ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 นาตาชา คัมพุช สาวน้อยในนรกอุ้งมือมาร 3,096 วัน !!!




ทุก ๆ วันที่คุณจะต้องเดินทางไปเรียน หรือไปทำงานนั้น คงไม่เคยมีใครนึกกันเลยว่า ถ้าเราเดินอยู่บนทางเท้าดี ๆ จะมีใครที่ไหนบุกเข้ามาจับตัวเราไปในที่ ๆ เราจะไม่มีวันได้กลับมา และก็คงจะไม่มีใครนึกเลยเช่นกันว่า พวกคนเหล่านั้นมันจะจับใครสักคนไปทำอะไรสักอย่าง แบบไม่คิดว่าเราจะยอมหรือไม่
มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาคุณไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เพื่อไปพบกับคดีลักพาตัวครั้งประวัติศาสตร์อีกคดีหนึ่ง ที่มันจะทำให้เราต้องหันกลับมามองเรื่องสวัสดิภาพในการเดินเท้ากันอีกครั้ง กับคดีลักพาตัวเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักคนนี้ !!!



นาตาชา มาเรีย คัมพุช เธอเกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1988 เธอเป็นลูกสาวของลุดวิก ค็อช และบริจิตต้า เซอร์นี่ ที่อาศัยอยู่ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และด้วยพ่อและแม่ของเธอนั้นหย่าขาดจากกันแล้ว จึงทำให้เธอต้องอาศัยอยู่ในบ้านของคุณแม่ ที่นอกจากเธอจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับพี่สาว 2 คนแล้ว เธอก็ยังต้องอยู่กับญาติตัวน้อย ๆ อีก 5 คน ภายใต้ชายคาเดียวกันอีกด้วย

นั่นจึงทำให้ภายในบ้านของเธอนั้นดูจะไม่ค่อยสงบสุขเสียเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอะไรกับมันมากมายนัก เพราะตัวเธอเองในตอนนั้น ก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยอายุแค่ 10 ปีเช่นกัน


ชีวิตของนาตาชา ที่พ่อแม่ต้องแยกทางกันไปตั้งแต่เด็กนั้น มีผลทำให้เธอต้องแบ่งเวลาอยู่กับพ่อและแม่สลับกันไป ซึ่งการเดินทางไปหาพ่อของเธอทุก ๆ ช่วงวันหยุดนั้น เธอเองก็เริ่มที่จะชินกับมัน และใช้ชีวิตวัยเด็กต่อไปให้เหมือนกับคนอื่นที่ควรจะเป็น ซึ่งแม้จะมีปัญหาเรื่องความเอาแต่ใจของเธออยู่บ้าง แต่ใครจะไปรู้ว่า จะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเธอต้องย่อยยับไปตลอดกาล

ภาพจำลองเหตการณ์จากภาพยนต์เรื่อง 3,096 Days

ในตอนเช้าของวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1998 นาตาชาได้เดินทางไปโรงเรียน ด้วยการเดินเท้าไปตามถนนเป็นปกติอย่างที่เคยเป็น แต่มันก็กลายเป็นเรื่องผิดปกติขึ้นมา เมื่อเธอได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ทางครอบครัวที่รอเธอกลับบ้านก็รู้สึกแปลกใจ ติดต่อทางโรงเรียนไป ทางโรงเรียนก็บอกว่าเธอไม่ได้มา


หลังจากที่ครอบครัวของเธอแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยตามหา พวกเขาก็ได้สอบถามผู้คนที่น่าจะได้พบนาตาชาในช่วงก่อนหายตัวไป โดยในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็พบพยานที่เห็นเธอครั้งสุดท้าย เขาเป็นเพียงเด็กวัย 12 ปีเท่านั้น โดยพยานบอกว่า ในช่วงเวลานั้น เขาเห็นนาตาชาถูกชายสองคน ฉุดเธอเข้าไปในรถตู้สีขาว


แล้วตอนนี้นาตาชาอยู่ที่ไหน ? คนร้ายมันจับตัวเธอไปทำไม ? และที่สำคัญมันเป็นใครกันแน่ ?



คนที่ลักพาตัวหนูน้อยนาตาชาไปนั่นก็คือ "โวล์ฟกัง พริ โคลพิล" เขาเกิดวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1962 ในกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย โวล์ฟกังนั้นเป็นลูกของเซลล์ขายเหล้าคอนยัคชื่อคาร์ล และวาลฟอร์ด พริโคพิล ผู้เป็นแม่ก็เป็นเซลล์ขายรองเท้าสตรี ซึ่งดู ๆ แล้วชายคนนี้ก็ค่อนข้างจะดี ไม่น่าจะทำอะไรแบบนี้ได้เลย เพราะเขาทำงานเป็นช่างเทคนิคสื่อสารของบริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่ มีหุ้นอยู่ในบริษัท และมีหน้าที่การงานค่อนข้างมั่นคง

ภาพจำลองเหตการณ์จากภาพยนต์เรื่อง 3,096 Days

ส่วนนาตาชาที่ถูกโวล์ฟกังจับตัวมานั้น เธอถูกเขาจับขังไว้ในห้องใต้ดินลับที่เขาสร้างไว้ในโรงรถ ห้องนี้มีทางออกซ่อนอยู่ด้านหลังของตู้เก็บของ ขนาดของห้องประมาณห้าตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีขนาดเล็กมาก ลักษณะของห้องเป็นห้องเก็บเสียงไม่มีหน้าต่าง ที่บริเวณปากทางเข้าออกนั้นสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ทางลงมายังห้องลับ
ประตูห้องที่ทำไว้อย่างแน่นหนา
ภายในห้องแคบ ๆ ที่นาตาชาต้องอยู่
มุมส่วนตัวในห้องของนาตาชา

โดยในหกเดือนแรกนั้น นอกจากนาตาชาจะถูกขังอยู่ในห้องนี้ตลอดเวลา เขาก็ทั้งบังคับ ข่มขู่ทำร้ายและขืนใจเธออยู่เป็นประจำ ซึ่งต่อมาเธอก็ได้รับอนุญาตให้ออกมาจากห้องลับนั้นอยู่บ้างในเวลากลางคืน โดยช่วงเวลานั้นเธอจะได้อยู่บริเวณชั้นบนของตัวบ้าน และต้องกลับเข้าไปในห้องขังเพื่อเข้านอนแบบนี้ทุกวัน และต่อมาในวันที่โวล์ฟกังไม่ได้ไปทำงาน เขาก็อนุญาตให้เธอได้ออกมาที่สวนบ้าง ซึ่งก็มีเพื่อนบ้านแถวนั้นเคยเห็นเธอ แต่ก็ไม่ได้รับการสนใจอะไรแต่อย่างใด

ภาพจำลองเหตการณ์จากภาพยนต์เรื่อง 3,096 Days

ช่วงที่นาตาชาต้องมีชีวิตอยู่เหมือนลูกไก่ในกำมือนั้น นอกจากเธอจะถูกข่มขืนอยู่สม่ำเสมอแล้ว กิจวัตรประจำวันของเธอนั้นต้องตื่นขึ้นมาทำอาหาร และกินข้าวร่วมกับเขาทุกวัน อ่านหนังสือที่เขาซื้อมาให้เธอ ดูรายการทีวีได้เฉพาะรายการที่เขาบันทึกเอาไว้ให้ ส่วนวิทยุนั้นเขาก็ให้เธอฟังแต่รายการที่เกี่ยวกับการศึกษา ไม่ก็รายการที่ใช้ภาษาต่างประเทศที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ ซึ่งแน่นอนว่าทุกกิจกรรมนั้น โวล์ฟกังจะต้องอยู่ข้าง ๆ คอยล่วงละเมิดต่อร่างกายของเธอเสมอมา  และเมื่อยามใดที่เธอพยายามจะต่อต้าน เขาก็จะทำร้ายเธอด้วยการทุบตี ราวกับเธอเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์กันเลยทีเดียว

นอกจากนี้โวล์ฟกังยังให้เธอทำงานบ้าน และคอยดูแลทำความสะอาดชั้นสอง ซึ่งเป็นที่ ๆ เธอใช้ชีวิตอิสระได้มากที่สุด

ภาพจำลองเหตการณ์จากภาพยนต์เรื่อง 3,096 Days

ชีวิตของนาตาชาในตอนนี้เธอเล่าว่า ตัวเธอเองนั้นเหมือนกับลูกเจี๊ยบอับโชคในบ้านของแม่ไก่ ออกไปไหนก็ไม่ได้ ชีวิตต้องถูกขังอยู่ในบ้านหลังนั้น จนตัวเธอนั้นยอมแพ้แก่โชคชะตาอยู่หลายหน ซึ่งโวล์ฟกังเองใช้วิธีการพูดขู่เธอว่า เธอจะถูกฆ่าทันทีถ้าคิดหนีหรือตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ และถ้าคิดจะงัดหน้าต่างหนีล่ะก็ ระวังจะโดนกับดักที่เขาได้วางซ่อนเอาไว้อีกด้วย


โวล์ฟกังยังเคยพานาตาชาไปเที่ยวในรีสอร์ทเพื่อเล่นสกีอยู่ครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนแรกนั้นเธอปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ต้องยอมไป เพราะว่าตอนนั้นเธอยังไม่รู้ว่าตัวเองจะสามารถหนีออกจากบ้านของชายคนนี้ได้อย่างไร ซึ่งที่นั่นเธอได้พยายามหาช่องทางที่จะขอความช่วยเหลือ ด้วยการปาขวดน้ำใส่กำแพง แต่มันก็ไร้ผลเพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่า มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีเสียงเอะอะแบบนี้ในรีสอร์ท


มีอยู่ครั้งหนึ่ง นาตาชาได้พยายามจะหนีด้วยการกระโดดออกจากรถยนต์ในช่วงที่โวล์ฟกังพาเธอขึ้นรถออกไปข้างนอก แต่มันก็ไม่สำเร็จ เพราะเขาก็ตามจับตัวเธอกลับมาได้อยู่ดี

ในภาพยนต์มีฉากที่เธอถูกโกนหัวด้วย
ภาพจำลองเหตการณ์จากภาพยนต์เรื่อง 3,096 Days


พอกลับมาเขาก็ทำร้ายเธอด้วยการทุบตีอย่างรุนแรงจนเธอแทบจะเดินไม่ไหว หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเข้มงวดกับเธอเพิ่มขึ้น


โวล์ฟกังปฏิบัติต่อนาตาชาเลวร้ายลงเรื่อย ๆ เขาจับเธออดอาหารจนร่างกายอ่อนแอ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่เขาทำแบบนี้ ก็เพื่อจะไม่ให้นาตาชามีแรงหนีไปแบบนั้นได้อีก


โวล์ฟกังบอกกับนาตาชาว่าตอนนี้เขามีปืน และพร้อมจะฆ่าเธอทันทีที่เธอพยายามจะหนีอีกครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นาตาชาลดละความพยายาม เพราะเธอเองก็เริ่มจะโตขึ้น ความคิดความอ่านก็เริ่มจะเข้มแข็งขึ้น เธอเคยสบโอกาส ที่จะฉวยเอาขวานไปจามใส่กระบาลโวล์ฟกังอยู่ครั้งหนึ่ง แต่สุดท้ายเธอก็เปลี่ยนใจ

ภาพจำลองเหตการณ์จากภาพยนต์เรื่อง 3,096 Days

เวลาผ่านมาถึงวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ.2006 รวม 8 ปี ตอนนี้นาตาชาอายุ 18 ปีแล้ว ตอนนั้นเป็นเวลา 12:53น. เธอสบโอกาสขณะที่เธอกำลังล้างรถ BMW850i ซึ่งเป็นรถของนายโวล์ฟกังที่จอดอยู่ในบริเวณสวนของบ้าน ตอนนั้นโทรศัพท์มือถือของโวล์ฟกังดังขึ้น เขารับสายบริเวณที่นาตาชากำลังล้างรถ เนื่องจากเครื่องฉีดน้ำมีเสียงดังมาก ทำให้เขาต้องเดินหลบไปคุยโทรศัพท์ที่อื่น ทันใดนั้นนาตาชาก็อาศัยโอกาสทองนี้ วางมือจากเครื่องฉีดน้ำ แล้วหลบหนีออกไปอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้โวล์ฟกังที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอได้หลบหนีไปแล้ว คุยโทรศัพท์อยู่อย่างนั้นไปเรื่อย ๆ

ภาพด้านมุมสูงของบ้านนายโวล์ฟกัง

นาตาชาวิ่งหนีไป 200 เมตร ออกจากทางสวน กระโดดข้ามกำแพงวิ่งไปตามถนน เที่ยวร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนบริเวณนั้น แต่กลายเป็นว่าไม่มีใครสนใจเธอเลย จนห้านาทีผ่านไปเธอหมดแรงล้มลงแถวหน้าต่างบ้านของเพื่อนบ้านอายุ 71 ปีคนหนึ่ง เธอรวบรวมกำลังแล้วพูดขอความช่วยเหลือออกไปว่า “ช่วยด้วย !! ฉันคือนาตาชา คัมพุช” นั่นจึงทำให้เจ้าของบ้านรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที


ในเวลาประมาณ 13:04 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขารีบนำตัวนาตาชาไปยังสถานีตำรวจของเมืองดอยช์วาแกรม เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน

ภาพเหตุการณ์จริงช่วงเจ้าหน้าที่กำลังพาตัวนาตาชาไปสถานีตำรวจ

นาตาชาถูกพิสูจน์ตัวตนด้วยรอยแผลเป็นและดีเอ็นเอ สุขภาพของเธอพอเรียกได้ว่ายังแข็งแรงอยู่ เพียงแต่ตอนนี้เธอกลัวจนตัวสั่นเทา น้ำหนักของเธอมีเพียง 48 กิโลกรัม มันหนักกว่าช่วงก่อนที่เธอจะหายตัวไปเพียงสามกิโลเท่านั้น ส่วนสูงของเธอนั้นเพิ่มขึ้นมาเพียง 15 เซ็นติเมตร ราวกับว่าโวล์ฟกังจับเธอดองเอาไว้ในบ้านหลังนั้น จนร่างกายไม่สามารถเจริญเติบโตได้เท่าที่ควรจะเป็น


เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงได้ตรวจสอบทักษะการพูด และการตอบโต้ก็พบว่า นาตาชานั้นเป็นเด็กที่ฉลาดมาก เธอมีทักษะทางภาษาค่อนข้างดี มีการพูดจาตอบโต้ได้เหมือนคนทั่วไป ซึ่งเธอเล่าว่า ที่เธอสามารถพูดได้ดีนั้น ก็เพราะหนังสือที่โวล์ฟกังซื้อมาให้ และอาศัยการอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุเพื่อฟังรายการทางการศึกษา ฝึกถักนิตติ้ง และฟังเพลงคลาสสิค ซึ่งทุกอย่างนั้นเกิดจากนาตาชาพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น

เธอฉลาดเพราะพยายามหาความรู้เท่าที่โอกาสจะมีให้
(ภาพจากภาพยนต์ 3,096 Days)

ส่วนเรื่องที่เธอถูกโวล์ฟกังข่มขืนนั้น มันไม่เคยถูกเล่าจากปากของเธอเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 เธอถึงยอมพูดเรื่องนี้ออกมา ว่าเธอถูกเขาข่มขืนอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งเธอไม่เคยมีอารมณ์ร่วมอะไรกับโวล์ฟกังเลย

ด้านนายโวล์ฟกังนั้น พอรู้ว่าตำรวจกำลังจะมาตามจับตัว เขาก็ชิงฆ่าตัวตายโดยการกระโดดขวางขบวนรถไฟ สายชานเมืองใกล้สถานีเวนนอร์ดในกรุงเวียนนา ซึ่งเรื่องนี้มีการเปิดเผยจากนาตาชาว่า โวล์ฟกังเคยพูดเอาไว้ว่า พวกตำรวจไม่มีทางจับเขาตอนยังมีชีวิตอยู่ได้แน่ ๆ ซึ่งนั่นก็แปลว่า เขาได้วางแผนจะฆ่าตัวตายแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้วนั่นเอง

ศพของนายโวล์ฟกังบนรางรถไฟที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบภายหลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าโวล์ฟกังเคยมีลูกกับน้องสาวของคู่ค้าธุรกิจบริษัท และตัวของเขาเองได้เคยพยายามจะเปลี่ยนสัญชาติของนาตาชาในระบบฐานข้อมูลให้เป็นชาวเช็คอีกด้วย


เจ้าหน้าที่สืบสวนบอกอีกว่า จากปากคำของพยานที่เคยบอกว่า นาตาชาถูกชายสองคนจับตัวไปนั้น น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด เพราะนาตาชาเองบอกว่า เธอถูกลักพาตัวโดยนายโวล์ฟไปเพียงคนเดียว และมีพยานบอกว่า หลังจากที่นาตาชาสามารถหนีออกมาได้นั้น โวล์ฟกังพยายามโทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อให้ช่วยพาเขาหลบหนี ซึ่งการสอบสวนสาเหตุการฆ่าตัวตายครั้งนี้ มีข้อกังขาจากผู้คนที่ทราบข่าวกัน ว่ามันดูไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่


นาตาชาเล่าไว้ในสารคดีว่า เธอรู้สึกสงสารโวล์ฟกังมาก และร้องไห้ทันทีเมื่อทราบว่าโวล์ฟกังเสียชีวิต จากนั้นเธอก็จุดเทียนเพื่อส่องทางให้เขา ทั้ง ๆ ที่โวล์ฟกังเป็นคนทำร้ายเขาแท้ ๆ

นาตาชากับการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์


หนังสือพิมพ์ต่างพูดถึงอาการของนาตาชากันว่า เธอป่วยเป็นโรคสต็อกโฮล์มซินโดรม หรือโรคเห็นอกเห็นใจคนร้าย หลังจากที่ถูกลักพาตัวไปเป็นเวลานาน ๆ ซึ่งมันก็เป็นอาการแบบเดียวกันกับ "คอลลีน สแตน" ที่รายการมิติที่ 6 เคยเล่าเรื่องของเธอเอาไว้เช่นกัน แต่ตัวของนาตาชานั้นบอกว่า เธอไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอเพียงแค่นึกถึงสิ่งที่ผ่านมา กับการกระทำที่เธอเคยถูกกระทำมาต่างหาก


คอลลีน สแตน


ต่อมาในปี ค.ศ. 2009 นาตาชา คัมพุช ได้ถูกโปรโมทให้เข้าองค์กรพิทักษ์สัตว์ หรือ PETA ในออสเตรีย ในขณะที่เหล่าคนที่เป็นพยานเห็นเหตุการณ์ครั้งนั้น ต้องถูกตรวจ DNA กันถ้วนหน้า เพื่อจับพิรุธว่ามีใครสมรู้ร่วมคิดในการวางแผนลักพาตัวนาตาชาครั้งนั้น

ชีวิตดี ๆ ของนาตาชาในวันนี้

เรื่องราวของนาตาชานั้น ถูกหนังสือพิมพ์ตีแผ่มากมาย เธอมีหนังสือเล่าเรื่องราวของเธอออกมาอีกหลายเล่ม รวมถึงรายการสารคดีและภาพยนต์ ก็ได้นำเรื่องราวของเธอออกฉายอยู่หลายหน


ปัจจุบันนาตาชา คัมพุช ไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตกับพ่อและแม่ของเธอ เพราะหลังจากที่หนีออกมา เธอได้ร้องขอให้นักจิตวิทยาเป็นผู้ดูแล และตอนนี้บ้านของโวล์ฟกังก็ได้ตกเป็นของเธอไปแล้ว เนื่องจากศาลพิจารณายกให้นั่นเอง

บ้านนายโวล์ฟกังก็ตกเป็นของนาตาชา

นาตาชาบอกว่า เธอเองก็รู้สึกว่ามันทะแม่ง ๆ เหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ และไหนจะเสียภาษีให้กับบ้านที่เธอไม่คิดอยากจะอาศัยอยู่หลังนี้ เพียงแต่ตอนนี้เธออยากจะดูแลมันในฐานะสิ่งที่ช่วยบำบัดสภาพจิตใจของเธอให้ดีขึ้น ส่วนห้องที่เธอถูกขังนั้น เธอได้จัดการเก็บกวาดทำความสะอาดให้เรียบร้อย ในโอกาสครบรอบสามปีของการหลบหนีของเธอ

หลังจากที่มิติที่ 6 ได้เล่าเรื่องของนาตาชา คัมพุชจบ เราก็อยากจะให้ท่านผู้ชมได้ตระหนักถึงภัยอันตรายรอบตัว ไม่ว่าจะกับตัวเองหรือคนรอบข้าง มันสามารถเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ตลอดเวลา หากเราไม่ใส่ใจดูแลให้ดี และก็คงไม่มีใครจะโชคดีแบบเธอ ที่จะมีชีวิตอยู่ยาวนานมาได้ถึงแปดปี จนสามารถสบโอกาสหนีออกมาได้ อย่างไรแล้ว มิติที่ 6 ก็อยากให้ทุกคนระมัดระวังตัวเอง หรือบุตรหลาน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนร้ายโรคจิต ที่จะมาจับตัวเราไปทำอะไรสักอย่าง อย่างที่เธอเคยถูกกระทำมาแล้ว อย่าง... "นาตาชา คัมพุช"


หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้วอย่าลืมกดสับสไครป์ กดไลค์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนท์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี


เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา
Wikipedia - Natasha Kampusch
http://natascha-kampusch.at/