ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

มิติที่ 6 อลิซเบธ ฟริตเซิล เหยื่อนรกห้องใต้ดินสยองขวัญ !!!

มิติที่ 6 วันนี้ เราจะขอเล่าเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง หญิงสาวที่เคยใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป ที่อยู่ดี ๆ วันหนึ่งก็เกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน ทำให้เธอหายตัวไปด้วยสาเหตุแปลกประหลาด จนกระทั่งความจริงถูกเปิดเผยว่า แท้จริงแล้ว เธอไม่ได้หายไปไหนเลย


ในวันที่ 29 สิงหาคม คศ. 1984  อลิซเบธ ฟลิตเซิล  ในขณะนั้นเธออายุ  11 ปี  เธอคือลูกสาวคนโตของครอบครัว ฟลิตเซิล พ่อของเธอคือโจเซฟ  ฟลิตเซิล  อายุ 49 ปี  มีอาชีพเป็นวิศวกรไฟฟ้า ฐานะค่อนข้างร่ำรวย ส่วนคุณแม่  โรสแมรี่  ฟลิตเซิล
     
ในวันนั้น ทั้งโจเซฟและแมรี่ ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ บอกว่าลูกสาวของเธอ หายตัวไปโดยการตามหาครั้งนี้ ทางตำรวจได้ส่งเรื่องไปถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจสากล แต่ก็ยังหาตัวไม่เจอ  จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 เดือน นายโจเซฟได้รับจดหมาย จากอลิซาเบธ ใจความบอกว่า ตอนนี้เธอสบายดี ไม่ต้องออกตามหา ส่งจดหมายฉบับนี้ ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรอีกเลย ทำให้นางโรสแมรี่ รู้สึกเป็นห่วงลูกสาวของเธอเป็นอย่างมาก  สวนนายโจเซฟผู้เป็นพ่อก็เข้าใจว่าลูกสาวของตัวเองนั้นอาจจะหนี ไปอยู่กับพวกลัทธินอกรีด  และพยายามบอกกับนางโรสแมรี่และญาติญาติที่เป็นห่วง กับการหายไปของอลิซาเบธว่า อย่าไปสนใจลูกสาวนอกพี่คนนี้เลย ทำใจเสียเถอะ อลิซาเบธคงไม่ได้ตกที่นั่งลำบากอยู่ที่ไหนหรอก  ทำให้ทุกคนในครอบครัวไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับการตามหาเท่าไหร่

     จนกระทั่งเวลาผ่านไป  จนถึงปี 1993   จู่ ๆ ก็มีคนนำตะกร้า ที่ข้างในมีทารกน้อย เพศหญิง มาวางอยู่ที่หน้าบ้าน ของครอบครัว ฟลิตเซิล และในนั้นมีจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง ที่เขียนบอกว่า เด็กคนนี้คือลูกของอลิซาเบธเธอชื่อว่าเคิร์สติน  ให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยเลี้ยงเอาไว้ด้วย

ถึงเวลาผ่านไปอีก 1 ปี เกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้ขึ้นซ้ำอีกคน อลิซาเบธ ได้วางตะกร้าใส่เด็กทารกอีกคนหนึ่ง พร้อมกับจดหมายปากให้พ่อแม่เลี้ยงดู ตกลง อลิซเบธ เธอไปอยู่ที่ไหนกันแน่นะ ถ้าเธอสบายดีจริงๆ ทำไมถึงไม่สามารถเลี้ยงลูกทั้งสองคนได้ แล้วทำไมถึงนำลูกมาวางทิ้งไว้ ไม่คิดจะพบหน้าพ่อแม่ก่อนไปเลยหรือไง ความสงสัยนี้อยู่ในใจของนางโรสแมรี่ ที่กำลังน้อยใจในลูกสาวของตัวเอง แต่ตัวเธอเองนั้นก็ทำอะไรมากไปกว่า การทำใจยอมเลี้ยงหลานทั้งสองคนต่อไป และหวังว่าจะได้พบกับอลิซาเบธสักวันหนึ่ง จะได้ถามสารทุกข์สุขดิบว่าเป็นอย่างไรบ้าง

จนเวลาล่วงผ่านไปอีก 2 ปี ในปีคริสตศักราช  1995  อลิซเบธ  ก็น้ำเด็กทารกชายมาทิ้งไว้อีก 1 คน พร้อมกับข้อความในจดหมายคล้าย ๆ กับฉบับเดิม ก็คือฝากรูปให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยเลี้ยงดูอีกตามเคย อะไรกันนี่ ? นี่เด็กคนที่ 3 แล้วนะ  นายโจเซฟและโรสแมรี่ ก็รับสภาพเลี้ยงหลาน ทั้ง 3 คน โดยมองในแง่ดีว่า อย่างน้อยลูกสาวของเธอ ยังมีชีวิตอยู่แน่ แล้วเธอไปอยู่กับใคร ? ทำไมทั้งทั้งที่ตัวเองก็ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ ก็ยังอุตส่าห์ คลอดลูกออกมา  3 คน แบบนี้

แม้กระทั่งในปีคริสต์ศักราช  2003  โจเซฟและโรสแมรี่ ก็ยังคงได้รับจดหมายจากอลิซาเบธ แจ้งข่าวว่า ตอนนี้เธอคลอดลูกมาอีกคนแล้ว  ซึ่งคลอดมาเมื่อปีก่อน นี่มันอะไรกันแน่ ทำไมอลิซาเบธ ถึงขยันมีลูกเยอะแยะขนาดนี้ เกิดเรื่องอะไรกับเธอ แต่ทั้งคู่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหล่อขาวของอลิซเบธต่อไป

 จนแล้วจนรอด วันที่ 19  เมษายน ค.ศ. 2008  ในช่วงเวลานั้น เคิร์สติน ลูกสาวคนโตของอลิซาเบธ กำลังป่วยหนักรักษาตัวในโรงพยาบาล อยู่ดีๆ นายโจเซฟ ผู้เป็นพ่อ ก็บอกจับนางโรสแมรี่ว่า  ว่า พบตัวอลิซเบธแล้วหลังจากที่หายตัวไป 24 ปี   โดยหลังจากสอบถาม ก็ได้ความว่า ลูกสาวกลับบ้านมาเอง พร้อมกับลูกอีก 2 คน  ซึ่งหนังโรสแมรี่เอง ก็ไม่ได้คิดอะไร กลับมาก็ดีแล้ว เพราะทางโรงพยาบาล ที่กำลังรักษาคริสตินอยู่นั้น กำลังต้องการตัวอลิซาเบธอยู่พอดี เพื่อจะได้สอบประวัติคุณแม่ไว้เป็นแนวทางในการรักษา

แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้ราบรื่นแบบนั้น เพราะทางตำรวจเองก็ไม่ได้ทิ้งคดีนี้แต่อย่างใด พอทราบข่าวว่าอลิซาเบธกลับบ้านมาเอง จึงรีบเดินทางมาพบตัวนายโจเซฟและอลิซเบธที่โรงพยาบาลเพื่อสอบสวนที่มาที่ไป  และแล้วความจริงทุกอย่างก็เปิดเผยขึ้น   ซึ่งความจริงนี้ ได้กระชากหน้ากาก นายโจเซฟ ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของอลิซาเบธ ว่าตัวของเขานั้น แท้จริงแล้วคือ  ปีศาจร้าย ในคราบของชายชรา อายุ 73 ปี  ที่ลงมือ ข่มขืนกระทำชำเรา ลูกสาวตัวเอง จนตั้งท้อง มีลูกถึง 7 คน

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับอลิซาเบธนั้น จะต้องเล่ากันใหม่อีกครั้ง เพราะทุกสิ่งมันไม่ได้มีอะไรถูกต้องเลย ดังนี้

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. คศ 2008 สำนักข่าวบีบีซี และเดอะซันรายงานว่า ตำรวจประเทศออสเตรีย ชาติในทวีปยุโรปตอนกลาง สอบสวนคดีเขย่าขวัญเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อมีชายวัย 73 ปี ทราบชื่อภายหลังว่า นายโจเซฟ ฟริตเซิล มีอาชีพเป็นวิศวกรไฟฟ้า ให้การรับสารภาพหลังถูกควบคุมตัว ว่าขังลูกสาวตัวเอง ชื่อเอลิซาเบธ ไว้ในห้องใต้ดินนานถึง 24 ปี ที่บ้านในเมืองเล็กๆ ชื่อแอมสเต็ตเทน ห่างจากกรุงเวียนนา เมืองหลวงไปทางตะวันตก 130 กิโลเมตร โดยข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวครั้งแล้วครั้งเล่ามากว่า 20 ปี จนเหยื่อปัจจุบันอายุ 42 ปี ตั้งครรภ์มีลูกมาแล้วถึง 7 คน ในจำนวนนี้ 3 คนถูกเลี้ยงไว้ในใต้ถุน และไม่เคยเห็นแสงเดือนแสงตะวัน ส่วนภรรยากลับไม่รู้เรื่องห้องใต้ดินนรกดังกล่าว และคิดว่า เอลิซาเบธ ลูกสาวหนีออกจากบ้านไปเข้าลัทธิของคนกลุ่มหนึ่ง ตามคำโกหกที่นายโจเซฟบอกกับญาติๆ

จากการสอบสวนของตำรวจถึงเรื่องราวเลวร้ายครั้งนี้ ถูกเปิดเผยออกมา เนื่องจากลูกสาวคนโตของเหยื่อ ชื่อ เคิร์สติน วัย 19 ปี ป่วยหนักด้วยอาการลึกลับ และถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แพทย์ขอให้นำตัวแม่มาบอกประวัติผู้ป่วยให้ละเอียด เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษา นายโจเซฟจึงตัดสินใจปล่อยอลิซเบธและลูกอีก 2 คนออกมา โดยเขาโกหกภรรยาว่า อลิซเบธและลูกของเธอที่หายตัวไปนั้นเธอกลับมาบ้านเอง

จากการให้ปากคำของ น.ส.เอลิซาเบธ ระบุว่า ถูกพ่อกระทำชำเราตั้งแต่อายุ 11 ขวบ กระทั่งอายุ 18 ปี ในวันที่ 28 ส.ค.1984 นายโจเซฟลวงลูกสาวลงไปในห้องใต้ดิน วางยาสลบและใส่กุญแจมือ ก่อนขังลูกสาวไว้ในห้องใต้ดินนับแต่นั้น ส่วนทางตำรวจในเวลานั้น บันทึกคดีไว้ว่าเด็กสาวเป็นบุคคลสูญหาย หลังจากนายโจเซฟและภรรยาไปแจ้งความ และส่งข้อมูลให้ตำรวจสากล แต่ 1 เดือนต่อมา นายโจเซฟอ้างว่าได้รับจดหมายที่ลูกเขียนว่า ไม่ต้องออกตามหา

รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงเวลาที่ น.ส.เอลิซาเบธ ถูกกักขังและขืนใจทรมานนานถึง 24 ปี จนตั้งครรภ์และมีลูกที่เกิดจากพ่อบังเกิดเกล้าถึง 7 คน ในจำนวนนี้ 3 คน ถูกเลี้ยงไว้ในห้องใต้ดิน พร้อมกับ น.ส.เอลิซาเบธ คือ น.ส.เคิร์สติน ลูกสาวคนโต อายุ 19 ปี นาย สเตฟาน ลูกคนรองอายุ 18 ปี และด.ช.เฟลิกซ์ วัย 5 ขวบ โดยนายโจเซฟให้อาหารและให้เสื้อผ้าใส่ แต่ไม่เคยให้เด็กออกมาจากห้องใต้ดิน

สำหรับลูกอีก 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ลิซ่า อายุ 16 ปี ด.ญ.โมนิก้า อายุ 14 ปี และด.ช.อเล็กซานเดอร์ อายุ 12 ปี นายโจเซฟโกหกนางโรสแมรี่ ภรรยาว่า น.ส.เอลิซาเบธ ลูกสาวที่หนีไปนำเด็ก 3 คนมาทิ้งไว้หน้าประตูบ้าน เพื่อให้ตากับยายเลี้ยง ซึ่งเด็กทั้ง 3 เติบโตมาปกติเหมือนเด็กทั่วไป มีความประพฤติดี ได้คะแนนเรียนดีอยู่เสมอ และไม่เคยรู้ว่า แม่ที่แท้จริง และพี่น้องอีก 3 คนอยู่ในห้องใต้ดิน ส่วนลูกคนที่ 7 เป็นฝาแฝด เสียชีวิตตั้งแต่เกิดมาได้ 3 วัน เพราะไม่ได้รับการดูแลเหมาะสม และนายโจเซฟเผาศพเด็กในเตาอบที่ห้องใต้ดิน

ด้านตำรวจเปิดเผยว่า น.ส.เอลิซาเบธ อยู่ในความดูแลของแพทย์และจิตแพทย์แล้ว สภาพร่างกายผอมแห้ง ผิวหนังซีดเผือด ส่วนสภาพจิตใจย่ำแย่มาก ในช่วงแรกของการสอบปากคำ หญิงสาวขอให้ตำรวจรับประกันว่า เธอจะไม่ต้องพบกับพ่ออีก และขอให้ตำรวจช่วยดูแลลูกๆ ด้วย โดยเด็กทั้งหมดอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ และดูแลด้านสภาพจิตใจแล้ว โดยเฉพาะเด็กชาย 2 คน ที่ถูกกักอยู่ในห้องใต้ดินบอกว่า เพิ่งเห็นแสงอาทิตย์เป็นครั้งแรกในชีวิต ขณะที่น.ส.เคิร์สติน ลูกคนโตยังป่วยหนักอยู่ในห้องไอซียู ขณะเดียวกันทางผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่า จะตรวจดีเอ็นเอของเด็กทั้งหมด เพื่อยืนยันว่าเป็นลูกของนายโจเซฟที่เกิดจากการข่มขืนลูกสาวตนเอง

ส่วนผลการสอบปากคำนายโจเซฟ ที่ถูกควบคุมตัวมาในวันเสาร์ที่ 26 เม.ย.2008 ที่ผ่านมา ตอนแรกไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย ต่อมารับสารภาพในข้อหากักขังลูก แต่ยังไม่ยอมรับข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ยอมบอกทางไปบ้าน และรหัสไขประตูลับลงไปสู่ห้องใต้ดินนรก จนกระทั่งวันจันทร์ที่ 28 เม.ย. จึงยอมเปิดปากรับสารภาพหมดเปลือก รวมถึงการข่มขืนกระทำชำเราลูกสาวในไส้

ขณะที่หัวหน้าตำรวจ ฟรานซ์ โพลเซอร์ กล่าวว่า ส่งเจ้าหน้าที่ 14 นาย ลงไปตรวจสอบชั้นใต้ดินของบ้านหลังดังกล่าว เพื่อตรวจสอบว่า นายโจเซฟปิดบังไม่ให้ภรรยารู้ได้อย่างไรมานานถึงขนาดนี้ โดยพบว่าชั้นใต้ดินมีพื้นที่ราว 50-60 ตารางเมตร เพดานสูงเพียง 170 เซนติเมตร ไม่ได้มีห้องๆ เดียว แต่มีหลายห้อง มีห้องนอน อีกห้องไว้ทำกับข้าว มีห้องน้ำ ส้วม และสุขอนามัยอื่นๆ

ข่าวแจ้งด้วยว่า ด้านเพื่อนบ้านของครอบครัวนี้ต่างพูดคล้ายกันว่า ดูไม่ออกเลยว่า มีเรื่องเลวร้ายขนาดนี้เกิดขึ้น เพราะนายโจเซฟดูเหมือนคนแก่ที่ไม่มีพิษภัยใดๆ และบ้านหลังดังกล่าวยังมีห้องให้คนนอกเช่าด้วย แต่คนที่เข้าไปอยู่ไม่เคยระแคะระคายสิ่งผิดปกติใดๆ ขณะที่ลูกๆ ของเพื่อนบ้านที่ไปโรงเรียนเดียวกับเด็ก 3 คนของบ้านนี้ ก็ไม่เคยมาเล่าว่ามีเรื่องแปลกประหลาดอะไร ทุกๆ วันจะเห็นนางโรสแมรี่ไปส่งเด็กๆ ไปโรงเรียน ดูเหมือนว่าจะเป็นครอบครัวที่อบอุ่นด้วยซ้ำ

ต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโจเซฟ ฟริตเซิล พ่อที่กักขังและข่มขืนลูกสาวนาน 24 ปี ในห้องใต้ดินของบ้านตนเอง ได้เปิดปากยอมรับสารภาพต่อผู้พิพากษาและคณะลูกขุน ในการพิจารณาคดีวันที่สอง ที่ศาลเมืองแซงต์ โพลเทน ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรีย ในทุกข้อหาที่เขาถูกอัยการสั่งฟ้อง ทั้งข่มขืน กระทำชำเรา ร่วมประเวณีกับบุคคลในครอบครัว กักขังหน่วงเหนี่ยวให้ขาดอิสรภาพ รวมถึงฆาตกรรม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายฟริตเซิลยอมรับความผิดในทุกข้อหา ยกเว้นกักขังหน่วงเหนี่ยวและฆาตกรรม จากการที่ลูกชายฝาแฝด 1 ใน 2 สองคนของเขาที่เกิดกับอลิซาเบธ บุตรสาวของเขาเองเสียชีวิตหลังคลอด ก่อนที่เขาจะโยนร่างเข้าเตาผิงเพื่อทำลายหลักฐาน

ต่อมา นายโจเซฟ ฟริตเซิล ได้เปิดเผยเรื่องที่น่าตกตะลึงอีกว่า เคยนำตัวมารดาของตัวเองไปขังในห้อง จากนั้นได้ก่ออิฐปิดห้องดังกล่าวจนมารดาเสียชีวิตลง เพื่อเป็นการแก้แค้นที่ถูกมารดาตบตีและทำร้ายมาหลายปี
นายโจเซฟ กล่าวว่า ตนพยายามอย่างหนักที่จะรักแม่ให้ได้ แต่เมื่อตนโตขึ้นเรื่อยๆ ความรักก็กลับกลายเป็นความเกลียดชัง และในที่สุดก็กลายเป็นความต้องการการแก้แค้น เพราะแม่ไม่เคยมอบความรักให้ ชอบตบตีตน จนต้องนอนจมกองเลือดบนพื้นห้อง

"มันทำให้ผมรู้สึกอับอายและอ่อนแอ่ที่สุด" นายโจเซฟ กล่าว

นายโจเซฟ กล่าวต่อว่า แม่ทำงานเป็นคนรับใช้และต้องทำงานหนักมาตลอดชีวิต แม่ไม่เคยจูบและไม่เคยกอดเลย ทั้งที่ตนต้องการ ตนต้องการให้แม่ทำดีด้วย แต่สิ่งเดียวที่แม่ทำดีได้ก็คือการพาไปโบสถ์ ในที่สุดจึงตัดสินใจขังแม่ไว้ในห้องชั้นบนของบ้าน จากนั้นก็ก่ออิฐปิดหน้าต่าง เพื่อแม่จะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์อีกต่อไป และแม่ก็ตายลงในปี 1980
"ผมเกิดมาเป็นนักข่มขืน ผมมันเป็นปีศาจดีๆ นี่เอง" นายโจเซฟ กล่าว


แต่หลังจากถูกสอบสวนเครียดเป็นวันที่ 3 วันที่ 20 มีนาคม คศ 2009 โจเซฟก็กลับคำให้การอีกครั้ง โดยครั้งนี้ เขายอมรับว่า เขาได้ลงมือฆ่าลูกชายตัวเองจริง ๆ โดยหลังจากได้ดูวิดีโอเทปคำให้การของอลิซาเบธ เขาก็หมดข้ออ้างใด ๆ ที่จะเลี่ยงข้อกล่าวหานี้อีก

"ผมขอสารภาพผิดกับอาชกรรมที่ผมถูกกล่าวหา" เขากล่าว และเมื่อถูกถามว่าทำไมถึงเปลี่ยนคำให้การ เขาตอบว่า "วิดีโอเทปคำให้การของอลิซาเบธ"
     
       "ผมขอโทษกับสิ่งที่ผมได้ทำลงไป" เขากล่าว

ซึ่งการสารภาพครั้งนี้ มีผลทำให้ศาลพิพากษาให้นายโจเซฟ ฟริตเซิล จะต้องถูกบำบัดรักษาอาการทางจิตที่ถูกระบุว่า เกิดมาเพื่อข่มขืน ถือเป็นบุคคลอันตราย และหลังจากที่ได้รับบำบัดเรียบร้อย ก็จะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุกจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของชีวิต


ปัจจุบัน อลิซเบธเองนั้นก็ได้รับการเยียวยาจิตใจ และมีข่าวว่าเธอพบรักกับ "โธมัส ดับเบิลยู"บอดี้การ์ดของเธอ ซึ่งคอยทำหน้าที่ป้องกันเธอและลูกอีก 6 คน ในบ้านพักใหม่ของน.ส.อลิซาเบธ ซึ่ง ความสัมพันธ์พบรักดังกล่าวได้ทำให้อลิซาเบธสามารถฟื้นความเข้มแข็งขึ้นมา และวันนี้ อลิซเบธ น่าจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเสียที หลังจากที่ได้ผ่านชะตากรรมอันแสนสาหัสมาอย่างยาวนาน



คลิปรายการมิติที่ 6



เรียบเรียงโดย นิวัฒน์ อ่ำแสง
แหล่งข้อมูลจาก:
http://www.dek-d.com/board/view/1087679/
หนังสือพิมพ์ มติชน
หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ