำให้เธอเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง และด้วยเหตุนี้ ไอช่าจึงมักจะสวมแว่นกันแดดอยู่เสมอ และตัวของเธอเองก็จะพยายามไม่ให้มีใครมาถ่ายภาพ นั่นก็เพราะสำหรับเธอแล้ว แสงแฟลชจากกล้องมันคือความน่ากลัว ที่จะทำให้เธอต้องทรมานกับอาการปวดหัวนั่นเอง


วันหนึ่ง ในโรงงานที่ไอช่าทำงานอยู่นั้น ได้มีการจัดงานปาร์ตี้ภายใน ทุก ๆ คนต่างสนุกสนาน แม้แต่ตัวของไอช่าเองก็สนุกกับงาน จนตัวเธอก็เผลอถอดแว่นกันแดดออก เพราะมันเองก็ทำให้เธอมองอะไรไม่ค่อยสะดวก แต่ทีนี้ก็มีบางคนในงานนำกล้องถ่ายรูปมาด้วย และเพื่อนคนหนึ่งของเธอ ที่สังเกตเห็นว่าวันนี้ไอช่าไม่ได้สวมแว่นกันแดด ซึ่งมันก็ดู้เป็นโอกาสหายากที่จะได้เห็นเธอในรูปลักษณ์แบบนี้


คิดได้แบบนั้นเพื่อนคนดังกล่าว ก็คว้ากล้องถ่ายรูปของเขา เดินมาหาไอช่าเพื่อขโมยถ่ายภาพของเธอทันที และด้วยความไม่รู้ เขาก็เปิดแฟลชของกล้องให้ทำงานเอาไว้ด้วย ซึ่งเมื่อแสงของมันได้สาดกระทบไปที่ใบหน้าและดวงตาของไอช่าเข้า มันก็ทำให้เธอเกิดอาการช็อกปวดหัวอย่างรุนแรง ถึงขั้นน้ำลายฟูมปาก


สาวน้อยผู้น่าสงสารถึงกับสลบ ทรุดตัวลงไปกับพื้นท่ามกลางความตกใจของเพื่อนร่วมงาน ที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ หัวหน้าคนงานที่ดูจะมีสติมากที่สุด ได้ตัดสินใจโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลเพื่อมารับตัวของไอช่าไปยังโรงพยาบาลทันที

ไอช่าต้องอยู่ในโรงพยาบาลถึง 3 วัน เธอนอนอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษ โดยในห้องนั้นต้องปิดไฟจนมืดสนิท ส่วนเพื่อนชายที่ใช้กล้องถ่ายภาพเธอในงานปาร์ตี้วันนั้น เขาก็ได้เดินทางแวะมาเยี่ยม และขอโทษในสิ่งที่เขาทำลงไปเพราะไม่รู้


ต่อมาไอช่าก็ถูกทางโรงงานสั่งให้หยุดการทำงานไป ส่วนทางคุณหมอก็ได้ทำการจัดยา และบอกให้เธอพักผ่อนให้มาก ๆ ซึ่งเรื่องนี้มันก็เลยทำให้ไอช่าต้องกลับมารักษาตัวที่ห้องพัก เธอต้องนอนอยู่ในห้องทั้งวันจนกระทั่งมืด เพื่อจะได้เดินทางออกไปซื้อหาอาหารมารับประทาน โดยไม่ให้สายตาของเธอต้องเจอกับแสงสว่างมากเกินไป

ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน แต่โชคชะตาก็ไม่ได้กลั่นแกล้งเธอมากมายนัก เพราะเจ้าของห้องพักก็ได้บอกกับเธอว่า ในช่วงที่เธอยังต้องรักษาตัวอยู่ที่นี่ เขาจะไม่เก็บค่าเช่าห้องจนกว่าเธอจะดีขึ้น จนสามารถเดินทางกลับไปที่บ้านนอกได้

หนึ่งเดือนต่อมาไอช่าก็หายดี และมันก็ได้เวลาที่เธอจะต้องกลับไปยังบ้านเกิดแล้ว และคืนนั้นไอช่าได้ตัดสินใจเก็บข้าวของออกเดินทางไปยังป้ายรถเมล์ แต่ทันใดนั้นก็มีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาจอดตรงหน้าเธอ ชายสี่คนลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว พวกเขาจับล็อกตัวเธอขึ้นรถทันที ไอช่าตกใจ เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เธอก็ไม่สามารถสู้แรงชายถึงสี่คนได้ ในที่สุดชายทั้งสี่ก็ลากตัวเธอขึ้นไปบนรถยนต์ได้สำเร็จ

เมื่อรถยนต์วิ่งไปจนถึงที่หมาย พวกเขาก็พาเธอลงมาจากรถ แล้วนำเธอไปยังบ้านว่าง ๆ หลังหนึ่ง ที่นี่มันน่าจะเป็นนอกตัวเมือง แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนกันแน่


พวกมันจับเธอนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็มัดมือของเธอไว้กับขาที่นั่ง คนหนึ่งก็ใช้มีดของมัน ผ่าเสื้อผ้าของเธอจนขาดวิ่น ไอช่าร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว แต่เจ้าพวกนี้กลับหัวเราะอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะลงมือทุบตีเธออย่างไร้ความปราณี

จนเวลาผ่านไปสักพัก หนึ่งในกลุ่มสี่ชายคนนั้นก็หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา ไอช่าเห็นกล้องเข้าก็พูดอ้อนวอนไม่ให้เขาถ่ายภาพเธอ เธอพยายามอธิบายว่าดวงตาของเธอนั้นแพ้แสงแฟลช แต่เรื่องนี้มันก็ไม่ได้ทำให้ชายคนนั้นเห็นใจ และลงมือถ่ายภาพของเธอทันที

หลังจากที่แสงแฟลชดับลง อาการปวดหัวอย่างแรงของเธอก็กลับมา มันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แทนที่ชายทั้งสี่คนจะสงสาร พวกเขากลับลงมือทุบตีเธอซ้ำอีก มันได้ใช้กล้องถ่ายภาพของเธอต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งทุกครั้งที่แสงไฟแฟลชดับลง มันจะก็ทำให้ไอช่ารู้สึกปวดศีรษะราวกับว่าจะระเบิดออกมา เลือดสด ๆ เริ่มไหลออกมาทางจมูก หู และดวงตาของเธอ จนสภาพของไอช่าตอนนี้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

หลังจากเวลาผ่านไปประมาณสี่ชั่วโมง สภาพของไอช่าตอนนี้ก็ดูไม่ต่างจากคนตาย เธอพยายามประคองตัวเองไม่ให้หมดสติ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะตอนนี้เธอรู้สึกเจ็บปวดกับสิ่งที่ถูกกระทำ จนไม่รู้ว่าตัวเองจะรอดจากเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างไร


อยู่ดี ๆ ชายทั้งสี่ก็แก้มัดเธอออกจากเก้าอี้ และจับตัวเธอโยนขึ้นรถ พวกเขาขับรถพาเธอมายังสะพานแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ลากตัวเธอออกมา แล้วตั้งท่าจะโยนเธอ จากจุดบนสะพานลงสู่แม่น้ำข้างล่าง
ก่อนที่พวกมันจะโยนเธอลงไปนั้น ไอช่าได้ตะโกนออกมาว่า
"ใครก็ตามที่ดูรูปถ่ายของฉัน โดยที่ฉันไม่เต็มใจ ฉันขอสาบานว่า ถ้าฉันตายไป ฉันจะกลับมาแก้แค้น !!! ฉันขอสาปแช่งให้มันผู้นั้นต้องฝันร้าย และพวกแกจะต้องตายด้วยความเจ็บปวด เหมือนกับความรู้สึกของฉันที่ได้รับตอนนี้ !!!"
เช้าวันต่อมา ชายทั้งสี่ก็นำฟิล์มภาพถ่ายจากกล้องไปล้างที่ร้าน โดยพวกเขานำเงินมาวางที่เคาท์เตอร์ ก่อนจะขู่กับเจ้าของร้านไม่ให้แพร่งพรายสิ่งที่เห็นในภาพให้ใครรู้ และเมื่อชายทั้งสี่มองเห็นภาพถ่ายของไอช่า ที่อยู่ในสภาพช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ดูน่าอาย และถูกทารุณกรรมอย่างโหดเหี้ยม พวกมันก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ


จากนั้นพวกมันก็ขึ้นรถขับออกไป แต่ยังไม่ทันไปถึงไหน รถของพวกมันก็พุ่งตกจากถนนไปชนกับต้นไม้ คนขับรถถูกกิ่งไม้ที่แทงทะลุมาทางกระจกหน้า เสียบเข้าไปที่หว่างคิ้วตายคาที่

ชายคนที่ 2 แม้จะรอดตาย แต่ก็บาดเจ็บสาหัส เขาถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทันที แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตไปด้วยอาการเลือดตกใน

คนที่สามรอดชีวิตเช่นกัน เขาได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกที่กระเด็นมาบาดตามตัวอยู่บ้าง โดยหลังจากที่แพทย์ได้ทำแผลเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้อนุญาตให้ชายคนนี้กลับบ้านได้ แต่ในระหว่างทางที่เขากำลังจะกลับนั้น ชายคนที่สามก็เดินพลาดตกลงไปในท่อระบายน้ำที่ถูกเปิดฝาทิ้งไว้บนทางเท้า และด้วยความลึกของบ่อที่เขาตกลงไป มันก็ได้ทำให้ขาของเขาหัก ไม่สามารถจะปีนกลับขึ้นมาได้ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปจนมืดค่ำ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำในท่อค่อย ๆ สูงขึ้น จนในที่สุดมันก็ทำให้เขาจมน้ำตายไป

ส่วนคนสุดท้ายนั้น เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย นั่นจึงทำให้เขาสามารถเดินทางกลับบ้านได้ก่อนใคร และในคืนนั้น ในขณะที่เขาเข้านอน เขาก็ฝันเห็นไอช่าถือไม้เดินเข้ามาหา จากนั้นก็ใช้มันฟาดเข้ามาที่ศีรษะของเขา เขาตกใจจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา จากนั้นอยู่ดี ๆ เขาก็มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง


ความเจ็บปวดนี้มันเริ่มจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาทนไม่ไหว เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะหมดสติและควบคุมตัวเองไม่ได้ อยู่ดี ๆ เขาก็เดินไปที่ห้องครัว มือของเขาคว้าไปหยิบส้อมที่วางไว้บริเวณนั้น จากนั้นก็ใช้มันแทงเข้าไปที่ศรีษะอย่างแรง โดยที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าทำแบบนี้ไปจะช่วยให้หายปวดได้อย่างไร

ตอนนี้ชายคนที่สี่เริ่มจะสำนึกถึงสิ่งที่เขาทำลงไปเมื่อวานซืน และนอกจากนี้เขาก็เริ่มนึกถึงคำสาปที่ไอช่าได้พูดไว้ก่อนตาย นั่นจึงทำให้เขารีบวิ่งออกไปยังป้อมตำรวจใกล้ ๆ และเดินเข้าไปบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาได้ทำกับไอช่าเอาไว้ ซึ่งตัวของเขาเอง ก็นำภาพถ่ายหลักฐานทั้งหมดส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดู สุดท้ายเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัว ส่งไปขังคุกเพื่อรอดำเนินคดีต่อไป

แต่ในขณะที่ชายคนที่สี่อยู่ในคุก เขาได้ฆ่าตัวตายด้วยการโขกศีรษะไปที่กำแพงอย่างแรง จนกะโหลกแตกตายคาห้องขัง


สองวันต่อมา ร่างของไอช่าก็ถูกพบลอยอืดอยู่บริเวณแม่น้ำแห่งนั้น ศพของเธอถูกกู้ขึ้นมาและนำส่งไปชันสูตรหาร่องรอยการเสียชีวิต

แพทย์ที่ทำการชันสูตรศพของเธอนั้น ได้ทำการถ่ายภาพของไอช่าไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อแสงของแฟลชกล้องดับลงเขาก็ถึงกับตกใจ เพราะอยู่ดี ๆ ดวงตาของเธอที่ถูกเปิดไว้ในตอนแรก กลับปิดตาลงอย่างกระทันหันหลังจากที่ถ่ายภาพเสร็จ และในเวลาต่อมาแพทย์คนนั้นก็ถูกพบว่าเสียชีวิต โดยสภาพของเขามีใบหน้าที่แสดงอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกใครบุกเข้ามาทำร้ายเลย


และไม่ว่าใครที่ได้เห็นภาพถ่ายของศพเธอเหล่านี้ ต่างก็ได้รับรายงานว่าแต่ละคนจะต้องฝันร้าย และมีอาการปวดหัว ก่อนที่ทุกคนจะเสียชีวิตไปอย่างปริศนาโดยไม่ทราบสาเหตุ

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัดสินใจเผาทำลายรูปภาพของเธอทิ้งทั้งหมด และเก็บคดีของเธอเอาไว้เป็นความลับ แต่ทว่าข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอนี้ มันก็ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วประเทศมาเลเซียอย่างรวดเร็ว


ฟิล์มภาพถ่ายของไอช่าบางภาพ ที่ถูกถ่ายไว้ในช่วงชันสูตรศพได้ถูกบางคนขโมยไป และเขาก็ได้นำภาพเหล่านั้นไปสแกนเป็นไฟล์ อัพโหลดเผยแพร่ออกไปทางอินเตอร์เน็ต ว่ากันว่าใครก็ตามที่ได้เห็นภาพของเธอเหล่านี้ ก็จะได้พบกับวิญญาณของไอช่าตามมาหลอกหลอนในความฝัน และเมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมา ก็ล้วนมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเหมือนกันหมดทุกคน

นอกจากภาพศพของไอช่าจะตามไปหลอกหลอนทุกคนในความฝันแล้ว ทุกที่ ๆ พวกเขาไป ทุก ๆ ที่เขามอง พวกเขาเหล่านั้นก็จะเห็นภาพของเธอติดตาอยู่ตลอดเวลา


ดังนั้นวิธีเดียวที่จะทำให้คุณไม่ต้องเจอกับคำสาปก็คือ จงอย่าได้เข้าไปในกูเกิ้ล เพื่อค้นหาภาพของเธอมาดูเป็นอันขาด !!! และถ้าคุณบังเอิญไปเห็นภาพของเธอเข้าล่ะก็ กรุณาอย่ามองไปที่ภาพของเธอตรง ๆ จะดีที่สุด

อย่าเล่าเรื่องราวนี้ให้ใครรู้ ถ้าหากคุณทำ มันก็หมายความว่าคุณและคนที่รู้เรื่องนี้ จะต้องมีอันเสียชีวิตลงไปอย่างปริศนาแน่นอน

และที่แน่ ๆ ภาพของไอช่านั้น มันค่อนข้างจะดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก จนเราไม่สามารถจะนำภาพของเธอมาลงให้ดูได้ แต่ถ้าหากคุณอยากเห็นภาพศพของเธอจริง ๆ ก็ลองเข้าไปในหมวดค้นหารูปภาพของกูเกิล แล้วพิมพ์คำค้นว่า “Aisha’s Curse” แล้วดูเอาเองก็แล้วกันนะครับ แต่มิติที่ 6 ขอย้ำเตือนกันตรงนี้อีกครั้งเลยว่า อย่าหาดูกันเลยจะดีเป็นที่สุด

ซึ่งอย่างไรแล้ว เรื่องราวคำสาปของไอช่าเรื่องนี้ มันเป็นเพียงเรื่องที่ "ถูกแต่งขึ้นมา" เท่านั้นครับ ซึ่งมิติที่ 6 ก็หวังว่าท่านผู้ชมทุกท่าน จะสามารถนอนหลับสบายกันได้ หลังจากจบเรื่องราวในคืนนี้กันแล้วนะครับ

อย่าลืมติดตามรายการมิติที่ 6 ศุกร์สยองขวัญ กับเรื่องราวเบา ๆ แบบนี้กันได้ทุกวันศุกร์สะดวก และหลังจากจบรายการแล้ว อย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ และทิ้งคอมเมนต์กันไว้ด้วยนะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี


เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ขอบคุณที่มา http://www.scaryforkids.com/aisha/