ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

[ 18+ จัดเต็ม ] มิติที่ 6 โทคุคัตสึ โมนามิ สยองขวัญสาวน้อยเลือดสาดแห่งนางาซากิ (คดีเชือดซาเซโบ 2)

มิติที่ 6 ตอนโทคุคัตสึ โมนามิ สยองขวัญสาวน้อยเลือดสาดแห่งนาซากิ ได้นำเรื่องราวนี้มาจากเวบไซต์หลายแห่ง และข้อมูลส่วนหนึ่งได้แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นโดยตรง อาจมีเนื้อหาบางส่วนผิดพลาด จึงขออภัยมา ณ ที่นี้



ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 ที่เมืองซาเซโบ จังหวัดนางาซากิ เคยเกิดเรื่องราวสยองขวัญ เมื่อมีเด็กน้อยคนหนึ่งสวมชุดฮู้ดของทีมกีฬา เนวาดะ ได้ใช้มีดเชือดคอเพื่อนของเธอจนเสียชีวิตจนเป็นตำนานที่โลกต้องจารึกมาแล้ว

ต่อมาไม่นาน ที่เมืองแห่งนี้ก็ได้ก่อกำเนิดฆาตกรเด็กโหดขึ้นมาอีกคน ซึ่งสิ่งที่เธอได้กระทำกับเหยื่อนั้น มันช่างสุดโหดเหี้ยมสยองขวัญกว่าเนวาดะตันมากมาย และผลจากการกระทำของเธอ ก็ได้ทำให้หลายภาคส่วนของญี่ปุ่นออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยวิธีการต่างๆ

เรื่องราวที่เหมือนกับจะเป็นอาถรรพ์แห่งเมืองซาเซโบ ที่เกิดขึ้นซ้ำ 2 นี้ ได้ถูกทางการของญี่ปุ่น ขอความร่วมมือให้สื่อต่างๆ ช่วยปิดบังชื่อของเธอเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะยิ่งปิดบังเท่าไร คดีสะเทือนขวัญนี้ ก็ยิ่งมีผู้ต้องการจะรู้ตัวตนของฆาตกรมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ประวัติของเธอถูกชาวเน็ตในญี่ปุ่น ขุดค้นกันหนักกว่าเดิม เพื่อให้ความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ปรากฎออกมา

โทคุคัตสึ โมนามิ

เธอคือ “โทคุคัตสึ โมนามิ” อายุ 15 ปี เธอเป็นเด็กนักเรียนปี 1 ของโรงเรียนมัธยมซาเซโบเหนือ เธอเป็นเด็กสาวมีความสามารถมากมาย นอกจากจะเรียนดีแล้ว เธอยังเป็นนักกีฬาแข่งสเก็ตความเร็วของโรงเรียนด้วย เธอชอบเล่นเปียโน และเคยได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข็งขันเปียโนของโรงเรียน และยังมีความสามารถในด้านศิลปะ เธอชอบวาดรูป งานของเธอเคยติดอันดับที่ 59 ของนักวาดเยาวชนในนางาซากิเลยทีเดียว โมนามิเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวโทคุคัตสึ

โทคุคัตสึ ฮิโรชิ (พ่อ) กับโมนามิ

เธอมีคุณพ่อชื่อ “โทคุคัตสึ ฮิโรชิ” อายุ 55 ปี พ่อของโมนามิเป็นคนนางาซากิโดยกำเนิด ฮิโรชินั้นมีอาชีพเป็นทนายความอยู่ในบริษัทที่ปรึกษาทางกฏหมาย เอชพี เขาแต่งงานกับ ฮิโรโกะ เธอเป็นคณะกรรมการของสมาคมสเก็ตของท้องถิ่น ซึ่งนี่เองที่ทำให้โมนามิชื่นชอบกีฬาแข่งสเก็ตความเร็ว

โทคุคัตสึ ฮิโรโกะ แม่ของโมนามิ (คนกลาง)

ชีวิตครอบครัวโทคุคัตสึนั้น น่าจะเป็นครอบครัวที่เพรียบพร้อม หัวหน้าครอบครัวมีหน้าที่การงานมั่นคง คุณแม่ก็มีฐานะทางสังคมสูง ลูกสาวเองก็มีความสามารถ แต่ทว่า พ่อของโมนามินั้นเป็นคนเจ้าชู้ เขาแอบมีกิ๊ก และดูเหมือนคุณแม่ของเธอจะรู้เรื่องด้วย ทำให้สภาพที่แท้จริงภายในครอบครัวนี้ค่อนข้างจะอึมครึม ส่งผลให้โมนามิ กลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ค่อยมีเพื่อน และมีนิสัยออกจะเก็บกด ชอบแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง แต่ตัวของเธอเองก็พยายามจะลบจุดด้อยของตัวเองด้วยการหันมาเอาดีทางด้านการเรียน และกีฬา มุ่งมั่นทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง จนตัวของโมนามิกลายเป็นเด็กที่รักสันโดด ไม่ได้สนใจที่จะคบหาใครเป็นเพื่อนสนิทเหมือนกับเด็กวัยรุ่นราวคราวเดียวคนอื่นๆ เลย 

ในวัยเด็กช่วงที่โมนามิเรียนอยู่ชั้นประถมนั้น เพื่อนคนนึงของเธอเล่าว่า สมัยนั้นเธอเคยทะเลาะกับโมนามิอยู่หนหนึ่ง เธอสังเกตเห็นได้ว่า โมนามิตอนโมโหนั้น เหมือนเธอจะมีอารมณ์มากเกินกว่าคนทั่วไป เพราะตอนที่โมนามิโมโห เธอจะแสดงความโกรธจนถึงขั้นร้องไห้ออกมา ดูน่ากลัวมาก

และในช่วงนึง โมนามิได้เคยก่อเรื่องในโรงเรียนประถมแห่งนั้น เธอได้แอบผสมสารฟอกขาวลงในจานข้าวของเพื่อนร่วมชั้น 2 คนของเธอ โดยครั้งนั้นโชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต ทางโรงเรียนได้แจ้งผู้ปกครองให้มารับทราบปัญหาของโมนามิ ซึ่งโมนามิตอนนั้น กลับไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำเลย เธอบอกกับครูฝ่ายปกครองว่า

“สองคนนั้นเขาแกล้งฉันก่อน เอาแต่ล้อเลียนฉันอยู่ได้ ฉันก็เลยต้องสั่งสอนพวกนั้น” 

จนมีบางคนเรียกเธอว่า
“ยัยเด็กฉลาดจอมโหด”

ชีวิตของโมนามินั้น ต้องแปรผันไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลังจากที่ฮิโรโกะ แม่ของเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี ค.ศ. 2013 และพ่อของเธอก็แต่งงานใหม่ทั้งๆ ที่แม่เพิ่งตายเพียง 3 เดือน จากวันนั้นมา สถานภาพของเธอกับพ่อก็ดูจะห่างเหินกันมากขึ้น พ่อของเธอเริ่มไม่สนใจว่าโมนามิจะอยู่ดีอย่างไร จะทำอะไรก็ปล่อยให้เธอทำ โดยไม่คิดจะสนใจดูแล


เธอเริ่มแสดงพฤติกรรมซาดิสท์สุดโหด ด้วยการจับสัตว์มาทรมานโดยใช้วิธีชำแหละมันเป็นชิ้นๆ และยังมีรายงานว่า เธอเคยใช้ไม้ตีเบสบอลเหล็ก ไล่ทุบตีพ่อของตัวเองจนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอีกด้วย

จนในที่สุด โมนามิก็ได้ขอแยกตัวเองออกมาจากครอบครัวที่บ้าน ออกมาอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์ โดยอ้างว่าจะขอทดลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง ก่อนที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก ซึ่งอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เจ อาร์ ซาเซโบ ที่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง ช่วงนี้โมนามิเริ่มอาศัยอินเตอร์เน็ต การ์ตูน และภาพยนต์ เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจตัวเอง แต่ไม่รู้โชคชะตามันเล่นตลกกับเธอหรืออย่างไร แทนที่โมนามิจะดูเรื่องราวจากสื่อเหล่านี้เหมือนคนทั่วๆ ไป เธอกลับเลือกที่จะดูแต่เรื่องราวแนวโหดๆ ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าแนว “กุโระ” หรือ “Gore” ภายหลังโมนามิเริ่มเก็บตัวหนักขึ้น จากโรงเรียนที่เคยไปสม่ำเสมอ ก็ไม่ค่อยได้ไป เรียกได้ว่าชีวิตของโมนามิตอนนี้ เธอไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว


แต่ในความโดดเดี่ยวนั้น โมนามิเองก็มีเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเธอคนหนึ่ง เพื่อนที่แม้โมนามิอาจจะไม่ได้ต้องการซักเท่าไหร่ แต่เธอคนนี้ก็ยังคอยไปมาหาสู่กับโมนามิเป็นประจำ เธอชื่อว่า “มัตสึโอะ ไอวะ”

ไอวะเป็นนักเรียน ปี 1 ของโรงเรียนซาเซโบเหนือ เช่นเดียวกับโมนามิ เธอแอบปลื้มโมนามิในฐานะแฟนคลับ โมนามินั้น แม้จะไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ในสายตาของไอวะแล้ว โมนามิก็เหมือนกับฮีโร่ ที่ตัวเองอยากรู้อยากเห็นว่าคนที่เธอปลื้มนั้น เป็นอยู่อย่างไรเท่านั้นเอง ซึ่งพ่อแม่ของไอวะนั้น ก็เข้าใจว่า ไอวะมีเพื่อนสนิทคือโมนามิแน่นอน เพราะมันก็เป็นเรื่องปกติ ที่เด็กผู้หญิงจะมีเพื่อนที่ต้องแวะไปเยี่ยมไปหากันแบบนั้นเอง

และในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 ไอวะ มัตสึโอะได้ขออนุญาตกับพ่อแม่ของเธอว่า วันนี้จะไปค้างที่บ้านเพื่อน ซึ่งพ่อแม่ของเธอก็ไม่ได้เอะใจอะไร ยอมให้เธอออกจากบ้านไปในเย็นวันนั้นนั่นเอง


ในคืนวันนั้น ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างนั้น จู่ๆ ในเวบ ทูชาแนล เวบไซต์สังคมชื่อดังของญี่ปุ่น ก็ได้มีผู้โพสต์ลิงค์ภาพถ่ายน่ากลัวจำนวนหนึ่งขึ้นไปยังกระทู้ห้องฮายาบูสะ 3 เมื่อเวลา 22:08 น. โดยตั้งชื่อภาพว่า
“ฆ่าตายไปซะแล้ว...”


โดยมีทั้งหมด 5 ภาพ 4 ภาพแรกเป็นภาพมือของเด็กผู้หญิงเปื้อนเลือด เดาได้ว่าเป็นภาพมือของผู้โพสต์นั่นเอง  และภาพที่ 5 เป็นภาพผ้าที่ชุ่มไปด้วยเลือด โดยใต้ลิงค์เหล่านี้ มีข้อความต่อว่า
“แต่เลือดออกไม่เยอะเท่าไหร่ ทำไงดี” 



ต่อมาเวลา 22:13 น. ผู้โพสต์ ID เดียวกันก็ได้ตอบความเห็นต่อมาว่า
“เลือดเต็มเลย เช็ดยังไงก็ไร้ประโยชน์”
พร้อมกับแนบลิงค์ภาพมือของผู้โพสต์ภาพ กำลังกำผ้าที่เลอะเลือดอยู่



และต่อมาช่วง 22:24 น. ID ดังกล่าวก็โพสต์อีกโดยใต้ข้อความก็ได้แนบลิงค์ภาพถ่ายมืดๆ ซึ่งต่อมามีผู้สันนิษฐานว่า เป็นภาพบริเวณศีรษะของคนที่ชุ่มไปด้วยเลือด ข้อความนั้นบอกว่า
“เราต้องอุ่นของที่มันหายเย็นแล้วให้อุ่นด้วยรึ ตอนนี้แช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ ว่าแต่ทุกคนคิดว่าสมองมันเป็นสีอะไร?”


และข้อความสุดท้ายถูกโพสต์ในเวลา 22:30 น. ว่า
“นี่คอยดูเส้นประสาทกับสมองที่แช่ไว้มาตลอดเลยเนี่ย”
จนมีผู้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาแน่ๆ


เรื่องดังกล่าว แม้จะมีหนังสือพิมพ์กระแสหลักของไทย ลงเนื้อหาใกล้เคียงกับเรื่องนี้ แต่หลังจากที่มิติที่ 6 ได้สอบถามสายข่าวทางญี่ปุ่นให้ช่วยตรวจสอบเพิ่ม ว่ามันมีอะไรเพิ่มเติมจากเดิมหรือไม่ แล้วเราก็ได้พบกับเรื่องจริงว่า เหตุการณ์ที่กล่าวไปข้างต้นนั้นมันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ตั้งใจจะแกล้งคนเล่นๆ ในเวบ 2ch (ทูชาแนล) ในเวลาที่ใกล้เคียงกับการเกิดคดีสังหารโหดนี้ขึ้น


และยังพบว่า เด็กที่โพสต์เรื่องดังกล่าว ได้หงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขอโทษกับสมาชิกเวบไซต์ไปแล้ว ในอีกกระทู้หนึ่ง





ส่วนเรื่องจริงที่เกิดขึ้นระหว่างโมนามิ และไอวะนั้น คือเรื่องดังต่อไปนี้

ไอวะจังได้ขออนุญาตทางบ้านไปเที่ยวบ้านเพื่อนเท่านั้น ไม่ได้ขอไปค้างแต่อย่างใด และระหว่างเดินทางไปบ้านเพื่อน ไอวะก็พบกับโมนามิที่ดักรออยู่ โมนามิได้จับตัวไอวะไปที่ห้องพักของเธอ และสังหารไอวะด้วยค้อนปอนด์และบีบคอ จากนั้นก็ทำการหั่นศพตามที่เป็นข่าว ซึ่งโมนามิเอง ก็ไม่ได้โพสต์ภาพใดๆ ขึ้นเวบทูชาแนลเลยหลังจากหั่นศพไม่สำเร็จ

วันรุ่งขึ้นโมนามิก็ได้มาเดินด้อมๆ มองๆ แถวบ้านของไอวะ ซึ่งเวลานั้น เป็นเวลาเดียวกันกับที่ทางผู้ปกครองของไอวะ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยออกตามหาไอวะ ที่หายตัวไปเกินเวลา และติดต่อกับทางบ้านเพื่อนที่ไอวะบอกว่าจะไปเที่ยว ก็ไม่มีใครพบเธอ จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตเห็นโมนามิ ที่มีพิรุธอย่างมาก จึงได้เข้าไปสอบสวนโมนามิ และเมื่อโมนามิถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจถาม เธอก็เกิดความกลัว และสารภาพทันทีว่า เธอได้ลงมือฆ่าไอวะที่ห้องพักไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าตรวจค้นที่ห้องของโมนามิ และได้พบกับศพของไอวะบนที่นอนนั่นเอง


สภาพศพของไอวะนั้น มีสภาพน่าเวทนาเช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ในตอนต้น ก็คือ เธอถูกตัดคอ และแขนซ้ายจนเกือบขาด และตามร่างกายมีรอยมีดเฉือนอยู่ทั่ว รวมถึงการถูกผ่าท้องด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนโมนามิถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โมนามิสารภาพกับตำรวจด้วยใบหน้าอันเรียบเฉยว่า
“หนูเป็นคนทำทั้งหมดเองค่ะ”

จากการชันสูตรศพในที่เกิดเหตุ พบอุปกรณ์ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฆาตกรรมอยู่ใกล้ๆ กับศพ ประกอบไปด้วย ค้อนปอนด์สั้น 1 อัน ค้อนทั่วไป 1 อัน และเลื่อยมือขนาดเล็กอีก 1 อัน โดยทั้งสามชิ้น มีคราบเลือดอาบอยู่บริเวณใช้งานทั้งสิ้น


ผ่านมาจนถึงวันอังคารที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 การสอบสวนโมนามิ ก็ได้เริ่มขึ้น เจ้าหนาที่พยายามสอบสวนเธอ ถึงหามูลเหตุที่ทำให้เธอต้องฆ่าไอวะ ว่าแค้นอะไรกันมา ถึงได้กระทำทารุณต่อไอวะขนาดนั้น โมนามิรับสารภาพออกมาด้วยคำพูดที่ไม่สะทกสะท้าน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับสะทกสะท้านเสียเองว่า


“หนูแค่อยากจะลองฆ่าคน แล้วแยกส่วนของคนมานานแล้ว”

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนต่อไปว่า เธอไปเอาเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้มาจากไหน โมนามิจึงตอบว่า


“ส่วนเครื่องมือพวกนี้ หนูเป็นคนซื้อมาเอง”

จากคำสารภาพนี้ หมายความว่าโมนามิตั้งใจจะฆ่าไอวะ โดยมิได้มีเรื่องบาดหมางกันมาตั้งแต่ต้น เพราะเธอเตรียมเครื่องมือต่างๆ ไว้พร้อมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากคดีฆาตกรรมสยองนี้จบลง มันก็ส่งผลกระทบแก่สื่อ และองค์กรต่างๆ เป็นจำนวนมาก เพราะในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 ทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิของญี่ปุ่น ตัดสินใจงดการแพร่ภาพอนิเมะเรื่อง “ไซโคพาส” ซึ่งเป็นหนังการ์ตูนที่มีเนื้อหารุนแรงเกี่ยวกับฆาตกรเด็กหญิง และตัดสินใจสั่งให้การ์ตูนเรื่องนี้ต้องตัดต่อเนื้อหาของเรื่องตั้งแต่ตอนที่ 4 ให้เบาลง เพื่อป้องกันกระแสต่อต้านการ์ตูนอนิเมะที่มีเนื้อหารุนแรงไปด้วย


ด้านทางโรงเรียนซาเซโบเหนือ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เด็กทั้งสองศึกษาอยู่นั้น ก็ได้ออกมาบอกว่า ทางโรงเรียนรู้สึกเสียใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น และรู้สึกอับอาย เพราะทั้งๆ ที่ทางโรงเรียนได้พยายามเอาใจใส่ ให้ความสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมปลูกฝังการรู้คุณค่าของชีวิต ให้กับนักเรียนอย่างเต็มที่ แต่ผลที่ออกมากลับไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ได้เลย

ส่วนทางศูนย์คุ้มครองสุขภาพจิตเยาวชนของนางาซากิเอง ก็ออกมาออกมารับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ทางด้าน “โทคุคัตสึ ฮิโรชิ” พ่อของโมนามินั้น ก็ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบการกระทำอันแสนโหดร้ายต่อครอบครัวของมัตสึโอะ ไอวะ ด้วยการขอโทษต่อหน้าครอบครัว แต่ด้วยกระแสสังคมของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อเรื่องนี้ค่อนข้างจะหนักหน่วงเกินกว่าคนทั่วไปจะรับได้ ทำให้สุดท้าย ฮิโรชิ ได้ตัดสินใจกระทำอัตนิวิบากกรรม ด้วยการแขวนคอตัวเอง ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2014 โดยหลังจากการเสียชีวิตของฮิโรชิ หน้าเวบต่างๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานของเขา ก็ได้ถูกลบออกจากเซอร์เวอร์ไปทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งเฟซบุคที่ได้ลบโพรไฟล์ของฮิโรชิออกไปทันทีเช่นกัน คงเหลือแต่ภาพที่ถูกเวบไซต์ข่าวใต้ดินแคปเก็บไว้ได้เท่านั้น

โทคุคัตสึ ฮิโรชิ พ่อของโมนามิ
มีผู้คนบนเวบไซต์สังคมของญี่ปุ่นบางคนให้ข้อสังเกตว่า จริงๆ แล้ว โมนามิเองนั้น ไม่น่าจะเพิ่งมีรสนิยมชมชอบความโหดร้าย รุนแรงในช่วงที่พ่อของเธอแต่งงานใหม่ แต่เธอน่าจะมีนิสัยชอบความรุนแรงแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะเรื่องที่เธอเคยวางยากับเพื่อนตอนเรียนชั้นประถม เคยจับสัตว์มาฆ่าอย่างทารุณ และเคยทำร้ายพ่อของเธอจนบาดเจ็บมาแล้วนั่นเอง

  

ในช่วงที่ข่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปทางสื่อของประเทศญี่ปุ่น และต่างประเทศ ที่ได้ตีข่าวไปอย่างกว้างขวางนั้น ได้พยายามจะปกปิดชื่อ นามสกุล และประวัติความเป็นมาของเธออย่างเต็มที่ เพราะเวลานั้น โมนามิเองมีอายุเพียง 15 ปี และถึงจะนับถึงปีที่มิติที่ 6 ได้จัดทำข้อมูลนี้ เธอก็น่าจะมีอายุได้เพียง 17 ปี เท่านั้น ถือว่าเธอจะได้กฎหมายเยาวชนของญี่ปุ่นคุ้มครองสิทธิ์อยู่นั้นเอง  ทำให้แม้แต่ผลการพิจารณาคดีของเธอนั้น ก็ถูกทางราชการปกปิดเอาไว้เป็นความลับ โดยลิงค์ข่าวหลายสำนักถึงกับเลือกที่จะลบข่าวนี้ทิ้งเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ทำให้การสืบหาข้อมูลของคดีนี้เป็นไปได้ยากมาก
ภาพวาดของโมนามิ จิตมาก

แต่ด้วยความสยองขวัญของรูปคดี ที่คนร้ายเป็นเพียงเด็กผู้หญิง ซ้ำยังเกิดขึ้นในเมืองเดียวกันกับคดีของนัทสึมิ สึจิ หรือเนวาดะตันอีก ยิ่งทำให้ชาวเน็ตต่างพากันพยายามขุดคุ้ยความเป็นมาของเธอ รวมถึงชื่อ นามสกุลที่แท้จริงด้วย

ซึ่งในเวบไซต์ข่าวใต้ดินหลายสำนัก ที่ตามข่าวนี้มาตั้งแต่ต้น ได้เผยแพร่รูปถ่ายของโมนามิ รวมถึงพ่อแม่ของเธอ ในกิจกรรมต่างๆ และได้ลงประวัติย่อๆ ของเธอเอาไว้ รวมถึงงานวาดภาพตัวของเธอเองอีกด้วย ซึ่งภาพวาดดังกล่าวนั้น ให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งมิติที่ 6 ก็ได้รับความช่วยเหลือจากสายข่าวจากประเทศญี่ปุ่นของเรา ช่วยสืบค้นข้อมูลเหล่านี้มาให้ท่านผู้ชมได้ชม โดยทางมิติที่ 6 ไม่ได้มุ่งหวังที่จะให้เธอไม่มีที่ยืนในสังคม จึงได้ขอสงวนสิทธิ์ ปกปิดหน้าตาบางส่วนของเธอ ส่วนชื่อและนามสกุลจริงที่มิติที่ 6 ได้นำเสนอนั้น ทางมิติที่ 6 เองคาดว่าตัวของโมนามิเอง ก็น่าจะเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเป็นชื่อใหม่ หลังจากที่พ้นโทษออกมาแน่นอน จึงไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด



สุดท้ายแล้ว คดีของโทคุคัทสึ โมนามิ น่าจะเป็นอุทธาหรณ์แก่ครอบครัวที่มีปัญหาพ่อแม่แต่งงานใหม่ ว่าการตัดสินใจจะเริ่มชีวิตใหม่ของตัวเองนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องตัวคนคนเดียว หากแต่ต้องนึกถึงลูกของตัวเองกับคนรักเก่าด้วย ว่าเด็กๆ นั้นพร้อมจะรับเรื่องเหล่านี้ได้หรือยัง และมิติที่ 6 ก็หวังว่า ในบ้านเรานั้น จะไม่มีเรื่องราวสยองขวัญซ้ำรอยกับเรื่องราวของเธอ…

"โทคุคัตสึ โมนามิ"




หลังจากอ่านเรื่องราวจากมิติที่ 6 จบแล้ว อย่าลืมกด LIKE และแชร์ เรื่องราวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ

เรียบเรียงและบรรยายโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง

ขอขอบคุณ : คุณชิกิ ฮิโระ สายข่าวประเทศญี่ปุ่น ที่ช่วยสืบหาเรื่องราวเพิ่มเติม
ขอบคุณที่มา :
https://en.wikipedia.org/wiki/Sasebo_schoolgirl_murder
http://hujiko.net/blog/detail.php?id=940
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000085415
http://fukmaxnews.blog.fc2.com/blog-entry-618.html
http://blog-imgs-70.fc2.com/u/r/a/uracigoto/140727_nagasaki1.png
http://uracigoto.blog.fc2.com/blog-date-201407.html