ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 "มารีแอนน์ บาคมายเยอร์" สุดยอดคุณแม่หัวใจทรนง




ความรัก ความผูกพันธ์ของแม่ ที่มีให้กับลูกนั้น มันจะสามารถยิ่งใหญ่ได้มากมายขนาดไหน ? คำถามแบบนี้ เป็นคำถามที่มีแต่คนที่เป็นแม่เท่านั้น ที่จะสามารถตอบมันออกมาได้ ด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด



มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ เราจะพาท่านไปที่ประเทศเยอรมัน เพื่อไปพบกับคุณแม่คนหนึ่ง ที่ใช้ "อิสรภาพ" และ "กระสุนปืน" แลกกับความยุติธรรม ที่เธอไม่สามารถจะรอมันนานไปกว่านี้ได้

มารีแอนน์ บาคมายเยอร์ เธอเกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1950 ที่ซาร์เท็ททางตะวันออกของจังหวัดปรัสเซีย ประเทศเยอรมัน มารีแอนน์เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความแตกแยกในครอบครัว เพราะพ่อแม่ของเธอนั้นแยกกันอยู่ แถมคุณแม่ของเธอก็ตัดสินใจแต่งงานใหม่อีก

ด้วยชีวิตครอบครัวในวัยเด็กที่ขาดความอบอุ่น มารีแอนน์จึงโหยหาความรักจากคนรอบข้างมากกว่าคนในครอบครัว เลยเป็นเหตุให้เธอกลายเป็นแม่คนตั้งแต่อายุ 16 ปี จากการถูกข่มขืน และอีก 2 ปีต่อมา เธอก็ตั้งท้องกับแฟนหนุ่มของเธอจนได้ลูกสาวมาอีกคน แต่ด้วยอายุที่น้อยเกินกว่าจะรับผิดชอบดูแลลูกสาวทั้ง 2 คน ทำให้พวกเด็ก ๆ ต้องถูกนำไปให้คนอื่นรับเลี้ยงทั้งหมด ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1973 มารีแอนน์ก็ได้ให้กำเนิดแอนนา ลูกสาวคนที่ 3 ขึ้นมาอีกคน ซึ่งครั้งนี้ เธอก็ได้ตั้งใจดูแลลูกสาวของตัวเองเป็นอย่างดี ตามที่คนเป็นแม่ จะสามารถทำทุกอย่างให้ลูกของตัวเองได้

แอนนา ลูกสาวสุดที่รักของมาแอนน์

มารีแอนน์พยายามเลี้ยงดูแอนนาลูกสาวคนสุดท้องอย่างสุดความสามารถมาจนถึง 7 ปี ตอนนี้แอนนาก็เข้าสู่วัยเรียนแล้ว โดยในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1980 นั้น มันเป็นวันที่มารีแอนน์คิดไม่ถึง ว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับครอบครัวของเธอ โดยจะเกิดกับลูกสาวที่เธอรักอย่างสุดหัวใจแบบนั้นได้

นั่นเพราะในวันดังกล่าว แอนนาได้หายตัวไประหว่างเดินทางไปเที่ยวบ้านเพื่อน ซึ่งภายในเวลาต่อมา ก็ได้มีผู้พบศพของแอนนาถูกฆ่ายัดลังแล้วฝังเอาไว้ในหลุมริมคลองแห่งหนึ่ง โดยสภาพศพของแอนนานั้น มีร่องรอยของการถูกบางสิ่งรัดที่คอจนขาดใจตาย ซึ่งในเวลาต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับ เคราซ์ กราโบวสกี้ คนร้ายที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้มาจนได้

เคราซ์ กราโบวสกี้ ผู้ฆ่าหนูน้อยแอนนา

โดยหลังจากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบว่าเคราซ์ทำงานเป็นคนขายเนื้อ และเคยมีประวัติก่อคดีข่มขืนเด็กหญิงมาก่อนถึง 2 คดี และในครั้งนี้ เคราซ์ได้ให้การสารภาพว่า สาเหตุที่เขาต้องฆ่าเด็กหญิงนั้นก็เพราะ เขาถูกหนูน้อยข่มขู่ว่าจะฟ้องแม่ให้แจ้งตำรวจจับ และจะให้คุณแม่เรียกร้องค่าเสียหายเพียงเพราะเขาแค่สัมผัสถูกตัวเธอเท่านั้น

ถ้อยคำของเด็กอายุเพียง 7 ขวบที่ไร้เดียงสาแบบนั้น มันก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่กับเคราซ์เขากลับไม่ได้คิดแบบนั้น นั่นจึงทำให้เคราซ์ตัดสินใจใช้ถุงน่อง รัดคอแอนนาจนขาดใจตาย ก่อนที่จะนำศพของเธอยัดใส่ลัง แล้วนำไปฝังในเวลาต่อมา

ซึ่งก็แน่นอนว่าเคราซ์ต้องถูกนำตัวไปเข้าคุก เพื่อรอพิจารณาคดีในชั้นศาล ตลอดเวลาที่ถูกเบิกความพิจารณาคดีนั้น เคราซ์ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้คิดจะข่มขืนแอนนา และยังย้ำแต่เรื่องที่เขาถูกแอนนาขู่กรรโชกทรัพย์ จนเวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ จนนานเกือบปี การพิจารณาคดีก็ยังไม่สิ้นสุดเสียที จนมารีแอนน์ ก็เริ่มจะร้อนใจ เพราะคนร้ายในคดีแบบนี้ ที่ประเทศเยอรมันนั้น มักจะไม่ค่อยมีบทสรุปที่เหมาะสมกับความผิดที่พวกเขาทำ โดยเฉพาะคนร้ายอย่างเคราซ์ กราโบวสกี้ ที่เคยก่อเหตุข่มขืนเด็กมาก่อนแล้วถึงสองคน ก็ยังสามารถกลับออกมาสู่โลกภายนอกได้อย่างรวดเร็ว จนกลับมาก่อคดีกับลูกสาวของเธอได้อีก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่า กลัวคำขู่ของเด็กอายุแค่ 7 ขวบ จนถึงกับตัดสินใจลงมือฆ่า นี่มันเอาตรรกะอะไรแบบนี้มาสู้คดี แล้วถ้าเกิดศาลเชื่อล่ะ มันคงได้กลับออกมาเยาะเย้ยเธอว่า นี่ไง ฉันรอดออกมาได้เพราะฉันไม่ผิด แต่แอนนานั่นแหละที่เป็นตัวก่อเรื่อง แบบนี้ก็ได้เหรอ ?

จนถึงวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1981 วันนั้นเป็นวันที่ 3 ของการพิจารณาคดี ซึ่งมารีแอนน์ได้ตัดสินใจบางอย่าง บางอย่างที่จะทำให้เธอแน่ใจว่า โลกนี้ได้ให้ความยุติธรรมกับเธอ และแอนนาลูกสาวของเธออย่างแน่นอน

มารีแอนน์ได้เข้ามาในห้องพิจารณาคดีของศาลแขวงในลูเบค  โดยในเสี้ยวนาทีนั้น มารีแอนน์ได้เดินเข้าไปประชิดตัวเคราซ์ที่คอกผู้ต้องหา จากนั้นก็หยิบปืนบาเร็ตต้าเอ็ม(1934) ขึ้นมาจ่อยิงเคราซ์ในระยะเผาขน เหนี่ยวไกปืนยิงต่อเนื่องไปถึง 8 ครั้ง ทั้ง ๆ ที่กระสุนมีเพียง 7 นัด แน่นอนว่าทุกนัด ก็ได้พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเคราซ์แบบไม่ตกหล่น ทำให้เคราซ์เสียชีวิตคาคอกผู้ต้องหาทันที โดยไม่ต้องรอศาลหน้าไหนมาไต่สวนสืบความใด ๆ อีกให้เสียเวลา



ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ถูกกล่าวขานกันว่า มันคือการพิพากษาจากศาลเตี้ยอันทิ่มแทงใจ ที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนท่ามกลางสายตาผู้คน และสื่อโทรทัศน์ วิทยุหนังสือพิมพ์มากมาย ที่กลายมาเป็นพยานกับการตัดสินใจครั้งนี้ของเธอ แทนที่จะได้มานั่งฟังแบบปกติ




ประชาชนชาวเยอรมันที่ได้รับทราบข่าวนี้ ต่างก็เข้าใจในสิ่งที่เธอได้ตัดสินใจทำลงไป บางคนถึงกับบอกว่า ถ้าเป็นตัวเองโดนแบบนี้ คงทำยิ่งกว่าชักปืนยิง บ้างก็บอกว่าหลักฐานมัดตัวคนร้ายขนาดนี้ ศาลกลับใช้เวลาพิจารณาคดีนานเป็นปี ทำไมไม่ทำอะไรให้มันเร็ว ๆ กว่านี้ ปล่อยให้คนร้ายมาพูดจากวนประสาทเจ้าทุกข์จนเขาทนไม่ไหว ลงมือพิพากษามันด้วยตัวเอง จริง ๆ มันต้องยิงผู้พิพากษาด้วย จะได้สะใจ

แต่ไม่ว่าใครจะพูดอะไร สำหรับมารีแอนน์ ตอนนี้เธอได้กลายเป็นคนร้ายในคดีฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แถมยังก่อคดีอุกฉกรรจ์ต่อหน้าศาลและผู้คนมากมาย ซึ่งเรื่องนี้ได้ทำให้ในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1983 เธอต้องถูกพิจารณาโทษจำคุก 6 ปี เพื่อชดใช้ในสิ่งที่เธอได้กระทำเอาไว้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการพิจารณาโทษสถานเบา และเต็มไปด้วยความเมตตาจากศาล ที่เข้าใจในหัวอกของคนเป็นแม่ผู้สูญเสีย

ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเพียง 3 ปี มารีแอนน์ก็ได้รับการอภัยโทษ ปล่อยตัวออกมาก่อนกำหนด และเธอก็ได้แต่งงานใหม่ในปี ค.ศ. 1985 จากนั้นเธอก็ย้ายบ้านออกไปอยู่เมืองลาโก้ส์ ประเทศไนจีเรีย กับสามีของเธอที่ทำงานเป็นครูในปี ค.ศ. 1988 โดยพวกเธออาศัยอยู่ในชุมชนชาวเยอรมันก่อนที่จะหย่ากับสามี แล้วย้ายไปอยู่เมืองซิซิลีในปี ค.ศ. 1990 และเดินทางกลับมาอยู่เยอรมันอีกครั้ง เพราะเธอตรวจพบว่าตัวเองนั้นกำลังป่วยเป็นมะเร็ง

โดยในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งเป็นเวลา 13 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้น มารีแอนน์ได้เปิดใจกับสื่อมวลชน โดยให้สัมภาษณ์ออกทางวิทยุ ซึ่งเธอได้พูดเปรียบเทียบตัวเองกับคนร้ายว่า

“ฉันคิดว่าจะต่างกันแค่ไหนนะ ถ้าฉันจะต้องฆ่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบนั้น เพราะฉันคงกลัวว่า ฉันต้องเข้าคุกแน่ ๆ แล้วถ้าฉันลองมาคิดถึงช่วงเวลาที่ฉันต้องยืนอยู่ข้างหลังเธอ แล้วรัดคอเธอแบบที่เคราซ์ทำแบบนั้น ฉันคงได้ยินเสียงหายใจของเธอ แล้วก็ต้องมองเห็นภาพของเธอกำลังจะตาย ฉันคงฝืนดูอะไรแบบนั้นไม่ได้แน่ ๆ”




ในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1995 มารีแอนน์ก็ได้ออกรายทอล์คโชว์ของสถานีโทรทัศน์แดสเอรสเตอร์ เพื่อพูดถึงสาเหตุที่เธอต้องตัดสินใจยิงเคราซ์ กราโบวสกี้ว่า ที่เธอตัดสินใจทำแบบนั้นไป ก็เป็นเพราะว่า เธอตั้งใจที่จะหยุดการให้การปรักปรำแอนนาลูกสาวอันบริสุทธิ์ของเธอเสียที หลังจากที่ต้องทนฟังตลอดมาจากการพิจารณาคดีในแต่ละครั้ง เพราะทุกครั้งที่เขาพูด มันก็เหมือนกับการใส่ร้ายแอนนาที่ตายไปแล้วนั่นเอง

ต่อมามารีแอนน์ก็เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1996 ในวัย 46 ปี ด้วยโรคมะเร็งในตับ ที่โรงพยาบาลเมืองลูเบค โดยศพของมารีแอนน์นั้น ได้ถูกฝังไว้เคียงข้างกับหลุมศพแอนนา ลูกสาวที่เธอรักอย่างสุดหัวใจนั่นเอง

ที่ฝังศพของมารีแอนน์ และลูกสาวสุดที่รัก

โดยมิติที่ 6 ได้นำเรื่องราวนี้มานำเสนอ เพราะอยากให้ท่านผู้ชมได้รับรู้เรื่องราว ชีวิตของคนที่เป็นแม่อีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้ ที่สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกของตัวเองได้รับความยุติธรรม ที่มีเพียงแต่แม่เท่านั้นที่จะกล้ามอบชีวิต และอิสระภาพของตัวเองให้กับลูกได้ และเนื่องในวันแม่ปีนี้ มิติที่ 6 ก็อยากให้เรา คิดถึงคุณแม่กันให้มาก ๆ นะครับ และเราก็อยากจะถามท่านผู้ชมด้วยว่า วันนี้คุณได้แสดงความรักแก่คุณแม่กันบ้างหรือยัง ?

หลังจากจบรายการมิติที่ 6 แล้ว อย่าลืมกดสับสไครบ์ กดไลค์ กดแชร์ หรือทิ้งคอมเมนท์กันไว้นะครับ ยังมีเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่ สำหรับวันนี้ สวัสดี

แปลและเรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง