ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

[ 18+ จัดเต็ม ] มิติที่ 6 การทดลองวิปริตในหน่วยนรกสยองขวัญ 731

มหาจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกนั้น แทบจะเรียกได้ว่า ที่แห่งใดที่กองทัพก้าวย่างผ่านไป แล้วที่แห่งนั้นไม่ยอมสิโรราบ พื้นที่แห่งนั้นจะต้องถูกชโลมไปด้วยเลือด จากประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ทางตะวันออก ประเทศที่มีประวัติศาสตร์แห่งการฆ่าฟันอันยาวนาน เพื่อแย่งชิงมาซึ่งอำนาจ กลายมาเป็นมหาอำนาจทางสงคราม ด้วยการยึดครองประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี และยึดแมนจูเลียมาจากจีนจนตั้งเป็นประเทศใหม่ได้สำเร็จ




และที่แมนจูแห่งนี้ ทางจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นได้ส่งชายคนหนึ่ง ให้มาสร้างศูนย์วิจัยแห่งหนึ่ง ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ที่มีเบื้องหน้าเป็นศูนย์วิจัยโรคระบาด และผลิตน้ำสะอาด แต่แท้จริงแล้ว เบื้องหลังของมันนั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการทดลองสุดวิปริต เกินกว่ามนุษย์ปกติจะจินตนาการ จนโลกใบนี้นี้ถึงกับต้องจารึกมันไว้ในประวัติศาสตร์

 ชมคลิปบนยูทูปได้ที่นี่

หลังจากที่จักรวรรดิ์ญี่ปุ่น ได้ทำการบุกเข้ายึดแมนจูเลียด้วยความโหดเหี้ยม ในปี ค.ศ. 1932  และได้สร้าง "ป้อมซงหม่า" เพื่อใช้ประโยชน์ในการทดลองทางการแพทย์ โดยได้มอบหมายให้ "พลโทชิโร่ อิชิอิ" เป็นผู้ควบคุมการทำงาน ซึ่งที่แห่งนี้ได้แอบดำเนินการทดลองทางการแพทย์กับมนุษย์อยู่ย่างลับ ๆ จนเมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี เรื่องราวการทดลองต่าง ๆ ก็ถูกเปิดเผยขึ้น เพราะเหล่าเชลยศึกได้แหกค่ายกักกันออกมา และพวกเขาได้บอกให้โลกภายนอกได้รับรู้ถึงความโหดร้าย ของการทำงานในค่ายนรกแห่งนี้ จนทำให้ญี่ปุ่นตัดสินใจปิดค่ายซงหม่าลง เพื่อให้เรื่องราวทั้งหมดจบไปเงียบ ๆ แต่โดยดี

เริ่มเรื่องมาก็เหมือนทุกอย่างจะจบได้อย่างเรียบร้อย แต่ใครจะไปรู้ว่าเรื่องราวแห่งความวิปริตนั้น มันกำลังจะเริ่มขึ้นเพราะเหตุนี้ต่างหาก !!

หลังจากปิดป้อมซงหม่าไปแล้ว ทางจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นได้มีคำสั่งให้สร้างนิคมลับแห่งใหม่ขึ้น โดยที่แห่งนี้อยู่ห่างจากหมู่บ้านปิงฟาง เมืองฮาร์บิน ไม่มากนัก โดยเรียกที่แห่งนี้ว่า "ศูนย์วิจัยโรคระบาดและผลิตน้ำสะอาด"



ซึ่งการตั้งชื่อศูนย์ไว้แบบนี้ ก็เพื่อจะใช้อ้างบนเวทีโลกได้ว่า ช่วงสงครามนั้นญี่ปุ่นต้องการที่จะรักษาโรคระบาดต่าง ๆ ที่เกิดกับเหล่าทหารของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นโรคอหิวา ซิฟิลิส และเครื่องผลิตน้ำสะอาดให้แก่กองทัพของจักรวรรดิ์ ที่ต้องประจำการในแดนไกล
พลโทชิโร่ อิชิอิ
แน่นอนว่า อิชิอิ ก็ได้เป็นผู้นำในการพัฒนาศูนย์วิจัยแห่งนี้ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นจำนวนมาก เพื่อทำงานวิจัยต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผลงานของเขานั้นก็ค่อนข้างจะยอดเยี่ยม เพราะ อิชิอิ นั้นสามารถคิดค้นเครื่องกรองน้ำสะอาด ที่สามารถกรองน้ำสกปรกอย่างปัสสาวะมนุษย์ ให้กลับมาเป็นน้ำดื่มได้สำเร็จ แน่นอนว่าสิ่งนี้ ได้สร้างความพึงพอใจแก่จักรพรรดิ์ฮิโรฮิโตะ เป็นอย่างมาก ถึงขั้น อิชิอิ ได้ถูกเชิญไปเข้าเฝ้า เพื่อสาธิตถึงวิธีการใช้งานที่หน้าพระพักตร์เลยทีเดียว

เหตุการณ์เบื้องหน้าที่แสนดูดี กับการทดลองสร้างอุปกรณ์สุดล้ำสำหรับกองทัพ มันได้ทำให้ภาพลักษณ์ของศูนย์วิจัยแห่งนี้ คือสถานที่สร้างสรรค์เพื่อประโยชน์สุขของกองทัพจักรวรรดิ์อย่างแท้จริง

แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ภายในศูนย์วิจัยแห่งนี้ ได้มีการแบ่งหน่วยงานย่อย ๆ เพื่อทำงานด้านต่าง ๆ อีกมากมาย และมีหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานที่ถูกปกปิดรายละเอียดการทำงาน ระดับลับสุดยอด ลับจนถึงขนาดที่เรียกว่า ทหารของจักรวรรดิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวของ ก็จะรู้แค่เพียงว่าหน่วยงานนี้เป็นเพียงแค่โรงเลื่อยเท่านั้น โดยชื่อทางการของหน่วยลับนี้ ก็คือ "หน่วย 731"


Unit 731
ไม่มีใครรู้ว่าโรงเลื่อยแห่งหน่วย 731 มันเลื่อยไม้แบบไหนกันแน่ รู้แค่ว่าโรงเลื่อยแห่งนี้ มีการนำเข้าท่อนซุงจากแมนจู ฟิลิปปินส์ เกาหลี และรัสเซีย ถ้าได้เห็นรูปร่างของท่อนซุงที่ว่านี้ ถึงจะเข้าใจว่าท่อนซุงที่ว่านั้น คือเชลยศึกจากประเทศต่าง ๆ นั่นเอง

แท้ที่จริง หน่วย 731 มันก็คือศูนย์วิจัยอาวุธชีวภาพ ที่จักวรรดิ์ญี่ปุ่นสร้างมันขึ้นมาเพื่อนำเชลยศึกมาเป็นเหยื่อการทดลอง และศึกษาวิจัยการระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง และวิจัยระบบการทำงานอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของมนุษย์ โดยการทดลองเหล่านี้ จะมีอะไรบ้าง มันก็แล้วแต่อิชิอิ จะสรรหาข้อสงสัยขึ้นมา แล้วก็ทำการหาคำตอบกับร่างกายของเหยื่อ โดยจะขอยกวิธีการทดลองต่าง ๆ มาให้รับทราบกันพอสังเขปดังนี้


การศึกษาการทำงานของหัวใจ



อิชิอิ อยากรู้ว่าหัวใจของคนเราทำงานอย่างไร เลือดจะไหลจากเส้นเลือดไหน ไปที่หัวใจห้องไหน เข้าห้องไหน ออกห้องไหน ทางที่ง่ายที่สุด ในการหาคำตอบจากความสงสัยของเขาก็คือ การจับเอาเหยื่อทดลองมานอนลงบนที่นอนผ่าตัด จากนั้นอิชิอิก็จะใช้มีดผ่าตัดทำการผ่าหน้าอกของเหยื่อทันที โดยไม่มีการฉีดยาสลบกับเหยื่อแต่อย่างใด นั่นหมายความว่าเหยื่อทดลองนั้นยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน หากเหยื่อทนพิษบาดแผลไม่ไหว ชิงตายก่อนอิชิอิจะศึกษาการทำงานของหัวใจเสร็จ ก็จะเอาเหยื่อรายต่อไปมาผ่าแบบนี้อีกไปเรื่อย ๆ


การศึกษาระบบการทำงานของอวัยวะภายในของมนุษย์



อากิระ มางิโนะ หนึ่งในผู้ช่วยแพทย์ในหน่วยนรกแห่งนึ้ได้เล่าให้ฟังว่า วันแรกที่เขาได้เข้ามาทำงานที่นี่ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ เชลยที่ถูกมัดอยู่บนเตียงผ่าตัด อากิระบอกว่า เชลยคนนี้รู้ว่าตัวเองต้องตายแน่ ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้องตายอย่างไร

จนกระทั่งแพทย์หยิบมีดหมอขึ้นมา แล้วจ่อปลายมีดลงไปที่หน้าอกของเขา เหยื่อตกใจกรีดร้องดังลั่น แต่แพทย์ไม่สนใจอะไรมาก เขาได้กดมีดผ่าตัดลงไปบนหน้าอกจนลึก แล้วผ่าลากยาวจากหน้าอกลงไปจนถึงหน้าท้อง เหยื่อร้องโหยหวลด้วยความเจ็บปวด เพราะการผ่าตัดวิปริตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ แพทย์ไม่ได้ฉีดยาสลบให้กับเหยื่อเลย เพราะอิชิอิบอกว่า ถ้าพวกเราใช้ยาสลบกับพวกท่อนซุงพวกนี้ จะทำให้อวัยวะภายในบางแห่ง ทำงานผิดปกติ แล้วพวกเราจะไม่สามารถศึกษาระบบการทำงานของอวัยวะภายในได้อย่างถูกต้องนั่นเอง


การปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์



อิชิอิ ได้ทำการทดลองการปลูกถ่ายอวัยวะมนุษย์เช่นเดียวกันกับที่ประเทศเยอรมันทดลอง แต่ความสงสัยของเขานั้น มันเหนือกว่าพวกนาซีนิดหน่อยตรงที่ อิชิอิอยากรู้ว่า แขนซ้าย กับแขนขวา มันสามารถนำมาผ่าตัดสลับข้างได้ไหม แล้วถ้าจะเอาอวัยวะของคนอีกคนไปปลูกในอีกคน จะสามารถทำได้หรือเปล่า แล้วจะสามารถปลูกถ่ายแบบสลับข้างได้หรือเปล่า

อิชิอิสงสัยว่า ถ้ามนุษย์เราไม่มีกะเพาะ จะสามารถมีชิวิตอยู่ได้นานแค่ไหน เขาก็จัดการจับเชลยมาผ่าท้อง จากนั้นก็ตัดกะเพาะทิ้งไป แล้วจัดการเย็บต่อลำไส้กับหลอดอาหารไปตรง ๆ จะได้รู้ความจริง ซึ่งแน่นอนว่า เหยื่อทดลองทุกคนตายเรียบ สรุปผลการทดลองได้เลยว่า ล้มเหลวร้อยเปอร์เซนต์


การทดลองผลจากการใช้อาวุธแบบต่าง ๆ




พวกนาซีคิดค้นการทดลอง โดยการจับคนไปรมแก๊สพิษ เพื่อทดลองว่าเหยื่อจะตายแบบไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ แต่อิชิอินั้น สามารถคิดได้วิปริตกว่า นั่นก็คือการทดลองอัดอากาศเข้าไปในร่างกายคน ด้วยการสอดท่อเข้าไปทางทวารหนัก จากนั้นก็อัดอากาศเข้าไปจนอวัยวะภายในระเบิด

เท่านั้นยังไม่พอ อิชิอิได้สร้างห้องสูญญากาศขึ้นมา จากนั้นก็ต้อนเหยื่อเข้าไปในห้อง แล้วดูดอากาศทั้งหมดออกจนร่างกายเหยื่อทนไม่ได้ เส้นเลือดปูดโปนจนแตกออก ร่างกายบวมเป่งทั้งตัวจนตัวแตกออก ทำให้เหยื่อเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

อิชิอิยังได้ทำการทดสอบอานุภาพของระเบิด ด้วยการนำเหยื่อมาผูกไว้กับเสา จากนั้นก็ปาระเบิดใส่ เพื่อศึกษาความรุนแรงของระเบิด


การทดสอบความอดทนของมนุษย์


อิชิอิตั้งข้อสงสัยว่า มนุษย์เรานั้นจะสามารถดิ้นรนเอาตัวรอดได้นานที่สุดได้อย่างไร ถ้าหากถูกทรมานด้วยการจับห้อยหัวลงมา ว่าแล้วเขาก็สั่งให้นำเหยื่อมาจำนวนหนึ่ง ผูกขาทั้งหมดแล้วห้อยหัวลงพื้นทันที จากนั้นก็นั่งมองเหยื่อดิ้นไปมา แล้วก็จดผลการสังเกตเอาไว้ จนกระทั่งเหยื่อเสียชีวิตทั้งหมด

เมื่อสงสัยว่า ถ้าทหารต้องไปรบในที่หนาวเย็นจะสามารถทนได้แค่ไหน เขาก็นำเหยื่อมาแช่ในน้ำเย็นจัด เพื่อศึกษาโดยไม่สนว่าเหยื่อจะยอมหรือเปล่า และไม่สนว่าจะต้องควบคุมการทดลองอย่างไร ให้เหยื่อปลอดภัยเพื่อนำเหยื่อไปทดลองอย่างอื่นต่อแบบนาซี เพราะอิชิอิสั่งให้แช่เหยื่อในน้ำเย็นจัดนั้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหยื่อจะตาย เพื่อให้ได้มาซึ่งรายงานที่ถูกต้องที่สุด คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีใครรอดบ้าง เพราะแน่นอนว่าเหยื่อทุกคนล้วนเสียชีวิตอย่างอเน็จอนาถทั้งสิ้น


การทดลองเพาะเชื้อโรค



อิชิอิได้ทำการวิจัยโรคระบาดตามที่ได้รับมอบหมายมาก็จริง แต่เขาก็ได้คิดหาสมมติฐานอันบรรเจิดกว่าที่ใคร ๆ จะคิดได้ เมื่อเขาคิดว่าเชื้อซิฟิลิสนั้น มันจะสามารถพัฒนาไปได้ถึงที่สุดอย่างไร เขาก็ได้บังคับให้เชลยเพศหญิง ร่วมเพศกับผู้ป่วยโรคซิฟิลิสหลาย ๆ คน บางรายก็ฉีดเชื้อซิฟิลิสเข้าไปในร่างกายเชลยหญิง แล้วบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเชลยผู้ชาย โดยอิชิอิคิดวิธีการนี้ขึ้นมา ก็เพื่อศึกษาพัฒนาการของโรคนี้ให้กระจ่าง ว่ามันจะสามารถกลายเป็นสุดยอดซิฟิลิสได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าทั้งเชลยหญิง และชายที่ร่วมการทดลองครั้งนี้ ล้วนทนพิษของเชื้อโรคไม่ไหว และตายทั้งหมด

อิชิอิยังได้ทำการทดลองการแพร่เชื้อโรคจากสัตว์สู่คน ด้วยการดูดเลือดของสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ มาฉีดใส่ร่างกายมนุษย์แบบดื้อ ๆ แล้วศึกษาความเป็นไปในร่างกายของเหยื่อต่อว่าจะมีปฏิกิริยากับเชื้อโรคยังไงบ้าง

ไม่ต้องห่วงว่าเหยื่อจะต้องอยู่ในสภาพทรมานนานแค่ไหน เพราะอิชิอิได้เฝ้าจดรายงานการทดลองไปเรื่อย ๆ จนเหยื่อทดลองตาย ก็ถือเป็นอันจบการทดลอง โดยเหยื่อที่เสียชีวิตทั้งหมด ล้วนถูกเผาทำลายด้วยเตาเผาหลังหน่วย 731 นั่นเอง

"ศูนย์วิจัยโรคระบาดและผลิตน้ำสะอาด" ปัจจุบันกลายเป็น "พิพิธภัณฑ์ Harbin"
มีการทดลองหนึ่ง อิชิอิได้นำเหยื่อจำนวนหนึ่งมาบังคับให้ยืนแหงนหน้าอ้าปากในที่โล่ง โดยที่ไม่รู้ว่า อิชิอิได้สั่งให้แพทย์โปรยเชื้อโรคบางอย่างไปทางอากาศ เพื่อศึกษาการแพร่กระจายของเชื้อโรค ว่าจะสามารถแพร่กระจายทางอากาศได้ดีมากน้อยอย่างไร เมื่อทดลองจนได้ผลพอใจ เขาก็ได้สร้างระเบิดชีวภาพขึ้นมา โดยนำมันไปปล่อยลงในแหล่งน้ำของหมู่บ้านหลายแห่ง เพื่อทำการทดลองกับสถานที่จริง ๆ โดยผลการทดลองที่ได้ก็คือ มีเหยื่อที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ที่เป็นชาวบ้านตาดำ ๆ ต้องมาเสียชีวิตไปถึงกว่าสี่แสนคนเลยทีเดียว

แต่ผลการทดสอบกับชุมชน มันก็ยังไม่เป็นที่พอใจ อิชิอิได้สั่งทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก จนการทดลองครั้งที่ 5 หลังจากที่ระเบิดชีวภาพถูกยิงออกไปเพื่อโจมตีเป้าหมาย ก็คือหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง อยู่ดี ๆ กระแสลมก็เปลี่ยนทิศกระทันหัน ลมได้ตีกลับเอาเชื้อโรคทั้งหมด มาที่เหล่ากองทหารที่ทำการทดสอบแทน ผลก็คือ ทหารกองทัพจักวรรดิ์ญี่ปุ่นตรงนั้นเสียชีวิตทั้งสิ้น 1,700 คน ส่งผลให้การทดลองต้องถูกระงับชั่วคราว

แต่ในภายหลัง กองทัพจักรวรรดิ์ญี่ปุ่นก็ได้วางแผนที่จะนำเทคโนโลยีนี้ ไปใช้กับสหรัฐอเมริกา ด้วยการนำระเบิดชีวภาพจำนวน 200 ลูก  ยิงขึ้นสู่อากาศบริเวณชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เพื่อหวังจะให้เชื้อโรคนี้สังหารชาวอเมริกันให้ได้ซักล้านสองล้านคน หวังจะให้อเมริกาได้รู้สำนึกว่าใครกันแน่ ที่เป็นผู้ชนะ

แต่โชคดีที่ญี่ปุ่นถูกอเมริกาทิ้งระเบิดปรมณูที่ "ฮิโรชิม่า" กับ "นางาซากิ" เสียก่อน จนญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงครามทันที แผนการนี้จึงไม่ได้ถูกดำเนินการแต่อย่างใด

การทิ้งระเบิดปรมณู ที่นางาซากิ
การทิ้งระเบิดปรมณู ที่ฮิโรชิม่า
ซึ่งผลจาการยอมแพ้สงครามครั้งนี้ ทำให้อิชิอิตัดสินใจสังหารเชลยศึกที่เหลือในหน่วย 731 ทิ้งทั้งหมด เพื่อปิดปากไม่ให้มีพยานที่จะบอกเล่าเหตุการณ์ภายในนั้นได้ และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในหน่วย ปิดเรื่องทุกอย่างเป็นความลับ หากใครฝ่าฝืน จะถูกตามล่าสังหาร และอิชิอิยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ ทำการเผาทำลายเอกสารสำคัญต่าง ๆ ภายในหน่วยทิ้งทั้งหมด ก่อนที่ตัวเองจะหลบหนีกลับไปยังจักวรรดิ์ญี่ปุ่น

แต่ด้วยญี่ปุ่นแพ้สงครามแก่อเมริกา ทำให้พลเอกดักกลาส แมคอาร์เธอร์ มอบหมายให้พลโทเมอร์เรย์ แซนเดอร์ ไปทำการเจรจากับอิชิอิ เพื่อจะขอรายงานการทดลองอุบาทว์ของญี่ปุ่นนี้ มาใช้ประโยชน์ในกองทัพอเมริกา โดยแลกกับการที่จะไม่ดำเนินคดีกับอิชิอิ ซึ่งแน่นอนว่า อิชิอิยอมรับข้อเสนอนี้

และที่แน่ ๆ สหรัฐอเมริกานี่เอง ที่กลับช่วยปกปิดการมีอยู่ของหน่วย 731 ด้วยการไม่ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนี้เลย แม้จะมีเหยื่อสังเวยการทดลองวิปริตของหน่วยไปมากกว่า 12,000 ราย เรียกได้ว่าเหยื่อทุกคนตายฟรี เพียงเพื่อสังเวยความต้องการของอเมริกา ที่จะเอารายงานผลการทดลองไปใช้ประโยชน์ เพื่อชัยชนะในสงครามอื่น ๆ เพราะอเมริกานั้นได้สืบทราบว่า อิชิอินั้นประสบความสำเร็จในการทดลองหลายอย่าง เช่น การรักษาอาการถูกหิมะกัด และองค์ความรู้ในเรื่องการติดเชื้อ และการแพร่กระจายของโรคระบาด รวมไปถึงการสร้างระเบิดชีวภาพ

และมีข่าวลือว่าอิชิอินั้น ได้ทำงานวิจัยอาวุธชีวภาพให้กับทางอเมริกาต่อ ในรัฐแมรี่แลนด์ โดยอาวุธชีวภาพนี้ ได้ถูกนำไปใช้ในสงครามเกาหลีในภายหลัง แต่ข่าวลือนี้ก็ถูกปฏิเสธโดยลูกสาวของอิชิอิเอง ที่บอกว่า พ่อของเธอนั้นไม่ได้ไปอยู่ที่อเมริกาแต่อย่างใด หากแต่ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่นต่างหาก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรกับฝ่ายไหนได้เลย เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอนในเรื่องนี้


เหมือนจะสร้างประโยชน์ เหมือนจะมีโทษ หรือจะเพราะอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่เกิดหลังจากการทดลองวิปริตของอิชิอิในหน่วย 731 นั้น ต้องสูญเสียชีวิตจำนวนมากมายมาเป็นเครื่องทดลอง เพื่อให้ได้มาเพียงคำว่า "ชัยชนะ" ต่อให้ผลการทดลองของมัน จะสร้างสรรค์ประโยชน์อะไรให้กับมนุษยชาติ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าไม่มีการทดลองพวกนี้ มนุษย์จะไม่สามารถหาทางรักษาโรคร้ายอะไรได้ โดยไม่ใช้มนุษย์ทดลองตั้งแต่แรก

พวกเราก็ควรจะระลึกให้ได้เสมอว่า สงครามมันไม่เคยให้ประโยชน์อะไร เพราะถ้ามันดีจริง ทำไมพวกเหล่าประเทศที่ก่อสงคราม ถึงพยายามที่จะจบสงครามให้ได้ไวที่สุด ?

ดังนั้น เราจึงไม่ควรภูมิใจกับการมีสงครามแม้แต่น้อย เพราะสงคราม ไม่มีใครถูก มีแต่คนผิด ไม่มีวีรบุรุษ มีแต่ฆาตกรมือเปื้อนเลือด เพราะฉะนั้น...

หยุดเถอะ สงคราม !!




หลังจากอ่านจบแล้ว อย่าลืมกด Like กด Share และติดตามบล็อกมิติที่ 6 สำหรับเรื่องใหม่ ๆ กันได้ครับ

เรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
ที่มา
https://th.m.wikipedia.org/wiki/จักรวรรดิญี่ปุ่น
https://lonesomebabe.wordpress.com/2009/09/13/shiro-ichii-unit-731-จับคนมาทำเชื้อโรค/
http://m.pantip.com/topic/32912621
http://teen.mthai.com/variety/84186.html