ประกาศ

เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเรา ขอความร่วมมือจากผู้ที่นำเรื่องราวจากมิติที่ 6 ไปใช้ในที่ของท่าน กรุณาลงเครดิตกลับมาที่เราจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มิติที่ 6 เมลิสซ่า ฮัคคาบี้ คุณครูฆาตกรวิปริต

ส่งท้ายปีกับเรื่องราวอันน่าสลดใจที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวไหน ๆ บนโลกนี้ ใครจะไปคิดว่าครูสาวคนนึง จะกลายเป็นฆาตกรฆ่า ข่มขืน โรคจิต วิปริตผิดมนุษย์ได้ ?


ฆาตกรวิตถารเมลิซซา ฮัคคาบี

คนที่เห็นครูสาว "เมลิซซา ฮัคคาบี" จะไม่นึกระแวงเลยว่าเธอจะเป็นฆาตกรที่ข่มขืนและฆ่า "แซนดร้า แคนทู เด็กหญิงวัยเพียงแปดขวบ เพราะไม่เพียงแต่เมลิซซาจะเป็นครูประจำชั้นของซานดรา เธอยังเป็นเพื่อนกับแม่ของเด็กน้อย และเป็นอาสาสมัครที่ใจดีที่มาสอนหนังสือให้เด็กๆ ที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์อีกด้วย คดีของเธอจึงสั่นสะเทือนความรู้สึกของชาวบ้านทุกคนในเมืองเทรซี รัฐแคลิฟอร์เนียร์
เมลิซซา ฮัคคาบี เติบโตขึ้นมาในเมืองเทรซี เมืองเล็กๆ เงียบสงบทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียร์ พ่อแม่ของเธอปลูกฝังลูกๆ ให้เชื่อในพระเจ้า และประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมเรื่อยมา นิสัยใจดี ชอบอุทิศตัวเพื่อสังคมจึงติดตัวลูกๆ ครอบครัวฮัคคาบี้ทุกคน เมลิซซาและพี่ๆ น้องๆ ต่างก็เป็นอาสาสมัครสอนหนังสือให้เด็กๆ ที่โบสถ์โคลฟเวอร์โรดแบ็พทิสต์มาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น จวบจนโตเป็นผู้ใหญ่ ถ้ามีเวลาว่างเธอก็ยังแวะไปช่วยดูแลเด็กกำพร้าที่โบสถ์อยู่เสมอ
หนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายซานดร้า แคนทู

หลังจากแต่งงานและมีลูกหนึ่งคน เมลิซซาก็ย้ายมาซื้อบ้านใหม่ใกล้กับบ้านของมาเรีย ชาเวซ เธอจึงเป็นทั้งเพื่อนบ้านและครูประจำชั้นของเด็กน้อยซานดร้า แคนทู ลูกสาววัย 8 ขวบของมาเรีย มาเรียเชื่อใจเพื่อนบ้านคนนี้มาก ถ้าวันไหนที่มีธุระ เธอจะฝากเมลิซซาให้ช่วยดูแลมาเรียให้ ความสัมพันธ์ของสองสาวจึงเป็นเหมือนพี่น้องมากกว่าจะเป็นเพียงเพื่อนบ้านทั่วไป ตลอดเวลาแห่งความสงบสุขนั้น มาเรียไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าเมลิซซานี่เองที่จะเป็นคนที่พรากซานดร้าไปจากเธอโดยไม่มีวันกลับ

วันที่ 27 มีนาคม 2009 มาเรียและสามีไปแจ้งความด้วยสีหน้าร้อนรนว่าซานดร้าหายตัวไปอย่างลึกลับ ข้าวของทุกอย่างของเด็กหญิงยังอยู่ครบถ้วน และในบ้านก็ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือเสียงร้องไห้ช่วยเลยแม้แต่น้อย จึงเป็นไปได้ว่าเธอจะถูกคนล่อลวงไปทันทีที่ได้รับแจ้ง ตำรวจก็ระดมกำลังกันตามหาเด็กหญิงตามป่าละเมาะทั่วเมือง แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของซานดร้าแม้แต่เงา ภาพของเด็กหญิงปรากฏเป็นครั้งสุดท้ายในกล้องวงจรปิดด้านหน้า ออร์ชาร์ด เอสเตตส์ โมบายล์ โฮมพาร์ค ซึ่งห่างจากบ้านเมลิซซาไปเพียง 5 หลัง แต่ขณะนั้นยังไม่มีใครนึกเฉลียวใจพอจะโยงคุณครูผู้แสนดีเข้ากับคนร้ายโรคจิตในคดีนี้

ตอนแรกตำรวจสันนิษฐานว่าซานดร้าอาจถูกลักพาไปเรียกค่าไถ่ แต่หลังจากสามวันผ่านไปโดยไม่มีโทรศัพท์ติดต่อมาจากคนร้าย ข้อสันนิษฐานนี้ก็ตกไป และกลับยิ่งทำให้ตำรวจมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซานดร้ากันแน่ การค้นหาดำเนินไปถึง 10 วันเต็ม ความหวังที่จะได้พบเด็กน้อยทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตริบหรี่เต็มทน แต่แล้วจู่ๆ เมลิซซาก็ส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปบอกมาเรียว่า "ฉันเพิ่งนึกได้ว่าวันที่ซานดร้าหายตัวไปของอย่างหนึ่งของฉันก็ถูกขโมยไปด้วย ฉันไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกันหรือเปล่า แต่ฉันอยากให้เธอบอกตำรวจไว้ด้วยนะ"

ของที่เมลิซซายืนยันว่าหายไปพร้อมกับซานดร้า เป็นกระเป๋าเดินทางยี่ห้อเอ็ดดี้ เบาว์เออร์ ขนาดกลางแต่ใหญ่พอที่จะใส่ร่างของเด็กหญิงวัย 8 ขวบได้ กระเป๋าที่หายไปทำให้เมลิซซากลายเป็นดาวเด่นในทันที ตำรวจต้องเรียกเธอไปสอบปากคำที่โรงพักหลายครั้ง พลอยทำให้เพื่อนบ้านทุกคนที่กำลังลุ้นเอาใจช่วยให้ซานดร้ากลับมาอย่างปลอดภัย พูดถึงเมลิซซากับกระเป๋าของเธอกันไม่ขาดปาก ครูสาวที่ไม่มีใครสนใจจึงกลายเป็นคนสำคัญในเวลาข้ามคืน

วันต่อมาเมลิซซาก็ถือกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งไปหาตำรวจ พร้อมกับเล่าว่าเธอพบโน้ตแผ่นนี้ถูกสอดไว้ในกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน โน้ตแผ่นนั้นยิ่งกระชากความสนใจของทุกคนมาที่เมลิซซาเป็นตาเดียวกัน เนื่องจากมันเป็นโน้ตจากคนร้ายระบุว่าได้เอาร่างของซานดร้าใส่ในกระเป๋าเดินทางโยนทิ้งลงในบ่อน้ำเก่าตรงถนนไวท์ฮอล์เรียบร้อยแล้ว ตำรวจและอาสาสมัครรีบระดมกำลังกันระบายน้ำออกจากบ่อน้ำแห่งนั้นทันที แล้วทุกคนก็พบกระเป๋าเดินทางที่หายไป พร้อมกับร่างไร้วิญญาณของซานดร้าถูกบรรจุอยู่ภายใน

ศพของซานดร้าสวมเสื้อสีชมพู มีรูปแมวเหมียวเฮลโหลคิตตี้ที่หน้าอก ใส่กางเกงสีดำ เป็นชุดเดียวกับภาพสุดท้ายที่เห็นในกล้องวงจรปิด จึงมั่นใจได้ว่าฆาตกรจะต้องเป็นคนๆ เดียวกับคนร้ายที่จับเธอไป ผลการชันสูตรยังพบเรื่องน่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็กน้อยเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน แต่บนร่างของซานดร้าไม่พบอสุจิของคนร้ายแต่อย่างใด สันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพมีความชำนาญ ถึงกลบเกลื่อนหลักฐานได้ช่ำชองเหลือเชื่อ

"ในเบื้องต้นเราสันนิษฐานว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเคยก่อคดีแบบนี้มาแล้ว ถึงรู้จักทางหนีทีไล่ และรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะกำจัดอสุจิที่ควรจะอยู่บนตัวเหยื่อ แต่เรายังไม่เข้าใจว่าทำไมคนร้ายถึงต้องส่งโน้ตมาบอกว่าศพอยู่ที่ไหนด้วย" ตำรวจเจ้าของคดีเล่า "ยิ่งไปกว่านี้จุดประสงค์ของคนร้ายก็ยังคลุมเครือ คนๆ นี้ไม่ต้องการทั้งเงินและชื่อเสียง เราจึงไม่รู้ว่าคนร้ายฆ่าซานดร้าไปเพื่ออะไร"

ตราบใดที่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ เด็กคนใดคนหนึ่งในเมืองเทรซีก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ทุกเมื่อ ชาวเมืองทั้งหมดจึงเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย เด็กๆ ถูกสั่งให้กลับบ้านทันทีที่เลิกเรียน พ่อแม่ก็ต้องคอยดูแลลูกๆ ไม่ให้คลาดสายตา บรรยากาศในเมืองตึงเครียดอย่างหนัก ชาวเมืองบางส่วนเริ่มระแวงกันเองว่าในหมู่พวกเขาอาจมีฆาตกรโหดแฝงตัวอยู่ก็เป็นได้

สำหรับครอบครัวแคนทู การสูญเสียลูกสาวคนเดียวเป็นความวิปโยคอย่างใหญ่หลวง มาเรียร้องไห้แทบว่าจะหัวใจสลาย เธอขอร้องตำรวจว่าเธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้วนอกจากการได้เห็นคนร้ายที่ฆาตกรรมลูกสาวของเธอได้รับโทษอย่างสาสม ในเวลาแห่งความโศกเศร้านั้น ครูสาวเมลิซซาทำตัวเป็นเพื่อนบ้านที่แสนดี เธอช่วยอยู่เป็นเพื่อนปลอบใจมาเรีย และช่วยประสานงานกับตำรวจเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดีตลอดเวลา หญิงสาวถูกมองเป็นฮีโร่คนเก่งของคดีนี้อีกด้วย เพราะถ้าไม่ได้กระดาษโน้ตที่เธอค้นพบในกองเอกสาร ก็คงยังไม่มีใครรู้ว่าจะตามหาศพของซานดร้าได้จากที่ไหน

แต่สิ่งที่เมลิซซาไม่รู้เลยก็คือตำรวจกำลังสงสัยพฤติกรรมของเธอ และค่อนข้างมั่นใจว่าเธอนั่นเองคือฆาตกร เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนร้ายจะพุ่งความสนใจมาถึงเธอถึงสองครั้ง ครั้งแรกมาขโมยกระเป๋า และครั้งที่สองยังเอากระดาษระบุจุดซ่อนศพมาซ่อนไว้ให้เธอหาเจออย่างง่ายๆ ราวกับจะจงใจยกความดีความชอบให้เมลิซซาก็ไม่ปาน ด้วยเหตุนี้เองระหว่างที่เมลิซซากำลังลำพองใจกับชัยชนะ จู่ๆ ตำรวจก็ถือหมายค้นบุกไปค้นบ้านของเธอ แล้วก็พบจดหมายร่างข้อความที่บอกว่าจะพบศพซานดร้าได้ที่ไหนเขียนด้วยลายมือของเมลิซซาเอง ซ่อนอยู่ในสมุดโน้ตเล่มหนึ่ง

ทันทีที่พบกระดาษแผ่นนี้ ครูสาวฮีโร่ของทุกคนก็ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักพาตัว ล่วงละเมิดทางเพศและฆาตกรรมไปทันที เมลิซซาร้องไห้ตลอดเวลาที่ถูกคุมตัวไปโรงพัก และร้องไห้หนักขึ้นไปอีกเมื่อสารภาพว่าเธอนั่นเองคือฆาตกรฆ่าซานดร้า แคนทู ในวันเกิดเหตุเธออาศัยจังหวะที่แม่ของเด็กหญิงอยู่ในครัว แล้วเรียกซานดร้ามาพบ แล้วหลอกให้เข้าไปซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางโดยอ้างว่าเป็นเกมชนิดหนึ่ง จากนั้นเมลิซซาก็พาเด็กน้อยไปที่บ้านของย่าที่เสียชีวิตไปแล้วของเธอ

เมลิซซาอ้างว่าเธอไม่ได้โรคจิตข่มขืนซานดร้า และการตายของเด็กหญิงเป็นอุบัติเหตุ เพราะซานดร้าขาดอากาศหายใจตายไปเองในกระเป๋าใบนั้น โดยที่เมลิซซาไม่ได้ทำร้ายแม้แต่กระผีกริ้น แต่จากหลักฐานของกองนิติเวชแย้งไปอีกทางหนึ่งว่าซานดร้าถูกละเมิดทางเพศก่อนจะเสียชีวิตอย่างแน่นอน เธอถูกข่มขืนด้วยปากกาลูกลื่นจากนั้นก็ถูกบีบคอ เมื่อเหยื่อหมดลมหายใจแล้วเมลิซซาจึงเอาร่างไร้วิญญาณนั้นบรรจุลงในกระเป๋าเดินทางเพื่อนำไปทิ้ง

"ศพของซานดร้าที่เราพบในกระเป๋าอยู่ในท่าที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติไม่มีทางเลยที่เธอจะทำท่าทางอย่างนั้นได้ นอกจากจะตายเสียก่อนแล้วมีคนจับยัดลงไป" ตำรวจบอก เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน เมลิซซาก็จำต้องรับสารภาพว่าจงใจฆ่าลูกศิษย์ตัวน้อยจริง เพราะหลงใหลในความสวยน่ารักของเก็ก หลังจากสารภาพไปโดยหวังว่าจะได้รับการลดโทษ ศาลซานโจควิน เคาน์ตี้ ก็พิพากษาจำคุกเมลิซซาตลอดชีวิต โดยจะไม่มีลดหย่อนหรืออภัยโทษใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากผู้เสียหายในคดีเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ตลอดเวลาที่ฟังคำพิพากษา เมลิซซาร้องไห้อย่างหนัก ส่วนครอบครัวของเธอที่มาร่วมฟังการพิจารณาก็ร้องไห้และสวดมนต์ตลอดเวลา

"ที่จริงเราไม่คาดคิดเลยว่าคนร้ายจะเป็นผู้หญิง" ตำรวจคนหนึ่งบอก "จากรูปการทั้งหมดตั้งแต่การลักพาตัว จับศพยัดใส่กระเป๋า และไหนจะข่มขืนอีก มันโหดร้ายจนน่าจะเป็นการกระทำของผู้ชายมากกว่า" เหตุจูงใจของเมลิซซามาจากความเบื่อในชีวิตเรียบง่ายของตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเธอมีอาการ Proxy Syndrome อาการทางจิตอย่างหนึ่งที่ต้องการเรียกร้องความสนใจอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มว่าจะชอบทำทารุณเด็ก เห็นได้จากการที่เธอบอกว่ากระเป๋าถูกขโมยไปก็ดี หรือเอาโน้ตบอกที่ซ่อนศพไปให้ตำรวจก็ดี นั่นก็เพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจตัวเธอนั่นเอง ถ้าซานดร้าไม่ได้เป็นเหยื่อในครั้งนี้ เป็นไปได้ว่ามีโอกาสสูงมากที่เมลิซซาจะทำร้ายลูกของเธอเอง บางทีศพที่เราพบอาจจะเป็นศพลูกของเมลิซซาเองก็ได้ ตำรวจบอกอย่างเศร้าๆ

กดที่ตัวเล่น เพื่อรับชม




สนับสนุนการทำงานได้ที่ :
https://www.patreon.com/niwat_armsang
-----------
แท็ก :
สยองขวัญ,มัมมี่,ฆาตกร, ฆาตกรรม,10 อันดับ, อสุรกาย, ที่มีอยู่จริง, รวมวีดีโอ, ประหลาด, ที่สุดในโลก, น่ากลัว, วีดีโอ, เรื่องแปลก, คลิป, ผี, ผีหลอก, ผีดุ, หลอน, วีดีโอซึ้งๆ, ตลก, ร้าย, คลิป, น่าสนใจ, วีดีโอ, รายการ, น่าสนใจ, ข่าวลือ, ข่าว, วันนี้, สารคดี, ช็อค, เรื่องจริง, เรื่องเล่า, ผี, หนังใหม่, เงา, เต็มเรื่อง, เดอะช็อค, บรึ๋ย, คลิบผีจริง, ผีกระสือ, ผีกระสือตัวจริง, ผีกระสือ, ตัวเป็นๆ, ผีกระสือของจริง, ผีกะ, ผีกระจก, ผีกองกอย, ผีกอง, ปราบ, ผีกระหัง, ผีกาก้า, ผีโพง, ผีโรงเย็น, ผีชีวะ, ลึกลับที่สุดในโลก, หนังผี, ปอบ, ปอบหยิบ,  คนอวดผี,  วิญญาณ,  รวมเรื่อง, น่ากลัว, บันทึกลึกลับ, ปริศนา
-----------
Website : http://mitithee6.blogspot.com/
Twitter : https://twitter.com/mitithee6
Facebook : https://facebook.com/Mitithee6/
Google+ : https://plus.google.com/+Mitithee6BlogspotTV
------------
บรรยายโดย : นิวัฒน์ อ่ำแสง
------------
เรียบเรียง ดัดแปลงจาก :
http://megatopic.blogspot.com/2013/10/blog-post_28.html
------------
ดนตรีประกอบโดย :

Echo of Time
Dreams Become Real โดย Kevin MacLeod
ได้รับอนุญาตภายใต้ ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (https://creativecommons.org/licenses/by/4.0/)
ที่มา: http://incompetech.com/music/royalty-free/index.html?isrc=USUAN1100655
ศิลปิน: http://incompetech.com/

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มิติที่ 6 โจนเบเน็ต แรมซี่ สาวน้อยเหยื่อฆาตกรรมปริศนา

มิติที่ 6 สัปดาห์นี้ขอต้อนรับเทศกาลคริสมาสด้วยคดีดังคดีหนึ่ง ที่สร้างความกังขากับกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ และเหยื่อเป็นเพียงเด็กน้อยน่ารักอายุเพียง 6 ปี เท่านั้น

ช่วงวันคริสต์มาส 26 ธันวาคม 1996 ในรัฐโคโลราโด้ของสหรัฐ เสียงโทรศัพท์ที่สถานีตำรวจดังขึ้นเมื่อเวลา 05:45 น. มีเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้นมาตามสาย จับใจความได้ว่าลูกสาวของเธอถูกลักพาตัวไป เมื่อตำรวจไปถึงบ้านของจอห์น แรมซี่ย์ ก็พบแพตซี่และจอห์น สองสามีภรรยากำลังอยู่ในสภาพตื่นตระหนกอย่างแรง ในมือถือจดหมายเรียกค่าไถ่แผ่นหนึ่งไว้ด้วย
แพตซี่เล่าว่าโจนเบนท์ ลูกสาววัยเพียง 6 ขวบ เจ้าของตำแหน่งนางงามเด็กประจำรัฐโคโลราโด้ของพวกเขาหายตัวไปจากห้องนอน และเธอพบจดหมายเรียกค่าไถ่ลูกถูกเสียบไว้ที่บันไดบ้านขั้นสุดท้าย มีใจความว่า 

"เราคือกลุ่มคนที่เรียกว่าเป็นตัวแทนของชาวต่างด้าว ตอนนี้เราได้จับลูกสาวคุณไว้แล้ว เธอปลอดภัย ยังไม่ถูกทำร้าย และถ้าคุณยังอยากให้เธอมีชีวิตอยู่จนถึงปี 1997 คุณต้องทำตามคำสั่งเรา คุณต้องถอนเงินออกมา 118,000 ดอลลาร์ แบ่งเป็นธนบัตรใบละ 100 จำนวน 100,000 ดอลลาร์ ส่วนที่เหลือ 18,000 นั้นให้เป็นใบละ 20 ดอลลาร์ทั้งหมด พอกลับถึงบ้านคุณต้องเอาเงินใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาล เราจะโทรหาคุณระหว่างเวลา 8:00 - 10:00 น. พรุ่งนี้ เพื่อบอกว่าให้เอาเงินไปไว้ที่ไหน การส่งเงินจะทำให้คุณเหนื่อยจนหมดแรง เพราะฉะนั้นจงพักผ่อนให้เต็มที่ ถ้าเราพบว่าคุณถอนเงินมาได้เร็ว เราจะโทรหาคุณเร็วขึ้น คุณจะได้ส่งเงินไปให้เราเร็วๆ และคุณจะได้รับลูกสาวของคุณกลับไป 

ถ้ามีการบิดพลิ้ว เราจะสังหารลูกสาวของคุณทันที มีสุภาพบุรุษสองคนดูแลลูกสาวคุณอยู่ พวกเขาไม่ชอบคุณนัก ฉะนั้นอย่าทำอะไรที่เป็นการยั่วยุหรือท้าทาย การบอกเรื่องนี้กับใครๆไม่ว่าจะเป็นเอฟบีไอหรือตำรวจ จะทำให้ลูกคุณโดนตัดหัว ถ้าเราจับได้ว่าคุณพูดกับสุนัขรับใช้พวกนั้น...ลูกคุณตาย ถ้าคุณบอกเรื่องนี้ให้ทางธนาคารรู้...เธอตาย ถ้าเงินถูกทำตำหนิหรือเครื่องหมายใดๆ...เธอตาย คุณจะเล่นลูกไม้กับเราก็ได้ แต่เตือนไว้ก่อนว่าเราเป็นพวกที่คุ้นเคยกับเล่ห์กลทางกฎหมายและเทคนิคต่างๆ ดี หากคุณตบตาเรา ลูกสาวคุณมีโอกาสตาย 99% ถ้าคุณทำตามที่เราสั่งแต่โดยดี ลูกสาวคุณมีโอกาสรอด 100% อย่าพยายามอวดฉลาดเลยจอห์น อย่าคิดว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องยาก จงอย่าประเมินค่าเราต่ำไปนัก จงใช้สามัญสำนึกแบบชาวใต้ที่ดีของพวกคุณ ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณแล้วจอห์น    จากกลุ่ม S.B.T.C."
หลังจากอ่านจดหมายจบ ตำรวจก็รีบติดตั้งเครื่องดักฟังโทรศัพท์เพื่อจับที่อยู่ของคนร้ายโดยเร่งด่วน ส่วนจอห์นก็รีบไปเบิกเงินจากธนาคารกลับมาตามที่คนร้ายสั่ง หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งจับเจ่ารอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ พร้อมกับปลอบใจแพตซี่ที่นั่งร้องไห้ตลอดเวลาไปด้วย ทว่ารอแล้วรอเล่าจนเวลาล่วงไปบ่ายโมง ก็ไม่ปรากฏว่ามีโทรศัพท์จากใครโทรมาแม้แต่กริ๊งเดียว จนกระทั่งเวลาบ่ายโมง จอห์นซึ่งรอจนเบื่อก็ชวนฟลีท ไวท์ เพื่อนสนิทของครอบครัวออกเดินสำรวจรอบๆ บ้าน เพื่อดูว่ามีข้าวของอะไรถูกขโมยบ้างหรือเปล่า

ทั้งคู่สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ประตูทางลงห้องใต้ดิน จอห์นและฟลีทจึงช่วยกันดันประตูห้องใหญ่หนสฝืดนั้นออก เมื่อเข้าไปข้างในเขาก็พบร่างเล็กๆ ของหนูน้อยโจนเบนท์อยู่ที่นั่น เธอนอนหงายมีผ้าห่มคลุมทับชุดนอน ที่ศรีษะมีร่องรอยถูกทำร้ายเป็นแผลใหญ่ ที่ปากถูกเทปปิดไว้แน่น มีสายเชือกสีขาวรัดแน่นอยู่รอบลำคอจนเชือกจมลึกเข้าไปในเนื้อที่ด้านหลังมีไม้เล็กๆ ขันชะเนาะเอาไว้ ส่วนข้อมือทั้งสองข้างก็ถูกมัดด้วยเชือกชนิดเดียวกัน ร่างของเด็กน้อยแข็งทื่อเขียวคล้ำและมีกลิ่นเหม็นเน่าจางๆ บ่งบอกว่าเธอต้องเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งวัน

ทันทีที่เห็นจอห์นก็รีบเข้าไปคว้าตัวลูกขึ้นมา แต่เมื่อพบว่าเธอตายสนิท เขาจึงอุ้มร่างไร้วิญญาณนั้นกลับเข้าไปในห้องโถง พลางร้องเรียกแพตซี่ไปตลอดทาง การพบศพเด็กหญิงทำให้สถานการณ์พลิกผันไปในทันที ตำรวจพุ่งเป้าความสงสัยทั้งหมดไปที่สองผัวเมียจอห์นและแพตซี่ เพราะตามปกติแล้วคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในบ้านโดยไม่มีหลักฐานว่ามีผู้บุกรุกบุกเข้ามา ตำรวจต้องสงสัยสมาชิกในครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรกซึ่งในคดีนี้ก็มีเหตุให้น่าสงสัยหลายประการอีกด้วย ข้อแรกตำรวจพบรอยเท้าย่ำหิมะออกไปนอกบ้าน และมีรอยรองเท้าปรากฏอยู่ห้องใต้ดินที่พบศพ ซึ่งแสดงว่ามีคนปีนออกจากห้องใต้ดินของบ้านนี้ แต่กลับไม่มีรอยเท้าที่แสดงว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาจากภายนอกเลย

ข้อที่สอง ในคืนนั้นมีเพื่อนบ้านหลายคนได้ยินเสียงร้องหลายครั้งดังมาจากบ้านแรมซี่ย์ในกลางดึก และเห็นแสงไฟเปิดสว่าง ซึ่งน่าแปลกที่สองผัวเมียแรมซี่ย์เองกลับหลับปุ๋ย ไม่มีใครได้ยินเสียงดังกล่าวแม้แต่น้อย นอกจากนี้ตำรวจยังพบว่ากระดาษที่ใช้เขียนจดหมายเรียกค่าไถ่ก็เป็นกระดาษที่ฉีกจากสมุดฉีกในบ้านนี่เอง แม้แต่ปากกาที่ใช้เขียนจดหมายก็ถูกพบภายในบ้านเช่นกัน

ที่น่าแปลกยิ่งไปกว่านั้นต้องยกให้ปฏิกิริยาของจอห์นขณะพบศพ จากประสบการณ์ของตำรวจซึ่งเห็นคนตายมามาก ทันทีที่พาอแม่เห็นร่างของลูกน้อยนอนตายอยู่ พวกเขาจะต้องเรียกตำรวจลงไปดูสพเป็นอันดับแรก แต่จอห์นกลับอุ้มร่างของโจนเบนท์ขึ้นมาซะเอง เหมือนกับจงใจทำลายสภาพที่เกิดเหตุ และหลังจากส่งศพไปสถาบันนิติเวชแล้ว จอห์นก็โทรศัพท์บอกข่าวกับลูกอีกสองคนที่ไปพักผ่อนอยู่ต่างเมือง และกำลังเดินทางกลับมาเพราะข่าวน้องสาวถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ แต่จอห์นบอกว่าโจนเบนท์ตายแล้วด้วยคำพูดที่เรียบเฉยราวกับพูดถึงเรื่องทั่วไป ไม่ใช่ข่าวการตายของลูกสาวตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

ข้อสงสัยของตำรวจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พวกเขาพบว่าเงินจำนวน 118,000 ดอลลาร์ในจดหมายเรียกค่าไถ่ มีจำนวนเท่ากับเงินโบนัสวันคริสต์มาสที่จอห์นเพิ่งได้รับพอดิบพอดี และอักษรย่อ S.B.T.C. ก็น่าจะมาจาก Subic Bay Training Centre ซึ่งมันเป็นหน่วยทหารของจอห์นระหว่างที่เขาไปประจำการอยู่ในกองทัพเรือเมื่อปี 1960 ด้วย คนร้ายจึงต้องรู้จักจอห์นชนิดเจาะลึกราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน ถึงได้รู้รายละเอียดส่วนตัวของเขามากมายปานนี้

จากหลักฐานทั้งหมดทั้งมวลทำให้ตำรวจได้ข้อสรุปว่าฆาตกรที่สังหารหนูน้อยโจนเบนท์นั้นไม่น่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่ไหน แต่น่าจะเป็นจอห์น พ่อของเธอนั่นเอง และจอห์นย่อมไม่อาจกลบเกลื่อนร่องรอยทุกอย่างได้ ถ้าไม่มีความช่วยเหลือจากแพตซี่ร่วมด้วย แต่คนรวยอย่างจอห์นไม่ใช่หมูที่จะให้ตำรวจเคี้ยวได้ง่ายๆ พอรู้ว่าคุกตารางอาจลอยมาถึงตัว เขาก็รีบจ้างทนายฉลาดเป็นกรดมาสองคน และสองทนายมือทองก็ทำงานได้คุ้มค่าจ้างด้วยการร้องต่อศาลขอประกันตัวจอห์นได้อย่างง่ายดายราวกับพลิกมือ ตำรวจจึงต้องฝากความหวังในการจับฆาตกรไว้ที่ผลการชันสูตรศพหนูน้อยโจนเบนท์เพียงอย่างเดียว

จากการชันสูตรพบว่าแม้จะมีวัยเพียง 6 ขวบ แต่โจนเบนท์กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศมาอย่างยาวนาน เยื่อพรหมจารีของเธอมีรอยขาดขนาด 1 ซม. x 1 ซม.อยู่ด้วย บริเวณช่องคลอดก็บวมเป่งและมีคราบเลือดเกรอะกรัง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของเธอนั้นเกิดจากการถูกรัดคอ คอของเธอหัก ที่กะโหลกศรีษะไม่มีรอยฉีกขาด แต่มีรอบกระแทกอย่างแรงคล้ายถูกทุบด้วยไฟฉายหรือไม้กอล์ฟ ที่แผ่นหลังและขาทั้งสองข้างมีรอยถลอกคล้ายถูกลากมาจากที่ใดที่หนึ่งก่อนจะนำมาทิ้งไว้ในห้องใต้ดิน

ผลชันสูตรยืนยันความจริงอันสยดสยองว่า ขณะที่ศรีษะถูกกระแทกอย่างแรงจนบาดเจ็บสาหัสนั้น โจนเบนท์ยังมีชีวิตอยู่ เธอถูกฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง แต่ฆาตกรก็กลัวว่าเธอจะไม่ตายจึงรัดคอเธอแล้วใช้ไม้ขันชะเนาะอย่างแน่นหนา เพื่อให้มั่นใจว่าหนูน้อยจะต้องขาดใจตายอย่างแน่นอน

เป็นการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมเลือดเย็นเหลือเกิน โดยเฉพาะเมื่อเหยื่อเป็นเพียงเด็กหญิงแสนสวยวัยเพียง 6 ขวบเท่านั้น 

ถึงแม้กฎหมายจะเอาผิดครอบครัวแรมซี่ย์ไม่ได้ แต่ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถลอยนวลไปได้อย่างสบายใจ เพราะกระแสสังคมที่รุนแรงไม่แพ้บทลงโทษทางกฎหมาย ที่ตามเล่นงานจนสมาชิกในครอบครัวทุกคนไม่มีที่ยืนในเมืองโบลเดอร์ จอห์นและแพตซี่จึงแก้ลำด้วยการไปออกรายการโทรทัศน์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง

"ผมไม่ได้ฆ่าโจนเบนท์ลูกสาวผม มีคนพูดใส่ร้ายว่าเธอถูกละเมิดทางเพศ แต่ผมพูดได้เลยว่านี่เป็นการหมิ่นประมาทครอบครัวผมมาก พวกคุณทุกคนคิดผิดทั้งหมด" นอกจากนี้จอห์นยังตั้งเงินรางวัลให้ใครก็ตามที่สามารถให้เบาะแสคนร้ายได้ด้วยวงเงินสูงถึงหนึ่งแสนดอลลาร์ (ประมาณสามสิบล้านบาท) อีกด้วย

แต่แทนที่การลงทุนไปออกทีวีจะช่วยให้เสียงนินทาที่ถาโถมใส่จอห์นและแพตซี่เบาบางลง กลับกลายเป็นว่ายิ่งพวกแรมซี่ย์เคลื่อนไหว ชาวบ้านก็ยิ่งมีเรื่องใหม่ๆ มานินทากันสนุกปากจนจอห์นต้องหอบลูกหอบเมียหนีไปอยู่รัฐแอตแลนตาเพื่อซื้อความสบายหู เรื่องของครอบครัวแรมซี่ย์จึงเริ่มหายไปจากความสนใจของสังคม อีกหนึ่งปีต่อมาก็เกิดการโอละพ่อครั้งใหญ่ เมื่อห้องแล็บตรวจสอบสิ่งที่เก็บมาจากร่างของโจนเบนท์แล้วพบว่ามันไม่ใช่เชื้ออสุจิ หรือก็คือเด็กน้อยไม่ได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างที่ตำรวจฟันธง หลักฐานทางนิติเวชที่ค้านสายตาประชาชนชิ้นนี้ทำเอาตำรวจผู้รับผิดชอบคดีลุกขึ้นมาออกงิ้วกันเป็นทิวแถว 

นายตำรวจสตีฟ โธมัส ซึ่งมั่นใจว่าจอห์นและคนในครอบครัวคือกุญแจสำคัญในการตายของโจนเบนท์ ประกาศลาออกจากราชการทันที ก่อนไปสตีฟยังได้ทิ้งเชื้อไฟไว้ด้วยว่าอัยการชอบเอาข้อมูลคดีซึ่งควรจะเป็นความลับทางราชการไปปรึกษากับจอห์น กระพือให้ข่าวลือที่ว่าจอห์นแอบให้เงินใต้โต๊ะกับอัยการบางคนยิ่งดูจะเป็นความจริงมากขึ้น และแล้วอีก 13 เดือนต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม 1999 คดีฆาตกรรมนางงามเด็กแห่งรัฐโคโลราโด้ก็มาถึงจุดสิ้นสุด เมื่อคณะลูกขุนพิจารณาคดีประกาศว่าครอบครัวแรมซี่ย์ทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจาก "เราไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อหาจับกุมตัวทุกคนที่ได้ถูกไต่สวนไปแล้ว" อัยการประจำเมืองโบลเดอร์แถลงกับนักข่าว

ผลการพิจารณาคดีนี้กลายเป็นรอยด่างอีกหน้าหนึ่งของวงการยุติธรรมของสหรัฐ เสียงค้านที่ดังระงมไปทั่วประเทศบีบให้จอห์นและแพตซี่ต้องยอมเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์อีกครั้งเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2000 แต่เมื่อการพิสูจน์ยังทำโดยทีมอัยการเจ้าเก่าหน้าเดิม จึงไม่มีชาวบ้านคนไหนยอมเชื่อผลลัพธ์ที่ออกมาอยู่นั่นเอง ครอบครัวแรมซี่ย์จึงปีกหลักอยู่ที่แอตแลนต้า โดยไม่ยอมกลับไปเหยียบเมืองโบลเดอร์อีกเลย

ชีวิตใหม่ในแอตแลนต้าของจอห์นและครอบครัวควรจะสุขสบายที่สุดเท่าที่อำนาจเงินจะดลบันดาลได้ แต่จะเพราะกรรมยุคนี้ติดจรวดหรืออย่างไรก็สุดจะเดา ไม่นานนักพวกเขาก็ได้รับข่าวร้ายว่ามะเร็งในตัวแพตซี่กลับลุกลามขึ้นมาอีก ซ้ำร้ายคราวนี้เซลล์มะเร็งยังลุกลามไปทั่วถึงระดับที่รักาาไม่ได้ ซึ่งก็หมายความว่าเธอกำลังจะตาย เคราะห์กรรมที่เกิดขึ้นกับเธอไม่เพียงแต่สร้างความทุกข์ใจให้ลูกและสามี แต่ยังส่งผลไปถึงคนที่ติดตามคดีฆาตกรรมหนูน้อยโจนเบนท์ด้วย ทุกคนหวังว่าก่อนตายแพตซี่อาจจะสำนึกบาปและยอมสารภาพความจริงออกมาก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามโลกนี้มีเรื่องเหนือความคาดหมายมากมายกว่าที่คิด จู่ๆ ตำรวจก็ได้ข้อมูลใหม่ว่า จอห์น มาร์ค คาร์ ครูชาวอเมริกันวัย 41 ปี ได้เขียนอีเมล์ติดต่อกับศาสตราจารย์คนหนึ่งในรัฐโคโลราโด้ เพื่อศึกษาเรื่องคดีของโจนเบนท์มาตั้งแต่แรกเริ่ม และคาร์ก็สารภาพด้วยว่าเขานี่ล่ะคือฆาตกรที่ทุกคนกำลังตามหาอยู่
จอห์น มาร์ค คาร์

ประวัติของคาร์สร้างความสับสนให้กับคนที่ปักใจเชื่อว่าหนูน้อยโจนเบนท์ตายด้วยน้ำมือพ่อของเธอไม่น้อย คาร์เกิดที่เมืองแฮมิลตัน รัฐอลาบาม่า หลังจากจบปริญญาตรีเขาก็ทำงานเป็นนายหน้าขายที่ดิน ก่อนจะผันตัวไปเป็นผู้ช่วยครูที่โรงเรียนเล็กๆ ในรัฐอลาบาม่าในปี 1996 ซึ่งเป็นปีที่เกิดคดีฆาตกรรมโจนเบนท์พอดิบพอดี ต่อมาคาร์ถูกเชิญให้ออกหลังจากมีการร้องเรียนหลายครั้งว่าเขาใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมกับเด็กๆ ทว่าชะรอยอาชีพครูคงทำให้คาร์ค้นพบเส้นทางของตัวเอง เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไปเรียนต่อในสาขาศิลปะเพื่อจะออกมาเป็นครูเต็มตัว แต่ไม่กี่เดือนต่อมาเขาก็ถูกตำรวจตะครุบตัวในข้อหามีภาพเด็กเปลือยไว้ในความครอบครอง สร้างความอับอายขายหน้าให้ภรรยาของคาร์จนต้องขอหย่า ตอนหนึ่งของคำฟ้องระบุว่าเธอเพิ่งรู้จากโรงเรียนเก่าที่สามีเคยทำงาน ว่าเขามีพฤติกรรมฝักใฝ่เด็กอย่างผิดปกติจนไม่เหมาะกับอาชีพครู

ยิ่งสืบเรื่องราวย้อนหลังไป พ่อแม่ที่เคยให้ลูกเรียนหนังสือกับคาร์คงขนลุกซู่ เนื่องจากครูหนุ่มใหญ่หน้าตาใจดีคนนี้เคยแต่งงานกับเด็กหญิงเควียนตานา ช็อตต์ส ซึ่งมีอายุเพียง 13 ปีมาแล้ว แสดงให้เห้นถึงจิตใจที่นิยมมีเพศสัมพันธ์กับเด็กของเขา แต่คาร์มีโอกาสได้เชยชมเมียรักวัยกระเตาะเพียงปีเดียว ศาลก็ประกาศให้การแต่งงานของเขาเป็นโมฆะตามคำร้องของแม่หนูช็อตต์ส ซึ่งสารภาพว่าเธอต้องหายใจอยู่กับความหวาดกลัวทุกเมื่อเชื่อวัน จนน่ากลัวว่าจะตายเสียก่อนจะได้โตเป็นสาว เช่นเดียวกับคาร์ล่า ภรรยาคนที่สองซึ่งหย่าขาดกับคาร์ไปแล้วก็แต่งงานกับเขาเมื่ออายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

คาร์ล่าให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งว่า ตั้งแต่คดีโจนเบนท์ดังกระหึ่มไปทุกมุมเมือง อดีตสามีของเธอก็หมกมุ่นอยู่กับการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้จนผิดปกติ นายเว็กซ์ฟอร์ด พ่อของคาร์ก็ยอมรับว่าลูกชายสนใจคดีโจนเบนท์มาก และได้ทำรายงานส่งให้วิทยาลัยที่เขาสำเร็จการศึกษาด้วย ซึ่งฝีมือการเขียนที่เจาะลึกเหมือนเห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเองของเขานั้นเด็ดดวงจนอาจารย์ถึงกับออกปากว่านี่ถ้าไปเขียนนิยายขาย รับรองว่าต้องขายดิบขายดีติดอันดับเบสท์เซลเลอร์อย่างแน่นอน

หลังจากถูกจับในข้อหามีรูปเปลือยของเด็กๆ ไว้ในครอบครอง คาร์ก็หนีคดีออกร่อนเร่เป็นนกขมิ้นเหลืองอ่อนไปตามประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อิตาลี ออสเตรเลีย ฮอนดูรัส และคอสตาริกา โดยไปประกอบอาชีพเป็นครูตามที่ถนัด แต่น่าสังเกตว่าเขาไม่เคยอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินสองปีเลย ก่อนจะถูกตำรวจตามมาจับได้เมื่อปี 2002 ในเมืองเล็กๆ ที่เรียกว่ากรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเรานี่เอง

พอถูกจับแทนที่จะบอกปัดว่าตนเองไม่ผิดเหมือนผู้ต้องสงสัยทั่วไป คาร์กลับยืดอกรับหน้าตาเฉยว่าเขานี่ล่ะคือฆาตกรฆ่าโจนเบนท์ แต่เมื่อตำรวจส่งเรื่องไปถึงมืออัยการ อัยการประจำรัฐโคโลราโด้ก็ทำเอาทุกคนหน้าหงายด้วยการไม่ส่งฟ้องคาร์ โดยมีเหตุผลสั้นๆ ว่าหลักฐานไม่เพียงพอ เนื่องจากในช่วงเวลาที่เกิดคดีฆาตกรรมโจนเบนท์นั้น คาร์กำลังฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวที่เมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย ห่างจากเมืองโบลเดอร์ออกไปหลายร้อยไมล์

เซท เทอมิน ทนายของคาร์ก็ตีปีกแถลงว่า อัยการเขตโบลเดอร์ได้ยกเลิกหมายจับลูกความของเขาแล้ว และที่ตำรวจรีบจับตัวคาร์ทั้งๆ ที่ขาดพยานหลักฐานก็เป็นเพียงการหาแพะรับบาป เพราะคดีนี้ถูกสือมวลชนประโคมข่าวจนกลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้วนั่นเอง อย่างไรก็ตามถึงจะรอดพนจากตำแหน่งฆาตกรในคดีโจนเบนท์ไปได้ แต่คาร์ก็ยังไม่วายต้องเข้าไปนอนตบยุงในคุกอยู่ดี เนื่องจากคดีมีภาพอนาจารของเด็กไว้ในครอบครองของเขายังไม่หมดอายุความ

มีข้อสังเกตว่าตลอดเวลาที่เรื่องของคาร์ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งหลายวันติดต่อกัน ครอบครัวแรมซี่ย์ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกลับเฉยสนิท ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย ราวกับพวกเขามั่นใจแต่แรกแล้วว่า คาร์ไม่ใช่ฆาตกรโหดที่ฆ่าลูกสาวของเขา ลินดา ฮอฟมันพิวจ์ อดีตแม่บ้านของพวกแรมซี่ย์ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือซุบซิบสังคมเล่มหนึ่งว่า "เป็นไปได้ว่าโจนเบนท์ถูกแม่ของเธอฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ฉันรู้ดี เพื่อนฝูงของครอบครัวนี้ก็รู้ดี แม้แต่ตำรวจก็รู้ จะมีก็แต่กระบวนการยุติธรรมที่เอื้อมเข้ามาไม่ถึง"

ถ้อยแถลงของลินดาเป็นความจริงหรือไม่ คงมีแต่ครอบครัวแรมซี่ย์เท่านั้นที่จะตอบได้...

สามารถชมได้ด้วยการเปิดที่ตัวเล่นด้านล่าง



สนับสนุนการทำงานได้ที่ :
https://www.patreon.com/niwat_armsang
-----------
แท็ก :
สยองขวัญ,มัมมี่,ฆาตกร, ฆาตกรรม,10 อันดับ, อสุรกาย, ที่มีอยู่จริง, รวมวีดีโอ, ประหลาด, ที่สุดในโลก, น่ากลัว, วีดีโอ, เรื่องแปลก, คลิป, ผี, ผีหลอก, ผีดุ, หลอน, วีดีโอซึ้งๆ, ตลก, ร้าย, คลิป, น่าสนใจ, วีดีโอ, รายการ, น่าสนใจ, ข่าวลือ, ข่าว, วันนี้, สารคดี, ช็อค, เรื่องจริง, เรื่องเล่า, ผี, หนังใหม่, เงา, เต็มเรื่อง, เดอะช็อค, บรึ๋ย, คลิบผีจริง, ผีกระสือ, ผีกระสือตัวจริง, ผีกระสือ, ตัวเป็นๆ, ผีกระสือของจริง, ผีกะ, ผีกระจก, ผีกองกอย, ผีกอง, ปราบ, ผีกระหัง, ผีกาก้า, ผีโพง, ผีโรงเย็น, ผีชีวะ, ลึกลับที่สุดในโลก, หนังผี, ปอบ, ปอบหยิบ,  คนอวดผี,  วิญญาณ,  รวมเรื่อง, น่ากลัว, บันทึกลึกลับ, ปริศนา
-----------
Website : http://mitithee6.blogspot.com/
Twitter : https://twitter.com/mitithee6
Facebook : https://facebook.com/Mitithee6/
Google+ : https://plus.google.com/+Mitithee6BlogspotTV
------------
บรรยายโดย : นิวัฒน์ อ่ำแสง
------------
เรียบเรียง ดัดแปลงจาก :
http://www.anyapedia.com/2014/07/blog-post.html
------------
ดนตรีประกอบโดย :
Echo of Time
Dreams Become Real โดย Kevin MacLeod
ได้รับอนุญาตภายใต้ ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (https://creativecommons.org/licenses/by/4.0/)
ที่มา: http://incompetech.com/music/royalty-free/index.html?isrc=USUAN1100655
ศิลปิน: http://incompetech.com/

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มิติที่ 6 เจฟฟรี่ ดาห์เมอร์ ฆาตกรวิปริตสยองขวัญแห่งมิลวอกี้ !!!

มิติที่ 6 คลิปนี้ เราจะแนะนำให้ท่ารู้จักกับ ฆาตกรในตำนานแห่งมิลวอกี้ สหรัฐอเมริกา ที่สุดวิปริตระดับเป็นตำนานของเมืองเลยทีเดียว !!!!


 กดเพื่อชมบน Youtube

สนับสนุนการทำงานได้ที่ https://www.patreon.com/niwat_armsang



Tag :
มัมมี่,ฆาตกร, ฆาตกรรม,10 อันดับ, อสุรกาย, ที่มีอยู่จริง, รวมวีดีโอ, ประหลาด, ที่สุดในโลก, น่ากลัว, วีดีโอ, เรื่องแปลก, คลิป, ผี, ผีหลอก, ผีดุ, หลอน, วีดีโอซึ้งๆ, ตลก, ร้าย, คลิป, น่าสนใจ, วีดีโอ, รายการ, น่าสนใจ, ข่าวลือ, ข่าว, วันนี้, สารคดี, ช็อค, เรื่องจริง, เรื่องเล่า, ผี, หนังใหม่, เงา, เต็มเรื่อง, เดอะช็อค, บรึ๋ย, คลิบผีจริง, ผีกระสือ, ผีกระสือตัวจริง, ผีกระสือ, ตัวเป็นๆ, ผีกระสือของจริง, ผีกะ, ผีกระจก, ผีกองกอย, ผีกอง, ปราบ, ผีกระหัง, ผีกาก้า, ผีโพง, ผีโรงเย็น, ผีชีวะ, ลึกลับที่สุดในโลก, หนังผี, ปอบ, ปอบหยิบ,  คนอวดผี,  วิญญาณ,  รวมเรื่อง, น่ากลัว, บันทึกลึกลับ, ปริศนา
-----------
Website : http://mitithee6.blogspot.com/
Twitter : https://twitter.com/mitithee6
Facebook : https://facebook.com/Mitithee6/
Google+ : https://plus.google.com/+Mitithee6BlogspotTV
------------
บรรยายโดย : นิวัฒน์ อ่ำแสง
------------
เรียบเรียง ดัดแปลงจาก :
http://www.cmxseed.com/cmxseedforumn/?topic=59040.0
------------
ดนตรีประกอบโดย
Echo of Time
Dreams Become Real โดย Kevin MacLeod
ได้รับอนุญาตภายใต้ ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (https://creativecommons.org/licenses/by/4.0/)
ที่มา: http://incompetech.com/music/royalty-free/index.html?isrc=USUAN1100655
ศิลปิน: http://incompetech.com/

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2558

มิติที่ 6 โรซาเลีย ลอมบาโด แห่งสุสานสยองขวัญพาเลอโม !!!

มิติที่ 6 รอบบนี้ จะพาคุณไปชมสถานที่น่ากลัวสุด ๆ และเราได้พบกับสิ่งที่เหลือเชื่อ น่ารักปนสยอง นั่นคือ โรซาเลีย ลอมบาโด !!!





สนับสนุนการทำงานได้ที่ https://www.patreon.com/niwat_armsang



Tag :
มัมมี่,ฆาตกร, ฆาตกรรม,10 อันดับ, อสุรกาย, ที่มีอยู่จริง, รวมวีดีโอ, ประหลาด, ที่สุดในโลก, น่ากลัว, วีดีโอ, เรื่องแปลก, คลิป, ผี, ผีหลอก, ผีดุ, หลอน, วีดีโอซึ้งๆ, ตลก, ร้าย, คลิป, น่าสนใจ, วีดีโอ, รายการ, น่าสนใจ, ข่าวลือ, ข่าว, วันนี้, สารคดี, ช็อค, เรื่องจริง, เรื่องเล่า, ผี, หนังใหม่, เงา, เต็มเรื่อง, เดอะช็อค, บรึ๋ย, คลิบผีจริง, ผีกระสือ, ผีกระสือตัวจริง, ผีกระสือ, ตัวเป็นๆ, ผีกระสือของจริง, ผีกะ, ผีกระจก, ผีกองกอย, ผีกอง, ปราบ, ผีกระหัง, ผีกาก้า, ผีโพง, ผีโรงเย็น, ผีชีวะ, ลึกลับที่สุดในโลก, หนังผี, ปอบ, ปอบหยิบ,  คนอวดผี,  วิญญาณ,  รวมเรื่อง, น่ากลัว, บันทึกลึกลับ, ปริศนา
-----------
Website : http://mitithee6.blogspot.com/
Twitter : https://twitter.com/mitithee6
Facebook : https://facebook.com/Mitithee6/
Google+ : https://plus.google.com/+Mitithee6BlogspotTV
------------
บรรยายโดย : นิวัฒน์ อ่ำแสง
------------
เรียบเรียง ดัดแปลงจาก :
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=03-2011&date=25&group=70&gblog=56
------------
ดนตรีประกอบโดย
Echo of Time
Dreams Become Real โดย Kevin MacLeod
ได้รับอนุญาตภายใต้ ใบอนุญาต Creative Commons Attribution (https://creativecommons.org/licenses/by/4.0/)
ที่มา: http://incompetech.com/music/royalty-free/index.html?isrc=USUAN1100655
ศิลปิน: http://incompetech.com/

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2558

10 สถานที่ประหลาด ที่คุณจะต้องขนหัวลุก!!

มีสถานที่ไหนบ้างที่ทำให้คุณกลัวจนตัวสั่น.. มีที่ไหนบ้างที่สามารถทำให้คุณรู้สึกกลัวจนวิญญาณแทบจะหลุดลอยไป.. ถ้ายังไม่มี..ลองมาดูสถานที่เหล่านี้..คุณอาจไม่กล้านอนคนเดียวก็เป็นได้

1. Kabayan

1
 ในฟิลิปปินส์ มีถ้ำที่สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือมนุษย์และในนั้นเต็มไปด้วยมัมมี่!! สถานที่นั้นเรียกว่า Kabayan ว่ากันว่ามัมมี่ของ Kabayan คือมัมมี่ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก และถ้ำนี้มีอุโมงค์เล็กๆมากมายเชื่อมต่อกัน

2. เกาะแห่งตุ๊กตา

2
 Isla de las Munecas หรือ เกาะแห่งตุ๊กตา ที่ถูกเรียกอย่างนี้ก็เพราะว่า มีตุ๊กตาจำนวนมากนอนเรียงรายอยู่บนเกาะ โดยตุ๊กตาทั้งหมดไม่มีอันไหนอยู่ในสภาพสมบูรณ์ บ้างก็ถูกแยกชิ้นส่วนแล้วห้อยอยู่ตามต้นไม้ บ้างก็กระจัดกระจายอยู่บนพื้น

3. Candido Godoi

3
 เมืองจากบราซิลเมืองนี้ อาจไม่ได้น่ากลัวซะทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นเมืองที่ประหลาดเมืองหนึ่ง เนื่องจากจำนวนแฝดที่เกิดขึ้นในเมืองนี้นั่นเอง!! ไม่มีใครรู้สาเหตุของเหตุการณ์นี้นอกจาก Josef Mengele อดีตหมอนาซีที่ทำการทดลองเรื่องแฝดเพื่อเพิ่มปริมาณเผ่าอารยันของฮิตเลอร์นั่นเอง โดยเขาได้หนีออกจากยุโรปหลังจากการล่มสลายของอาณาจักรนาซี และมาทำการทดลองต่อที่นี่ ผลก็คือมีแฝดเกิดขึ้นมากมายในเมืองนี้

4. ป่าอาโอกิฮาระ

4
 ป่าสุดหลอนแห่งนี้คือ ป่าแห่งการฆ่าตัวตายของญี่ปุ่น ถ้าคุณเดินเข้าไปในป่านี้ คุณจะได้เห็นศพอย่างน้อยๆหนึ่งหรือสองศพแน่นอน ด้วยความที่ว่าป่านี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับผู้อยากฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่อุทยานถึงกับต้องติดป้ายเตือนไว้ประมาณว่า “ชีวิตมีค่านะ” หรือ “คิดถึงคนข้างหลังเข้าไว้”

5. Pripyat

5
 เมืองแห่งนี้เคยมีผู้อาศัยอยู่ถึง 50,000 คน แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เชอร์โนบิล ปริมาณกัมมันตรังสีที่รั่วออกมา ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่บริเวณนี้มาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของยูเครนเริ่มมีการปล่อยให้มีผู้เข้าชม หลังจากปริมาณกัมมันตภาพรังสีเริ่มลดลงแล้ว

6. Winchester Mystery House

6
 ว่ากันว่าบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นของภรรยาของ William Winchester เจ้าของบริษัทปืนชื่อดัง มีทางเดินและบันไดที่ไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดตรงไหน โดยบ้านหลังนี้มีชื่อเสียงจากการสร้างโดยไม่มีแบบที่แน่นอน และการก่อสร้างก็ใช้เวลาถึง 38 ปีจนกระทั่งเจ้าของบ้าน Sarah Winchester เสียชีวิต

7. เนินนกฆ่าตัวตายใน Jatinga

7
 หมู่บ้านทางตอนเหนือของอินเดียแห่งนี้ มีเรื่องประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือในทุกๆปี ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม จะมีนกจำนวนหนึ่งพุ่งลงมาใส่พื้นเพื่อฆ่าตัวตาย และที่น่าแปลกยิ่งกว่านั้นคือ ช่วงเวลาที่มันฆ่าตัวตาย จะแค่ช่วงหนึ่งทุ่มถึงสี่ทุ่มเท่านั้น

8. ฟาร์มศพ

8
 ฟาร์มศพนี้หลายๆคนอาจเคยเห็นกันมาแล้ว โดยมันตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัย Tennessee โดยจะมีการนำศพมาทั้งเอาไว้ โดยร่างเหล่านี้จะมีการเน่าเปื่อยหลายๆแบบ และตำรวจก็จะมาทำการเก็บข้อมูล เพื่อนำไปเปรียบเทียบเวลามีคดีต่างๆ ร่างเหล่านี้ได้รับการบริจาคมาจากเหล่าผู้ที่ต้องการช่วยตำรวจจับผู้ร้าย แม้ตัวเองจะเสียชีวิตไปแล้ว

9. โรงพยาบาล Hellingly ใน England

9
 จากลักษณะของมัน โรงพยาบาลโรคจิตแห่งนี้ คงเป็นต้นแบบให้กับหนังสยองขวัญหลายๆเรื่อง โดยมันถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 1903 โดยเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงในการช็อตไฟฟ้าและเอาเหล็กทิ่มเข้าไปในสมองผ่านเบ้าตา เพื่อรักษาคนไข้ หลังจากที่เปิดทำการมากว่า 90 ปี โรงพยาบาลก็ปิดตัวลงเมื่อปี 1994 และถูกทิ้งร้างนับตั้งแต่ตอนนั้น

10. เหมืองแร่ผีสิงมัตซึโอะ

10
 เหมืองแห่งนี้ถือว่าเป็นเหมืองซัลเฟอร์ที่ใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียและตั้งอยู่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น มันถูกปิดเมื่อช่วงทศวรรษที่ 70 และเหล่าที่พักและตึกต่างๆของคนงานก็ถูกทิ้งร้างไว้ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยฝุ่นซัลเฟอร์และทำให้เกิดคราบดำๆบนสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น
ขอบคุณที่มา :
Wittyfeed

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สุดสยอง!! 9 ศพ กว่าจะมีคนรู้ว่าตายก็ผ่านไปหลายปีแล้ว

บางครั้งความตายก็มาเยือนเราโดยไม่ทันได้รู้ตัว เราไม่มีทางรู้ว่าชะตากรรมของเราจะไปสิ้นสุดวันไหน
ประโยคที่ว่ากันว่า “เราเกิดมาเราก็เกิดมาคนเดียว ตอนตายเราก็ตายคนเดียว” เป็นประโยคที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะแสดงความรู้สึกต่อคนเหล่านี้ เพราะกว่าจะมีคนรู้ว่าพวกเขาไม่อยู่บนโลกเวลาล่วงเลยผ่านไปเป็นปีแล้ว
1.  Joyce Vincent
1
ร่างของเธอถูกพบบนโซฟาห้องของเธอ ในเดือนมกราคมปี 2006 หลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้วกว่า 3 ปี !! ตอนที่มีคนเข้าไปพบ ร่างของเธอละลายจนแทบดูไม่ออกแล้วว่าเป็นใคร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบรูปถ่ายของเธอในห้อง

2. Hedviga Golik

2
ร่างของเธอถูกพบหลังจากที่เธอเสียชีวิตไปแล้วกว่า 42 ปี โดยตำรวจท้องถิ่น ขณะที่กำลังจะเข้าไปตรวจสอบบ้านที่กำลังจะรื้อถอน เพื่อนบ้านเล่าว่าเห็นเธอครั้งสุดท้ายเมื่อตอนปี 1966 และเห็นอีกครั้งก็ตอนที่เธอนั่งแข็งอยู่หน้าทีวีขณะที่ไปศพไปแล้วกว่าสี่ทศวรรษ

3. Barbara Salinas- Norman

3
อดีตนักเขียนชาวเม็กสิโกวัย 70 ปีถูกพบในห้องหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้วกว่า 2 ปี โดยพี่ชายของเธอ Louis Ponce เป็นคนเข้าไปพบ เนื่องจากไม่ได้รับการติดต่อจากน้องสาวกว่าสองปีแล้ว

4.Simon Allen

4
Simon Allen ค่อนข้างจะเป็นคนที่สันโดษ และนั่นทำให้ต้องใช้เวลากว่าสองปี ในการพบว่าเขากลายเป็นศพไปแล้ว โดยคนทำความสะอาดเป็นผู้พบร่างในบ้านของเขาเอง

5. Geneva Chambers

5
Geneva Chambers ไม่ได้เป็นหญิงชราที่ใจดีเท่าไหร่ เธอมักจะไล่เด็กๆที่มาเล่นใกล้ๆบ้าน พอไม่มีใครเห็นเธอ ทุกคนก็คิดว่าเธอย้ายออกไปแล้ว แต่ที่จริง ร่างไร้วิญญาณของเธออยู่ในบ้านรอการค้นพบมาสามปีแล้ว

6. David Carter

6
ร่างของ David Carter ถูกพบในบ้านของเขา โดยถือปืนอยู่ในมือและกระสุนฝังอยู่ในหัว เขาเสียชีวิตมากว่า 4 ปีแล้ว เพื่อนๆของเขาเล่าว่า เขาเป็นคนสนุกสนานและมีความสุข ไม่รู้เลยจริงๆว่าทำไมเขาต้องฆ่าตัวตาย และวันนั้นก็เป็นวันเกิดครบรอบ 45 ปีของเขาด้วย

7. ระบุตัวตนไม่ได้

7
ตำรวจพบร่างนี้ในทางตอนเหนือของเมืองลีล ประเทศฝรั่งเศส เขาอยู่ในชุดนอนและอาศัยอยู่คนเดียว ไม่มีใครบอกได้ว่าเขาเป็นใคร

8. ระบุตัวตนไม่ได้

8
ชายคนนี้อายุ 59 ปี และกำลังตกงาน ร่างของเขาถูกพบอยู่บนเตียงหลังจากเสียชีวิตมา 7 ปี พร้อมๆกับ บุหรี่ คู่มือโทรทัศน์ แล้วก็เงินเหรียญจากฮอลแลนด์

9.  Nataline Wood

9
Nataline Wood ไม่มีครอบครัวเหลืออยู่นอกจาก พี่สาวต่างแม่ ร่างของเธอถูกพบอยู่บนพื้นบ้าน หลังจากเสียชีวิตมากว่า 8 ปี
จริงๆแล้วความตายอาจไม่ได้น่ากลัวอะไร แต่สิ่งที่น่ากลัวจริงๆคือการตายอย่างโดดเดี่ยวต่างหาก... จริงไหมคะ?
ขอบคุณที่มา :

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558

13 ภาพประวัติศาสตร์ WWI(สงครามโลกครั้งที่ 1) ที่จะตอกย้ำให้รู้ว่าสงครามโหดร้ายแค่ไหน!!

ถึงหลายๆ คนจะพูดว่าสงครามในปัจจุบันนั้นป่าเถื่อนและโหดร้าย โดยเฉพาะสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีผู้เสียชีวิตมากมาย แต่กระนั้นคนกลับไม่ได้จดจำสงครามโลกครั้งที่ 1 กันเท่าไหร่
ซึ่งแท้จริงแล้วสงครามโลกครั้งที่ 1 นั้นโหดเหี้ยม สูญเสียมากมายไม้แพ้กัน และวันนี้เราจะนำเรื่องราวนี้มานำเสนอให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน
 ในช่วงนั้นก็เรียกได้ว่า ผู้คนมีความเคยชินกับสงครามเป็นอย่างมาก แม้แต่เด็กๆ
1

ประชาชนในประเทศที่เข้าร่วมสงครามก็ต้องใส่หน้ากากกันไว้ตลอด เพื่อป้องกันการจู่โจมโดยแก๊ส2


รวมถึงเด็กๆ3


ทหารก็ยิ่งต้องใส่…แล้วม้าล่ะ!?4


แค่ในการสู้รบวันแรก ประเทศเยอรมันได้ใช้กระสุนปืนใหญ่ไปกว่า 2.5 ล้านลูก!!!5


และแค่ในวันแรกเช่นกัน ทหารอังกฤษได้วางกับดักระเบิดในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทำให้ทหารเยอรมันเสียชีวิตกว่า 10,000 นายเลยทีเดียว6


หนึ่งในภาพที่สะเทือนใจมากที่สุด ตอนที่ควันหายไปหมดแล้ว มีทหารเสียชีวิตอยู่ใต้ไม้กางเขน สัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์7


พอได้รับชัยชนะ ประเทศสหรัฐอเมริกานำหมวกของทหารเยอรมนีที่ตายกว่า 12,000 ใบมาก่อเป็นพีระมิด!!!8


ใครๆ ก็ต้องช่วยเข้าร่วมรบในสงคราม ขนาดหมาก็ต้องนำมาลากอาวุธเลยล่ะ9


ช่วงนั้นใบหน้าเทียมได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะช่วยเหล่าทหารผ่านศึกที่สูญเสียใบหน้าไปกับสงคราม10


ถึงจะดูน่ากลัว แต่ก็ดีกว่าใบหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามล่ะนะ11


แต่ก็น่ากลัวอยู่ดี…12


ลองคิดดูสิ ว่าสงครามครั้งนั้นน่ะมันโหดร้ายขนาดไหน…13


ขอบคุณที่มา: